“พระองค์ไม่เคยคิดสงสัยตระกูหลี่บ้างเลยหรือ ? ” ไป๋อี้หลิงเอ่ยถามด้วยความสงสัย
จวินเฉียนหลงนิ่งเงียบไปชั่วขณะ ดวงตาของเขาไหววูบด้วยความคิดที่ซ่อนลึกอยู่ในใจ ตระกูลหลี่เป็ตระกูลที่ทุกคนรู้ดีว่าช่วยสนับสนุนราชวงศ์มาั้แ่สมัยของฮ่องเต้องค์ก่อน
ดังนั้นแม้เขาจะสงสัยในความภักดีของตระกูลหลี่แค่ไหน ก็ไม่อาจทำสิ่งใดได้อย่างโจ่งแจ้ง
แน่นอนว่าเขามีความคิดที่จะลดทอนอำนาจของตระกูลหลี่ลงหรือไม่ก็กวาดล้างทั้งตระกูลให้สิ้นซาก
ซึ่งเื่นี้เขาได้วางแผนทุกอย่างเอาไว้แล้ว และเขาไม่คิดว่าตนเองจะต้องสลับร่างมาอยู่ในร่างของไป๋อี้หลิงเยี่ยงนี้
"เ้าคิดว่าอย่างไรล่ะ?ตอนนี้เ้าเป็ฮ่องเต้แล้ว เ้าอยากเป็ฮ่องเต้ผู้มีอำนาจเด็ดขาด หรือยังต้องเกรงกลัวผู้อื่นอยู่" จวินเฉียนหลงพูดออกมาในที่สุด น้ำเสียงของเขาเคร่งขรึมและในคำพูดแฝงไปด้วยความหมาย
ในขณะที่พูดเขาก็มองไปที่ไป๋อี้หลิงในร่างของตน สายตาที่เ็า แต่เต็มไปด้วยความหมายลึกซึ้ง
"เ้าอยู่ในร่างของข้า ย่อมรู้เื่ราวทั้งหมด จากความฝันมิใช่หรือ?"
ไป๋อี้หลิงเงยหน้ามองจวินเฉียนหลง ก่อนที่ใบหน้าของเขาจะแดงระเรื่อขึ้นมา
ใช่แล้ว เขารับรู้เื่ราวที่ผ่านมาของจวินเฉียนหลง ราวกับว่าเขาเข้าไปอยู่ทุก่ชีวิตของเขา
“พ่ะย่ะค่ะ พระองค์เองคงทราบเื่....ทั้งหมดของข้าเช่นกัน”
จวินเฉียนหลงยิ้มบาง ๆ สายตามองไปที่ไป๋อี้หลิงด้วยสายตาที่ไม่ปิดบังความรู้สึกที่มี “แน่นอนว่าข้ารับรู้เื่ของเ้า”
ไป๋อี้หลิงไม่ได้ตอบ แต่ใบหน้าของเขากลับแสดงออกมาอย่างชัดเจน
“ส่วนเื่ความแค้นที่เ้ามีต่อราชวงศ์และตระกูลหลี่ข้าก็รับรู้ และข้าจะไม่ขวาง หากเ้าจะล้างแค้น”
จวินเฉียนหลงพูดในขณะที่ทั้งสองสบตากัน แน่นอนว่าหลังจากที่ทั้งสองสลับร่างกันแล้ว ทำให้รับรู้เื่ราวในอดีตทั้งหมดของกันและกัน ดังนั้นพวกเขาไม่จำเป็ต้องพูดอะไรกันมากก็เข้าใจกันได้
สายตาของไป๋อี้หลิงมีแสงแห่งความแค้นพาดผ่าน "ตอนนี้เรามาร่วมมือกันกำจัดตระกูลหลี่ให้สิ้นซากไปก่อน ส่วนเื่ของราชวงศ์ เมื่อถึงเวลานั้นข้าคิดว่าตัวข้าเอง คงจะมีคำตอบที่ดีกว่าตอนนี้ให้ตัวเอง"
จวินเฉียนหลงพยักหน้ารับ และเขาก็ไม่ได้พูดอะไรมากอีก
“เช่นนั้นเื่นี้คงงต้องลำบากเ้าแล้ว”
ไป๋อี้หลิงสบตากับจวินเฉียนหลง ก่อนจะยิ้มกว้างออกมา
“เ้าต้องระวังตัวเองให้มาก อำนาจของตระกูลหลี่นั้นวางรากฐานอยู่ในเมืองหลวงมาหลายชั่วอายุคน แม้แต่เสด็จพ่อของข้า ยังต้องเกร็งใจพวกเขา”
“พระองค์ไม่ต้องกังวลไปพ่ะย่ะค่ะ หากแผนการของเราสองคนนั้นรวมกันแล้ว ต่อให้มีตระกูลหลี่อีกสิบตระกูล ข้าก็ไม่กลัว!” ไป๋อี้หลิงพูดด้วยน้ำเสียงจริงจง
“เ้ามีแผนการอันใดหรือ? ” จวินเฉียนหลงเอ่ยถามขึ้นด้วยความสงสัย ไป๋อี้หลิงนั่งลงข้างเขาก่อนที่จะกระซิบเบาๆ ที่ข้างหูของเขา
“แผนของข้ามีอยู่ว่า....ข้าเพียง้าใช้การสลับร่างของเราให้เกิดประโยชน์ และแผนการนี้พระองค์คงต้องเป็ผู้ร่วมเล่นไปพร้อมกับข้า”
จวินเฉียนหลงยิ้มออกมาบาง ๆ “มาถึงขั้นนี้แล้ว ตอนนี้ข้าไม่ได้มีอำนาจเท่ากับเ้า ดังนั้นเ้าว่าอย่างไร ข้าก็คงทำตามนั้น”
ไป๋อี้หลิงพยักหน้า “พระองค์ทานอาหารเถิดจะเย็นหมดแล้ว”
“เมื่อครู่ หวงกุ้ยเฟยทำร้ายข้า เ้าก็รู้ ดังนั้นตอนนี้ข้าไม่มีแรงแม้แต่จะยกแขน เ้าป้อนข้าหน่อยได้หรือไม่ ? ”
จวินเฉียนหลงเขามองไป๋อี้หลิงด้วยสายตาที่หวานซึ้งและอ้อนวอน ไป๋อี้หลิงที่ได้เห็นเช่นนี้ไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่เห็น นี่ฮ่องเต้ผู้ยิ่งใหญ่กำลังอ้อนเขาอยู่หรือ
“เ้าคงไม่ใจร้ายกับข้าหรอกนะ” จวินเฉียนหลงพูดด้วยน้ำเสียงแ่เบา ใบหน้าของเขาใกล้เข้ามา จนไป๋อี้หลิงรู้สึกถึงลมหายใจอุ่น ๆ ที่เป่ารดแก้ม
ไป๋อี้หลิงรู้สึกประหม่าเล็กน้อย แต่ก็ยิ้มตอบ “ได้...พ่ะย่ะค่ะ”
จวินเฉียนหลงยิ้มกว้างขึ้นดวงตาเป็ประกาย “ข้าหิวแล้ว”
ไป๋อี้หลิงหน้าแดงขึ้นมา ก่อนจะหยิบช้อนขึ้นมาตักอาหารแล้วค่อย ๆ ป้อนให้จวินเฉียนหลง เขาอ้าปากทานอาหารด้วยรอยยิ้ม
“อร่อยมาก” จวินเฉียนหลงกล่าวพร้อมกับยิ้มที่เปล่งประกาย
ไป๋อี้หลิงหัวเราะเบา ๆ “พระองค์ก็เอ่ยชมเกินไป เพราะพระองค์ทำให้คนทั้งห้องเครื่องแตกตื่นที่เห็นฮ่องเต้เข้าไปที่ห้องเครื่อง เพื่อทำอาหารให้ฮองเฮา ด้วยเหตุนี้จึงทำให้หวงกุ้ยเฟยมาที่นี่ด้วย”
จวินเฉียนหลงพยักหน้า “พูดถึงหวงกุ้ยเฟยนางสามารถเข้าตำหนักของข้าได้ตามใจชอบ บ่งบอกได้ว่าภายในตำหนักแห่งนี้มีคนของตระกูลหลี่แฝงตัวอยู่ไม่น้อย”
จากนั้นจวินเฉียนหลงก็มองไป๋อี้หลิงก่อนจะยิ้มเ้าเล่ห์ออกมา “เื่นี้คงต้องลำบากฮองเฮาแล้ว”
“เช่นนั้น พระองค์คงต้องร่วมเล่นละครสักฉากกับข้าแล้วล่ะพ่ะย่ะค่ะ”
จวินเฉียนหลงเพียงยิ้มรับบาง ๆ ตอนนี้เขารู้สึกชอบใจในความฉลาดของไป๋อี้หลิงเข้าแล้ว
หลายวันผ่านไป มีข่าวแพร่สะพัดออกไปว่าฮ่องเต้นั้นหมกตัวอยู่กับฮองเฮาไม่ได้ไปเยี่ยมเยียนตำหนักของสนมคนไหนเลย ทำให้ตอนนี้มีคนคนหนึ่งกำลังดิ้นพล่าน จนแทบทนไม่ไหว นางอยากจะฆ่าไป๋อี้หลิงให้ตายเสียตอนนี้
"ไป๋อี้หลิง เ้าจะต้องเล่นคุณไสยใส่ฝ่าาเป็แน่! มิเช่นนั้นบุรุษเยี่ยงฝ่าาจะลุ่มหลงบุรุษเยี่ยงเ้าได้อย่างไร? " น้ำเสียงอันเคียดแค้นของหลี่เว่ยอิงดังก้องไปทั่วตำหนักของนาง ดวงตาฉายความอาคาดแค้นออกมาอย่างเปิดเผย
“หวังโมโม่ เื่ที่ข้าให้เ้าไปจัดการเรียบร้อยดีหรือไม่ ? ”
“เรียบร้อยแล้วเพคะหวงกุ้ยเฟย”
“หึ ดี คราวนี้แหละ ตำแหน่งฮองเฮาต้องเป็ของข้า และไป๋อี้หลิงมันจะต้องตาย”
อีกด้านหนึ่ง
ฟู่ !
จวินเฉียนหลงพ่นเืออกมาเต็มเตียง หลังจากที่ทานยาไปได้ไม่นาน
“ฮองเฮา!” ไป๋อี้หลิงรีบประคองจวินเฉียนหลงไว้ในอ้อมแขน ก่อนจะะโออกมาเสียงดังลั่น
“ทหาร !จับตัวทุกคนในตำหนักนี้เอาไว้! แล้วรีบไปตามหมอหลวงมา! อย่าให้คนหนีไปได้แม้แต่คนเดียว!”
“พ่ะย่ะค่ะ” องครักษ์เงาตอบรับทันที
หลังจากนั้นความโกลาหลก็เกิดขึ้น เสียงฝีเท้าดังขึ้นตามทางเดิน องครักษ์เงาเข้าไปจับตัวเหล่านางกำนัลและขันทีทั้งหมดในตำหนัก
ท่ามกลางความวุ่นวายที่เกิดขึ้นไป๋อี้หลิงค่อย ๆ หันกลับมามองจวินเฉียนหลงที่นอนอยู่บนเตียง
“ฮองเฮาเ้าต้องอดทนเอาไว้นะ” ไป๋อี้หลิงกอดจวินเฉียนหลงไว้ในอ้อมกอด ใบหน้าอันดุร้ายฉายออกมา จนทำให้บรรยากาศรอบ ๆ น่าอึดอัดขึ้นมา
จวินเฉียนหลงในร่างของไป๋อี้หลิงพูดอย่างอ่อนแรง “ฝ่าา…”
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าของหมอหลวงก็ดังเข้ามาใกล้ หมอหลวงรีบเข้ามานั่งลงข้างเตียง ตรวจดูอาการของจวินเฉียนหลงในร่างของไป๋อี้หลิงอย่างเร่งด่วน
ขณะเดียวกันไป๋อี้หลิงก็ยืนขึ้น ดวงตาจับจ้องไปที่เหล่าขันทีและนางกำนัลคุกเข่าเรียงรายด้วยความหวาดกลัว
“ใครกันที่บังอาจวางยาพิษในตำหนักของข้า ? !”
ไป๋อี้หลิงะโถามด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด “ดีจริง ๆ ! กล้าทำแต่ไม่กล้ารับ ทหารพาตัวพวกมันไปปะา” สิ้นคำพูดนี้เสียงร้องไห้ระงมก็ดังขึ้น
จวินเฉียนหลงที่นอนอยู่บนเตียงแสร้งทำเป็หมดแรง แอบสังเกตท่าทางของไป๋อี้หลิงที่อยู่ในร่างของเขา พลางเอ่ยชมในใจ
‘เด็ดขาดสมกับที่เป็ฮองเฮาของข้า’
ไป๋อี้หลิงหันกลับมามองจวินเฉียนหลง ดวงตาส่องประกายเ้าเล่ห์เล็กน้อย
จังหวะนั้นหมอหลวงยกมือขึ้นหลังจากตรวจสอบอาการเรียบร้อย “ฝ่าา กระหม่อมตรวจพบว่า…ฮองเฮาถูกพิษที่มีผลต่อระบบไหลเวียนเื ทำให้เืไหลเวียนไม่สะดวก โชคดีที่พิษไม่ร้ายแรง ตอนนี้ฮองเฮากระอักเืออกมาแล้วอีกสักพักคงจะดีขึ้น กระหม่อมจะสั่งยาบำรุงเืให้พ่ะย่ะค่ะ”
ไป๋อี้หลิงพยักหน้ารับ “เ้ากลับไปได้แล้ว”
เมื่อหมอหลวงเดินจากไป ไป๋อี้หลิงก็หันไปออกคำสั่งกับขันทีคนสนิท
“หวงกงกง ั้แ่นี้ไปขันทีและนางกำนัลที่จะเข้ามาในตำหนักข้า เ้าต้องตรวจทานให้เข้มงวดมากกว่านี้ เ้าช่วยจัดการเื่นี้ให้ข้าที”
“พ่ะย่ะค่ะ” หวงกงกงตอบรับ ก่อนจะจากไป
เมื่อทั้งสองได้อยู่ด้วยกันสองคน ทั้งคู่มองหน้ากันแล้วยิ้มออกมา “ฝ่าาการแสดงของพระองค์ไม่แพ้เหล่าสนมของพระองค์เลยนะพ่ะย่ะค่ะ”
“นี่เ้าเอ่ยชมหรือตำหนิข้ากันแน่ เ้าเองก็แสดงเป็ฮ่องเต้ที่เหี้ยมโหดได้สมจริงไม่น้อย แม้แต่ข้ายังคิดว่าเ้าเป็ตัวข้าเอง”
ไป๋อี้หลิงเพียงยิ้มบางๆ และส่ายหัวเล็กน้อย “ฝ่าาชมข้าเกินไปแล้ว”
จวินเฉียนหลงส่ายหน้าด้วยรอยยิ้ม “ฮองเฮา เ้าช่วยอาบน้ำให้ข้าได้หรือไม่ เืเปื้อนเสื้อผ้าข้าหมดแล้ว?”
ไป๋อี้หลิงชะงักไปเล็กน้อยเมื่อได้ฟังคำพูดนี้
“นี้เป็ร่างกายของเ้า ดวงตาเ้ามองร่างกายตัวเอง เ้าคงไม่เขินอายหรอกกระมัง? ” จวินเฉียนหลงพูดด้วยรอยยิ้มมุมปาก
“พ่ะย่ะค่ะ” ไป่อี้หลิงตอบรับอย่างช่วยไม่ได้
โปรดติดตามตอนต่อไป.......