ซูเยว่ไปปรากฏตัวที่ร้านยา หงส์ฟ้าั้แ่เช้ามืด
“ลุงป๋อ โอสถอยู่ในนี้อย่างละหนึ่งพันเม็ด ท่านหาขวดใส่เอง ขายให้ได้นานที่สุด สิ่งที่หายากยิ่งมีราคา”
“เ้าจะเดินทางไปที่เมืองใด แผ่นหยกนั้นเก็บไว้ให้ดี มันสามารถเอาตำลึงออกมาใช้ได้ทุกเมือง”
“ข้าจะไปที่เมืองซิง แล้วอาจจะกลับบ้าน ไว้มีโอกาสข้าจะแวะมาหาท่าน เรายังเป็คู่ค้ากันอยู่”
“จากเมืองเว่ยไปเมืองซิง ระยะทางก็ไกลอยู่เหมือนกัน เ้าต้องนั่งรถม้าไปหลายทอดทีเดียว กว่าจะถึงที่นั่น”
“เซ่นนั้นขอตัวก่อนนะเ้าคะ ข้าไม่อยากให้ใครเห็นตัว หากมีใครมาถามหาหมอพเนจร บอกไปว่านางเสียชีวิตไปแล้ว ท่านก็แต่งเื่นิดหน่อยน่ะเ้าค่ะ อย่างน้อยคนที่แกล้งไปนอนป่วย อยู่หน้าโรงเตี๊ยม พวกเขาน่าจะรู้ดีการหายตัวไปของข้า”
ซูเยว่ออกจากร้านยา ด้วยรถม้าที่ลุงป๋อจัดหามาให้ ส่งออกไปให้ไกลก่อน แล้วค่อยไปต่อรถม้าข้างหน้า
รถม้าจากร้านยาหงส์ฟ้า วิ่งมาไกลถึงสี่สิบลี้ ที่นั่นเป็ตลาดเก่า ซูเยว่ว่าจ้างรถม้าให้ไปส่ง ที่ชายแดนเมืองเว่ย นางจะไปเช่ารถม้าที่นั่นต่อไปยังเมืองซิง ถนนเต็มไปเขาลาดชันหลายแห่ง ทำให้การเดินทางช้าลง
จนกระทั่งนางรู้สึกว่า รถม้าวิ่งลงเนินเขาแต่ความเร็วไม่ได้ลดลง เหมือนที่ผ่านมา
“เปรี้ยง…โครมมม!”
เสียงไม้เนื้อแข็งหักสะบั้นดังสนั่นหวั่นไหว พร้อมกับร่างของม้าที่กระแทก เข้ากับลำต้นขนาดใหญ่ ตามมาด้วยเสียงล้อบดเบียดกับพื้นดินอย่างรุนแรง เสียงม้าร้องด้วยความใ และเ็ปดังไปทั่วบริเวณ
ร่างของซูเยว่เสียหลักร่วงลงพื้น ด้วยความใ นางจึงหายเข้ามาอยู่ในมิติ
รถม้าที่ชนกับต้นไม้ เมื่อทุกอย่างสงบลง เหลือเพียงเสียงล้อรถที่ยังหมุนอยู่ ส่วนคนขับโดดลงไปก่อนแล้ว
ข้างรถม้าปรากฏร่างของชายฉกรรจ์ห้าคน เข้ามาค้นในรถม้าที่มีแต่ความว่างเปล่า ไม่มีแม้เศษเสื้อผ้าตกอยู่ในรถ
“เฮ้ย! จะเป็ไปได้ยังไง ตอนรถม้าลงเนินมา คนที่โดดลงมาคือคนขับ ที่รู้กันอยู่แล้วว่าต้องทำอย่างไร นอกนั้นข้าไม่เห็นใครออกจากรถม้า พวกเราตรวจดูให้ทั่ว”
“เสียงในมิติ! ทำยังไงข้าถึงจะมองเห็นภาพข้างนอกได้ ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ทำไมรถม้าวิ่งอยู่ดีๆ เสียหลัก ตอนลงเขาได้ หรือคนบังคับรถม้า ควบคุมไม่ดี”
“เ้าจะมองเห็นภายนอกมิติ ก็ต่อเมื่อระดับขั้นของเ้าถึงระดับหก”
“ข้าเพิ่งผ่านพ้นระดับสี่มาได้ไม่นาน ถ้าข้ามองไม่เห็น แล้วเ้ามองเห็นไหม เสียงในมิติ” นางคุยกับเสียงที่ไม่มีตัวตน
“ข้างนอกตอนนี้ มีผู้ชายห้าคนเดินวนรอบรถม้าอยู่ ข้ามองเห็นแค่นี้”
“อย่างนั้นถ้าพวกเขาไปแล้ว เ้าก็บอกด้วยข้าจะได้ออกไป ได้ยินเสียงม้าร้อง มันน่าจะได้รับาเ็ ตรงนี้เป็ป่าเขา แล้วข้าจะเดินทางต่อยังไง เ้าเห็นคนขับรถม้าด้วยไหม”
“ระดับของเ้าต่ำ ข้ามองได้แค่รอบรถม้าเท่านั้น!” คำตอบที่ได้รับ ทำให้นางมีความตั้งใจ ที่จะเร่งเพิ่มพลังให้ตัวเอง แข็งแกร่งขึ้น
ซูเยว่นั่งโคจรพลังในมิติหนึ่งวัน จนเสียงในมิติบอกว่าทั้งห้าคนไปแล้ว ถึงออกมาจากนิติ เจอม้าได้รับาเ็ จนลุกไม่ได้ นอนอยู่ข้างต้นไม้ นางน้ำพุิญญามาให้กิน และราดรดตรงาแ
“เ้ากินให้หมด ข้าจะไปตามหาเ้านายของเ้าก่อน ไม่รู้ตกรถม้าไปอยู่ตรงไหน” นางเดินตามหา ั้แ่มีรอยลากขูดของล้อรถ ปีนลงไปดูที่ก้นเหวที่ไม่ได้ลึกมาก มีต้นหญ้าและไม้ใหญ่ขึ้นอยู่เต็ม ความกว้างประมาณหนึ่งหมู่ เดินค้นหาดูทุกจุด ไม่เห็นแม้เศษเสื้อผ้ารองเท้า หรือสิ่งอื่นใด
‘ถนนลาดเอียงมาตรงนี้ เขาจะกระเด็นไปตรงไหนได้’ นางปีนขึ้นมา้า กลับไปที่รถม้าอีกครั้งหนึ่ง ม้าที่นอนป่วยอยู่ ตอนนี้กลับมายืนได้เหมือนเดิมแล้ว
“ข้าตามหาเ้านายของเ้าไม่เจอ ข้าจำเป็ต้องเดินทางเข้าไปในเมือง ตรงนี้มีแต่ป่าและเนินเขา อีกไม่นานก็จะพลบค่ำแล้ว ต้องรีบเดินทางต่อ เ้าจะอยู่ที่นี่หรือจะไปกับข้า”
นางไม่รู้ว่าม้าฟังรู้เื่ไหม ได้แต่พูดบอกกล่าวเท่านั้น แต่พอนางออกเดิน ม้าตัวนั้นก็เดินตาม เพราะมันได้กินน้ำพุิญญาไป เป็นางที่ช่วยชีวิตของมัน ให้รอดพ้นจากความตายครั้งนี้
“เ้าจะไปกับข้าอย่างนั้นหรือ ตามใจก็แล้วกัน”
ระหว่างเดินทาง นางมองไปที่ม้าหลายครั้ง จะขี่มันก็ไม่ได้สงสาร มันาเ็หนัก อาการเพิ่งจะดีขึ้นไม่นาน พลังระดับสี่ที่มี ทำให้ไม่รู้สึกเหนื่อยมากกับการเดิน แต่ช้า
ซูเยว่เดินตามทางเดิน ได้ประมาณห้าลี้ มาถึงที่ลุ่มต่ำ เห็นม้าเดินเข้าไปเล็มหญ้าข้างทาง จึงเดินให้ช้าลงเป็การพักเหนื่อยไปในตัว
มีขบวนม้าวิ่งตามหลังมา จนเต็มถนนเกือบสามสิบตัวได้ ตรงกลางมีรถม้าคันใหญ่ ตกแต่งอย่างงดงามและประณีต ซูเยว่รีบเดินหลบลงข้างทาง เมื่อเห็นฝูงม้าเดินเข้ามาใกล้
‘พวกเขาจะเดินทางไปที่ไหนกัน เหมือนจะคอยป้องกันรถม้าคันใหญ่ที่อยู่ตรงกลาง หรือว่าเราจะติดตามไปด้วย ไปยังไงล่ะพวกเขาขี่ม้า’
แต่ขบวนรถม้ากับหยุดลงตรงนั้นพอดี ทำให้นางใ คิดว่ามีคนจะมาทำร้ายตนอีก ‘พวกเขาหยุดม้าทำไมกัน ทำไมถึงได้มาหยุดตรงนี้’
“นายท่านอาการแย่แล้ว พวกเราหยุดอยู่ตรงนี้ก่อน ไปต่อไม่ไหวแล้ว ดูเหมือนนายท่านจะหายใจไม่ออก” บนรถม้ามีการเคลื่อนไหว และเสียงร้องแจ้งเตือน ให้ม้าทั้งขบวนหยุด
เสียงะโที่ดังขึ้น ทำให้ซูเยว่พ่นลมหายใจออกมา อย่างโล่งอก พวกเขาไม่ได้มาทำร้ายนาง
แต่…วางใจได้ไม่นาน มีคมกระบี่มาจี้ที่คอ โดยที่นางไม่ทันได้ระวังตัว เพราะสนใจแต่รถม้า
“ตามข้าไปที่รถม้าเสียโดยดี ถ้าไม่อยากเจ็บตัว!” เสียงเข้มของร่างสูงดังขึ้น
‘คนพวกนี้วรยุทธ์ช่างสูงส่ง เคลื่อนไหวเงียบจนไม่รู้สึก คงไม่ใช่คนร้ายหรอกนะ แต่ถึงกับเอากระบี่จ่อคอผู้อื่น ไหนบอกว่ารถม้ามีคนป่วย’
“ใช้หญิงผู้นี้แทนไปก่อน เืของนางน่าจะใช้ได้!”
“พวกเ้าจะเอาเืข้าไปทำอะไร ตัวข้าแค่นี้ เืไม่เยอะหรอก ทำไมถึงไม่ใช้เืพวกเ้ากัน” นางพยายามจะดิ้นรน เมื่อถูกดึงคอเสื้อ ที่สูงขึ้นจนเท้าไม่แตะพื้น ก็พวกเขาทุกคนมีแต่ตัวสูงทั้งนั้น
ร่างของนางถูกโยนขึ้นไปบนรถม้า ดีที่พื้นปูด้วยพรมอย่างหนา ทำให้ร่างกระแทกลงพื้นไม่รู้สึกเจ็บ เบื้องหน้าของนางคือชายหนุ่ม ที่มีดวงตาแดงก่ำ ผิวเนื้อตามตัวเต็มไปด้วยเส้นเืโป่งปูดนูน ขึ้นมา
“เขาโดนพิษร้ายแรง” นางร้อนะโออกมา ด้วยความใ เพราะว่าสายตานางเห็นแบบนั้น
เสียงร้องอันดังของนาง ทำให้ผ้าม่านรถม้าถูกเปิดออก อีกครั้งหนึ่ง ร่างของนางถูกดึงออกมา “เ้าเป็หมอหรือ ถึงรู้ว่าเขาโดนพิษ”
ซูเยว่เห็นทางรอดของตัวเองแล้ว “ใช่ข้าเป็หมอ อาการของเขาพิษกำลังกำเริบ ต้องรีบรักษาก่อน” นางถูกจับโยนเข้ามาในรถม้า อีกครั้งหนึ่ง
ชายตรงหน้าเอามาคลุมที่หน้าอก หายใจแรงกว่าเดิมที่เห็นตอนแรก ท่าทางเหมือนควบคุมตัวเองไม่อยู่ ดวงตาแดงก่ำ พอเห็นนาง มืออันแข็งแกร่ง จับแขนแล้วกระชากเข้าหาตัวด้วยความไว อ้าปากเตรียมจะกัดคอนาง คนตรงหน้าบ้าไปแล้ว
“กรี๊ดดด! เ้าบ้าไปแล้วรึ! หรือว่าเ้าเป็สุนัขกลับชาติมาเกิด” นางร้องเสียงดัง ได้ยินไปทั้งถนนและทุ่งหญ้า
ชายหนุ่มที่มากับขบวนรถม้า ต่างหันมามองหน้ากัน หญิงผู้นั้นด่าใคร ว่าเป็สุนัขกลับชาติมาเกิด
ซูเยว่ใช้มือข้างหนึ่งที่ดิ้นหลุด ยันหน้าอกไว้ ใช้จิตสั่งยาออกมาจากมิติ แต่มือของนางโดนจับรวบไว้ทั้งสองข้าง อีกครั้ง ก่อนก้มหน้าลงมา เขาอ้าปาก จะกัดคอนางให้ได้
“ตุ๊บตับ… อี้! ปล่อยข้านะ!”
ยาออกมาแล้ว แต่มือขยับไม่ได้ ซูเยว่จึงตัดสินใจใช้วิธีที่บ้าบิ่น บังคับยาให้มาอยู่ปาก จังหวะที่เขาก้มต่ำ จะกัดคอนั้น นางขืนตัวออกมา พร้อมกับพ่นยาออกไปเข้าปากพอดี โดยระยะห่างแค่ฝ่ามือ
มือทั้งสองที่จับนางไว้ อ่อนแรงลง ซูเยว่รีบเอาน้ำพุิญญาออกมาหนึ่งถ้วย บีบปากกรอกน้ำลงไปทั้งหมด การกระทำทุกอย่าง ใช้เวลาอันรวดเร็ว จนคนป่วยนิ่งค้างทำอะไรไม่ถูก
“เห้ยยย .…เหนื่อย!” ซูเยว่นั่งหอบตัวโยน วันนี้ั้แ่เช้า ไม่สิั้แ่กลางคืน ที่นางเอาแต่หลอมโอสถไม่ได้พักผ่อน วันนี้ยังเดินทางทั้งวัน แถมยังเจอรถม้าพลิกคว่ำอีก แล้วยังต้องมาต่อสู้กับผู้ป่วยที่เป็บ้า
พอทุกอย่างสงบลง นางนั่งมองสำรวจคนตรงหน้า เส้นเืสีแดงหายไปแล้ว ของดวงตาที่แดงต่ำ ลมหายใจกลับมาเป็ปกติ
นางนั่งมองใบหน้า ‘ผิวพรรณขาวจัด ใบหน้าเรียวคมดั่งหยกสลัก สันจมูกโด่งงาม ริมฝีปากบางเฉียบสีชาดจางๆ คิ้วกระบี่ โดยรวมแล้วรูปงามไม่น้อย’
ซูเยว่ยื่นหน้าเข้าไปใกล้ มองให้ซัด “รูปก็งามไม่น่าเชื่อว่าจะ กลายร่างเป็สุนัขบ้า” นางพูดจบ ร่างตรงหน้าก็ลืมตาขึ้นมาพอดี
ดวงตาหงส์เรียวยาว มีแววตาเ็าแต่มีเสน่ห์ล้ำลึก ั์ตาดำขลับราวนิลคู่นั้น ดั่งท้องฟ้ายามราตรีที่มีดวงดาวส่องประกาย ทั้งคู่นั่งมองหน้าสบตากันนาน ซูเยว่จับที่ใบหน้าตัวเอง ผ้าปิดหน้าหายไปตอนไหนไม่รู้
“เป็เ้าที่ช่วยข้าเอาไว้ เ้าเป็หมออย่างนั้นหรือ เ้าเอายาอะไรให้ข้ากิน ถึงได้หยุดยังพิษในตัวข้าได้” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ และลุ่มลึกฟังดูราบเรียบ แต่กลับมีพลังกดดัน
“ข้าพอมีความรู้ เื่ยาและสมุนไพร พิษในตัวท่านแปลกประหลาด ถ้าจะรักษาให้หาย ต้องใช้โอสถระดับสูง ซึ่งตอนนี้ข้ายังไม่สามารถหลอมออกมาได้”
“เ้ารู้ว่าข้าโดนพิษประหลาด มีโอสถรักษาได้อย่างนั้น”
“อืม! แต่ไม่ใช่ตอนนี้ พลังข้ายังไม่แข็งพอ พิษที่อยู่ในตัวท่าน คือพิษกลืนกินิญญา แต่เหมือนจะมีพิษอื่นด้วย”
“ข้าเชื่อแล้วว่าเ้ามีความรู้เื่ พิษและโอสถ ขนาดเ้ายังไม่ได้ตรวจร่างกายข้า ยังรู้เลย นี่เ้ากำลังจะเดินทางไปที่ไหนหรือ”
“เมืองซิง ข้าจะไปที่นั่น!”
“ไปเมืองซิงอย่างนั่นหรือ เ้ามีความรู้เื่ยา มาร่วมมือกับข้าเถอะ เ้าปรุงยาออกมา ข้ามีหอประมูลอยู่หลายเมือง จะเป็ผู้ขายเอง รับรองว่าไม่เอาเปรียบเ้า ทั้งยังจะรักษาความปลอดภัยให้เ้าด้วย”
ซูเยว่มองชุดที่เขาสวมใส่ เป็ชุดไหมสีดำสนิทปักดิ้นทอง บ่งบอกฐานะที่ไม่ธรรมดา ที่เอวมีหยกพกสลักอักษร เฉิน ไหนจะคนที่ตามมาด้วย อีกร่วมสามสิบคน
“ไม่! ข้าชอบอิสระ ไม่อยากทำงานกับใครทั้งนั้น” ในรถม้าอากาศเริ่มร้อนขึ้น เพราะไม่ได้เปิดผ้าม่าน จนชายหนุ่มต้องใช้พัดสีดำโบกไปมา
ลูกน้องที่อยู่ด้านนอก ไม่กล้าเปิดผ้าม่านเข้ามา พวกเขาได้ยินเสียงกันสนทนาก็เข้าใจแล้วว่า เ้านายของพวกเขากลับมาเป็ปกติแล้ว
“ทำไมหรือ? ท่านถึง้าให้ข้าไปร่วมมือด้วย”
“เพราะว่าหอประมูลของข้า ไม่ชอบปล่อยให้ สมบัติล้ำค่าหลุดมือไป โดยเฉพาะสมบัติ อย่างเ้า!” เขายื่นหน้าเข้าใกล้ จนได้กลิ่นสมุนไพรอ่อนๆ