"สวัสดีครับ ผมอเล็กซ์ แวน เดอ เบิร์ก พูดครับ" อเล็กซ์ตอบสายด้วยท่าทีนิ่งสงบ
"Hola... คุณอเล็กซ์ ผม ฆาบีเอร์ ซูบิราตส์ จากสโมสร บาเลนเซีย นะครับ"
อเล็กซ์นิ่งไปครู่หนึ่ง หัวใจเต้นแรงขึ้นมาทันที บาเลนเซียในยุคปี 2000 คือั์ใหญ่ที่เพิ่งเข้าชิงยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก และกำลังรุ่งเรืองสุดขีดภายใต้การคุมทีมของ เฮกเตอร์ คูเปร์
"Encantado de saludarle, Señor Zubirats. (ยินดีที่ได้คุยกับคุณครับ คุณซูบิราตส์)" อเล็กซ์ตอบกลับเป็ภาษาสเปนอย่างคล่องแคล่ว
"โอ้! สำเนียงคุณดีมากเลยนะคุณอเล็กซ์" ซูบิราตส์เอ่ยชมก่อนจะเข้าเื่อย่างรวดเร็ว "ผมจะไม่เสียเวลา ผมติดตามฟอร์มของ แยน เวนเนกอร์ มาสักพักแล้ว เรากำลังมองหากองหน้าที่มีรูปร่างสูงใหญ่และเล่นลูกกลางอากาศได้ดีเพื่อมาเสริมมิติในเกมรุก ผมอยากทราบข้อมูลเบื้องต้นและความ้าของตัวนักเตะหน่อยพอจะเป็ไปได้ไหม?"
อเล็กซ์ใช้เวลาเรียบเรียงข้อมูลในหัวครู่หนึ่ง "ยินดีครับที่สโมสรระดับบาเลนเซียให้ความสนใจแยน ปัจจุบันเขามีความสุขดีกับทเวนเต้ แต่เขาก็พร้อมสำหรับความท้าทายที่ยิ่งใหญ่กว่า ส่วนเื่ค่าเหนื่อย..." อเล็กซ์พิงหลังกับพนักเก้าอี้พลางหมุนปากกาในมือช้าๆ
"ปัจจุบันแยนคือสมบัติล้ำค่าที่สุดของทเวนเต้ แต่เขาก็พร้อมแล้วที่จะไปพิสูจน์ตัวเองในลาลีกาหรือที่ไหนก็ตามในยุโรป... เพื่อให้เราเข้าใจตรงกัน ผมขอพูดถึงตัวเลขในหน่วย ปอนด์สเตอลิง เพื่อความเป็สากลนะครับ"
ซูบิราตส์ปลายสายเงียบฟังอย่างตั้งใจ การใช้เงินปอนด์เป็ตัวกลางแสดงว่าเอเย่นต์คนนี้ "ไม่ธรรมดา"
"ปัจจุบันแยนรับค่าเหนื่อยอยู่ที่ราว 350,000 ปอนด์ต่อปี และสำหรับโปรเจกต์ของบาเลนเซีย ผมคาดหวังว่าสัญญาฉบับใหม่ควรจะขยับขึ้นไปอยู่ที่ 700,000 ถึง 800,000 ปอนด์ต่อปี เป็อย่างน้อย" อเล็กซ์แจ้งตัวเลขที่ทำให้แยนกลายเป็นักเตะเศรษฐีได้ในทันที "ส่วนเื่ค่าตัวย้ายทีม ... ผมเชื่อว่าข้อเสนอที่เริ่มต้นที่ 4.5 ล้านปอนด์ จะเป็กุญแจสำคัญที่ทำให้บอร์ดบริหารของทเวนเต้ยอมเปิดประตูเจรจากับคุณแต่โดยดี"
อเล็กซ์จงใจเรียกค่าตัวสูงกว่าที่ PSV เคยจ่ายจริง (4 ล้านปอนด์) เล็กน้อย เพื่อเผื่อพื้นที่ให้บาเลนเซียได้ต่อรอง และเพื่อโชว์ว่านักเตะของเขามีระดับเหนือกว่าค่าเฉลี่ยของลีกดัตช์
ตัวเลขนี้จะพิสูจน์ว่าบาเลนเซีย้าเขาไปเป็ฟันเฟืองสำคัญจริงๆ ไม่ใช่แค่ซื้อไปเพื่อรอโอกาสข้างสนาม
"ขอบคุณสำหรับข้อมูลครับคุณอเล็กซ์... ตัวเลขพวกนั้นน่าสนใจ แต่คุณก็รู้ว่าที่เมสตาย่า เราจ่ายให้กับคนที่ 'คู่ควร' เท่านั้น ไว้เราคงได้หารือเื่นี้กันจริงจังอีกครั้งเร็วๆ นี้... Adiós (ลาก่อน)"
เสียงสัญญาณตัดไป แต่อเล็กซ์รู้ดีว่าการที่อีกฝ่ายไม่ปฏิเสธตัวเลข 4.5 ล้านปอนด์ทันที แปลว่าปลาใหญ่เริ่มฮุบเหยื่อแล้ว
อเล็กซ์วางโทรศัพท์ลงพลางถอนหายใจยาว บาเลนเซียในประวัติศาสตร์เดิมไม่ได้มีแยนอยู่ในสารบบ แต่การที่เขาเข้ามาขัดเกลาและขยับหมาก ทำให้เส้นเวลาเริ่มบิดเบี้ยว
‘ถ้าข้อเสนอจากบาเลนเซียมาจริงๆ เราจะทำยังไง? จะหักดิบเปลี่ยนประวัติศาสตร์ส่งเขาไปสเปนเลย หรือจะให้เดินตามทางเดิมที่ PSV ดี?’ เขาขยี้ขมับด้วยความเครียด ‘ช่างแม่งเถอะ คิดไปก็ปวดหัว รอดูข้อเสนอจริงๆ ก่อนแล้วค่อยชั่งน้ำหนักส่วนได้ส่วนเสียเอา’ อเล็กซ์หยิบกุญแจรถและเสื้อโค้ทแล้วเดินออกจากออฟฟิศไปทันที...
ณ ร้านอาหารสุดหรูใจกลางกรุงอัมสเตอร์ดัม
กลิ่นหอมของอาหารฝรั่งเศสระดับมิชลินสตาร์อบอวลไปทั่วโต๊ะ อเล็กซ์นั่งเผชิญหน้ากับชายวัยกลางคนที่มีใบหน้าเคร่งขรึม... คุณพ่อของ เวสลีย์ สไนเดอร์
"อาหารรสชาติเป็ยังไงบ้างครับคุณพ่อ?" อเล็กซ์ถามด้วยรอยยิ้มอย่างเป็กันเอง
"ครับ อร่อยมาก" พ่อของสไนเดอร์วางมีดกับส้อมลง "คุณอเล็กซ์ ข้อมูลที่คุณเสนอมาเื่การจัดการตารางฝึกและแผนการดูแลชีวิตส่วนตัวของเวสลีย์... มันน่าสนใจมาก ผมไม่เคยเห็นเอเย่นต์คนไหนใส่ใจรายละเอียดขนาดนี้มาก่อน"
"แน่นอนครับ ผมถือว่าความสำเร็จของนักเตะคือความสำเร็จของผม ผมใส่ใจทุกรายละเอียดเสมอ"
"คุณอเล็กซ์... จริงๆ ผมมีข้อเสนออย่างหนึ่ง" พ่อของสไนเดอร์โน้มตัวมาข้างหน้า "สภาพแวดล้อมแถวบ้านเราตอนนี้เริ่มไม่ค่อยดีนัก มันอาจจะส่งผลเสียต่อสมาธิของเวสลีย์ ผมอยากได้บ้านใหม่ในสภาพแวดล้อมที่ดีกว่าเดิม เพื่อความปลอดภัยและอนาคตของลูกชายผม..."
อเล็กซ์นิ่งไปครู่หนึ่ง ในใจเริ่มคำนวณเงินในบัญชีที่มีอยู่ บ้านในย่านดีๆ ของอัมสเตอร์ดัมราคาไม่ใช่ถูกๆ แต่นี่คือ 'เหยื่อ' ชิ้นสำคัญที่จะมัดใจครอบครัวสไนเดอร์ไว้
"ผมจัดการให้ได้ครับคุณพ่อ" อเล็กซ์ยิ้มกว้างอย่างมั่นใจ "ผมเชื่อว่าสภาพแวดล้อมที่พักอาศัยสำคัญพอๆ กับสนามซ้อม ผมจะหาบ้านที่เหมาะสมที่สุดให้กับครอบครัวสไนเดอร์เอง"
"ถ้างั้นผมขอตัวไปบอกข่าวนี้กับลูกชายก่อนนะครับ ผมจะรอฟังข่าวดีเื่บ้านจากคุณ" พ่อของสไนเดอร์ลุกขึ้นยืนพลางจับมือกับอเล็กซ์ด้วยท่าทีที่ดูผ่อนคลายขึ้นมาก
อเล็กซ์มองส่งแผ่นหลังของชายผู้กุมอนาคตจอมทัพอันดับหนึ่งของฮอลแลนด์เดินออกจากร้านไป เขาพิงหลังกับพนักเก้าอี้พลางถอนหายใจ
‘บ้านงั้นเหรอ... สงสัยเงินยูโรในบัญชีต้องได้ขยับอีกรอบแล้วสิเรา’
-----