ตำนานผู้วิเศษ

    [MageLegend] ตอน 130 : นักบวชสีเลือด

    "อ๊าาาาาาา" ในห้องพักเซี่ยซีหานร่างแข็งเกร็ง ทั่วร่างเขาเส้นเลือดบูดนูนพร้อมหายใจถี่เข้าออกลึก จากนั้น "!อาาาา" หลังแผดเสียงร้องเจ็บเจียนตายอีกครั้ง


    เซี่ยซีหานมือของเขาทุบกำแพงดัง ตึงตึงตึง อย่างเจ็บปวด ร่างกายของเขาเริ่มแดงก่ำราวไฟร้อน ปราณพลังที่ราวกับสายธารเล็กๆ นับหมื่นสาย ไหลหลั่งส่องสว่างมองเห็นได้แม้จากภายนอกร่างกาย มันกำลังค่อยๆ ไหลไปรวมที่จุดกลางกายอของตัวเขาย่างรวดเร็ว นี่คือขั้นตอนของการบรรลุสู่ขอบเขต 'สร้างปราณ' ของเคล็ดวิชากายอมตะ


    ในห้องตอนนี้ร้อนราวกับเตาหลอม


    ปัง ปัง ปัง ในร่างของเซี่ยซีหานคล้ายมีเสียงดังของกองรบ นี่คือการพยายามทะลุทะลวงช่องปราณพลัง โดยทั่วไปผู้ฝึกปราณพลังมักติดค้างที่จุดนี้มากต่อมาก นั่นเพราะมันมีความทรมานอย่างยิ่ง และยากเกินกว่าที่คนธรรมดาจะอดทนได้ ยิ่งร่างกายของคุณถูกหลอมสร้างและพัฒนาศักยภาพไปได้สมบูรณ์แบบมากเท่าไหร่ ความเจ็บปวดที่ได้รับก็จะมากยิ่งขึ้นไปเท่านั้น


    ความลับเล็กๆ ของกระบวนการนี้คือ การใช้ยาวิเศษช่วยในการทะลวงปราณพลัง โดยการทำให้ชีพจรบางและอ่อนตัวลงบางส่วน


    แต่ปัญหาของการทะลวงปราณพลังด้วยยาวิเศษ นั่นคือชีพจรของผู้ทะลวงด้วยการใช้ยาวิเศษเป็นตัวช่วย คุณภาพของชีพจรจะตกลงไปสามถึงสี่ส่วนของความเป็นจริง ต่างกับผู้ทะลวงชีพจรเพื่อบรรลุขอบเขตด้วยตัวเองอย่างสมบูรณ์ จากนั้นก็ค่อยๆ ใช้ยาวิเศษบำรุงชีพจรตามภายหลัง สิ่งนี้มีความต่างกันมาก 9 ใน 10 คน พวกเขามักเลือกใช้ยาวิเศษช่วยในการบรรลุขอบเขตก่อปราณ


    'ข้าไม่ชอบความเจ็บปวดเลย แต่ข้าต้องอดทน... นั่นเพราะ... นั่นเพราะมีแต่พลัง... พลังที่แท้จริงของตัวเองเท่านั้น ที่จะทำให้ตัวข้ามีชีวิตรอด แล้วกลับไป... กลับไปหาเจ้าตัวดีได้อีกครั้ง'


    ภาพน้องสาวที่น่าเป็นห่วงปรากฏในห้วงสำนึกของเซี่ยซีหาน


    ตอนนี้เวลาผ่านไปหลายปีแล้ว เซี่ยซีหานไม่รู้ว่าเขาจะกลับไปโลกเดิมของเขาได้หรือไม่ แต่เขาคิดว่า ถ้าเขามาที่โลกใบนี้ได้ มันก็ต้องมีเส้นทางหรือสักวิถีทาง ที่ทำให้เขากลับไปหาเจ้าตัวดีได้


    สิ่งนี้เป็นหนึ่งในไม่กี่เรื่องในชีวิตของเซี่ยซีหาน ที่ทำให้เขาอดทนก้าวข้ามความยากลำบาก


    กลางกายของเซี่ยซีหาน แก่นพลังที่เดิมปรากฏเป็นคล้ายก้อนเนื้อธรรมดา มันรวมตัวและแข็งขึ้น ก่อนที่จะค่อยๆ ดูกระจ่างและใส กลั่นตัวและแปรเปลี่ยนเป็นผลึก ปราณพลังได้เกิดการทะลุทะลวงแล้ว "อ๊าาาาาาาาาาาาาาาาาาาา" เสียงเซี่ยซีหานแผดดัง พร้อมรอบห้องปรากฏเป็นไอหมอกสีขาวบริสุทธิ์ ต่างกับผู้บรรลุขอบเขตสร้างปราณคนอื่นๆ ที่ปราณพลังมักเป็นสีแดงโลหิตเข้ม


    หรือนี่คือความต่างของการขัดเกลากายเนื้อระดับ 100 เปอร์เซ็นต์กัน เซี่ยซีหานไม่เข้าใจ


    แต่ใบหน้าของเขาปรากฏรอยยิ้มที่โทรมไปด้วยคราบเหงื่อ ก่อนเขาจะหลับไปอย่างอ่อนแรง ไอ้ปราณที่กลายเป็นหมอก ค่อยๆ ไหลกลับเข้าร่างของเซี่ยซีหานอย่างช้าๆ ราวกับว่าทั้งร่างของเขากำลังหายใจเอามันกลับเข้าไป


    และเวลาก็ค่อยๆ ผ่านไปอย่างช้าๆ


    ...


    "นายช่างใหญ่ซีหาน นายช่างใหญ่ ท่านได้สติแล้ว" ร่างของเซี่ยซีหานขยับเล็กน้อย ก่อนบิดไปมาอย่างเกียจคร้าน มันเป็นอาการของคนพึ่งตื่นนอน


    แต่เซี่ยซีหานยังไม่ทันได้ตื่นนอนเต็มที่ดี ติงเชินฮุยนายช่างหลอมอาวุโสก็พูดต่อทันที "เมื่อวานท่านเสียงดังมากนายช่างใหญ่ซีหาน โชคดีที่ท่านผู้วิเศษเคอซวนให้ของวิเศษที่ช่วยเก็บเสียง ข้าจึงปิดผนึกเสียงกรีดร้องของท่านได้ นายช่างใหญ่ ต่อไปท่านจะทำอะไรท่านต้องบอกข้าก่อนสิ ดีนะที่ข้ามาเห็นสักก่อน ไม่เช่นนั้น เสียงแผดร้องของท่านคงทำให้หลายๆ คนของที่นี่ตกใจ นอกจากนั้นการปกปิดปราณพลังของท่านจะถูกจับได้"


    เซี่ยซีหานทำหน้ายิ้ม ก่อนจะพูดในใจ 'ข้าถูกคนอื่นจับได้ตั้งแต่เมื่อวานแล้ว ว่าข้าฝึกปราณพลัง เห่อเห่อ' เพียงแค่เซี่ยซีหานนึกถึงใบหน้าท่านชายเหวินชูเขาก็รู้สึกปวดหัวเล็กๆ


    การได้รับการสนับสนุนอย่างดีจากท่านชายผู้นี้ เซี่ยซีหานไม่รู้ว่าจะเป็นเรื่องดีหรือเรื่องร้ายกันแน่


    ครู่ถัดมาเซี่ยซีหานคล้ายนึกเรื่องสำคัญได้


    "นายช่างเชินฮุยไม่ทราบว่า เมื่อวานเรื่องที่ข้าฝากท่านไปทำ ท่านทำเรียบร้อยแล้วหรือยัง"


    ดวงตานายช่างอาวุโสติงเชินฮุยปรากฏประกายตา "แน่นอนขอรับนายช่างใหญ่เซี่ยซีหาน งานที่ท่านให้ข้าทำ มีหรือข้าจะไม่ทำให้เรียบร้อย ยาวิเศษที่ใช้บำรุงจิตวิญญาณ ที่ท่านมอบให้ข้ายี่สิบขวดกับอาหารจำนวนมาก ที่ขอมาจากท่านชายเหวินชู ข้าได้มอบมันให้กับเหล่าคนตัวเล็กแล้ว นายช่างใหญ่ท่านช่างจิตใจดีจริงๆ ไม่คิดว่า ท่านจะบริจาคสิ่งของจำนวนมากพวกนี้ ให้พวกเผ่าพันธุ์ที่ถูกสาปอย่างพวกผู้มุดอยู่ในดิน"


    "พวกเขาก็เหมือนพวกเรา พวกเขามีจิตใจ มีความรู้สึกดีใจ เสียใจและเจ็บปวดเป็น ข้ามองว่าพวกเขาก็เป็นมนุษย์เช่นกัน"


    นายช่างอาวุโสขมวดคิ้ว เขาไม่ชินกับความคิดเช่นนี้ของเซี่ยซีหานซักเท่าไหร่ ก่อนเขาจะจดจ้องประกายตาของเซี่ยซีหาน


    แม้ติงเชินฮุยจะไม่มีจิตนักรบ แต่เขาก็รับรู้ว่าเซี่ยซีหานพูดมาจากใจ ติงเชินฮุยไม่ใช่คนใจหยาบ ดังนั้นเขาจึงยิ้ม ก่อนจะแสดงทัศนคติของตัวเอง "ความคิดของนายช่างใหญ่ซีหานแปลกมาก แต่พอข้าคิดถึงสิ่งที่ท่านพูด นั่นมันก็จริง นอกจากรูปร่างของพวกเราและเขาที่แตกต่างกัน แต่พวกเขาก็มีจิตใจ พวกเขาสามารถดีใจ เสียใจ เจ็บปวดและมีรอยยิ้มได้ สิ่งนี้บ่งบอกว่าพวกเขามีสติปัญญาและคล้ายกับมนุษย์เช่นพวกเราจริงๆ แม้พวกเขาจะขาสั้นและตัวเล็กมากก็เถอะ"


    ใบหน้าที่เปื้อนยิ้มของติงเชินฮุยอยู่เพียงครู่เดียวหลังจากพูดจบ เมื่อเขาคิดอะไรบางอย่างได้


    "นายช่างใหญ่ซีหาน ท่านคงไม่คิดจะช่วยพวกผู้มุดอยู่ในดินออกไปจากที่นี่หลอกนะขอรับ"


    เซี่ยซีหานยิ้มบางๆ ก่อนหัวเราะเห่อเห่อเบาๆ


    ตอนนี้นายช่างอาวุโสเห็นท่าไม่ดีแล้ว


    "ไม่ได้นะขอรับนายช่างใหญ่ซีหาน พวกผู้มุดอยู่ในดินไม่เหมือนกับเด็กและสตรีที่คราวก่อนท่านช่วยมา พวกผู้มุดอยู่ในดินคือทาส และจะต้องเป็นทาสไปตลอดชีวิต นี่คือคำสาปที่ติดตัวพวกเขาเหล่าเผ่าพันธุ์ที่ไร้ศรัทธาต่อเทพเจ้า ถ้าท่านช่วยพวกเขาโดยการปล้นทาส ท่านจะถูกทำลายในนามของอาณาจักร นายช่างใหญ่ ท่านยังเยาว์วัยจึงไม่เข้าใจเรื่องพวกนี้ นอกจากนั้นถ้าท่านจะปล้นทาสที่นี่ก็อันตรายเกินไปจริงๆ"


    "ถ้าท่านต้องการช่วยพวกเขาจริงๆ วิธีที่ข้าจะแนะนำได้ ก็มีแต่ต้องซื้อพวกเขามาในฐานะทาสต่ออีกที แต่ทาสจำนวนมากมายแบบนี้ เกรงว่าท่านคงซื้อไม่ไหวเช่นกัน"


    เซี่ยซีหานยิ้มบางๆ อีกครั้ง เขายอมรับวิธีคิดของนายช่างอาวุโสติงเชินฮุย การช่วยคนแคระด้วยวิธีปล้นดูจะยากจริงๆ แต่ถ้าเป็นการซื้อต่อ เขาก็เกรงว่า จะช่วยได้ไม่หมดและเขาก็มีเงินบูลนี่ไม่พอเช่นกัน


    'เรื่องนี้ข้าควรเอามันไปปรึกษาตาแก่เคอซวน เขามีลูกเล่นมากมาย ด้วยวิธีการของเขา เขาอาจจะคิดแผนการณ์ดีๆ ที่ช่วยเหล่าคนแคระได้ทั้งหมด แต่ถ้าเขาปฏิเสธที่จะช่วยข้า ข้าจะเซ้าซี้เขาสามครั้ง ถ้าในสามครั้งเขาไม่เปลี่ยนใจ ข้าจะให้เหตุผลกับตัวเองว่า ข้าช่วยเหล่าคนแคระไม่ได้จริงๆ' เซี่ยซีหานคิดปลอบใจตัวเอง เพื่อหาเหตุผลที่จะไม่ช่วยเหล่าคนแคระที่น่าสงสารเพราะความขลาดกลัว


    ...


    ในเวลาเดียว ณ ที่ห่างไกล เสียงกรีดร้องและหวีดหวิดดังไปทั่วหมู่บ้าน ผู้คนในหมู่บ้านนับร้อยวิ่งกระเสือกกระสนหนีตาย แต่รยางค์สีเลือดที่ยาว เลื่อยคดเขี้ยวผ่านบ้านเรือนต้นไม้ ก่อนจะร้อยรัดร่างของเด็กหญิงชาย สตรี แต่ถ้าเป็นชาย หรือคนแก่ ปลายรยางค์สีเลือดมันจะอ้าปากเป็นสี่แฉกที่มากไปด้วยคงเขี้ยวแหลม ก่อนจะกัดศีรษะและดื่มเลือดคนผู้นั้นในทันที


    รอบตัวรยางค์สีเลือด สังเกตดีๆ จะดวงตาเล็กๆ ผุดขึ้นอย่างน่าสยอง


    ใจกลางหมู่บ้าน ชายคนหนึ่งที่น่ารังเกียจเขาหัวเราะไม่หยุด


    "ฮะฮาฮ่า นี่คือพลัง... นี่คือพลังของผู้เป็นอมตะ" สองมือเขากอดร้อยรัดร่างตัวเอง ด้วยตั้งแต่แผ่นหลังเขาลงมาจนปกคลุมขาทั้งหมด จะเห็นเป็นรากของรยางค์สีเลือดนับร้อย


    จุดกำเนิดของรยางค์ที่พุ่งไปร้อยรัดและฆ่าชีวิตผู้คน คือชายผู้นี้


    ตอนนี้ร่างของเขาชุ่มแดงไปด้วยสีโลหิตและมีดวงตานับร้อยนับพันอยู่ทั่วกาย


    ในขณะที่บุรุษผู้นี้ซาบซ่านไปด้วยความสุข ไม่ไกลจากตัวเขานัก ชายคนหนึ่งอยู่ในชุดคลุมสีแดงมืดของนักบุญ มองดูดีๆ แม้จะอยู่ในความมืดมิด ผู้คนกับสามารถมองเห็นดวงตาอันเป็นเอกลักษณ์ของเขาได้ ข้างหนึ่งมันแดงฉานราวกับดวงตาของปีศาจ ดวงตาอีกข้างที่ส่องสว่างกับสวยงามเป็นสีมรกต เขายิ้มแล้วกล่าวคำน้ำเสียงฟังดูอบอุ่นแต่ก็น่าสยดสยองในเวลาเดียวกัน


    "กุ่ยหรานลูกแกะตัวน้อยที่หลงทางของพ่อ ตอนนี้เจ้าได้เติบโตและได้อยู่ในอ้อมกอดของพระมารดาแล้วโดยสมบูรณ์ สัมผัสได้ใช่หรือไม่ ความสุขอันเอ่อล้นที่ได้จากชีวิตนิรันดร์"


    จากใบหน้าที่เต็มไปด้วยเลือดและดวงตานับร้อย 'กุ่ยหราน' หันหน้าไปตามเสียง ก่อนที่ดวงตาทั้งหลายจะปิดลงและผิวหนังสีเลือดของเขาค่อยๆ เปลี่ยนกลับมาดูเป็นปกติเหมือนมนุษย์ จากนั้นเขาค่อยๆ ก้าวเดินไปหาชายคนนั้นและคุกเข่า


    "ขอรับท่านพ่อต้าเจิง นักบวชสีเลือดผู้เต็มไปด้วยสง่าราศีแห่งพระมารดา"

    คล้ายกับเรื่องตำนานผู้วิเศษ ที่คุณอ่าน