5.หัวหน้าหมู่บ้านและภรรยามาเยือน
"เหลียนฮวาเ้าอยู่บ้านหรือไม่"สตรีวัยสามสิบห้าปีส่งเสียงเรียกเ้าของบ้าน ข้างกันเป็บุรุษหน้าตาใจดีวัยสี่สิบปี
"ท่านป้าหมู่ตานท่านลุงฉานปิงมีอันใดหรือขอรับ"อันฮ่าวเหยียนกล่าวกับสองสามีภรรยาด้วยใบหน้าเจือรอยยิ้ม เขาได้ยินเสียงเรียกที่คุ้นเคยจึงรีบวิ่งออกมาเปิดประตูต้อนรับหัวหน้าหมู่บ้านและภรรยาที่คอยช่วยเหลือดูแลเขาและมารดามาโดยตลอด
"สวัสดีเ้าค่ะท่านพี่ฉานปิงท่านพี่หมู่ตานเชิญเข้าด้านในก่อนเ้าค่ะ" ร่างบางเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานพลางค้อมกายเล็กน้อยและพาแขกทั้งสองคนไปยังบริเวณแคร่ไม้ไผ่หน้าบ้านจากนั้นอันเหลียนฮวาให้บุตรชายนำน้ำชาและชมพู่ในตะกร้าออกมารับรองสองสามีภรรยาที่นางเคารพนับถือเพราะยามลำบากนางได้รับความช่วยเหลือจากพี่ทั้งสองคนพี่ฉานปิงเป็หัวหน้าหมู่บ้านที่มีน้ำใจต่อลูกบ้านทุกคนและพี่หมู่ตานภรรยาของพี่ฉานปิงเป็คนที่คอยช่วยเหลือดูแลยามที่นางตั้งครรภ์ตลอดจนถึงเป็ผู้ช่วยหมอตำแยทำคลอดเหยียนเอ๋อร์อีกด้วย
"เอ๊ะ!!..ทำไมวันนี้บ้านเ้าดูโล่งเสียจริง"สตรีวัยสามสิบห้าเอ่ยถามเ้าของบ้านด้วยแววตาสงสัย
"นั่นสิเหลียนฮวาเ้านึกอย่างไรถึงลุกขึ้นมาปัดกวาดบ้านเรือนจนสะอาดสะอ้านเช่นนี้แล้วที่ป่วย..หายดีแล้วหรือไร" บุรุษร่างสมส่วนกล่าวด้วยน้ำเสียงระคนสงสัยเช่นกันสายตากวาดมองไปรอบบ้านพบว่าพงหญ้าถูกถางเสียจนเตียนเศษใบไม้ที่ร่วงหล่นนำไปกองรวมกันอยู่หลังบ้านภายในบ้านถูกปัดกวาดเช็ดถูเสียจนสะอาดสะอ้าน
"ข้าหายป่วยแล้วเ้าค่ะเจ็บตัวครั้งนี้ถือเสียว่าฟาดเคราะห์ ข้าหมดสติไปถึงสองวันพอตื่นขึ้นมาอีกทีก็รู้สึกว่าร่างกายแข็งแรงขึ้นราวกับว่าได้ยาวิเศษข้าจึงอยากออกกำลังเล็ก ๆ น้อย ๆโดยการจัดบ้านให้เป็ระเบียบเรียบร้อยน่ะเ้าค่ะ" อันเหลียนฮวาตอบสองสามีภรรยาด้วยน้ำเสียงแ่เบา ใบหน้างดงามฉาบด้วยรอยยิ้มละมุนเช่นเคยนางเอ่ยทุกถ้อยคำล้วนเป็ความจริงทั้งสิ้นมิได้โป้ปดแต่อย่างใดเพราะั้แ่ที่นางฟื้นขึ้นมา...นางก็รู้สึกแข็งแรงขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก
"อ่อ...เช่นนั้นก็ดีแล้วแต่เ้าต้องกินเยอะ ๆ นะเหลียนฮวา ผอมบางเช่นนี้แค่ลมหนาวพัดมาระลอกเดียวคงต้องเจ็บป่วยอีกเป็แน่" หมู่ตานกล่าวกับสตรีตรงหน้าด้วยความห่วงใย
"ขอบคุณเ้าค่ะพี่หมู่ตาน" นางเอ่ยตอบพร้อมรอยยิ้ม
"มาแล้วขอรับชมพู่หวานๆ พอดีข้าเอามันมาล้างอีกรอบจึงมาช้าไปหน่อยขอรับ" อันฮ่าวเหยียนวางตะกร้าชมพู่ลงบนแคร่ไม้ไผ่พลางอธิบายสาเหตุที่มาช้าให้ผู้ใหญ่ได้รับรู้ เมื่อครู่เขานำชมพู่มาล้างทำความสะอาดอีกรอบเพราะกลัวว่าชมพู่จะสะอาดไม่เพียงพอและจะทำให้เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายซึ่งเป็สาเหตุของการเจ็บป่วยมารดาสอนเขาว่าควรดูแลรักษาความสะอาดร่างกายและที่อยู่อาศัยเสมอ พร้อมกับกินอาหารให้ครบห้าหมู่จึงจะทำให้ร่างกายห่างไกลจากโรคภัยไข้เจ็บได้
"ชมพู่หรือ??ลุงได้ยินแต่ชื่อทว่ายังไม่เคยได้ลิ้มรสเลยสักครั้ง" มือหนาเอื้อมหยิบชมพู่ที่ถูกฝานออกเป็ชิ้นพอดีคำเมื่อลิ้นได้รับรสฉ่ำหวานร่างกายพลันรู้สึกสดชื่นขึ้นมาทันที
"อื้มม..อร่อยหวานฉ่ำเหยียนเอ๋อร์ไปเก็บมาจากที่ใดหรือ" ภรรยามองสามีตนเองทำสีหน้าราวกับได้กินของวิเศษนางจึงลองชิมดูบ้าง เพราะที่ผ่านมานางก็ได้ยินชื่อแต่ไม่เคยได้ลองกินเลยสักครั้ง
"บนเขาขอรับท่านป้าข้าเองเพิ่งเคยได้ลิ้มรสเช่นกัน" อันฮ่าวเหยียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบเขาสงสัยเช่นกันว่าเหตุใดมารดาถึงรู้จักชมพู่ด้วยเขาจึงหันหน้าไปทางมารดาเชิงรอคำตอบ
"เอ่อ...่ที่ข้ายังเป็เพียงเด็กน้อยข้ามีโอกาสเข้าป่ากับท่านแม่บ่อย ๆท่านแม่ของข้าเป็ผู้ที่มีความรู้รอบตัวมากมายทำให้บุตรสาวเช่นข้าพลอยรู้จักพวกพืชผักผลไม้และของกินของใช้อีกหลายอย่างเ้าค่ะหากแต่ข้าไม่มัวแต่ตรอมใจและนำความรู้ความสามารถที่มีมาดูแลตนเองและเหยียนเอ๋อร์ป่านนี้ข้าคงมีชีวิตที่ดีกว่านี้เ้าค่ะ"
อันเหลียนฮวาถือว่าการโป้ปดครั้งนี้คงจะคลายความสงสัยต่อการกระทำของนางในอนาคตได้ไม่มากก็น้อยและนางต้องขออภัยท่านแม่(ซูเม่ยเม่ย)ของร่างเดิม...ที่นางหยิบยกท่านมาเป็บุคคลที่ช่วยคลายข้อสงสัยให้กับทุกคนแต่ทว่าการโป้ปดครั้งนี้จะทำให้ชีวิตของอันเหลียนฮวาดีขึ้นและยังไม่เป็ที่เคลือบแคลงใดๆ ให้ชาวบ้านสงสัยอีกด้วย
และอีกเหตุผลว่าที่ผ่านมา...ทำไมอันเหลียนฮวาถึงไม่เคยทำสิ่งใดที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อครอบครัวนางพยายามกล่าวชี้ทางให้ผู้ฟังเข้าใจว่า...ที่ผ่านมาเพราะนางมัวแต่ตรอมใจคิดถึงสามีที่ทอดทิ้งครอบครัวไปแต่ทว่าตอนนี้นางสามารถทำใจได้แล้วจึงลุกขึ้นมาดูแลบ้านเรือน ดูแลตนเองและบุตรชาย
"ท่านยายของข้าต้องเป็ผู้ที่เก่งกาจมาก ๆ เลยนะขอรับท่านแม่" อันฮ่าวเหยียนเอ่ยด้วยแววตาลิงโลดเขาหายสงสัยและรู้สึกภูมิใจที่มีท่านยายและมารดาเป็ผู้รอบรู้เช่นนี้
"ดีจริง ๆเหลียนฮวา...พี่ดีใจกับเ้าด้วย ป่านนี้บุรุษนั่นไม่ตายในสนามรบก็คงหนีไปมีครอบครัวใหม่แล้วกระมัง" หมู่ตานกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบแม้นางจะดีใจกับเหลียนฮวาจากใจจริง แต่นางก็อดพูดถึงบุรุษใจดำผู้นั้นไม่ได้
"อะแฮ่ม...ตานเอ๋อร์ระวังคำพูดหน่อย" ฉานปิงหรี่ตาเล็กน้อยและเอ่ยด้วยเสียงตำหนิไปทางภรรยาจะดีร้ายอย่างไรบุรุษใจดำที่ว่านั่นก็ยังเป็...สามีของภรรยาและบิดาของบุตรอยู่ดี
"ไม่เป็ไรหรอกเ้าค่ะพี่ฉานปิง" อันเหลียนฮวากล่าวกับหัวหน้าหมู่บ้านด้วยรอยยิ้ม
"เอาล่ะ ๆเ้าเป็เช่นนี้ก็ดีแล้ว วันนี้ข้าเอาไก่มาฝากเ้าครึ่งตัวและก็น้ำผึ้งอีกเล็กน้อย พอดีหลานสาวออกเรือนและในงานมีของกินมากมาย...ข้าจึงแบ่งมาให้เ้ากับเหยียนเอ๋อร์โดยเฉพาะเอาไว้บำรุงร่างกายกันนะ"
หมู่ตานกล่าวพลางยื่นของฝากที่อยู่ในตะกร้าให้เ้าของบ้านหลังจากนั้นก็พูดคุยถามสารทุกข์สุขดิบทั่วไปก่อนจะกลับนางและสามีก็ไม่ลืมกำชับสองแม่ลูกให้ดูแลตนเองให้ดีหากมีสิ่งใดให้ช่วยเหลือต้องรีบแจ้งพวกนางทันที
"ท่านแม่วันนี้เรามีไก่กินด้วยขอรับ" เด็กชายวัยหกหนาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้น
"อืมม...แม่ทำไก่ย่างแล้วกัน" ที่จริงแล้วอันเหลียนฮวานึกได้หลายเมนูแต่นางยังไม่กล้าหยิบวัตถุดิบออกมาจากแหวนหยก นางวางแผนไว้ว่าจะรอหาเงินให้ได้ก่อนและเดินทางเข้าเมืองไปซื้อเครื่องปรุงต่าง ๆ เข้าบ้านให้พอเป็พิธี...หลังจากนั้นนางก็ค่อยๆ แอบเติมเครื่องปรุงเข้าไปเติมเต็มจากของเดิม
อันเหลียนฮวาขอเวลาอีกสักพักหากนางมั่นใจเมื่อใดว่าบุตรชายสามารถรับเื่เหล่านี้ได้โดยไม่คิดว่านางเป็ภูติผีปีศาจ...วันนั้นนางจะบอกความจริงกับบุตรชายด้วยตนเอง
"ข้าถนัดก่อไฟขอรับท่านแม่เดี๋ยวข้าจัดการให้ขอรับ" อันฮ่าวเหยียนกล่าวกับมารดาแล้วรีบออกไปจัดการสุมกองไฟข้างๆ เพิงครัว
อันเหลียนฮวาหยิบตะกร้าสานและเดินออกจากประตูบ้านเพราะเมื่อเช้านี้...นางเห็นกอตะไคร้ขึ้นอยู่บริเวณริมน้ำระหว่างทางขึ้นเขานางจึงออกไปเก็บเพื่อนำมาปรุงอาหาร หลังจากเก็บตะไคร้เรียบร้อยแล้วนางนำไก่ไปล้างทำความสะอาด ใช้ผ้าสะอาดเช็ดน้ำบนตัวไก่ให้แห้ง และใช้มีดทื่อ ๆที่มีอยู่เล่มเดียวในบ้านสับตะไคร้ให้ละเอียดจากนั้นหยดน้ำผึ้งลงชามเล็กน้อย...เติมน้ำอุ่นนิดหน่อยเพื่อให้น้ำผึ้งละลายตามด้วยตะไคร้ที่สับไว้เมื่อครู่ผสมคลุกเคล้าแล้วปรุงรสด้วยเกลือนิดหน่อยเกลือใส่มากไม่ได้ 'เดี๋ยวหมด' คิดแล้วก็น่าขันยิ่งนัก ไก่ย่างมื้อนี้จะเรียกว่าไก่ย่างสูตรไหนกันแน่??ไก่ย่างน้ำผึ้ง ไก่ย่างตะไคร้ หรือไก่ย่างเกลือแต่จะทำเช่นไรได้เครื่องปรุงยังไม่ครบ และยามนี้นางยังไม่พร้อมแสดงอภินิหารใด ๆให้บุตรชายใรออีกสักพักให้บุตรชายปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลงทีละเล็กละน้อย...แล้วนางค่อยบอกก็ยังไม่สายวันนี้นางเลยตัดสินใจใช้สูตรของเชฟมือหนึ่งในภพก่อนที่มักชอบพูดว่า ...'มีอะไรก็ใส่ ๆ ไปเถอะ เดี๋ยวมันก็อร่อยเอง'... เอาเป็ว่านางทำตามสูตรนี้ของเชฟท่านนั้นแล้วกัน