พอเก้าโมงหวงไป๋หลานก็ลุกจากเตียงไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า จินฉินหยูเห็นลูกสาวลุกแล้วจึงลุกตามไปเช่นกัน หวงไป๋หลานเอาเสื้อผ้ายัดใส่กระเป๋าทั้งของเธอและของแม่ เธอไม่ได้เอาไปมากมาย เอาแค่เพียงคนละสองชุดเท่านั้น จินฉินหยูเห็นลูกสาวถือกระเป๋าก็ไม่ได้ถามอะไร เธอเพียงเดินตามลูกออกไปเท่านั้น ดีที่คนพวกนั้นไปแปลงนาแล้ว ไม่อย่างนั้นพวกเธอคงออกจากบ้านไม่ได้
พอถึงโรงเรียนหวงไป๋หลานก็พาแม่เดินไปที่บ้านพักอาจารย์ใหญ่ เธอะโเรียกอาจารย์ใหญ่ไม่นานท่านก็มาเปิดประตูให้และเรียกเธอกับแม่เข้าไป
“สวัสดีอาจารย์กับอาจารย์หญิงค่ะ วันนี้หนูมารบกวนแล้ว”
“สวัสดี มารับจดหมายแนะนำตัวหรือเปล่าไป๋หลาน” อาจารย์ใหญ่คิดว่าเธอมารับจดหมายแนะนำตัวที่ต้องใช้อ้างอิงตอนลงทะเบียนเรียนที่โรงเรียนในอำเภอ
“ใช่ค่ะอาจารย์ แล้วหนูก็มีเื่จะสอบถามอาจารย์ด้วย”
“อ้อ มีเื่อะไรก็ถามมาเถอะ ถ้าอาจารย์รู้อาจารย์จะบอก”
“หนูอยากรู้ว่าอาจารย์รู้จักหน่วยงานที่พ่อของหนูทำงานอยู่หรือเปล่าคะ หนูอยากไปเยี่ยมพ่อก่อนเข้าเรียน”
อาจารย์ใหญ่กับภรรยามองหน้ากันด้วยความงุนงง จากนั้นจึงเอ่ยปากถาม
“คุณฉินหยูไม่รู้เหรอครับ”
“ฉันไม่รู้ค่ะอาจารย์ใหญ่ พวกเขาไม่มีใครบอกอะไรฉันเลย ฉันเองก็ไม่กล้าถามเซ้าซี้”
“เฮ้อ เป็อย่างนี้เองสินะ ถึงว่าทำไมคุณกับลูกถึงได้ไม่ออกจากครอบครัวหวง”
“อาจารย์รู้อะไรมาเหรอคะ ถ้าอาจารย์สงสารหนูกับแม่ก็บอกพวกเราเถอะ”
“เอาล่ะ อาจารย์จะเล่าให้ฟังก็แล้วกัน ปีนั้นที่หวงอี้เหิงไปสมัครทหาร เพื่อนอาจารย์ไปรับตำแหน่งที่นั่นพอดี เขาส่งจดหมายมาถามอาจารย์ว่าสนิทกันหรือไม่เขาจะได้ช่วยเหลือ อาจารย์ที่ไม่ค่อยชอบครอบครัวหวงอยู่แล้วเลยบอกว่าไม่รู้จักกัน เพื่อนอาจารย์ก็เลยไม่ได้สนใจเื่นี้อีก จนสองปีต่อมา เพื่อนอาจารย์ส่งจดหมายมาถามอีกว่าครอบครัวหวงอี้เหิงไม่ไปร่วมงานแต่งงานของเขาเหรอ อาจารย์ถึงรู้ว่าเขาแต่งงานใหม่กับลูกสาวหัวหน้าหน่วยหนึ่ง ตอนนี้เท่าที่รู้คือเขามีลูกชายอายุ 9 ขวบ กับลูกสาวอายุ 8 ขวบ แล้วพวกเธอจะทำยังไงต่อไป”
หวงไป๋หลานกอดปลอบแม่ของเธอที่น้ำตาแตกั้แ่รู้ว่าผู้ชายสารเลวคนนั้นแอบแต่งงานใหม่ไปนานแล้ว พอฟังอาจารย์ใหญ่ถามเธอจึงหันกลับมาทันที
“หนูอยากพาแม่ออกจากครอบครัวหวงค่ะอาจารย์ แต่ยังไม่รู้จะทำยังไงเหมือนกัน แม่คะแม่ได้จดทะเบียนกับผู้ชายคนนั้นหรือเปล่า” เธอรีบถามเื่สำคัญที่เธอไม่เคยสนใจมาก่อน
“ปีนั้นครอบครัวแม่กลัวว่าแม่จะถูกขายออกจากครอบครัวหวง พวกเขาเลยบังคับให้หวงอี้เหิงพาแม่ไปจดทะเบียนพร้อมกับพวกเขาเป็พยาน ทำไมเหรอลูก”
“ถ้าอย่างนั้นเราก็ต้องฟ้องหย่าและเรียกค่าชดเชยค่ะแม่”
อาจารย์ใหญ่และภรรยาฟังมาถึงตรงนี้แล้วจึงได้กระซิบปรึกษากัน จากนั้นเขาเอ่ยว่า
“ถ้าพวกเธอไว้ใจเราสองคน ปล่อยเื่การฟ้องร้องให้เราจัดการดีไหม อาจารย์มีเพื่อนเป็ทนายในตัวจังหวัดที่เก่งพอตัว”
“จะไม่รบกวนอาจารย์มากไปหรือคะ” จินฉินหยูรีบท้วง
“ไม่หรอก เื่นี้พวกเราก็ผิดที่คิดว่าเธอกับลูกรู้เื่หวงอี้เหิงเลยไม่ได้บอก จนพวกเธอต้องทนทุกข์มานาน ถือว่าเราสองคนชดเชยให้พวกเธอแม่ลูกก็แล้วกันนะ”
“ขอบคุณมากค่ะอาจารย์ใหญ่ อาจารย์หญิง” หวงไป๋หลานรีบรับคำแทนแม่เธอ ถ้าช้าไปแม่เธอคงปฏิเสธอีกแน่ ในเมื่อตอนนี้มีคนช่วยแล้วก็ดีกว่าที่จะต้องดิ้นรนเอง อีกอย่างเธอไว้ใจอาจารย์ใหญ่คนนี้เช่นกันจากความทรงจำที่ผ่านมา
“เอาล่ะ ถ้าอย่างนั้นอาจารย์กับภรรยาจะรีบเข้าตัวจังหวัดวันนี้ อีกสองวันน่าจะกลับมา พวกเธอค่อยมาหาอาจารย์อีกครั้งนะ จะได้จัดการให้เสร็จ ส่วนจดหมายแนะนำเอาไว้จบเื่ครอบครัวหวงก่อนอาจารย์ค่อยให้ อาจารย์กลัวว่าคนพวกนั้นจะขโมยของไป๋หลานไปน่ะ ขนาดไม่มีจดหมายแนะนำคนพวกนั้นยังรังแกไป๋หลานจนเข้าโรงพยาบาลเสียหลายวัน”
“ได้ค่ะอาจารย์ ขอบคุณอาจารย์มากนะคะ วันนี้หนูก็จะให้แม่พาไปทำธุระที่ตัวอำเภอเหมือนกันค่ะ อีกสองวันหนูจะมาฟังข่าวดีจากอาจารย์นะคะ”
เมื่อตกลงกันแล้วสองคนแม่ลูกก็ขอตัวลาอาจารย์ใหญ่กับภรรยาเพื่อไปอำเภอทันที