ภายหลังจากการ "รีเซ็ต" จักรวาล โลกที่เคยเต็มไปด้วยกลิ่นอายโสมมของเทพเ้าจอมปลอมได้แปรเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ท้องฟ้าเป็สีครามบริสุทธิ์ ผืนดินกลับมาอุดมสมบูรณ์ ทว่าใจกลางของโลกใบใหม่นี้ กลับมีสิ่งปลูกสร้างหนึ่งที่ตั้งตระหง่านท้าทายกฎเกณฑ์ของธรรมชาติ "นครอเวจีรุ่งอรุณ" เมืองหลวงที่สร้างขึ้นจากหินูเาไฟสีดำสนิทและโลหะอาถรรพ์ที่หลงเหลือจากมหาศึกวิมานล่มสลาย
สิงหราช นั่งอยู่บนบัลลังก์ที่สลักจากกระดูกของปฐมเทพศูนย์ แววตาสีแดงชาดของเขาบัดนี้ไม่ได้มีเพียงความแค้น แต่มันลุ่มลึกและสงบนิ่งดุจมหาสมุทรที่ไร้ก้นบึ้ง รอยสักยันต์บนร่างของเขาไม่ได้เรืองแสงอย่างเกรี้ยวกราดเหมือนเก่า ทว่ามันกลายเป็ส่วนหนึ่งของิัอย่างสมบูรณ์ บ่งบอกว่าเขาได้หลอมรวมพลังของศาสตราทั้งเจ็ดเข้ากับจิติญญาจนเป็หนึ่งเดียว
"นายท่าน... ข่าวจากหน่วยสำรวจแจ้งว่า มนุษย์เริ่มก่อตั้งชุมชนใหม่ภายใต้กฎที่ท่านวางไว้" บุหลันแดง รายงานในชุดเกราะหนังัที่ดูดุดันกว่าเดิม "แต่มีบางอย่างผิดปกติ... ที่ชายขอบมิติทางทิศตะวันออก มีรอยแยกสีม่วงประหลาดปรากฏขึ้น และมันไม่ใช่พลังงานจากโลกนี้เ้าค่ะ"
สิงหราชพิงหลังเข้ากับบัลลังก์ มุมปากหยักขึ้นเป็รอยยิ้มที่แฝงด้วยความกระหาย "หึ... กลิ่นคาวเืของพระเ้าเพิ่งจะจางหายไป 'หมาป่า' จากทุ่งหญ้าอื่นก็เริ่มได้กลิ่นแล้วสินะ"
ทันใดนั้น เหนือน่านฟ้านครอเวจีรุ่งอรุณ อากาศพลันฉีกขาดออกเป็ทางยาว ปรากฏเรือเหาะขนาดมหึมาที่ทำจากไม้โบราณและหินลอยฟ้า ล้อมรอบด้วยวงแหวนเวทย์มนตร์ที่ซับซ้อนเกินกว่าไสยเวทย์โลกมนุษย์จะเข้าถึง บนหัวเรือมีบุรุษสามคนในชุดคลุมสีครามประดับลวดลายดวงดารา พวกเขาแผ่กลิ่นอายที่แตกต่างจากเทพเ้า... มันเป็พลังงานที่บริสุทธิ์และหนาแน่นกว่า "ลมปราณดารา"
"โลกใบนี้ช่างน่าสนใจ..." หนึ่งในผู้มาเยือนเอ่ยเสียงเรียบ ทว่ากังวานไปทั่วเมือง "พระเ้าปฐมภูมิถูกกำจัดโดยสิ่งมีชีวิตระดับต่ำ? ช่างเป็เื่ตลกที่น่ารื่นรมย์ยิ่งนัก"
พวกเขาลอยตัวลงมาหยุดอยู่เบื้องหน้าวิหารบัลลังก์ของสิงหราช โดยไม่สนใจทหารอสูรนับพันที่ล้อมรอบอยู่ "พวกข้าคือ 'ภาคีดาราคราม' (The Azure Star Order) ผู้ดูแลระเบียบแห่งกาแล็กซีมืด ในเมื่อโลกใบนี้ไร้พระเ้าปกครอง ข้าจะขอมอบเกียรติให้พวกเ้าได้สวามิภักดิ์ต่อ 'มหาจักรพรรดิดารา' ของพวกข้า"
สิงหราชไม่ได้ลุกจากบัลลังก์ เขาเพียงแค่ปัดนิ้วอย่างเบื่อหน่าย "ภาคีดาราคราม? จักรพรรดิดารา? ชื่อพวกแกฟังดูเหมือนนิยายประโลมโลกราคาถูกที่ข้าเคยอ่านตอนเด็กๆ เลยนะ"
"บังอาจ!" ผู้มาเยือนคนหนึ่งตวาดลั่น พลางปล่อยพลังกดดันระดับจักรวาลออกมา "เ้าเป็เพียงมดปลวกในโลกที่เพิ่งจุติใหม่ อย่าได้จองหองนัก!"
สิงหราชหัวเราะเบาๆ ก่อนจะลืมตาขึ้น "เนตรสูญสิ้นวัฏสงสาร: แรงโน้มถ่วงอเวจี!"
โครมมมมมมมมมม!!!
แรงกดดันมหาศาลที่เกิดจากการผสานพลังของศาสตราเทวะปะทะกับลมปราณดาราอย่างรุนแรง ทว่าพลังของสิงหราชกลับเหนือชั้นกว่าอย่างเทียบไม่ได้! ผู้มาเยือนทั้งสามถูกกดลงไปกองกับพื้นหินจนพื้นแตกร้าว เกราะดาราของพวกเขาปริแตกราวกับเปลือกไข่
"พวกแกบอกว่าข้าเป็มดปลวก?" สิงหราชค่อยๆ ลุกขึ้นจากบัลลังก์ เดินนวดนาดลงมาหาแขกผู้โชคร้าย "แต่พวกแกที่คลานอยู่แทบเท้าข้าตอนนี้... ดูเหมือนจะเป็ 'ไส้เดือน' มากกว่านะ"
เขาใช้เท้าเหยียบลงบนหน้าของผู้ที่เพิ่งตวาดเขาเมื่อครู่ "ฟังนะพวกดาราขี้เรื้อน... โลกใบนี้มีพระเ้าแล้ว และเขาก็ไม่ได้อารมณ์ดีพอที่จะรับแขกแปลกหน้าเสียด้วย"
สิงหราชใช้มือขวาคว้าหมับเข้าที่คอของผู้นำภาคี แล้วใช้วิชา "ตอกลิ่มิญญา" ที่อัปเกรดแล้ว ดึงเอาความรู้เื่ 'จักรวาลภายนอก' ออกมาจากสมองของมันโดยตรง
เขามองเห็นภาพของทวีปที่ลอยอยู่ในอวกาศ าระหว่างดวงดาว และขุมพลังที่ยิ่งใหญ่กว่าปฐมเทพศูนย์หลายเท่าตัว "หึ... ดูเหมือนว่าโลกใหม่ของข้าจะเล็กไปจริงๆ สินะ"
สิงหราชสะบัดมือเพียงครั้งเดียว ร่างของผู้มาเยือนทั้งสามก็ะเิกลายเป็ละอองดาวสีเื เขาไม่ฆ่าพวกมันให้ดับสูญทันที แต่เขากลับ "ส่งหัว" ของพวกมันกลับไปบนเรือเหาะด้วยอำนาจการตัดมิติของกระบี่นารายณ์
"จงกลับไปบอกจักรพรรดิของพวกแก..." สิงหราชคำรามจนเรือเหาะสั่นะเื "ถ้าอยากได้โลกใบนี้... ก็จงยกทัพมาให้หมดจักรวาล เพราะข้าเริ่มจะเบื่อกับการนั่งกินลมชมวิวบนบัลลังก์นี่เต็มทนแล้ว!"
เรือเหาะรีบถอยร่นกลับเข้าสู่รอยแยกมิติด้วยความหวาดกลัว สิงหราชยืนตระหง่านอยู่หน้าวิหาร จ้องมองขึ้นไปบนท้องฟ้าที่ลึกไกลกว่าเดิม แววตาของเขาส่องประกายความอำมหิตและความตื่นเต้นอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน
"บุหลันแดง..." สิงหราชเรียก
"เ้าค่ะนายท่าน?"
"เตรียมทัพอสูรของข้าให้พร้อม... เราจะไม่รอให้พวกมันมาหา แต่เราจะไป 'ล่า' พวกมันถึงที่บ้าน!"