หญิงสาวผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้ มองหาร่างสูงโปร่งของสามีในชาติก่อนด้วยแววตาเจิดจ้าเป็ประกาย ฟู่หนานซีเป็เ้าของใบหน้าหล่อเหลาโดดเด่น ดวงตาคมลึกวาววาม แต่งกายภูมิฐานบุคลิกน่าเลื่อมใส มองปราดเดียวก็ตัดสินได้ว่าเขาเป็คุณชายชาติตระกูลสูง ข้างกายของเขาเป็สหายรักของนางหรั่นเซียงหยูผู้เป็เ้าของเรือนร่างสะโอดสะองเย้ายวนตา
ยามเมื่อเห็นคนทั้งคู่พูดคุยหัวเราะต่อกระซิกเดินใกล้เข้ามาทุกที แววตาของหลี่จื่ออิงก็หม่นลงเล็กน้อย
คืนเข้าหอวันแรกของนางกับฟู่หนานซี หลี่หยวนตงบิดาของนางก็ถูกควบคุมตัวไปสอบสวนในคดีวางยาพิษมุ่งร้ายต่อราชทูตต่างแคว้น สามียังไม่ทันได้เข้ามาเปิดผ้าคลุมหน้าเ้าสาวในห้องหอก็ต้องรีบไปสืบความเื่ของพ่อตาไม่ได้กลับมาทั้งคืน
เช้าวันต่อมาเสิ่นฮูหยินมารดาสามีก็ดุด่าว่ากล่าวนางอย่างรุนแรง ด้วยเกรงว่าความผิดใหญ่หลวงของแม่ทัพหลี่หยวนตงจะทำให้ฟู่หนานซีเดือดร้อนไปด้วย คดียังไม่ทันได้เบิกความเสิ่นฮูหยินก็ตั้งท่าจะให้นางหย่าขาดกับบุตรชายทั้งที่เพิ่งแต่งงานได้เพียงหนึ่งวันเท่านั้น
โชคยังดีที่ฟู่หนานซีไม่ยินยอมและขัดขวางการกระทำของมารดาอย่างหนัก แต่หลังจากนั้นนางก็ล้มป่วยจนไม่อาจร่วมหอกับเขาได้ และยังครองตัวเป็หญิงบริสุทธิ์มาจนวาระสุดท้ายของชีวิต
เสิ่นฮูหยิน้าหาอนุมาให้บุตรชายเพราะเห็นว่านางล้มป่วยไม่อาจร่วมหอ ฟู่หนานซีคุกเข่าลงข้างเตียงพร่ำบอกถึงความรักที่มีต่อนางเพียงผู้เดียวแต่เขาจำต้องทำตามคำขอของผู้าุโ นางจึงเสนอให้สามีรับเอาหรั่นเซียงหยูมาเป็อนุ อย่างน้อยนางก็รู้ว่าคนทั้งคู่หวังดีกับนางอย่างจริงใจ
สามีและสหายรักช่วยกันดูแลเช็ดเนื้อเช็ดตัวป้อนยาให้นาง และยังช่วยให้นางหลุดพ้นจากการทำร้ายของเสิ่นฮูหยินได้หลายครั้ง
ต่อให้ซาบซึ้งใจแค่ไหนแต่เมื่อเห็นพวกเขาสองคนเดินมาด้วยกันนางก็ยังอดอิจฉาคนทั้งคู่ไม่ได้อยู่ดี
ดวงตาของหลี่จื่ออิงจับจ้องใบหน้าของฟู่หนานซีอยู่ตลอดเวลา ชาติก่อนนางล้มป่วยหมดโอกาสจะใช้ชีวิตคู่กับเขาเยี่ยงสามีภรรยา ชาตินี้นางยังแข็งแรงอยู่ ยังเดินได้ หญิงสาวคิดพลางก็ก้าวเท้าออกไปอย่างลืมตัว
“เราสองคนมาช้าไปหน่อย รอนานหรือไม่อิงเอ๋อร์” เสียงหวานของหรั่นเซียงหยูดังขึ้นมาพร้อมกับร่างหอมกรุ่นเดินเข้ามาแทรกกลาง
หรั่นเซียงหยูคว้ามือของสหายมากุมไว้ สายตาพลันสำรวจไปทั่วร่างของอีกฝ่าย ปกติหลี่จื่ออิงจะสวมชุดสีเขียว นางไม่เข้าใจว่าอยู่ดีๆ ทำไมวันนี้สหายจึงได้เปลี่ยนมาสวมชุดสีฟ้าสดใสขับเน้นให้ผิวกายนวลเนียนดูน่ามองยิ่งกว่าเดิม
ดูเอาเถิดเวลานี้คุณชายฟู่ก็คงสังเกตเห็นแล้วเข่นกัน!!
“วันนี้เ้าดูแปลกตาไปนะอิงเอ๋อร์” ฟู่หนานซีมองขึ้นลงสำรวจร่างกายของหญิงสาวอย่างน่าละอาย
หลี่จื่ออิงจำได้ดีว่าฟู่หนานซีก็มักจะแสดงกิริยาเช่นนี้กับนางประจำ ชาติก่อนนางรู้สึกขัดเขินแต่กลับพึงพอใจปล่อยให้เขาใช้วาจาจาบจ้วงล่วงเกินอยู่บ่อยครั้ง
ชีวิตก่อนของนาง ก็ได้เห็นสามีรักใช้คำพูดและสายตาเช่นนี้กับอนุหรั่นยามที่ทั้งคู่มาอยู่เป็เพื่อนนางข้างเตียงเช่นกัน แต่หรั่นเซียงหยูเป็อนุที่นางเต็มใจยอมรับเข้ามาเอง เจ็บช้ำหึงหวงเพียงใดนางก็ได้แต่กล้ำกลืนฝืนทนเพราะชีวิตนางก็มีเพียงคนทั้งคู่เท่านั้นที่คอยดูแลเอาใจใส่
แต่วันนี้ได้เห็นฟู่หนานซีใช้คำพูดกับสายตาเช่นนี้กับตนอีกครั้ง นางกลับรู้สึกไม่ได้ยินดีเหมือนชาติก่อน สายตาของเขาออกจะน่ารังเกียจอยู่เล็กน้อยด้วยซ้ำไป
ความรู้สึกหลงใหลรักใคร่ฟู่หนานซีพลันเลือนหายไปกับสายลม ชาตินี้ต่อให้นางกับเขาได้ครองคู่กันอีก ก็ไม่พ้นว่าแม่สามีย่อมอยากได้อนุมาเติมเรือนหลังให้เต็มดังเดิม นางปลงได้แล้ว
ฟู่หนานซียิ่งมองก็ยิ่งเห็นว่าหญิงสาวเปลี่ยนไป แต่ไม่ได้เปลี่ยนไปในทางที่เลวร้ายเลยสักนิด เรือนผมที่ใช้ปิ่นเพียงชิ้นเดียวปักอยู่ กลับทำให้ดวงหน้างามเด่นชัดน่ามองมากกว่าตอนที่นางปักปิ่นทองห้อยระย้าไว้บนศีรษะนับสิบอันเสียอีก
“เป็เพราะข้าอยากเปลี่ยนแปลงตัวเองบ้างกระมังเ้าคะ ท่านว่าแบบนี้ดูดีกว่าเมื่อก่อนหรือไม่” หญิงสาวย้อนถาม
ชายหนุ่มชะงัก คิดอยากจะตอบไปว่าเวลานางงามที่สุดแล้ว ใบหน้าขาวนวลไร้แป้งหนาเตอะ อาภรณ์เรียบง่ายที่พลิ้วไหวไปกับสายลมพาให้ร่างงามคล้ายกับเทพธิดาที่บริสุทธิ์ไร้มลทินล่องลอยอยู่ในอากาศ
แต่เขาจะตอบเช่นนั้นไม่ได้ หลี่จื่ออิงจะงดงามโดดเด่นเป็เป้าสายตาผู้ใดไม่ได้เป็อันขาด!
“ข้าว่าออกจะจืดชืดเกินไปสักหน่อยนะ เ้าไม่ได้ทาแป้งเติมปาก อาภรณ์ก็เรียบเกินไปไม่มีสง่าราศี ข้าเคยบอกแล้วอย่างไรว่าให้เ้าใส่สีเขียวเข้ม นั่นต่างหากจึงจะเหมาะกับเ้า อีกอย่างเ้าไม่สวมเครื่องประดับ? ไม่กลัวว่าจะถูกผู้อื่นดูแคลนเอาหรอกหรือ เ้าเป็ถึงบุตรสาวเพียงคนเดียวของท่านแม่ทัพใหญ่เชียวนะ”
หลี่จื่ออิงรู้สึกเย็นเยียบไปทั่วร่าง นอกจากหรั่นเซียงหยูแล้วภายหลังสามีของนางยังรับอนุเข้ามาเพิ่มอีกสามคน แต่ละคนไม่มีผู้ใดสวมใส่ชุดลายพร้อยสีเข้มทึนทึกเหมือนนางสักคน แต่เขาก็รักใคร่สตรีเ่าั้ดีไม่ใช่หรือ
ช่างเถิด!! เขาจะชอบหรือไม่ก็เื่ของเขา เขาจะพึงใจสตรีแบบใดก็เื่ของเขา นางทำใจได้มานานแล้ว ชาตินี้เป้าหมายของนางมีเพียงเื่ของบิดากับหวังว่าตนจะไม่ต้องล้มป่วยยาวนานถึงสามปีจนกระทั่งจากไปก็พอ
“พวกเรามาทางนี้กันดีกว่า จวนสกุลหลี่นี่ช่างใช้ชีวิตได้ดีนัก เช้าตรู่เช่นนี้แม่แต่ขนมก็ยังเตรียมออกมาได้หลายอย่างเลยทีเดียว” หรั่นเซียงหยูตาโตขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นของว่างมากมายวางอยู่ในศาลารับลม
“เอ๋..มีขนมอบที่คุณชายฟู่ชอบด้วยนี่ อิงเอ๋อร์ช่างเอาใจใส่ยิ่งนัก นี่ข้ารู้สึกอิจฉาเ้าทั้งสองคนแล้วสิ” หรั่นเซียงหยูยื่นจานขนมส่งให้ฟู่หนานซีพร้อมกับหันมากล่าวชมสหายรัก
“ขนมอบจวนแม่ทัพหลี่ไม่เคยทำให้ข้าผิดหวังจริงๆ” ฟู่หนานซีหยิบขนมในจานขึ้นมากินชิ้นแล้วชิ้นเล่า ผลัดกันกินผลัดกันชมกับหรั่นเซียงหยูละเลยเ้าของเรือนอย่างหลี่จื่ออิงไปโดยสิ้นเชิง ทำให้หญิงสาวยิ่งรู้สึกเศร้าสร้อยไปมากกว่าเดิม
“จริงสิอิงเอ๋อร์ แล้วเถียนอี่ถงอยู่ที่ใดเล่า? ไม่มีนางแล้วผู้ใดจะมาคอยปอกผลไม้ให้พวกเรา” หรั่นเซียงหยูชะเง้อมองไปรอบๆ แต่กลับไม่เห็นเถียนอี่ถง
“หรือนางเข้าไปช่วยบิดาของนางอยู่ในครัว? คงเป็เช่นนั้นสินะ บิดานางเป็พ่อครัวประจำจวนแม่ทัพหลี่นี่นา” หรั่นเซียงหยูหยิบขนมใส่ปากพลางหัวเราะคิกคักล้อเลียน
นางกับเถียนอี่ถงหากเปรียบเทียบกันแล้วบิดาของทั้งสองฝ่ายก็มีฐานะทัดเทียมกัน เพียงแต่หรั่นเซียงหยูเป็บุตรสาวที่เกิดจากอนุภรรยา ส่วนเถียนอี่ถงเป็บุตรสาวภรรยาเอก ฐานะทางสังคมภายนอกนางไม่อาจเอาชนะเถียนอี่ถงได้ มีเพียงยามที่อยู่ในจวนสกุลหลี่เท่านั้น หรั่นเซียงหยูจึงจะรู้สึกว่านางสามารถอยู่เหนืออีกฝ่ายได้
หลี่จื่ออิงมองสหายชายหญิงดื่มกินของว่างในศาลารับลมจวนสกุลหลี่ด้วยใบหน้าสงบนิ่ง นางไม่จำเป็ต้องเอ่ยปากเชื้อเชิญ หรั่นเซียงหยูก็เดินหยิบนั่นหยิบนี่ได้ตามใจชอบราวกับว่านางเป็คุณหนูในจวนคนหนึ่ง ซ้ำยังจัดแจงแบ่งปันอาหารเอาอกเอาใจฟู่หนานซีแทนนาง เื่เช่นนี้เหตุใดชาติก่อนนางจึงไม่เคยสังเกตเห็น!
“ระยะนี้ข้ายังไม่อยากพบหน้าอี่ถง เ้าอย่าเพิ่งกล่าวถึงนางเลยเซียงหยู”
“ไม่ให้นางมาเข้าร่วมกับพวกเรา แล้ววันนี้จะมีอะไรสนุกๆ ให้ทำกันเล่า? เช่นนั้นก็เรียกพี่ชายเ้ามาแทนดีหรือไม่ เ้าจะได้อารมณ์ดี” ฟู่หนานซีเปิดเผยใบหน้าอ่อนโยนตามแบบฉบับของผู้ใสซื่อบริสุทธิ์ แต่วาจากลับยอกย้อนชั่วร้าย
“ข้าส่งคนไปเชิญเขามาแล้วล่ะ วันนี้พวกเราควรแสดงความยินดีกับเขาจึงจะถูก พี่ชายข้าผ่านการทดสอบแล้วคุณชายฟู่ก็คงจะทราบดี”
“แสดงความยินดีอย่างนั้นหรือ? เ้าคงเตรียมเื่สนุกไว้ให้พวกเราดูชมแล้วล่ะสิอิงเอ๋อร์ บอกข้ามาก่อนเร็วเข้า!!” หรั่นเซียงหยูหัวเราะร่วน รอชมเื่สนุกที่จะเกิดขึ้นในอีกไม่ช้า
หลี่จื่ออิงก้มหน้าแววตาฉายแววเด็ดเดี่ยวจริงจัง นางเข้าใจดีว่าพวกนางรังแกหลินสวินกันมาั้แ่เด็กจนมองว่าเป็เื่ปกติ แต่ยามนี้นางรู้แล้วว่าพี่ชายไม่เคยคิดร้ายต่อคนสกุลหลี่รวมทั้งตัวนางด้วย เขาควรได้รับเกียรติจากนางรวมทั้งสหายทั้งสองคนที่นางรัก