ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    เล่มที่ 4 บทที่ 106 อาหารจานใหม่สองอย่าง

            พ่อบ้านเอ่ยถามด้วยความสงสัย“ขอเรียนถาม เป็นอาหารอันใดหรือขอรับ?”

            ปลายคิ้วของหม่าชิงเลิกขึ้นสูงก่อนเอ่ยว่า “ซวงเหมยโต่วเยี่ยน [1] และเซียงเฉิงซานเจิง [2] สองจานนี้จะทำขายในปริมาณไม่จำกัด”

            ซวงเหมยโต่วเยี่ยนก็คือไข่ผัดพริกสับดอง

            ดอกเหมยประจำท้องที่ส่วนมากจะเป็นประเภทดอกเหมยขี้ผึ้งบางคราก็จะเป็นดอกเหมยแดง ทันทีที่เหมันตฤดูมาเยือน ดอกเหมยขี้ผึ้งสีเหลืองจะบานอร่ามส่วนดอกเหมยแดงสีแดงสดก็จะบานสะพรั่ง งดงามตระการตา

            พริกสับดองเป็นสีแดงไข่ผัดเป็นสีเหลือง หม่าชิงตั้งชื่ออันหรูหราให้กับไข่ผัดพริกสับดองว่าซวงเหมยโต่วเยี่ยน

            ส่วนเซียงเฉิงซานเจิงก็คือพริกสับดอง เผือก และซี่โครงหมูที่นำไปวางเรียงและนึ่งพร้อมกันชั้นล่างสุดเป็นเผือก ชั้นที่สองเป็นซี่โครง และชั้นบนสุดเป็นพริกสับดอง

            เผือกที่ใช้ในจานเซียงเฉิงซานเจิงถูกชาวเมืองในท้องที่เรียกว่าเผือกพันธุ์ปิงหลางเป็นเผือกที่ค่อนข้างใหญ่และมีกลิ่นหอมเบาบางเผือกชนิดนี้ด้านในมีรูปดาวสีม่วงอ่อน อร่อยกว่าเผือกหัวเล็กยิ่ง

            ซี่โครงที่ใช้ทำมาจากแผงกระดูกข้างลำตัวหมูซี่โครงหมูนับว่าเป็นเนื้อติดกระดูกส่วนที่ตั้งใจคัดสรรมาเป็นพิเศษก็คือซี่โครงหมูที่ติดมัน

            ด้วยเหตุนี้ซี่โครงหมูที่เลือกมายามที่นำไปนึ่งก็จะทำให้มีน้ำมันหมูในซี่โครงไหลออกมา และซึมเข้าไปในเนื้อของเผือก

            เผือกดูดซับน้ำมันหมูและพริกสับดองทำให้มีรสเผ็ดหอม เหนียวนุ่ม อร่อยล้ำเป็นที่สุด

            แน่นอนว่ารสเค็มเผ็ดที่ได้จากซี่โครงหมูและพริกสับดองเองก็อร่อยล้ำเช่นกัน

            รสชาติของอาหารจานนี้หาได้ด้อยไปกว่าเหนียนเหนียนโหย่วอวี๋เลยสักนิดเพียงรูปลักษณ์ของมันมิได้ทำให้คนตื่นตะลึงเช่นเหนียนเหนียนโหย่วอวี๋ก็เท่านั้น!

            พ่อบ้านเอ่ยถามด้วยความประหลาดใจ“นายท่าน เพียงช่วงเวลาครู่เดียวท่านก็ออกอาหารจานใหม่แล้วอีกทั้งออกครั้งหนึ่งยังแนะนำถึงสองจานเชียวหรือขอรับ?” ในใจของเขาลอบคิดว่านายท่านคิดจะทำสิ่งใดกันแน่เขาคิดจะให้อาหารสองจานนี้แข่งขันกับเหนียนเหนียนโหย่วอวี๋หรือ?

            “ใช่พรุ่งนี้เจ้าจงไปจัดการให้ดีเสีย” หม่าชิงซื้อพริกสับดองจากคนในตระกูลหวังถึงหนึ่งหมื่นกว่าจินมีมากพอที่จะออกอาหารจานใหม่ๆ ได้มากมาย เขาจะปล่อยให้พริกสับดองได้สร้างชื่อเสียงในเมืองเซียงเตรียมพร้อมความสะดวกสำหรับการค้าพริกสับดองในเดือนสุดท้ายของปีที่กำลังจะถึงนี้

            พ่อบ้านทำได้เพียงตอบรับก่อนที่จะเอ่ยถามอีกครั้งว่า “นายท่านจะขายจานละเท่าไรหรือขอรับ?”

            หม่าชิงได้สั่งให้ห้องครัวของเหลาอาหารทำจานใหม่สองจานนี้เตรียมไว้ตั้งแต่แรกแล้วเขากำชับไว้แล้วว่าให้ใช้จานใด จัดแต่งจานอย่างไร ก่อนจะเอ่ยว่า “ซวงเหมยโต่วเยี่ยนกำหนดราคาอยู่ที่สามสิบหกเหรียญทองแดงต่อจานส่วนเซียงเฉิงซานเจิงราคาแปดสิบแปดเหรียญทองแดงต่อจาน”

            จานซวงเหมยโต่วเยี่ยนใช้พริกสับดองครึ่งจานพร้อมกับไข่ไก่หกฟองค่าวัตถุดิบทั้งหมดรวมกันแล้วจะอยู่ที่สิบเหรียญทองแดงดังนั้นกำไรของจานนี้จะอยู่ที่ยี่สิบหกเหรียญทองแดง

            ส่วนจานเซียงเฉิงซานเจิงต้นทุนของวัตถุดิบทั้งหมดจะอยู่ที่สามสิบเหรียญทองแดงเพราะฉะนั้นกำไรจะสูงถึงห้าสิบแปดเหรียญทองแดง

            จากกระแสตอบรับของลูกค้าที่มารับประทานอาหารในวันนี้หม่าชิงคิดว่าลูกค้าของเขาจะชื่นชอบอาหารทั้งสองจานนี้อย่างแน่นอน

            ดวงตาของพ่อบ้านทอประกายสว่างวาบจานอาหารดั้งเดิมในเหลาอาหารเช่นไข่ผัดต้นหอมสับนั้นอยู่ที่ราคายี่สิบเหรียญทองแดงหมูสามชั้นนึ่งอยู่ที่ราคาสามสิบห้าเหรียญทองแดง พึงรู้ไว้ว่าหมูสามชั้นราคาสูงกว่าซี่โครงหมูนัก

            วัตถุดิบหลักของจานซวงเหมยโต่วเยี่ยนคือไข่ไก่และใช้เพียงพริกสับดองหนึ่งถึงสองส่วนเท่านั้นทว่ากลับสามารถขายได้ในราคาสามสิบหกเหรียญทองแดงนับว่าสูงกว่าราคาจานหมูสามชั้นนึ่งถึงหนึ่งเหรียญทองแดงด้วยซ้ำ

            ส่วนวัตถุดิบหลักที่ใช้ในจานเซียงเฉิงซานเจิงนั้นมีเพียงซี่โครงหมูและเผือกที่ราคาถูกกว่าหมูสามชั้น ทว่าเพียงใส่พริกสับดองเข้าไปเล็กน้อยก็สามารถขายในราคาห้าสิบแปดเหรียญทองแดง!

            เขาค้นพบแล้วว่าเพียงนำวัตถุดิบทำอาหารมาผสมผสานเข้ากับพริกสับดอง มูลค่าของอาหารก็จะถีบตัวพุ่งขึ้น!

            “นายท่านข้าน้อยจะจดจำไว้ขอรับ”

            “รีบกลับไปพักผ่อนเถิด”ทว่าหม่าชิงกลับรั้งพ่อบ้านที่กำลังหมุนกายเอาไว้อีกครั้ง เขาเอ่ยพร้อมรอยยิ้มว่า“ข้าได้นำอาหารแห้งและอาหารป่ากลับมาจากเมืองหลวงไม่น้อยเก็บไว้ให้เจ้าบางส่วนแล้ว”

            ทั้งซิ่งเหริน[3] เห็ดหูหนู เห็ดแห้ง และสาหร่ายผมนางของทางตอนเหนือ รสชาติอร่อยล้ำกว่าที่ปลูกกันในเมืองเซียงนักโดยเฉพาะสาหร่ายผมนางที่หาไม่ได้ในเมืองเซียง

            พ่อบ้านฉีกยิ้มเอ่ยขอบคุณอย่างมีความสุข

            หม่าชิงนวดจุดไท่หยางการค้าเป็นไปด้วยดี อารมณ์ของพ่อค้าก็ย่อมดีตามไปด้วยเขาไม่คิดถึงเรื่องของท่านอ๋องแห่งเมืองเซียงอีก ทว่ากลับไปคิดบัญชีของร้านค้าแทนหลังจากนั้นก็เดินพึมพำร้องเพลงกลับไปยังห้องนอนเพื่อพักผ่อนเฝ้ารอถึงข่าวดีที่จะมาถึงในวันพรุ่งนี้

            อากาศในเมืองเซียงกำลังย่างเข้าสู่เหมันตฤดูฝนยังคงตกโปรยปราย ทว่ามิใช่ฝนห่าใหญ่ ไม่นับว่าเป็นฝนตกปริมาณปานกลางด้วยซ้ำเป็นเพียงหยาดฝนโปรยปรายเม็ดเล็กๆ เท่านั้น

            ดวงอาทิตย์ไม่โผล่หน้ามาให้เห็นหลายวันแล้วอากาศเย็นชื้นเล็กน้อย อุณหภูมิภายในกับภายนอกเท่ากัน

            ทั้งถนนสายหลักและถนนทางเดินล้วนเต็มไปด้วยโคลน สิ้นเปลืองรองเท้าเป็นอย่างยิ่ง

            คนในเมืองเซียงโปรดปรานอาหารรสเลิศในเรื่องอาหารนั้นจะไม่ยอมให้ทำส่งๆ อย่างเด็ดขาดต่อให้อยู่ในสภาพอากาศเช่นนี้ก็ต้องคิดวิธีทำให้อาหารอร่อยให้ได้คนที่มีเงินมากหน่อยก็มักจะออกมาสรรหาอาหารรสเลิศ ไม่กลัวว่ารองเท้าหรือกางเกงจะเปรอะเปื้อนไปด้วยโคลนตม

            เหลาอาหารทั้งสามแห่งของหม่าชิงตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของเมืองตะวันตกของเมือง และใจกลางเมือง ทั้งหมดล้วนเป็นพื้นที่ค่อนข้างเจริญรุ่งเรือง มีลูกค้าหลั่งไหลเข้ามาไม่ขาดสาย

            เหลาอาหารของสกุลหม่าที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของเมืองมีทั้งหมดสามชั้นกินพื้นที่มากกว่าหนึ่งพันผิงหมี่ [4]นับว่าเป็นเหลาอาหารที่ใหญ่ที่สุดบนถนนสายนี้

            เจ้าของโฉนดร้านคือหม่าชิงด้วยเหตุนี้จึงประหยัดค่าเช่าไปได้มาก

            เสี่ยวเอ้อร์และคนงานเบ็ดเตล็ดที่ร้านครึ่งหนึ่งคือบ่าวของครอบครัวสกุลหม่า ส่วนอีกครั้งก็คือทหารพิการที่เกษียณตัวเองออกมาจากกองทัพแล้ว

            วันนี้หยาดฝนยามฤดูหนาวโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้าต่อให้เป็นยามเที่ยงวันก็ไม่เห็นแสงอาทิตย์สาดส่อง มีเพียงความหนาวเหน็บจับใจเสี่ยวเอ้อร์ในเหลาอาหารคนหนึ่งที่มีนามว่าเติ้งต้าเหมา เขาเกิดในจวนสกุลหม่าด้วยรูปลักษณ์ที่น่ามองจึงถูกจัดให้ไปยืนรับลูกค้าอยู่หน้าประตู

            เติ้งต้าเหมาแนะนำอาหารให้กับลูกค้าที่เข้ามาในร้านอย่างขยันขันแข็ง“ใต้เท้าจ้าว วันนี้เหลาอาหารของเรามีอาหารจานใหม่อีกแล้วขอรับท่านต้องลองชิมให้ได้นะขอรับ”

            จวี๋เหริน [5]สกุลจ้าวเงยหน้าขึ้นเอ่ยว่า “อาหารจานใหม่อันใด ข้าไม่กิน วันนี้ข้ามาเพื่อกินเหนียนเหนียนโหย่วอวี๋!”

            จ้าวจวี๋เหรินหาได้มีตำแหน่งขุนนางแต่เขาก็ยังมีตำแหน่งจวี๋เหรินไว้ครอบครอง สถานะย่อมสูงกว่าประชาชนทั่วไปมาก

            ครอบครัวของเขามีที่นาดีกว่าร้อยหมู่เปิดสำนักศึกษาถึงสองแห่ง เชิญซิ่วไฉทั้งห้ามาสอนหนังสืออีกทั้งยังเปิดร้านค้าอีกสองแห่งดังนั้นเขาจึงนับว่าเป็นคนที่มีเงินและมีฝีมือเป็นอย่างยิ่ง

            ทว่าเขาค่อนข้างเจ้าชู้เสเพลในจวนมีอนุภรรยา นอกจวนก็ยังมีคนรักอีก

            วันนี้เขาได้เชิญซิ่วไฉทั้งห้าจากสำนักศึกษามาทานอาหารเขาเองก็มิใช่คนโง่แน่นอนว่าไม่มีทางพาคนรักนอกจวนมาทานอาหารถึงเหลาอาหารอย่างโจ่งแจ้งแน่นอน

            ซิ่วไฉทั้งห้าล้วนเป็นผู้อาวุโสมิอาจเข้าร่วมการสอบขุนนางได้อีก

            เพื่อที่จะรั้งตัวซิ่วไฉทั้งห้าทุกๆ สิบวันเจ้าจวี๋เหรินจะเชิญพวกเขาไปทานอาหารเย็นถึงเหลาอาหาร

            ในบรรดาซิ่วไฉทั้งห้ามีหนึ่งคนที่โปรดปรานการทานอาหารรสเลิศเป็นที่สุดเมื่อวานเขาได้ยินว่าที่เหลาอาหารสกุลหม่าออกอาหารจานใหม่นั่นก็คือเหนียนเหนียนโหย่วอวี๋วันนี้เขาจึงได้บอกเรื่องนี้แก่จ้าวจวี๋เหริน

            จ้าวจวี๋เหรินเองก็ชื่นชอบการทานอาหารรสเลิศเช่นกันเขาปรารถนาจะลิ้มลองรสชาติของเหนียนเหนียนโหย่วอวี๋ว่าจะอร่อยล้ำสักเพียงใดดังนั้นจึงผลักเรือไปตามน้ำ พาซิ่วไฉทั้งห้ามาที่นี่นั่นเอง

            ซิ่วไฉทั้งห้าและจ้าวจวี๋เหรินเดินเข้ามาในเหลาอาหารก่อนจะพบว่าในร้านอัดแน่นไปด้วยผู้คน

            เหลาอาหารสกุลหม่าในอดีตในชั่วโมงเช่นนี้อย่างน้อยที่นั่งของชั้นหนึ่งก็ต้องโล่งไปกว่าครึ่ง แล้ววันนี้มันเกิดเรื่องอันใดกัน?

            เติ้งต้าเหมาเห็นว่าสีหน้าของคนทั้งหกเริ่มไม่สู้ดีเท่าไรนักเขาจึงรีบร้อนชี้ไปทางมุมห้อง ก่อนเอ่ยว่า “ใต้เท้าจ้าวห้องส่วนตัวบริเวณชั้นสองและสามล้วนเต็มหมดแล้ว บริเวณห้องโถงใหญ่ยังเหลืออีกตัวทว่านั่งได้เพียงสี่ท่าน มิเช่นนั้นพวกท่านรอสักประเดี๋ยวได้หรือไม่ขอรับ?”

            ซิ่วไฉคนหนึ่งที่ผิวคล้ำหน่อยมองไปทางจานใหญ่สองใบที่เสี่ยวเอ้อร์ประคองผ่านห้องโถงไปหัวปลาสีแดงตัวใหญ่บนจานนั้นช่างน่าตื่นตะลึงและแสนสะดุดตาเขารีบร้อนเอ่ยขึ้นมาทันทีว่า “ไม่ต้องรอแล้ว พวกเราทั้งหกยัดกันเข้าไปนั่ง”ก่อนจะชี้ไปทางหัวปลา “นั่นคือเหนียนเหนียนโหย่วอวี๋หรือ?”

            “ใช่แล้วใต้เท้าท่านนี้ช่างมีสายตาที่เฉียบแหลมยิ่งนัก นี่ก็คืออาหารจานใหม่ของร้านเรา เหนียนเหนียนโหย่วอวี๋ขอรับ”จากนั้นเติ้งต้าเหมาก็นำทั้งหกคนไปยังโต๊ะว่างบริเวณมุมห้อง

            ที่นั่งนี้ไม่ติดกับหน้าต่างตั้งอยู่ด้านหลังสุด ไม่เพียงแต่แสงไม่ดีเท่านั้น พื้นที่ยังเล็กอีกต่างหากสี่คนนั่งก็ว่าแคบแล้ว ยามนี้หกคนนั่งก็ยิ่งอึดอัดเข้าไปใหญ่

            ทว่าความเย้ายวนของอาหารรสเลิศกลับมีอานุภาพร้ายแรงกว่าทั้งหกคนจึงเบียดเสียดกันนั่งลง

            เมื่อครู่นี้จ้าวจวี๋เหรินตั้งใจกวาดสายตามองโดยเฉพาะดูเหมือนว่าโต๊ะเกือบทุกตัวจะสั่งเหนียนเหนียนโหย่วอวี๋ทั้งสิ้นอีกทั้งคนที่ลิ้มรสชาติล้วนมีสีหน้าปลาบปลื้ม

            จ้าวจวี๋เหรินตั้งหน้าตั้งตารอที่จะสั่งเหนียนเหนียนโหย่วอวี๋ยามที่กำลังจะสั่งอาหารจานอื่นไม่รู้ว่ามีเสี่ยวเอ้อร์อายุประมาณสิบเจ็ดสิบแปดวิ่งมาจากที่ใดกระซิบข้างหูของเติ้งต้าเหมาสองสามคำจบก็จากไปทันที

            ----------------------------------------------------------------

            เชิงอรรถ

            [1] ซวงเหมยโต่วเยี่ยนหมายถึง ดอกเหมยคู่เบ่งบานประชันโฉม

            [2] เซียงเฉิงซานเจิงหมายถึง สามนึ่งแห่งเมืองเซียง

            [3] ซิ่งเหริน (杏仁) หมายถึง เมล็ดอัลมอนด์

            [4] ผิงหมี่ (平米) หมายถึง ตารางเมตร

            [5] จวี๋เหรินหมายถึง ผู้ที่ได้รับการแนะนำ ซึ่งก็คือผู้ที่ผ่านการสอบคัดเลือกในระดับมณฑลซึ่งจัดขึ้นทุกๆ สามปี

    คล้ายกับเรื่องข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ] ที่คุณอ่าน

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    นิยาย รัก
    570K 4473
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    นิยาย รัก
    3.84M 3388
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577