หวนคืนอีกครา พลิกชะตาแห่งคำทำนายเลือด (จบ)

    เล่มที่ 2 บทที่ 48 ตอน เงา

            เมื่ออวิ๋นจื่อตื่นขึ้นดวงอาทิตย์ก็ลอยสูงแล้ว

            หงจินกระซิบว่าคุณชายมู่กำลังรออยู่ด้านนอก 

            อวิ๋นจื่อรีบลุกจากเตียงทันที

            โดยปกติแล้วหากไม่ส่งข่าวบอกมู่ชิงซ่งก่อนอวิ๋นจื่อจะไม่สามารถพบเขาได้เพราะตอนนี้เขามีครอบครัวแล้ว มีเพียงสองเหตุผลเท่านั้นที่เขาจะมาที่นี่ด้วยตนเอง

            เหตุผลแรกคือชิงเกอถูกฆ่าตาย

            เหตุผลที่สองคือประมุขตระกูลมู่กลับมาแล้ว

            ไม่ว่าจะเหตุผลใดก็ล้วนเป็นเรื่องดีสำหรับนางแน่นอน

            จู่ๆความคิดของอวิ๋นจื่อก็เปลี่ยนไปนางเริ่มคิดว่านานแค่ไหนแล้วที่เย่เช่อไม่ได้มาหานาง

            นางไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

            หรือตอนพบกันครั้งล่าสุดเขาไม่พอใจในท่าทีของนาง?

            อวิ๋นจื่อรู้สึกโกรธเล็กน้อย

            เย่เช่อผู้นี้เห็นได้ชัดว่าไม่ได้คิดจริงจังกับนางเลย!

            อารมณ์ของอวิ๋นจื่อเริ่มขุ่นมัวอีกครั้ง

            แม้แต่มู่ชิงซ่งก็ยังสังเกตเห็นสีหน้าของอวิ๋นจื่อ 

            “เกิดอะไรขึ้น?”

            อวิ๋นจื่อปฏิเสธอย่างเหนียมอายว่า“ไม่มีอะไร” แล้วนางก็รีบเสริมว่า “ว่าแต่ท่านประมุขกลับมาแล้วหรือ?”

            มู่ชิงซ่งพยักหน้า “ใช่นางจะมาหาเจ้าแน่นอน เจ้าไม่ต้องกังวล นอกจากนี้แม้ว่าเรื่องของชิงเกอจะได้รับการสะสางแล้ว เจ้าก็ต้องระวังตัวให้ดี”

            อวิ๋นจื่อยิ้มอย่างอ่อนโยน“ขอบคุณคุณชายมู่ที่เตือน ข้าจะจดจำไว้” นางกล่าวต่อด้วยสีหน้าอ่อนล้าว่า“ข้าคงไม่เหลือจุดอ่อนใดอีกแล้ว”

            มู่ชิงซ่งรู้สึกปวดใจ เขากล่าวด้วยความสงสารว่า“อย่าพูดแบบนั้น เจ้ายังมีตระกูลมู่อยู่เคียงข้างช่วงนี้ให้เก็บตัวก่อนอย่าออกไปข้างนอก หยงโจวในช่วงเวลานี้ไม่สงบนัก”

            อวิ๋นจื่อพยักหน้า“ข้าเข้าใจแล้ว ข้าจะหลีกเลี่ยงการออกไปข้างนอกและรอท่านประมุขอยู่ในศาลาฉีอวิ๋น”

            มู่ชิงซ่งกำชับอีกครั้งก่อนจะจากไปอย่างรวดเร็ว 

            หญิงสาวที่สดใสและมีเสน่ห์เช่นนี้เขาย่อมอยากอยู่กับนางไปชั่วชีวิต

            อย่างไรก็ตามเขาไม่มีโอกาสนั้นแล้ว 

            หลังจากที่อวิ๋นจื่อส่งมู่ชิงซ่งกลับไปหัวใจของนางก็รู้สึกว่างเปล่ามากขึ้นเรื่อยๆ

            ในเวลาเพียงสิบห้าปีคนสำคัญของนางล้วนจากไปจนหมดสิ้น 

            นอกจากเสด็จพ่อเสด็จแม่แล้วจินเหนียงก็ยังด่วนจากไปอีกคน ในตอนนี้แม้แต่คนที่ไว้ใจได้สักคนก็ไม่มีแล้ว เวลาผ่านไปไวเหมือนสายลมมันผ่านไปเร็วจนไม่ทิ้งอะไรไว้เบื้องหลัง

            ท้ายที่สุดแล้วหากคำทำนายเป็นจริงใครจะร่วมยินดีกับนาง? 

            ค่ำคืนกำลังคืบคลานเข้ามาอย่างช้าๆอวิ๋นจื่อหลับไปพร้อมกับความกังวล

            อวิ๋นจื่อนอนหลับง่ายเป็นทุนเดิมอยู่แล้วแต่วันนี้เพราะความกังวลที่อยู่ในใจได้ถูกลบล้างออกไปบางส่วน นางจึงนอนหลับได้สนิทกว่าเดิม

            จู่ๆก็มีลมพัดม่านเตียงให้สั่นไหวอย่างแผ่วเบา 

            อวิ๋นจื่อตกใจมาก

            นางลุกขึ้นเงียบๆและเห็นเงาดำลอดผ่านช่องว่างในม่านเตียงเข้ามาอย่างช้าๆเมื่อมองดูรูปร่างของอีกฝ่าย เห็นได้ชัดว่านี่คือหญิงสาวคนหนึ่ง 

            อวิ๋นจื่อกลัวมาก

            นางเป็นคนที่ทะนุถนอมชีวิตของตัวเองเสมอมาดังนั้นนางจึงขยับตัวเข้าไปด้านในของเตียงด้วยความหวาดหวั่น 

            ทันใดนั้นม่านเตียงก็ถูกเปิด

            ภายใต้แสงนวลของดวงจันทร์นางมองเห็นคมดาบที่ส่องประกายอย่างชัดเจน

            สตรีก็ใช้ดาบได้ด้วยหรือ? 

            หากดูจากลักษณะท่าทางแล้วอีกฝ่ายย่อมเป็นมือสังหารผู้ช่ำชองอย่างแน่นอน 

            ‘ข้ามีศัตรูที่น่ากลัวแบบนี้ตั้งแต่เมื่อใด?’

            ในขณะที่อวิ๋นจื่อกำลังมึนงงปลายดาบก็จ่ออยู่ที่ลำคอของนางแล้ว

            อวิ๋นจื่อตื่นตระหนกกับกลิ่นอายอันเย็นชาของคมดาบ

            “เจ้า...เจ้าเป็นใครเจ้าเข้ามาได้อย่างไร?” อวิ๋นจื่อถามด้วยความหวาดกลัว

            เสียงเย้ยหยันที่ตอบกลับมานั้นเป็นเสียงของคนที่อวิ๋นจื่อเกลียดชังมาตลอด 

            “เจ้ายังไม่ตายหรือ?ช่างบังเอิญจริงๆ ข้าก็ยังมีชีวิตอยู่เช่นกัน!”

            ที่น่าแปลกใจคือคนคนนี้กลับเป็นโจวยี่

            อวิ๋นจื่อมองไปที่ร่างของหญิงสาวในชุดดำด้วยสีหน้าเย็นชาเมื่อรู้ตัวตนของฝ่ายตรงข้ามแล้วความกลัวที่อยู่ในใจของอวิ๋นจื่อก็ถูกลบล้างออกไปโดยไม่ทราบสาเหตุ

            บางทีหลังจากผ่านเรื่องราวอันแสนสาหัสมามากมายสภาพจิตใจของนางก็ดูเหมือนจะเปลี่ยนไปเช่นกัน

            “เจ้าจะฆ่าข้าหรือ?”อวิ๋นจื่อถามเบาๆ 

            โจวยี่ดูเหมือนจะเต็มไปด้วยความเคียดแค้นนางกล่าวอย่างเย็นชาว่า “ใช่ เจ้าไม่กลัวหรือ? เจ้ารู้หรือไม่ว่าข้าจำเจ้าได้อย่างไร?”

            อวิ๋นจื่อไม่สนใจและกล่าวว่า“ต้องรบกวนให้โจวกุ้ยเฟยผู้สูงศักดิ์ชี้แนะด้วย”

            โจวยี่เผยรอยยิ้มเหยียดหยัน“คนของข้าติดตามเจ้ามาตลอดทางจนถึงหยงโจว ข้าจึงรู้ว่าเจ้าทำอะไรและซ่อนตัวอยู่ที่ไหน”

            อวิ๋นจื่อสัมผัสได้ถึงความสิ้นหวังที่เอ่อล้นขึ้นมาในใจแต่นางก็ยังกล่าวด้วยท่าทางสบายๆ ว่า “แล้วเหตุใดเจ้าไม่ฆ่าข้าตั้งแต่ตอนนั้น?”

            ดวงตาของโจวยี่มืดลงเล็กน้อยโชคดีที่เป็นเวลากลางคืน อวิ๋นจื่อจึงมองเห็นใบหน้าของนางไม่ชัดเจน

            นางยิ้มอย่างเย็นชาและกล่าวว่า“เจ้าคิดว่าด้วยความสามารถของเจ้าเจ้าจะสามารถหลบหนีจากอวิ๋นเมิ่งภายใต้จมูกของข้าได้หรือ?”

            อวิ๋นจื่อตอบกลับว่า“ไม่ใช่ว่าข้าหนีมาแล้วหรือ?”

            โจวยี่โกรธมาก “หากไม่ใช่เพราะข้าเคยให้สัญญากับอวิ๋นเซียวว่าตราบใดที่ข้ายังมีชีวิตอยู่และถึงแม้ข้าจะตายไปคนของข้าก็จะไม่แตะต้องเจ้าแม้แต่ปลายนิ้ว ป่านนี้เจ้าคงตายไปเป็นสิบรอบแล้ว”

            อวิ๋นเซียว?

            อวิ๋นจื่อตกตะลึงไปครู่หนึ่งก่อนจะถามว่า“เจ้าหมายถึงเสด็จอาหรือ?”

            อีกฝ่ายกลอกตา “แล้วเจ้าคิดว่าเป็นใครกัน? เจ้ารู้หรือไม่ข้าต้องใช้ความพยายามมากเพียงใดกว่าจะสังหารเสด็จพ่อของเจ้าได้?”

            สตรีคนนี้น่าจะเป็นหนึ่งในคนที่หลงเสน่ห์เสด็จอาของนาง

            อวิ๋นจื่อยิ้ม“โจวยี่เจ้าควรไปได้แล้ว ข้าไม่ได้อยู่ลำพังที่นี่”

            โจวยี่กล่าวอย่างเฉยเมย“กลัวอะไร! ในฐานะศิษย์ของสำนักชิงซาน เจ้าคิดว่าข้าจะกลัวสุนัขไม่กี่ตัวที่ถูกเลี้ยงดูโดยคหบดีหรือ?”

            อวิ๋นจื่อโพล่งออกมาด้วยความตกใจ“เจ้ามาจากสำนักชิงซานหรือ?ไม่แปลกใจเลยที่เจ้าชอบเสด็จอาของข้า”

            โจวยี่ไม่สนใจ นางกล่าวอย่างเย็นชาว่า“ข้าย่อมจากไปแน่ แต่ในอนาคตหากเจ้าทำสิ่งที่เจ้าปรารถนาได้สำเร็จ เจ้าต้องปล่อยคนตระกูลโจวไป”

            เมื่อรู้ว่าสตรีที่อยู่ตรงหน้าไม่คิดจะฆ่านางตั้งแต่แรกอวิ๋นจื่อก็ไม่มีความหวาดกลัวอีกต่อไปนางลุกขึ้นยืนและกระชากเสียงทันที “โจวกุ้ยเฟยเจ้าควรไปเดี๋ยวนี้!”

            ‘เหตุใดเจ้าถึงคิดว่าหลังจากเรื่องราวทั้งหมดข้าจะยังปล่อยให้คนตระกูลโจวเสวยสุขต่อไปได้ ข้าจะไม่มีวันไว้ชีวิตใครก็ตามที่เกี่ยวข้องกับหนี้เลือดในครั้งนี้รวมถึงเจ้าด้วยโจวยี่’

            เหตุการณ์ของชิงเกอทำให้อวิ๋นจื่อเข้าใจว่าบางครั้งแม้นางจะไม่ยั่วยุผู้อื่น นางก็ยังไม่สามารถหลีกเลี่ยงปัญหาได้อยู่ดี

            นางคือองค์หญิงใหญ่แห่งตำหนักเหวินฮวา

            นางมีสายเลือดตระกูลอวิ๋น

            ดังนั้นนางจะไม่มีวันใจอ่อนเป็นอันขาด

            ในขณะนั้นก็มีเสียงฝีเท้าดังมาจากด้านนอก 

            โจวยี่จึงจากไปอย่างรวดเร็ว

            อวิ๋นจื่อเห็นหงจินเดินเข้ามาด้วยสภาพงัวเงีย 

            เมื่อหงจินถามว่าเกิดอะไรขึ้นอวิ๋นจื่อก็ส่ายหน้าเบาๆ และกล่าวเพียงว่า “เรียกคนจากตระกูลมู่ที่อยู่ด้านนอกมาพบข้า”

    คล้ายกับเรื่องหวนคืนอีกครา พลิกชะตาแห่งคำทำนายเลือด (จบ) ที่คุณอ่าน

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    955K 747
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577