ตอนที่ 19 : เ้าสำนักเต๋อเจิ้น – เพลิงที่มองเห็นทุกสิ่ง
หอเทพเพลิงชั้นในสุดมีเพียงผู้ได้รับอนุญาตเท่านั้นที่กล้าเหยียบเข้าบานประตูเหล็กสีดำลายัไฟเปิดออกช้า ๆ เสียงโลหะเสียดสีก้องกังวาน
ผู้าุโซูเต๋อเหวิน ก้าวเข้ามาก่อนคุกเข่าลงกลางห้อง
“ศิษย์ผู้น้อย น้อมรายงานต่อท่านเ้าสำนักเต๋อเจิ้น… หวังเมิ่งหลง หลอมโอสถสุริยันชำระิญญาขั้นสูงได้สำเร็จขอรับ”
เงาสูงใหญ่ในมุมห้องค่อย ๆ ลืมตาขึ้นแสงไฟสว่างขึ้นพร้อมเปลวเพลิงสีทองที่ลุกวาบรอบร่างนั่นคือ เ้าสำนักเต๋อเจิ้น ผู้ “เพลิงิญญาะ” หนึ่งในสิบเพลิงระดับเซียนบนแผ่นดิน
“เพลิงเซียนห้าธาตุ... ในเด็กคนนั้นงั้นหรือ?”เสียงของเขาแหบต่ำแต่มีพลังสะกดทุกสิ่ง
ซูเต๋อเหวินก้มหน้า “ขอรับ เขาหลอมโอสถขั้นสี่ได้โดยไม่ใช้เตาเวท ข้าเห็นกับตาเอง”
เ้าสำนักเต๋อเจิ้นหลับตา มือขวาเคลื่อนไหวช้า ๆเพลิงทองลอยขึ้นกลางอากาศ แปรเปลี่ยนเป็รูปดวงตาเพลิงแห่ง์
ภาพเหตุการณ์การหลอมของเมิ่งหลงปรากฏให้เห็นทั้งหมด ัเพลิงห้าสีหมุนรอบหม้อหลอม, แสงทองส่องประกาย, และโอสถสุริยันชำระิญญาที่บริสุทธิ์ยิ่งกว่าที่ตำรากล่าวไว้
“อืม... ไฟห้าธาตุในร่างเดียว ข้ามองเห็นร่องรอยของพลังฟ้าดินที่ไม่สมดุล”
“แต่เขากลับปรับสมดุลได้ด้วยจิตใจของตนเอง... เด็กคนนี้ไม่ธรรมดานับง่าเป็อัจฉริยะในรอบร้อยปี”
ซูเต๋อเหวินเงยหน้าขึ้น “ท่านเ้าสำนัก หมายความว่า—”
“หมายความว่า... เขาอาจเป็ ‘ร่างิญญาแห่งเพลิง’ ที่สูญหายไปหลายร้อยปี”เสียงของเ้าสำนักเต๋อเจิ้นเคร่งขรึม
“หากเป็เช่นนั้น เขาคือผู้ที่ชะตาฟ้ากำหนดให้เปิดผนึกหอเทพเพลิงชั้นที่เก้าได้”
ห้องทั้งห้องเงียบงัน มีเพียงเสียงเปลวไฟแตกเปรี๊ยะเบา ๆ
ซูเต๋อเหวินประสานมือ “ขอท่านเ้าสำนักได้โปรดชี้แนะ ข้าควรทำเช่นไรกับเขา?”
เ้าสำนักเต๋อเจิ้นนิ่งคิด ก่อนเอ่ยช้า ๆ
“อย่าให้ผู้ใดรู้ความจริงในตอนนี้ข้าจะสังเกตเขาด้วยตาเพลิง์ของข้าเอง”
เพลิงสีทองค่อย ๆ ลอยหายไปเหลือเพียงแสงสลัวสะท้อนใบหน้าสงบนิ่งของผู้าุโสูงสุด
---
เช้าวันถัดมา หวังเมิ่งหลงได้รับคำสั่งเรียกตัวเข้าพบเมื่อเขาก้าวเข้าสู่หอเทพเพลิงชั้นใน เขารู้สึกได้ทันทีถึงแรงกดดันราวภูผาไฟกดทับ
เ้าสำนักเต๋อเจิ้นนั่งอยู่เบื้องหน้าดวงตาสีทองลึกซึ้งจ้องทะลุราวกับมองเห็นจิติญญา
“เ้าคือหวังเมิ่งหลง?”
“ขอรับ ผู้าุโ”
“ข้าได้ยินว่าเ้าหลอมโอสถสุริยันได้โดยไม่ใช้เตาเวท... เ้ารู้หรือไม่ ว่ามันคือสิ่งที่แม้ข้าก็ยังไม่กล้าทำในวัยเ้า”
เมิ่งหลงก้มศีรษะ “ข้าเพียงลองตามสัญชาตญาณ ไม่ได้คิดจะโอ้อวดใด ๆ ขอรับ”
แววตาของเ้าสำนักเต๋อเจิ้นแปรเปลี่ยน จากคมกล้าเป็อบอุ่น
“เด็กหนุ่ม... เพลิงของเ้าไม่ใช่เพียงเครื่องมือหลอมโอสถ หากแต่เป็เพลิงแห่งชีวิต
จงจำไว้ — ผู้ที่ควบคุมเพลิงได้ มิใช่ผู้ที่เผาผลาญทุกสิ่ง
แต่คือผู้ที่รู้ว่าเมื่อใดควรปล่อย และเมื่อใดควรดับ”
เมิ่งหลงประสานมือคารวะ “ข้าจะจำไว้ให้ขึ้นใจ ผู้าุโ”
หลังจากนั้น เ้าสำนักเต๋อเจิ้นได้ยื่นขวดโอสถเล็ก ๆ สีแดงเพลิงให้
“นี่คือ โอสถเพลิงะ หลอมจากเพลิงข้าเอง
เมื่อถึงเวลาที่เ้าต้องเผชิญกับความร้อนแรงของชะตา... จงใช้มัน”
เมิ่งหลงรับไว้ด้วยความเคารพ
และในแววตาของผู้าุโซูเต๋อเจิ้น มีบางสิ่งที่
ลึกซึ้งกว่าการทดสอบทั่วไปราวกับเขามองเห็นอนาคตบางอย่างของเมิ่งหลงที่แม้์ยังไม่กล้าเผย...????