Wang Huangsen's Part
ผมและเพื่อนป.โทอีก 4 คน ได้ตัดสินใจบินจากโตเกียวมาเที่ยวบ้านเกิดของเอย์จิที่ฮอกไกโดใน่วันหยุดของคณะ ที่นาน ๆ ทีจะยกคลาสติดต่อกันเป็อาทิตย์ขนาดนี้ หลังจากที่เมื่อวานเราได้ไปเยี่ยมพ่อแม่ของเอย์จิเรียบร้อย วันนี้ตัวเอย์จิเองก็อาสาเป็ไกด์พาเที่ยวชมเมืองฮกไกโดตามประสาเ้าถิ่น ระหว่างที่เอย์จิพาพวกเราอีกสี่คนมาเดินในสวนสาธารณะใกล้บ้าน ผมก็ได้เห็นกลุ่มนักท่องเที่ยวกลุ่มหนึ่งที่กำลังสนุกกับการถ่ายภาพแบบไม่มีวันรู้จักเหนื่อย
“หวานหวานมึงไปยืนตรงนี้สิ๊” ผู้หญิงที่ถือกล้อง เธอใช้ไหล่สกิดเพื่อนผู้หญิงที่ยืนข้าง ๆ ไปยืนตรงจุดที่เธอชี้มาร์กไว้ให้
“ตรงไหน ตรงนี้เหรอ” ร่างอวบของผู้หญิงที่ไปยืนเป็แบบให้เพื่อนตากล้อง ก็ขยับซ้าย ขยับขวา ตามที่เพื่อนที่ชี้ตำแหน่งอย่างตั้งใจ
สายตาของผมเหมือนถูกแรงดึงดูดจากร่างอวบ ที่กะความสูงคร่าว ๆ แล้ว ไม่น่าเกินร้อยหกสิบเิเ ดึงสายตาไม่ให้ผมสนใจสิ่งอื่น ๆ นอกจากเธอ ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่ผมเริ่มไล่สายตาสำรวจร่างอวบตรงหน้าที่เปลือยหน้าสดออกมาเที่ยว ใบหน้ากลมอมชมพูที่เต็มไปด้วยเืฝาด ดวงตาเรียวยาวสองชั้นสีน้ำตาลอ่อนที่ปลายตาเฉียงขึ้นเล็กน้อย จมูกกลมมนที่รับกับรูปหน้าได้พอดีไม่สั้นไม่ยาวจนเกินไป ปากอิ่มหนาชวนััที่ทาทับด้วยลิปกลอสสีพีช
แต่สิ่งที่สะกดสายตาผมที่สุด คือแววตาที่มุ่งมั่น ขี้เล่น แถมยังแฝงไปด้วยแววตาที่เซ็กซี่แบบมีเื่ราวของเธอ ที่ผมยังไม่เคยเห็นสิ่งนี้จากผู้หญิงคนไหนมาก่อน ซึ่งผมก็ไม่รู้ตัวว่าเผลอมองเธอนานขนาดไหน แต่รู้ตัวอีกทีเพื่อนที่แวะไปเข้าห้องน้ำก็กลับมาพอดี
“ข้างหน้ามีร้านขายของที่ระลึกด้วยนะ มีใครอยากเข้าไปดูไหม” เอย์จิถามเพื่อน ซึ่งมีแค่ผมกับเลียมที่ไม่เข้าไป
“ไอยังไม่อยากถือของวะ ไอกับหวงเซินขอยืนรับแดดอยู่ตรงนี้แล้วกันเพื่อน” เลียมเพื่อนชายชาวออสซี่ก็เอ่ยบอกปัดเพื่อนไป
สายตาของผมยังมองอยู่ที่สาวร่างอวบคนนี้ไม่ห่าง เพราะไม่ว่าจะการขยับ การพูดการจา การออกสีหน้าอารมณ์ระหว่างโพสต์ หรือพูดง่าย ๆ ว่า ทุกการเคลื่อนไหว ทุกท่วงท่าของเธอ สามารถดึงสายตาผมได้ทั้งหมด จู่ ๆ ผมก็นึกถึง ‘ตุ๊กตาดินเผาญี่ปุ่น’ ขึ้นมา นึกได้อย่างนั้นผมก็หลุดขำออกมาเล็กน้อย จนเลียมจับสังเกตได้
“หวงเซิน ยูหัวเราะอะไรอยู่วะ” เลียมถามผมที่ยืนรับแดดด้วยกันแล้วอยู่ดี ๆ ก็ขำออกมา แต่ผมก็ไม่ได้ตอบอะไร เพราะผมกำลังมองอะไรบางอย่างอยู่ เลียมเลยมองตามสายตาผมแล้วไปก็เจอกลุ่มสาว ๆ สามคนยืนถ่ายรูปกันอยู่
“มีใครดึงดูดสายตายูเหรอ ร้อยวันพันปีไอไม่เคยเห็นยูมองผู้หญิงคนไหนนานขนาดนี้เลย” เลียมเอียงตัวมากระซิบถามผม
“คนที่โพสต์อยู่ ไอว่าเธอดูน่ารักดี” ผมตอบเลียม แต่สายตาก็ยังมองเธอที่กำลังจะเปลี่ยนตำแหน่งมาถ่ายรูปให้เพื่อนคนอื่น ๆ แทน
“OMG bro! ยูสาวชอบพลัสไซส์เองเหรอเนี่ย ไม่น่าหล่ะ สาว ๆ ทั่วไปที่เข้าหายูทุกวัน ยูดูไม่สนใจพวกหล่อนเลย” เลียมใถึงขั้นยืนไม่ติดกับที่ เดินไปพูดไปแล้วก็หยุดเกาะไหล่ผมอยู่ด้านหลัง
“ก็ไม่ขนาดนั้นหรอก แค่ตอนนี้เธอเป็คนที่ดึงดูดสายตาไอที่สุดแค่นั้นเอง” พวกผมสองคนก็พากันมองสาว ๆ กลุ่มนี้ถ่ายรูปไปเรื่อย ๆ
Liam's Part
“เอาจริง ๆ มองไปมองมาสามคนนี้ก็น่าสนใจดีว่ะ ทั้งการแต่งตัวและสไตล์ของพวกเธอแต่ละคนดูแตกต่างกันมาก มากซะจนดูไม่น่าจะคบกันได้ แต่พอไอมองดูพวกเธอถ่ายรูปไปเรื่อย ๆ ไอก็รู้สึกว่าเคมีพวกเธอดึงดูสายตาไอมากเหมือนที่ยูพูด แต่แตกต่างตรงที่…ผู้หญิงผิวแทนคนนั้นดึงดูดสายตาไอได้มากกว่า”
มีที่ไหนกำลังถ่ายรูปอยู่ ก็เอามือเท้าเอวแล้วโพสท่าเหมือนปวดท้องแต่กลับดูเซ็กซี่ไปอีกแบบ และช็อตที่ยูผู้หญิงคนนี้ก้มหน้าเอามือเสยผมขึ้นนั้น ทำผมหยุดหายใจไปพักหนึ่งเลย
"เลียม ยูว่าจะเป็ไปได้ไหม…ที่คนที่เพิ่งเจอกัน จะให้ความรู้สึกคุ้นเคยเหมือนรู้จักกันมานานแล้ว”
โอ้ จู่ ๆ เพื่อนสนิท ป.โท อย่างคุณหวัง หวงเซิน ที่ปกติไม่สนใจผู้หญิงและดีแต่ปฏิเสธความสัมพันธ์จะพูดอะไรแบบนี้ขึ้นมาได้ Gosh!
“ถ้าถามไอ ไอก็ว่าเป็ไปได้นะ เพราะขนาดสาว ๆ ที่เพิ่งเจอกัน อยู่ดี ๆ ยังชวนไอไปต่อที่ห้องได้เลย ทั้ง ๆ ที่ก็ไม่ได้รู้จักกันนานขนาดนั้น” หลังจากที่ได้ยินประโยคนี้ เพื่อนของผมรีบหันขวับมามองผมทันที
“ไอว่า ยูน่าจะตีความคนละความหมายกับที่ไอคิดนะ”
“ก็เหมือน ๆ กันหล่ะน่า” ผมพูดพลางตีไหล่เพื่อนไปหนึ่งทีแล้วพูดต่อเมื่อเห็นกลุ่มเพื่อนเดินออกมาจากร้านขายของชำแล้ว
“นั่น เพื่อนเราออกมากันแล้ว เอาหน่อย ลองดูหน่อยbro! นาน ๆ ทีจะเจออะไรที่ทำให้ยูใจเต้น อย่างน้อย ๆ ต้องได้คอนแทคมาคุยต่อหล่ะวะ” ผมทุบหลังเพื่อนถี่ ๆ เผื่อจะปลุกความเป็ชายของเพื่อนได้หลังจากที่จำศีลมานานเป็ปี
อ๊ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย มันจะยังไงต่อนะ