ตอนที่ 2 กำเนิดเวเนเตอร์
*****ไม่อนุญาตให้นำนิยายไปดัดแปลงหรือเผยแพร่ช่องทางอื่นทุกกรณีนะครับ*****
หลายคนคิดว่าโลกต้องถึงกาลอวสานเพราะเหตุนี้
แต่ใครจะคิดเล่าว่า ... ท่ามกลางอันตรายที่เกินคาดหยั่ง ในประเทศแอฟริกาใต้ชายคนหนึ่งที่ฟื้นตื่นจากการนิทราของผลึกใสที่มีชื่อว่า “อารอน มาซู” เขาคือหนึ่งในนายทหารป้องกันประเทศและได้เข้าร่วมรบกับเหตุการณ์นี้ด้วย
ในขณะที่เขากำลังร่วมรบกับสัตว์ประหลาดหนูั์ที่รุกรานพื้นที่นั่น จู่ๆ ดาราสีขาวหนึ่งแฉกกลางหน้าก็เกิดการเปลี่ยนแปลง ชายคนนั้นสามารถใช้พลังของมันควบรวมเป็ธนูสีขาวคันหนึ่งแล้วใช้มันร่วมต่อสู้กับสัตว์ประหลาดหนู
ซึ่งในตอนนั้นเองทุกคนก็ต่างรู้ว่าพลังการทำลายล้างของธนูสีขาวคันร้ายกาจเสียยิ่งกว่าอาวุธปืนที่พวกเขาใช้เสียอีก
สัตว์ประหลาดหนูที่พบในแอฟริกาใต้ เหล่าทหารต้องระดมยิ่งมากกว่าเจ็ดสิบนัดกว่าจะล้มมันลงได้ แต่ชายคนนั้นกลับใช้ธนูสีขาวเพียงแค่ห้าดอกเท่านั้นก็สังหารสัตว์ประหลาดหนูตัวนั้นได้แล้ว
กลุ่มนักบวชได้เรียกอารอนว่า “เวเนเตอร์” ซึ่งในภาษาละตินหมายความว่า “นักล่า”
“อารอน มาซู” จึงกลายเป็เวเนเตอร์คนแรกของโลก
หลังจากผ่านเหตุการณ์นั้นรัฐบาลก็ได้ระดมผู้ที่ตื่นจากการนิทราและศึกษาพลังของพวกเขา โดยจากการสอบถามอารอน พวกเขาก็พบว่าอารอนนั้นทำไปโดยสัญชาตญาณ เขาเล่าว่าหลังจากที่เขาตื่นขึ้นมาจากผลึกใสแล้วปรากฏสัญลักษณ์รูปดาราสีขาวหนึ่งแฉก ภายในหัวของเขาก็มีข้อมูลบางอย่างที่ราวกับเป็ความรู้ที่ผ่านการอ่านหนังสือ
เขาสามารถอธิบายความรู้คร่าวๆ นั้นได้ แต่ไม่สามารถบอกมันออกมาได้อย่างชัดเจน ราวกับว่ามีแต่เขาเท่านั่นที่เข้าใจมัน
หลังจากนักวิชาการวิเคราะห์ในสิ่งที่อารอนเขียนออกมาแล้ว พวกเขาก็พบว่าสิ่งที่อารอนเขียนออกมาคล้ายกับตำราวิทยายุทธ์ในภาพยนตร์จีน มันคือการวิชาธนูที่มีเพียงธนูสีขาวคันนั้นเท่านั้นที่สามารถใช้ได้
หากนี่เป็โลกแห่งเกมส์ มันอาจจะเรียกสิ่งนี้ว่าทักษะหรือสกิลแอคทีฟและพาสซิฟในเกมส์ก็ว่าได้
ธนูสีขาวของอารอนไม่สามารถหยิบยื่นให้กับคนอื่นได้ มันถูกสร้างมาจากคลื่นพลังที่ออกมาจากสัญลักษณ์กลางหน้าผาก รวมทั้งลูกธนูที่อารอนใช้ยิงด้วย
ไม่เพียงแค่อารอนเท่านั้น ผู้ที่ฟื้นตื่นจากผลึกใสแต่ละคนก็ล้วนได้รับความสามารถนี้ด้วย และสิ่งสำคัญที่พวกเขาจับจุดได้ก็คือ “สัญลักษณ์กลางหน้าผาก”
จากการศึกษาพวกเขาพบว่าแต่ละคนสามารถควบแน่นอาวุธออกมาได้แตกต่างกันไป พวกเขาไม่สามารถกำหนดหรือเปลี่ยนแปลงได้ บางคนสามารถควบแน่นเป็จำพวกอาวุธที่ใช้ในการต่อสู้โดยเฉพาะ แต่บางคนกลับควบแน่นเป็อุปกรณ์การเกษตรหรือของใช้ภายในบ้านเสียอย่างนั้น แต่ถึงอย่างนั้นพวกเขาก็ได้รับความรู้ในทักษะของสิ่งที่ควบแน่นออกมา
ทว่าของบางอย่างก็ไม่ได้เหมาะสมที่จะใช้ในการต่อสู้จริงๆ ซึ่งทักษะที่พวกเขาได้รับก็แสดงออกมาได้อย่างชัดเจน เช่นบางคนที่ควบแน่นออกมาเป็แว่นตา แต่แว่นตานั้นมีทักษะที่สามารถมองเห็นในที่มืดได้เท่านั้น
อย่างไรก็ตามพวกเขาเ่าั้ล้วนได้รับสิ่งของและทักษะที่หลากหลาย ซึ่งหลายคนได้รับสิ่งของและทักษะที่เหมือนกันก็มี
นาซ่าได้ส่งคนมาศึกษาเื่นี้ด้วยตนเองและประกาศเื่นี้ออกไปให้ทั่วโลกได้รับรู้ เพื่อที่จะให้ประเทศต่างๆ ได้ใช้มันปกป้องประเทศของตนเอง
หลังจากที่ประเทศต่างๆ ที่ประสบกับเหตุการณ์การรุกรานของมอนเตอร์ พวกเขาก็ศึกษาผู้ที่ฟื้นตื่นจากนิทราผลึกใสทันที แม้แต่ที่ไทยเองก็ยังมีเวเนเตอร์ออกมาสู้รบ
ผู้ตื่นจากนิทราผลึกใสถูกเรียกว่า “การอเวคเวเนเตอร์” ซึ่งผู้ที่อเวคเวเนเตอร์แต่ละคนมีระยะเวลาการอเวคไม่เท่ากัน บางคนอเวคขึ้นมาหลังจากผ่านไปสามวัน บางคนอเวคในไม่กี่นาที หรือบางคนยังคงหลับใหลกลายเป็ผลึกใสอยู่อย่างนั้น
ดังนั้นแล้วพวกเขาจึงเก็บร่างผู้หลับใหลไว้เป็อย่างดี
สัดส่วนของผู้อเวคในตอนนี้มีเพียงหนึ่งในสิบเท่านั้น แม้เวลาจะผ่านมาหลายเดือนแล้วก็ตาม
ในที่สุดประเทศต่างๆ ก็สามารถจัดการกับมอนเตอร์ที่อยู่บริเวณโดยรอบได้ แต่ถึงอย่างนั้นมอนเตอร์เ่าั้ก็ยังคงทะลักออกมาจากวังวนอยู่ดี พวกเขาจึงมีความคิดที่จะเข้าไปกำจัดมอนเตอร์ในวังวน
นาซ่าเรียกวังวนสีขาวที่ปรากฏขึ้นว่า “อบิส”
หลังจากที่ประเทศต่างๆ มีกองทัพเวเนเตอร์เป็ของตนเอง พวกเขาก็้าที่จะเข้าไปกำจัดต้นตอของหายนะ นั่นก็คือภายในอบิส
แต่น่าเสียดายที่กองทัพอบิสของแต่ละประเทศในตอนนี้ยังมีน้อยเกินไป
นานาชาติจึง้าส่งทหารไปเป็เวเนเตอร์ เพื่อเพิ่มจำนวนเวเนเตอร์ให้มากขึ้น ทว่าการนิทราผลึกใสนั้นเกิดขึ้นจาก่เวลาที่อบิสปรากฎเริ่มแรกเท่านั้น หลังจากที่มนุษย์เข้าใกล้อบิสแล้ว พวกเขาจะไม่ได้รับผลกระทบใดๆ เว้นแต่มอนเตอร์จากอบิสจะเข้ามาโจมตีเท่านั้น
ดังนั้นแล้วพวกเขาจึง้าทดลองว่าหากมนุษย์ธรรมดาเข้าไปข้างในอบิส พลังงานที่อยู่ภายในจะทำให้พวกเขานิทราผลึกใสได้หรือไม่
การนิทราผลึกใสนั้นเสี่ยงเป็อย่างมาก เพราะเมื่อนิทราแล้วพวกเขาอาจมีโอกาสที่จะไม่ตื่นขึ้นมา ดังเช่นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับหลายคนก่อนหน้านี้
ผ่านไปสองปีอบิสสีขาวเกิดขึ้นหลายจุดทั่วโลก รัฐบาลของแต่ละประเทศเริ่มปรับตัวกันได้แล้ว แม้ว่ารัฐบาลของบางประเทศจะไร้ศักยภาพ ผู้นำเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนกับพวกพ้อง พวกเขาจึงถูกปฏิวัติเพื่อรับมือกับวิกฤตนี้อย่างแท้จริง
หลายประเทศจึงได้รับรัฐบาลใหม่เพราะเหตุนี้ รวมทั้งประเทศไทยด้วย
ในปีนี้นาซ่าได้ประกาศว่าพร้อมแล้วที่จะส่งเวเนเตอร์เข้าไปปฏิบัติการในอบิส โดยขอความร่วมมือจากอารอน เวเนเตอร์คนแรกของโลกเป็ผู้นำในการปฏิบัติภารกิจในครั้งนี้
ภารกิจกู้โลกนี้การเข้าสำรวจอบิสถูกจัดขึ้นที่อบิสสีขาวเกาะเมอร์ริตต์ รัฐฟลอริดา สหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็ที่ตั้งขององค์กรนาซ่านั่นเอง
กองกำลังเวเนเตอร์สองร้อยคนเข้าร่วมปฏิบัติการในครั้งนี้ พวกเขาพุ่งเข้าไปในอบิสสีขาวที่พวกเขาไม่รู้จักอย่างกล้าหาญ
ภารกิจนี้กินเวลาไปถึงสามสิบเจ็ดวัน ในที่สุดก็มีเวเนเตอร์คนแรกออกมา และคนผู้นั้นก็ไม่ใช่ใคร เขาก็คืออารอนนั่นเอง
หลังจากผ่านไปสองปีมานี้อารอนได้เคี่ยวกรำทักษะธนูของเขาเป็อย่างมาก ภารกิจในครั้งนี้กองกำลังของอารอนจากสองร้อยคนเหลือรอดกลับมาเพียงแค่ห้าสิบกว่าคนเท่านั้น
อารอนได้รายงานสถานการณ์ต่างๆ ที่อยู่ข้างในนั้น นั่นจึงทำให้โลกรู้ว่าอบิสนั้นคือช่องว่างมิติแห่งหนึ่งที่มีพื้นที่กว้างใหญ่ไม่ต่างจากเกาะขนาดใหญ่และเต็มไปด้วยฝูงมอนเตอร์
ที่นั่นพวกเขาได้พบอารยธรรมของมอนเตอร์ มีมอนเตอร์มากมายใช้ชีวิตและถือกำเนิดขึ้นที่นั่น การที่พวกเขาได้รับชัยชนะนั้นไม่ต่างจากการกวาดล้างอารยธรรมแห่งหนึ่ง
หลังจากจัดการกับอบิสสีขาวแห่งนั้นแล้ว อบิสนั้นก็ยังไม่หายไป พวกเขาพบว่ามนุษย์สามารถเข้าไปอาศัยอยู่ในสถานที่แห่งนั้นได้
นอกจากนี้เองอารอนยังได้พบความลับที่ว่าพลังพิเศษของเขาสามารถเพิ่มพลังขึ้นได้จากพลังงานที่อยู่ด้านใน พืชพันธุ์บางชนิดสามารถเพิ่มพลังบ่มเพาะให้กับพลังของเขาได้ เมื่อได้ยินดังนั้นนาซ่าจึงเอาของบางอย่างออกมา มันคือแกนพลังงานที่มีลักษณะเหมือนก้อนกลมที่ทอแสงสีขาว ที่พวกเขาได้มันมาจากซากของมอนเตอร์ที่พวกเขานำไปศึกษา
พวกเขาให้อารอนทดลองใช้แกนพลังงานนั้นดู และเมื่ออารอนเขมือบแกนพลังงานนั้นเข้าไป ร่างกายของเขาก็ตอบสนองกับแกนพลังงาน อารอนพบว่าพลังในสัญลักษณ์ดาราหนึ่งแฉกกลางหน้าผากกำลังเพิ่มขึ้น เมื่อเขากินแกนพลังงานสีขาวเข้าไปเรื่อยๆ หลายสิบก้อน แม้จะใช้ระยะเวลา่หนึ่งในการกลั่นพลังของแกนพลังนั้นจนหมดในแต่ละก้อน ในตอนนั้นเองกลางหน้าผากของเขาก็ปรากฏสัญลักษณ์ดาราอีกแฉกหนึ่งขึ้นมา กลายเป็ดาราสองแฉก
พลังการต่อสู้ของอารอนนั้นเพิ่มขึ้น เพราะเหตุนี้นาซ่าจึงรู้แล้วว่ามันคือความลับในการเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับเวเนเตอร์
นาซ่าเรียกแกนพลังงานที่ได้จากมอนเตอร์เ่าั้ว่า “แกนสปีริต”
มนุษย์ไม่เคยหมดความพยายามในการมีชีวิตรอด หลังจากผ่านเหตุการณ์นี้พวกเขายังคงศึกษากันอย่างต่อเนื่อง แม้แต่เื่การทดลองนำคนธรรมดาเข้าไปในอบิสเพื่อให้เข้าสู่การนิทราผลึกใส
สิ่งที่พวกเขาสันนิษฐานก็เป็จริง มนุษย์ธรรมดาเมื่อล่วงล้ำเข้าไปพวกเขาจะได้รับผลจากการนิทราโดยตรง หากไม่ใช่เวเนเตอร์แล้ว คนทั่วไปย่อมไม่อาจล่วงล้ำได้ เว้นแต่พวกเขา้าที่จะเป็เวเนเตอร์
แล้วโลกก็ได้พัฒนาไปอีกขั้นหนึ่ง