บทที่ 25 : ก้นบึ้งทะเลมหันตภัย กิเลนอัคคีาและวิหารสุริยันดับสูญ!!
ตูมมม!!
เสียงของเหลวหนืดข้นที่เดือดพล่านแตกกระจายออก ร่างของซูหลงอวิ๋นพุ่งหลาวจมดิ่งลงสู่ห้วงลึกของ 'ทะเลมหันตภัยนิรันดร์' มหาสมุทรแห่งเปลวเพลิงที่ร้อนแรงที่สุดในมหาทวีปศูนย์กลางเซียนหยวน!
ทันทีที่ร่างกายถูกโอบล้อมด้วยทะเลลาวาสีแดงอมส้ม อุณหภูมิอันมหาศาลที่สามารถหลอมละลายขุนเขาให้กลายเป็เถ้าถ่านก็ถาโถมเข้าใส่เขาทุกทิศทาง! ความร้อนนี้มิใช่เพียงความร้อนทางกายภาพ ทว่ามันแฝงไปด้วย 'สัจธรรมแห่งอัคคี' ที่พยายามจะแทรกซึมเข้าไปแผดเผาถึงจิติญญา
"วี้ดดดด!"
มุกิญญาเหมันต์ที่อยู่ในมือซ้ายของเด็กหนุ่ม เปล่งแสงสีฟ้าครามสว่างจ้าสุดขีด มันปลดปล่อยปราการน้ำแข็งรูปครึ่งวงกลมออกมาห่อหุ้มร่างของเขาเอาไว้ เกล็ดน้ำแข็งสีฟ้าปะทะกับลาวาเดือด ก่อให้เกิดเสียงดังฉ่าคล้ายเหล็ก 달ก (달ก - ร้อนจัด) จุ่มลงในน้ำเย็น ไอหมอกสีขาวพวยพุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ทว่า พลังทำลายล้างของทะเลมหันตภัยนิรันดร์นั้นน่าสะพรึงกลัวเกินไป เพียงแค่ดำดิ่งลงมาไม่ถึงร้อยจั้ง ปราการของมุกิญญาเหมันต์ก็เริ่มปรากฏรอยแตกร้าว!
"สมบัติวิเศษระดับศักดิ์สิทธิ์ขั้นต้น ยังไม่อาจต้านทานความบ้าคลั่งของสถานที่แห่งนี้ได้อย่างสมบูรณ์... มิน่าเล่า ยอดฝีมือิญญาก่อกำเนิดถึงได้หวาดกลัวกันนัก"
ซูหลงอวิ๋นหรี่ตาลง เขามิได้ตื่นตระหนก จุดตันเถียนสีทองคำเดือดพล่าน เขาเร่งเร้า 'เพลิงเยือกแข็งกระดูกปรโลก' เพลิงิญญาธาตุปฐีให้พุ่งทะลักออกมาตามเส้นชีพจร ไหลเวียนเข้าสู่มุกิญญาเหมันต์เพื่อผสานพลัง!
ฟู่!!!
เปลวเพลิงสีขาวบริสุทธิ์ที่แผ่ความหนาวเหน็บอันเป็นิรันดร์ ผสานเข้ากับไอเย็นของมุกศักดิ์สิทธิ์ ปราการน้ำแข็งที่เคยกะพริบปริร้าว พลันแปรสภาพเป็ผลึกน้ำแข็งสีขาวทมิฬที่แข็งแกร่งและเย็นเยียบจนถึงขีดสุด! ลาวาที่เข้ามาใกล้ในรัศมีสามจั้ง ล้วนถูกแช่แข็งกลายเป็หินอัคนีสีดำสนิท ก่อนจะถูกแรงดันน้ำกระแทกจนแตกละเอียดไป
"ด้วยพลังของเพลิงปรโลกและมุกิญญาเหมันต์ มากพอที่จะปกป้องข้าไปจนถึงก้นสมุทรได้... ลงไป!"
ซูหลงอวิ๋นเร่งความเร็วพุ่งดิ่งลงไปเบื้องล่างประดุจดาวตกสีขาวทะลวงทะเลเพลิง
เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้าในสถานที่ที่ไร้ซึ่งเดือนและตะวัน รอบกายมีเพียงสีแดงฉานและความมืดมิดของหินหลอมละลาย ซูหลงอวิ๋นดำดิ่งลงมาลึกนับหมื่นจั้ง แรงกดดันของทะเลเพลิงเพิ่มสูงขึ้นจนทำให้กระดูกของเขาลั่นกรอบแกรบ แม้จะมีปราการน้ำแข็งคุ้มกัน ทว่าความร้อนระดับที่สามารถเผาผลาญิญญาได้ ก็ยังคงซึมซาบเข้ามาทำให้ิัของเขาแดงก่ำ หยาดเหงื่อที่ผุดพรายถูกระเหยกลายเป็ไอในเสี้ยววินาที
จนกระทั่ง...
สายตาของเขาที่เพ่งมองผ่านปราการน้ำแข็ง พลันสะดุดเข้ากับเงาดำทะมึนขนาดั์ที่ตั้งตระหง่านอยู่ ณ ก้นบึ้งของทะเลมหันตภัยนิรันดร์!
เมื่อเข้าใกล้ ภาพที่ปรากฏก็ทำให้หัวใจของัหนุ่มต้องเต้นแรงขึ้นด้วยความตื่นตะลึง
มันคือซากปรักหักพังของ 'วิหารา' ขนาดั์! วิหารแห่งนี้หล่อหลอมขึ้นจากศิลาผลึกเพลิงสีดำที่ต้านทานการหลอมละลายมานับล้านปี เสาหินขนาดั์นับร้อยต้นสลักลวดลายของเทพอัคคีที่กำลังทำากับหมู่มาร แม้จะพังทลายไปกว่าครึ่ง ทว่ากลิ่นอายความศักดิ์สิทธิ์และยิ่งใหญ่ที่แผ่ออกมา กลับทำให้ทะเลลาวารอบๆ ไม่กล้าล่วงล้ำเข้าไปภายในบริเวณวิหารเลยแม้แต่น้อย ก่อเกิดเป็โดมสุญญากาศขนาดใหญ่ใต้ก้นสมุทรเพลิง!
ที่ซุ้มประตูทางเข้าวิหาร มีป้ายศิลาที่สลักอักขระโบราณซึ่งเต็มไปด้วยเจตจำนงอันเกรี้ยวกราด
[ วิหารสุริยันดับสูญ ]
"วิหารสุริยันดับสูญ... สถานที่ผนึกเพลิงิญญาธาตุ์!"
ซูหลงอวิ๋นพุ่งทะยานทะลวงผ่านม่านลาวา หย่อนเท้าลงเหยียบพื้นศิลาหน้าวิหารอย่างแ่เบา ทันทีที่เขาก้าวเข้ามาในอาณาเขตของวิหาร แรงกดดันของทะเลลาวาก็มลายหายไปจนสิ้น ทว่ากลับถูกแทนที่ด้วยรังสีความร้อนที่บริสุทธิ์และเข้มข้นยิ่งกว่าเดิมนับสิบเท่า! มันคือสัจธรรมแห่งอัคคีที่ตกค้างอยู่ในวิหาร!
เด็กหนุ่มสลายมุกิญญาเหมันต์เก็บเข้าอกเสื้อ คงไว้เพียงเพลิงปรโลกคุ้มกันกาย เขากระชับด้ามกระบี่กลืนเงา สายตากวาดมองไปตามทางเดินศิลาที่ทอดยาวเข้าสู่โถงวิหารอันมืดมิด
ทว่า ในขณะที่เขากำลังจะก้าวเท้าเดิน...
ครืนนนนน!!!
ผืนศิลาหน้าวิหารสุริยันดับสูญ พลันสั่นะเือย่างรุนแรงประดุจโลกาวินาศ! ทะเลลาวาด้านนอกโดมสุญญากาศเดือดพล่านหมุนวนเป็พายุอัคคีขนาดั์ กลิ่นอายแห่งความตายและแรงกดดันที่น่าสะพรึงกลัวระดับที่สามารถบดขยี้ิญญาก่อกำเนิดให้เป็ผุยผง ได้ตื่นขึ้นจากการหลับใหล!
โฮก!!!
เสียงคำรามของสัตว์ป่าาดังกึกก้องสะท้านะเืไปทั้งก้นสมุทร! เสียงนี้เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว หวงแหน และอำนาจราชศักดิ์!
จากความมืดมิดหน้าวิหาร ดวงตาสีทองประกายเพลิงขนาดเท่าโคมไฟสองดวงพลันเบิกกว้างขึ้น แสงสว่างจากดวงตาคู่นั้นขับไล่ความมืดมิด เผยให้เห็นร่างมหึมาที่กำลังย่างก้าวออกมาอย่างช้าๆ
มันคือสัตว์อสูรที่มีรูปลักษณ์ประดุจราชสีห์ผสมกับั ลำตัวสูงกว่าห้าจั้ง ยาวนับสิบจั้ง ทั่วทั้งร่างปกคลุมไปด้วยเกล็ดสีแดงทองที่ลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิงบริสุทธิ์ ที่ศีรษะมีเขาคู่หนึ่งที่โค้งงอและแหลมคมดุจหอก์ หางของมันสะบัดไปมา เฆี่ยนตีอากาศจนเกิดรอยปริแตกของมิติ!
"นี่มัน... 'อสูรเทวะกิเลนอัคคีา'!"
ซูหลงอวิ๋นสูดลมหายใจเย็นะเื ข้อมูลจากความทรงจำของคัมภีร์จักรพรรดิเทพยุทธ์ผุดขึ้นมาในหัว กิเลนอัคคีา คือสัตว์เดรัจฉานสายเืเทวะ! ตัวเต็มวัยของมันสามารถฉีกกระชากดวงดาวและเผาผลาญกาแล็กซีได้!
"กลิ่นอายพลังของมัน... ขอบเขติญญาก่อกำเนิดขั้นสูงสุด! ครึ่งก้าวสู่ขอบเขตบรรพชนศักดิ์สิทธิ์!"
ั์ตาสีดำของซูหลงอวิ๋นหรี่ลงจนแคบที่สุด แม้กิเลนอัคคีตรงหน้าจะยังมิใช่ตัวเต็มวัย ซ้ำยังถูกจำกัดพลังเอาไว้ด้วยกฎเกณฑ์ของโลกปุถุชนแห่งนี้ ทว่าความแข็งแกร่งของมัน ก็เหนือล้ำกว่าประมุขสำนักหมอกบรรพตที่เขาเพิ่งสังหารไปถึงร้อยเท่าพันทวี!
นี่คือผู้พิทักษ์ที่แท้จริงของ 'เพลิงสุริยันผลาญเอกภพ'!
"มนุษย์ชั้นต่ำ..."
เสียงทุ้มต่ำและทรงอำนาจดังสะท้อนขึ้นในห้วงิญญาของซูหลงอวิ๋นโดยตรง มันคือกระแสจิตของกิเลนอัคคี!
"กลิ่นอายของเ้าช่างสกปรกและโสมมยิ่งนัก เพียงขอบเขตสร้างรากฐานอันต่ำต้อย กลับกล้าล่วงล้ำเข้ามาในวิหารศักดิ์สิทธิ์แห่งสุริยัน... จงทิ้งชีวิตและิญญาของเ้าไว้เป็เชื้อเพลิง ณ ที่แห่งนี้เสียเถิด!"
"อวดดีนักไอ้เดรัจฉาน!"
ซูหลงอวิ๋นไม่มีความหวาดกลัวอยู่ในสายเืแห่งจักรพรรดิ เขาเชิดหน้าขึ้น ั์ตาสาดประกายแห่งการท้าทาย์
"ก็แค่สุนัขเฝ้าประตูที่ถูกทิ้งไว้ในซากปรักหักพัง คิดจะขวางทางข้าผู้ก้าวเดินบนวิถีเทวะงั้นรึ? หลีกทางไปซะ มิเช่นนั้น ข้าจะถลกหนังเ้ามาทำพรมเช็ดเท้า!"
"รนหาที่ตาย!"
กิเลนอัคคีาโกรธเกรี้ยวจนถึงขีดสุดที่ถูกมนุษย์ตัวจ้อยิ่เกียรติ! มันอ้าปากกว้าง พวยพุ่ง 'ลำแสงเพลิงกิเลนล้าง์' ออกมา! ลำแสงสีทองคำที่ร้อนแรงยิ่งกว่าดวงอาทิตย์ พุ่งทะยานเข้าหาซูหลงอวิ๋นด้วยความเร็วที่เหนือล้ำมิติ!
"ความเร็วระดับนี้!"
ซูหลงอวิ๋นเบิกตากว้าง เขารู้ดีว่าพลังระดับสร้างรากฐานของตน ย่อมไม่มีทางรับการโจมตีของิญญาก่อกำเนิดขั้นสูงสุดได้ตรงๆ!
"ย่างก้าวเงามายา... ผสานแิแห่งมิติระดับสูงสุด!"
วูบ!
ร่างของเด็กหนุ่มเลือนหายไปจากจุดที่ยืนอยู่อย่างไร้ร่องรอย ลำแสงเพลิงกิเลนพุ่งกระแทกเข้ากับพื้นศิลาเื้ั บดขยี้ลานกว้างจนเกิดหลุมลึกไร้ก้น! คลื่นความร้อนที่แผ่กระจายออกมากระแทกเอาร่างของซูหลงอวิ๋นที่โผล่ออกมาจากมิติห่างออกไปร้อยจั้ง ให้กระเด็นถอยหลังไปหลายก้าว!
"อั้ก!" ซูหลงอวิ๋นกระอักเืสีแดงสดออกมาคำโต ปราณคุ้มกันแตกสลาย เพียงแค่คลื่นกระแทก ก็ทำให้เส้นชีพจรของเขาสั่นะเือย่างรุนแรง!
"ความห่างชั้นของพลังมันมากเกินไป... การต่อสู้ซึ่งหน้ากับเดรัจฉานตัวนี้ มีแต่ตายกับตาย!"
ซูหลงอวิ๋นปาดเืที่มุมปาก ั์ตาทอประกายลึกล้ำ "ในเมื่อใช้กำลังหักหาญมิได้ ก็ต้องใช้สติปัญญาและวิถีแห่งเทวะเข้าข่ม!"
ก๊าซซซ!
กิเลนอัคคีาไม่ปล่อยให้เหยื่อได้พักหายใจ มันพุ่งทะยานร่างขนาดั์เข้าหาซูหลงอวิ๋น กรงเล็บแหลมคมที่ห่อหุ้มด้วยเพลิงสีทองตวัดฟาดฟันลงมา หมายจะฉีกร่างของเด็กหนุ่มให้เป็ชิ้นๆ! พื้นที่มิติรอบกรงเล็บถูกกรีดจนเกิดรอยแยกสีดำ!
"กระบี่กลืนเงา... เคล็ดกระบี่กลืนดาราทำลายล้างสิบทิศ! กลืนแสงดับดารา!"
ซูหลงอวิ๋นกัดฟัน ชักกระบี่สวนกลับขึ้นไป! รังสีดาบสีดำทมิฬที่ผสานเจตจำนงกระบี่าและหลุมดำ พุ่งเข้าปะทะกับกรงเล็บเพลิง!
เปรี้ยงงงง!!!
เสียงปะทะดังสนั่นประดุจดาวเคราะห์ชนกัน! กระบี่กลืนดาราที่เคยไร้พ่าย กลับทำได้เพียงแค่กลืนกินเปลวเพลิงที่กรงเล็บของกิเลนไปได้เพียงเสี้ยวเดียวเท่านั้น ก่อนที่รังสีดาบสีดำจะถูกพลังกายภาพอันมหาศาลของสัตว์อสูรบดขยี้จนแตกสลาย!
"บัดซบ! แข็งแกร่งเกินไป!"
ซูหลงอวิ๋นถูกแรงสะท้อนกลับกระแทกจนร่างลอยละลิ่ว กระดูกแขนขวาที่จับกระบี่ร้าวราน เขาต้องรีบใช้ 'ย่างก้าวเงามายา' พลิกตัวกลางอากาศและถอยร่นรักษาระยะห่าง
กิเลนอัคคีแสยะยิ้มเย้ยหยัน มันััได้ว่าวิชากระบี่ของมนุษย์ผู้นี้น่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก ทว่าพลังบ่มเพาะกลับอ่อนแอเกินไป
"ดิ้นรนไปก็ไร้ประโยชน์ จงกลายเป็เถ้าถ่านไปซะ!"
มันอ้าปากกว้างเตรียมพ่นลำแสงเพลิงอีกครั้ง
ทว่า ในวินาทีแห่งความเป็ความตายนั้นเอง รอยยิ้มเ็าที่ซ่อนเร้นแผนการลึกล้ำ กลับปรากฏขึ้นบนใบหน้าของซูหลงอวิ๋น
"เ้าคิดว่าข้าถอยร่นมาเพื่อหลบหนีงั้นรึ? เดรัจฉานก็คือเดรัจฉาน ไร้ซึ่งสติปัญญา!"
ซูหลงอวิ๋นตวาดก้อง สองมือของเขาประสานอิน (มุทรา) ด้วยความเร็วที่ไม่อาจมองเห็นด้วยตาเปล่า!
ตู้ม!!!
แสงสีทองคำะเิออกจากร่างของเด็กหนุ่ม 'เตาหลอมเก้าักลืน์' สมบัติระดับเทวะที่เขาได้มา พุ่งทะยานออกจากจุดตันเถียน ขยายขนาดใหญ่โตโอ่อ่าขึ้นเบื้องหน้า บดบังร่างของเขาเอาไว้จนมิด!
"เ้าคิดจะใช้เตาหลอมปรุงยามาเป็โล่กำบังรึ? โง่เขลา!" กิเลนอัคคีแค่นเสียง ลำแสงเพลิงสีทองคำพุ่งกระแทกเข้าใส่ตัวเตาหลอมอย่างจัง!
เปรี้ยงงง!
ทว่า สิ่งที่กิเลนอัคคีคาดไม่ถึงก็บังเกิดขึ้น! ลำแสงเพลิงาของมัน เมื่อปะทะเข้ากับผิวของเตาหลอมเก้าั กลับมิได้สร้างรอยขีดข่วนใดๆ แม้แต่น้อย! มิหนำซ้ำ ลวดลายัทองทั้งเก้าบนผิวเตา พลันมีชีวิตชีวาขึ้นมา พวกมันอ้าปากกว้างและ 'ดูดกลืน' ลำแสงเพลิงของกิเลนอัคคีเข้าไปในเตาหลอมจนหมดสิ้น!
"อะไรกัน! สมบัติระดับใดกันถึงกลืนกินเพลิงของข้าได้!" กิเลนอัคคีเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง
ทว่า สิ่งที่รอคอยมันอยู่ น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่านั้น!
"วิถีแห่งค่ายกลและอาคม... ผสานอำนาจแห่งเทวะ!"
เสียงของซูหลงอวิ๋นดังก้องกังวานมาจากด้านหลังเตาหลอม! ระหว่างที่เขาถอยร่นเมื่อครู่ เขาได้ใช้เืที่กระอักออกมาและปราณยุทธ์สีทอง วาดลวดลายอักขระค่ายกลไว้ตามจุดต่างๆ บนพื้นศิลาหน้าวิหารแล้ว!
และบัดนี้ 'เตาหลอมเก้าักลืน์' ถูกใช้เป็ 'แก่นกลาง ' ของค่ายกล!
"ค่ายกลกักขัง์เก้าัา... จงทำงาน!"
วิ้งงงง!!!
เสาแสงสีทองอร่ามเก้าต้น พุ่งทะยานขึ้นจากพื้นศิลาที่กิเลนอัคคียืนอยู่ ล้อมรอบตัวมันเอาไว้อย่างมิดชิด! ลวดลายัทั้งเก้าบนเตาหลอม ทะยานหลุดออกมากลายเป็ิญญาัสีทองคำขนาดมหึมาเก้าตัว พวกมันพุ่งเข้าไปพันธนาการร่างของกิเลนอัคคี รัดตึงทั้งสี่เท้า ลำตัว และลำคอ!
"ก๊าซซซ! ปล่อยข้า!"
กิเลนอัคคีดิ้นรนอย่างบ้าคลั่ง พลังปราณิญญาก่อกำเนิดขั้นสูงสุดะเิออกหมายจะกระชากิญญาัให้ขาดสะบั้น ทว่าโซ่ตรวนที่สร้างจากค่ายกลระดับเทวะและมีเตาหลอมเป็แก่นกลางนั้น แข็งแกร่งเกินกว่าที่มันจะทำลายได้ในเวลาอันสั้น! ยิ่งมันดิ้นรน ิญญาัก็ยิ่งสูบกลืนพลังของมันกลับคืนสู่เตาหลอม!
"แม้มันจะเป็สมบัติระดับเทวะ ทว่าพลังของข้ายังต่ำเกินไป ค่ายกลนี้คงกักขังเดรัจฉานระดับนี้ไว้ได้เพียงครึ่งก้านธูปเท่านั้น ข้าต้องรีบแล้ว!"
ซูหลงอวิ๋นหอบหายใจ ใบหน้าซีดเผือดจากการสูญเสียพลังปราณและเืไปมหาศาล เขาไม่รอช้า ใช้วิชาตัวเบาย่างก้าวเงามายา พุ่งทะยานข้ามหัวกิเลนอัคคีที่กำลังถูกตรึงอยู่ มุ่งหน้าตรงเข้าสู่ภายใน 'วิหารสุริยันดับสูญ' ทันที!
"มนุษย์สารเลว! อย่าหวังว่าจะได้แตะต้องเพลิงศักดิ์สิทธิ์!" กิเลนอัคคีคำรามไล่หลังด้วยความเคียดแค้น
ซูหลงอวิ๋นเมินเฉยต่อเสียงนั้น ร่างของเขากลืนหายเข้าไปในความมืดมิดของวิหารา
ภายในวิหารกว้างใหญ่ไพศาลยิ่งนัก ผนังทั้งสองด้านสลักลวดลายจิตรกรรมฝาผนังที่บอกเล่าเื่ราวของยุคา ภาพของทวยเทพที่ตกลงมาจากฟากฟ้า ภาพของมหาาที่ทำลายล้างดาราจักร ทุกภาพล้วนแฝงไปด้วยสัจธรรมอันลึกล้ำที่ทำให้ผู้มองรู้สึกถึงความเล็กจ้อยของตนเอง
ซูหลงอวิ๋นก้าวเดินอย่างรวดเร็ว ผ่านโถงทางเดินที่ยาวเหยียด จนกระทั่งบรรลุถึง 'ห้องโถงชั้นในสุด'
ทันทีที่เขาก้าวเท้าเข้าไป แสงสว่างเจิดจ้าที่บาดตายิ่งกว่าดวงอาทิตย์ยามเที่ยงวันก็สาดส่องเข้ามากระทบใบหน้า!
ใจกลางห้องโถงนั้น มีแท่นบูชาที่สร้างจากหยก์สีขาวบริสุทธิ์ตั้งอยู่ และเหนือแท่นบูชานั้นเอง...
มันคือดวงเพลิงขนาดเท่าศีรษะมนุษย์ ที่มีรูปลักษณ์ประดุจ 'ดวงอาทิตย์ขนาดย่อส่วน'!
เปลวเพลิงนี้มีสีทองคำบริสุทธิ์ ไร้ซึ่งสิ่งเจือปนใดๆ มันแผ่กลิ่นอายของความเป็ผู้ปกครองสูงสุด อำนาจแห่งการทำลายล้างและการให้กำเนิดสรรพสิ่ง ผสมผสานกันอยู่อย่างสมบูรณ์แบบ เพียงแค่แสงสว่างที่มันเปล่งออกมา ก็ทำให้มิติในห้องโถงบิดเบี้ยวและละลายหายไป!
"เพลิงสุริยันผลาญเอกภพ!"
หัวใจของซูหลงอวิ๋นเต้นระรัวอย่างบ้าคลั่ง ความปรารถนาอันลึกล้ำประทุขึ้นในอก นี่คือสมบัติวิเศษธาตุ์ที่แท้จริง! สิ่งที่สามารถเผาผลาญได้กระทั่งกฎเกณฑ์แห่งกาลเวลาและมิติ!
ในทะเลิญญาของเขา 'คัมภีร์จักรพรรดิเทพยุทธ์' สั่นะเือย่างรุนแรงที่สุดเท่าที่เคยเป็มา อักขระสีทองในคัมภีร์เรียกร้องและโหยหาที่จะกลืนกินเปลวเพลิงดวงนี้อย่างกระหายหิว!
"มิน่าเล่า กิเลนอัคคีถึงเฝ้าแหนมันด้วยชีวิต... หากข้าสามารถหลอมรวมกับมันได้ รากฐานวิถีเทวะของข้าจะสมบูรณ์แบบอย่างไร้ที่ติ! สมดุลแห่งเพลิงเยือกแข็งและเพลิงสุริยัน จะก่อเกิดเป็พลังทำลายล้างที่ก้าวข้ามทุกสรรพสิ่ง!"
ซูหลงอวิ๋นสูดลมหายใจลึก ระงับความตื่นเต้น เขาก้าวเดินเข้าไปใกล้แท่นบูชาอย่างช้าๆ
ทว่า ทันทีที่เขาเข้าใกล้ในระยะสิบจั้ง รัศมีของเพลิงสุริยันผลาญเอกภพก็ปะทุขึ้น!
ซูมมม!
เปลวเพลิงสีทองคำแปรเปลี่ยนเป็คลื่นความร้อนที่แผดเผา กดทับลงบนร่างของเด็กหนุ่มอย่างรุนแรง! เสื้อคลุมสีขาวขลิบทองของเขาลุกไหม้เป็เถ้าถ่านในพริบตา! ปราณคุ้มกันระดับสร้างรากฐานระเหยหายไปราวกับหยดน้ำบนกระทะร้อน! ความเ็ปแสนสาหัสประดุจถูกโยนลงไปในแกนกลางดวงอาทิตย์ โจมตีเข้าใส่ทั้งกายเนื้อและจิติญญา!
"อ๊ากกก!"
ซูหลงอวิ๋นกัดฟันจนเืไหลซึมจากริมฝีปาก เขาหยุดฝีเท้า ไม่อาจก้าวต่อไปได้อีกแม้แต่ก้าวเดียว!
"สมกับเป็เพลิงธาตุ์! เพียงแค่กลิ่นอายก็สามารถแผดเผาข้าได้แล้ว! ทว่า... ข้ามาไกลถึงเพียงนี้ จะให้ยอมแพ้กลับไปมือเปล่าได้อย่างไร!"
ั์ตาสีดำของัหนุ่มแปรเปลี่ยนเป็สีทองอร่ามและสีขาวโพลน! เขาเปิดจุดตันเถียนจนถึงขีดสุด!
"เคล็ดวิชากลืนนภาผลาญจักรวาล... โคจรเต็มกำลัง! เพลิงเยือกแข็งกระดูกปรโลก... ออกมาต้านทาน!"
ฟู่!!!
เพลิงสีขาวบริสุทธิ์พุ่งทะลักออกจากร่างของซูหลงอวิ๋น เข้าปะทะกับรัศมีเพลิงสีทองคำของเพลิงสุริยัน! สองเพลิงิญญาระดับสุดยอดของใต้หล้า ปะทะกันอย่างรุนแรงกลางห้องโถงวิหารา! หยินและหยาง ความหนาวเหน็บและความร้อนแรง ก่อให้เกิดสมรภูมิพลังงานที่ฉีกกระชากกฎเกณฑ์ของโลกใบนี้!
"ข้าคือจักรพรรดิเทพยุทธ์! สมบัติของ์ ย่อมต้องสยบแทบเท้าข้า! กลืนกินมันซะ!"
ซูหลงอวิ๋นคำรามลั่น ก้าวเท้าฝ่าพายุเพลิงเข้าไปข้างหน้าอย่างไม่คิดชีวิต! าแพุพองและรอยไหม้เกรียมปรากฏขึ้นทั่วร่าง ทว่าเขากลับใช้ความเ็ปเป็แรงผลักดัน ยื่นมือขวาที่สั่นเทิ้มและอาบไปด้วยเื พุ่งเข้าคว้าจับดวงอาทิตย์ขนาดย่อส่วนที่ลอยอยู่บนแท่นบูชา!
(จบบทที่ 25)