บทที่ 15
ผลทหารม้า
ยามเช้าแสงอรุณส่องแสงสว่างไสวสาดส่องลงมาบริเวณด้านล่างหนึ่งรัตติกาลผ่านไปเช้าวันใหม่ปรากฏดวงอาทิตย์
บริเวณภายในป่าใกล้ใกล้เมืองชายแดนของอาณาจักรฉีร่างของจางิกำลังยืนอยู่บริเวณข้างข้างต้นไม้แล้วใช้ดวงตาทอดมองยาวไปบริเวณด้านหน้า
แน่นอนว่าเค้าอยู่ภายในป่าแห่งนี้มาทั้งราตรีทำการเฝ้าดูว่าจะมีเหตุการณ์อันใดเกิดขึ้นที่เมืองแห่งนี้หรือไม่
อันที่จริงแล้วเค้าก็สงสัยเช่นเดียวกันว่ามันจะมีเหตุการณ์เกิดขึ้นภายในสถานที่แห่งนี้จริงๆหรือ
เขากำลังสงสัยว่าคนจากดินแดนชิ่งจะหารกล้าพอที่จะบุกเข้ามาภายในดินแดนฉีจริงๆหรือ
การขัดแย้งของทั้งสองที่มันเริ่มขึ้นทำให้เขาเต็มไปด้วยความสงสัยอันที่จริงแล้วไม่ว่าดินแดนใดใดก็มีการขัดแย้งที่เกิดขึ้นทั้งสิ้นแต่ว่าพวกเขานั้นเลือกจะไม่เปิดากัน
เป็เพราะว่าการที่เปิดากันมันย่อมทำให้มีการสูญเสียมากมายกว่าที่คิดด้วย
เพราะแบบนั้นไม่ว่าดินแดนใดใดเมื่อเห็นว่าเป็เพียงปัญหาเล็กน้อยก็จะเลือกมองข้ามเพราะว่ามองถึงผลที่มันจะตามมาหลังจากนั้นเสียมากกว่า
แต่ในครั้งนี้เกี่ยวกับการขัดแย้งที่เกิดขึ้นเขาเลยรู้สึกสงสัยว่าาที่มันสงบมานับ 100 ปีมันจะเกิดขึ้นอีกครั้งจริงๆอย่างนั้นหรือ
ในขณะที่ภายในใจเต็มไปด้วยความสงสัยในยามเช้าของวันเขาให้หมาป่าโลหิตเข้าไปล่าพวกสัตว์อสูรภายในป่านี้
ภายในป่าแห่งนี้ก็มีสัตว์อสูรเช่นเดียวกันเพียงแต่สัตว์อสูรภายในป่าแห่งนี้พวกมันมีความแข็งแกร่งไม่มากนักแต่ก็ยังพอพัฒนาระดับของหมาป่าโลหิตเพิ่มขึ้นไปได้อีก
เพราะว่าไม่จำเป็จะต้องบังคับสัตว์อสูรปล่อยให้มันล่าสัตว์อสูรภายในป่าไปเรื่อยเรื่อยเค้าก็เลยมีเวลามายืนมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในตอนนี้
ในขณะที่กำลังยืนมองสิ่งที่เกิดขึ้นบริเวณด้านหน้าดูเหมือนว่าทางด้านอาณาจักรชิงจะยอมรับหลายหลายอย่างรวดเร็วกว่าที่คิด
เขาเองก็คาดไม่ถึงเช่นเดียวกันในยามเช้าที่ท้องนภานั้นดวงอาทิตย์ยังปรากฏเพียงแค่เลือนรางมองเห็นกองทัพที่มีจำนวนประมาณ500 ถึง 600คนเคลื่อนผลเข้ามาจากทางชายแดน
จางิที่กำลังยืนพิงต้นไม้อยู่เดทร่างกายของตนเองตรงขึ้นมาอย่างรวดเร็วเค้าพาร่างกายของตนเองลุกขึ้นมาอยู่ในท่ายืนตรงพร้อมกับใช้ดวงตามองสังเกตไปที่บริเวณด้านหน้า
คิ้วทั้งสองข้างคิ้วขมวดมุ่นพร้อมกับสังเกตไปในสิ่งที่ตนเองนั้นมองเห็น
ไม่ผิดอย่างแน่นอนสิ่งที่มองเห็นในตอนนี้สิ่งที่อยู่บริเวณด้านหน้ากองทัพขนาดใหญ่ที่กำลังเพื่อนคนเข้ามามันเป็กองทัพของอาณาจักรชิง
สังเกตเห็นได้จากเครื่องสวมใส่ที่พวกมันสวมใส่กันอยู่และกำลังเคลื่อนที่เข้ามาในตอนนี้
กองทัพขนาดกลางที่กำลังขึ้นผลเข้ามามีจำนวนคนประมาณ500 ถึง 600คนจากที่สังเกตเห็นพวกมันสวมใส่ชุดเกราะเหล็กที่เป็เอกลักษณ์มีตาสัญลักษณ์ของแคว้นชิงถูกสลักเอาไว้บริเวณตรงกลางหน้าอก
ตราสัญลักษณ์ของแคว้นชิงเป็รูปกลีปบุปผาห้ากลีบโดยทั่วไปแล้วผู้คนภายในดินแดนไม่ว่าจะเป็ของสำคัญอย่างไรพวกชุดขุนนางเอ่ยหรือว่าชุดเกราะของทหารเอ่ยจะมีสัญลักษณ์พวกนี้ถูกสลักติดเอาไว้อยู่แล้วเพราะเป็สัญลักษณ์ของอาณาจักร
เพราะแบบนั้นเมื่อมองเห็นต้องหารหมาที่กำลังเคลื่อนพลเข้ามาสวมใส่ชุดเกาะที่มีรูปสัญลักษณ์นั้นสลักติดเอาไว้กลางหน้าอกจึงรู้ได้ทันทีว่าเป็ทหารม้าของอาณาจักรชิง
เมื่อเขาทำการนำพาร่างกายของตนเองลุกยืนมาอยู่ในท่าตรงมองตรงไปที่สิ่งที่อยู่ด้านหน้าทำการกล่าวออกมาด้วยความสงสัยและปลัดใจเล็กน้อย “ ให้ตายเถอะไม่คิดเลยว่าพวกมันจะบุกมาจริงๆ”
“ แสดงว่าจดหมายฉบับนั้นย่อมเป็จดหมายรับที่สำคัญเป็อย่างมากพวกมันถึงไม่้าให้อาณาจักรฉีได้ไป”
โดยทั่วไปแล้วกว่าที่จะทำการอนุมัติแล้วก่อนที่จะทำการออกคำสั่งเอยมันควรจะเชื่องช้ากว่านี้กว่าที่กองทัพของดินแดนชิ่งเดินทางมาบุกที่เมืองชายแดนเพื่อทวงคืนของ
และเพราะแบบนั้นเขาเลยทำการตั้งใจและหยุดรอที่สถานที่แห่งนี้ถึงสามวัน
แต่ดูเหมือนว่ามันคงจะไม่ต้องใช้เวลามากขนาดนั้นแล้วผู้ใดจะคิดเหล้าเพียงแค่ข้ามผ่านพ้นราตรีเดียวพวกมันจะรวบรวมกองทัพขนาดนั้นแล้วก็ได้รีบยกทัพเข้ามาภายในเมืองแห่งนี้เพื่อชิงของของตนเอง
ถือว่าเป็ส่วนที่เขานั้นรู้สึกประหลาดใจอยู่ไม่น้อย
แต่ภายในใจเองก็รู้สึกยินดีเช่นเดียวกันที่พวกมันรีบปลุกมาเช่นนี้เพราะว่าเขาจะได้ไม่จำเป็จะต้องรอนาน
“ มองดูแล้วคาดเดาจากสายตาพวกมันน่าจะมีจำนวนประมาณ500 ถึง 600 คนแถมยังมีอาวุธครบมือในตอนนี้ถ้าพวกมันบุกทะลวงเข้ามาภายในสถานที่อย่างนี้เมืองชายแดนที่มีทหารเพียงประมาณ200 ถึง 300 คนห่างกันถึงเท่าหนึ่งไม่มีทางที่จะสามารถต้านทานได้อย่างแน่นอน ”
“ ถึงแม้ว่าจะต้องรับอยู่ภายในเมืองก็คงจะไม่สามารถต้านทานได้”
ในตอนนี้มองดูจากสิ่งที่เกิดขึ้นบริเวณด้านหน้าเค้าเองก็คาดคะเนเอาไว้จากความรู้ภายในหัวว่าอย่างไรเสียก็ไม่มีทางที่จะสามารถต้านทานได้อย่างแน่นอน
มันเป็เพราะว่าอีกฝ่ายนั้นมีกองกำลังที่มากกว่าถึงหนึ่งเท่าตัวถึงแม้ว่าจะตั้งมั่นภายในเมืองอย่างน้อยก็เป็เพียงแค่การยื้อเวลาเท่านั้นไม่สามารถเอาชนะหรือขับไล่ได้
เขาพยายามสงบใจแล้วก็ลองมองดูกับสิ่งที่เกิดขึ้นบริเวณด้านหน้าในตอนนี้
กองทหารมา 500 ถึง 600 คนที่เคลื่อนพลเข้ามาเพียงแค่ไม่เท่าไหร่ก็สามารถมาตั้ง / ประจัญหน้าอยู่บริเวณด้านหน้ากำแพงเมืองได้แล้ว
ในตอนนี้กำแพงเมืองของเมืองชายแดนแห่งนี้ถูกปิดตายเอาไว้อย่างแ่าเพื่อที่จะป้องกันไม่ให้ผู้ใดหลุดรอดเข้ามาภายในนี้ได้
เส้นทางการเดินทางระหว่างสองอาณาจักรถูกตัดขาดอย่างชั่วคราวเพราะว่าในตอนนี้ดูเหมือนว่ามันจะมีเื่ราวบางอย่างเกิดขึ้น
รองแม่ทัพผู้ที่พักรักสาตัวอยู่ภายในเมืองยามนี้อู๋เสี่ยวกวนผู้นี้ได้ขึ้นมายืนอยู่บริเวณกำแพงเมืองทอดสายตามองยาวไปบริเวณด้านหน้า
ร่างกายของเขายังคงไม่หายดียามนี้ทั่วทั้งร่างกายยังคงถูกพันเอาไว้ด้วยผ้าพันแผลสีขาวจากอาการาเ็ที่ได้รับ
ยามนี้เจอกองทัพขนาดใหญ่ตั้งประจำการอยู่บริเวณด้านหน้ารรองแม่ทัพผู้ที่มีประสบการณ์มากมายผู้หนีรู้ดีอยู่แล้วว่าการจะเอาชนะกองทัพมากมายขนาดนี้ได้ไม่ใช่เื่ที่ง่ายดายเลย
“ ท่านรองแม่ทัพขอรับการทหารที่อยู่บริเวณด้านหน้าเดินทางมาประมาณ500 ถึง 600 คนค่าตรวจสอบจากกำลังคนของเราแล้วมีเพียงแค่ประมาณ300 คนเท่านั้นขอรับถ้าเป็เช่นนี้ต่อไปการปะทะเกิดขึ้นจริงๆพวกเราเกรงว่าจะเกินต้านเอาไว้ได้ไม่เกินสามวันแน่นอน” ทหารที่วิ่งมาจากบริเวณด้านหลังทำการรายงานกับผู้เป็นายที่อยู่บริเวณด้านหน้า
รองแม่ทัพอู๋ทำการรับคำรายงานโดยการพยักหน้าจากนั้นก็หันไปมองกองทัพข้าศึกที่บุกทะลวงเข้ามาประชันหน้าอยู่บริเวณด้านหน้าประตูเมือง
เขากำลังแสดงท่าทางคิดหนักเมื่อมองเห็นกองทัพขนาดใหญ่ที่อยู่บริเวณด้านหน้าของตนเองในยามนี้
ไม่ว่าผู้ใดก็ยอมแสดงท่าทางเช่นนี้อยู่แล้วถ้าตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกันกับเขา
ในขณะที่กำลังยืนรอการเจรจากองทัพทหารม้าของดินแดนชิ่งที่มาประจัญหน้าอยู่บริเวณด้านหน้ามีคนผู้หนึ่งควบม้าก้าวออกมาเป็แม่ทัพที่นำทางพวกทหารมาถึงสถานที่แห่งนี้
มันเป็ชายวัยกลางคนอายุราวซักประมาณ50 ปีท่าทางเคร่งขรึมจริงจังสวมใส่ชุดเกราะนักรบมีผ้าคลุมสีดำด้านหลังมาหยุดลงบริเวณด้านหน้าประตูเมืองห่างเพียงแค่มีเท่าไหร่
มันที่กำลังยืนอยู่บริเวณนี้ใช้ดวงตามองตรงขึ้นไปที่อู๋เสี่ยวกวนก่อนที่จะทำการกล่าว “ รองแม่ทัพอู๋ส่งจดหมายของพวกข้าคืนมา”
อู่เสียวกวนแสดงท่าทางสงบนิ่งเขาไม่มีทางที่จะส่งมันกลับไปอยู่แล้วแล้วตอนนี้เ้านั้นเค้าเองก็ส่งไปยังเมืองหลวงเรียบร้อยแล้วม้าเร็วกำลังเดินทางไป
ความเงียบนั้นคือคำตอบทุกสิ่งผู้ที่นำทหารม้าแห่งดินแดนชิ่งเดินทางมาถึงสถานที่แห่งนี้มองเห็นท่าทางที่สงบนิ่งของอีกฝ่ายจึงรู้คำตอบได้ในทันที
มันทำการยกระบี่ภายในมือของมันขึ้นแล้วก็ทำการพูดออกไปด้วยน้ำเสียงที่เคร่งขรึม “ โจมตี!!! ”
หลังจากที่ได้ยินเสียงคำสั่งเหล่าทหารม้าที่อยู่ด้านหลังหยิบยกธนูของพวกมันขึ้นมาง้างคันธนูและปล่อยคันสอนมากมายพรุ่งทะยานไปด้านหน้า
ลูกธนูหลาย 100 ดอกพรุ่งตรงขึ้นมาบริเวณกำแพงเมืองการต่อสู้ได้เริ่มขึ้นแล้ว
อู๋เสี่ยวกวนให้ทหารใต้บังคับบัญชาทำการตั้งรับอย่างรวดเร็ว
ทหารบนกำแพงเมืองตอบโต้กลับไปพร้อมกับตั้งรับการโจมตีที่ถูกยิงกลับมา
ตอนนี้การต่อสู้ของทั้งสองฝ่ายเริ่มต้นขึ้นแล้วลูกธนูมากมายถูกยิงตอบโต้กันไปมา
ในยามนี้มันดูคล้ายคลึงว่าทางด้านฝั่งของกองทัพที่ตั้งมั่นอยู่ภายในเมืองจะเป็ฝ่ายเสียเปรียบด้วยทั้งกองกำลังคนและก็ทางด้านกองกำลังทรัพยากรต่างสู้ไม่ได้กับพวกเขาตั้งใจจะเดินทางมาเพื่อโจมตีโดยเฉพาะ
ลูกธนูมากมายถูกยิงเลี้ยงเข้าไปตอนนี้ผู้คนภายในเมืองต่างพากันหวาดกลัว
หลังจากที่การต่อสู้เริ่มขึ้นจางิยืนมองเหตุการณ์นั้นจากไกลๆพังกับทอดถอนหายใจออกมาอีก “ ดูเหมือนว่าจะไม่สามารถสู้ได้จริงๆ”
มองคาดการณ์จากาในยามนี้คล้ายว่าทางด้านฝั่งพวกเขานั้นจะสูญเสียเปรียบเป็อย่างมากแล้วถ้ายังเป็เช่นนี้ต่อไปแน่นอนว่าสิ่งที่เกิดขึ้นย่อมเป็การพ่ายแพ้
แต่ในขณะที่กำลังทอดถอนหายใจยังหนักใจอยู่นั่นเองอยู่อยู่ตัวอักษรปริศนาเบื้องหน้าก็ปรากฎขึ้นมาอีกครั้ง
ตัวอักษรมากมายที่ปรากฏขึ้นมาบริเวณด้านหน้าร้อยเรียงต่อกันกลายเป็ประโยคให้เขานั้นมองเห็น
[ ระบบ :เควส กระหายเื ]
[ เงื่อนไขหมาป่าโลหิตสังหารมนุษย์ 50/0 คน]
[ ได้รับของรางวัล- สกิลกระหายเื[หมาป่าอสูร] ]
จางิดวงตาทั้งสองข้างเบิกกว้างขึ้นทันที “ นี่มัน? ”
จบบท