อิ้นถังเป็คนให้ความสำคัญกับความจงรักภักดี แม้จะมอบให้เฉพาะกับคนคุ้นเคยเท่านั้นแต่เขาก็ไม่คิดมาก่อนว่าตนจะถูกวางแผนทรยศหักหลังจากคนสนิท
แม้ว่าปัจจุบันเขายังไม่ได้แยกไปอยู่ด้านนอกและยังคงอยู่ในวังหลวงพร้อมกับบรรดาองค์ชายคนอื่นซึ่งมีกฎและข้อห้ามมากมายดังนั้นจึงมีหลายสิ่งที่เขาต้องใส่ใจระมัดระวังเป็พิเศษ
เมื่อสองปีที่แล้วอิ้นถังเข้ารับดูแลร้านค้าและกิจการภายใต้ชื่อของอี้เฟย หลังจากที่เขาเข้ามาดูแลกิจการเหล่านี้ก็เจริญรุดหน้าไปอย่างรวดเร็วและมีผลกำไรเพิ่มขึ้นมากว่าสองเท่าในระยะเวลาเพียงสองปีอีกทั้งเขายังสร้างเส้นทางการค้าใหม่ๆ ขึ้นมาด้วย
แม้ว่ากิจการของอิ้นถังไม่ได้ขยายใหญ่มากนักแต่รายได้ที่เข้ามาอย่างสม่ำเสมอประกอบกับความกระตือรือร้นที่จะทำการค้าและความรู้ทางการค้าของเขาทำให้อิ้นถังสามารถเปิดทางสู่การค้าทางทะเล และสามารถทำเงินได้หลายล้านตำลึงต่อปี
รายได้รวมของคลังหลวงมีเพียงสิบล้านตำลึงในแต่ละปี แม้ว่าหลายฝ่ายจะพยายามเติมคลังหลวงแล้วก็ตามเมื่อองค์ชายคนใดออกไปสร้างวังนอกวังหลวง ไม่นับองค์รัชทายาทฮ่องเต้คังซีจะมอบเงินให้คนละสองแสนตำลึงทว่ารายได้ต่อปีของอิ้นถังกลับมากกว่ารายรับขององค์ชายทุกคนที่สร้างวังของตนเองมากนักผลกำไรมหาศาลดังกล่าวจึงดึงดูดความสนใจจากคนอื่นๆ แม้จะมีใครที่โลภอยากได้ความมั่งคั่งนี้แต่อิ้นถังก็ไม่ได้ให้ความสนใจมากนัก เพราะเื่บัญชีการค้าสำหรับเขาเป็เื่ค่อนข้างเข้าใจยากอีกทั้งเขาเองสร้างความร่ำรวยขึ้นมาจากสองมือ ดังนั้นเขาจึงไม่ได้จัดการเื่นี้ด้วยตนเองมากนักแต่ก็ไม่ได้คิดว่าความประมาทชั่วแล่นของตนเองเกือบจะก่อให้เกิดหายนะครั้งใหญ่ขึ้นมาได้
วันนี้เป็วันสิ้นเดือนซึ่งเป็เวลาที่อิ้นถังจะต้องตรวจสอบบัญชีของตนเองโดยปกติแล้วคนสนิทที่เขาไว้ใจจะส่งสมุดบัญชีมาที่ประตูวังและอิ้นถังจะให้คนไปรับแต่กลับกลายเป็ว่าคนที่อิ้นถังส่งไปรายงานว่าองค์รัชทายาทนำคนกับสมุดบัญชีของเขาจากไปแล้วอิ้นถังจึงต้องไปตำหนักอวี้ชิ่งอย่างไม่มีทางเลือก
ความสัมพันธ์ระหว่างอิ้นถังและองค์รัชทายาทหรือความสัมพันธ์ระหว่างองค์รัชทายาทกับองค์ชายคนอื่นๆ นั้นไม่ดีนักแม้แต่องค์ชายสี่ที่ติดตามองค์รัชทายาทก็ยังไม่รอดจากปัญหาที่อีกฝ่ายก่อขึ้นทั้งยังต้องออกหน้าแบกรับความผิดให้เขาอีก อิ้นถังจึงไม่เปิดเผยจำนวนเงินที่เขาได้รับให้ผู้อื่นทราบคนอื่นๆ ต่างมองว่ากิจการเ่าั้คงได้เงินเพียงเล็กน้อยทว่าเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา องค์รัชทายาทกลับพยายามพูดคุยเอาใจเขาสองสามคำ ทำให้อิ้นถังรู้สึกประหลาดใจแต่ก็ไม่ได้ใส่ใจมากนัก
ใครจะรู้ว่าหลังจากนั้นไม่กี่วันองค์รัชทายาทก็จับคนของเขาได้ทั้งยังพาตัวไปที่ตำหนักอวี้ชิ่งระหว่างที่กำลังเจรจากันอยู่ อิ้นถังรับรู้ได้ว่ามีคนทรยศทว่าเขาไม่อาจบอกได้ว่าเป็ผู้ใด จังหวะนั้นเอง องค์รัชทายาทให้คนใส่บางอย่างลงในชาของเขาหากไม่ใช่เพราะความภักดีของหลินชูจิ่วและการยื่นมือเข้าช่วยกลางคันขององค์ชายสี่อิ้นเจินอิ้นถังอาจจะตกอยู่ในกำมือขององค์รัชทายาทในวันนี้เอง
ทันทีที่เขากลับถึงตำหนักของตนเองก็ตรงไปยังเรือนของหว่านซีแม้ว่าเวลาที่พวกเขาอยู่ร่วมกันจะสั้น แต่เมื่ออิ้นถังเผชิญหน้ากับวิกฤติคนแรกในความคิดของเขาไม่ใช่ต่งเอ้อซื่อ แต่เป็หว่านซี ซึ่งเป็เื่ยากที่จะหาสตรีที่เข้ากันได้ทั้งนิสัยและความร้อนแรงบนเตียงการเสาะหาสตรีที่มีนิสัยและความเข้ากันได้ทางกายและยังให้ความสำคัญกับเขาในทุกเื่นั้นช่างยากเย็นเหมือนกับงมเข็มในมหาสมุทรอย่างไรอย่างนั้น
สำหรับอิ้นถังหว่านซีไม่เพียงตอบสนองความชอบของเขาได้แต่ยังเข้ากันได้ในทุกเื่หากกล่าวว่าคราแรกนางเพียงกระตุ้นความ้าของเขาได้ยามนี้นางก็คืบคลานเข้ามาสู่ชีวิตของเขาอย่างเงียบๆและทำให้เขานึกถึงนางได้เป็คนแรก ถ้าเขาไม่ถูกล่อลวง เขาจะเต็มใจยกเว้นให้นางซ้ำแล้วซ้ำเล่าได้เยี่ยงไร
เมื่ออิ้นถังตื่นขึ้นมาในเช้าอีกวันด้านนอกก็ยังคงมืดมิด หว่านซีที่ถูกก่อกวนมาทั้งคืนยังคงหลับใหลแม้ว่าเขาจะขยับเพื่อเอามือและเท้าของนางที่พันรอบร่างกายออก แต่นางก็ไม่ได้ตอบสนองเลย อิ้นถังมองไปที่รอยฟกช้ำบนร่างกายบอบบางก่อนที่ดวงตาจะเข้มขึ้นเล็กน้อย อิ้นถังไม่ได้ทำสิ่งใดอีก เพียงยื่นมือออกไปดึงผ้านวมขึ้นจนแน่ใจว่าปกปิดผิวเนื้อทั้งหมดแล้วจึงค่อยเรียกบ่าวรับใช้เข้ามาปรนนิบัติหลินชูจิ่วที่คอยฟังเสียงความเคลื่อนไหวด้านในห้องเมื่อได้ยินอิ้นถังร้องเรียกก็พาบ่าวไพร่กลุ่มหนึ่งเข้ามาปรนนิบัติเขาในทันทีเมื่อไม่เห็นหว่านซี หลินชูจิ่วก็รู้ว่านางยังไม่ตื่นครั้นหวนคิดไปถึงยาที่องค์รัชทายาทใส่ลงไปในชาของอิ้นถังแล้วเขาก็ส่งสัญญาณให้บ่าวทั้งหมดเบามือเข้าไว้ พวกเขาค้อมคารวะอิ้นถังอย่างเงียบๆก่อนที่จะปฏิบัติหน้าที่ของตนเอง
ไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อวานนี้ได้ดีไปกว่าหลินชูจิ่ว ดังนั้นเขาจึงแน่ใจว่าหลังจากนี้จะมีพายุโลหิตตามมาอย่างแน่นอน
หลังจากออกจากห้องด้านใน อิ้นถังมองไปยังทิงจู๋และคนอื่นๆ ที่รออยู่ข้างนอก หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่งเขาจึงเอ่ยว่า "ให้นายหญิงของเ้านอนต่ออีกหน่อย ถ้าไม่มีอะไร...ก็ดูแลนางให้ดี”
"เพคะ"ทิงจู๋ ทิงอวี่ และทิงฉินต่างมีสีหน้ายินดี
เมื่อดวงอาทิตย์ขึ้นถึงจุดสูงสุด หว่านซีจึงเพิ่งลืมตาขึ้น รู้สึกถึงความเ็ปและเหนื่อยล้าท่วมทนเสียจนแทบไม่อยากแม้แต่จะขยับนิ้ว เมื่อหันไปมองเตียงด้านข้างที่ว่างเปล่าก็ไม่เห็นอิ้นถังแล้วนางได้แต่ถอนหายใจอย่างโล่งอก เมื่อคืนอิ้นถังราวกับกลายร่างเป็สัตว์ป่าไปแล้วไม่สนใจคำวิงวอนของนางสักนิด ทว่ากลับนางครั้งแล้วครั้งเล่าจนสุดท้ายแล้วนางก็ต้องโอนอ่อนผ่อนตามเขาอยู่ดี
เกาหมัวมัวรออยู่ข้างนอกเมื่อนางได้ยินเสียงเคลื่อนไหวจากห้องด้านใน นางก็นำทิงจู๋และบ่าวหญิงคนอื่นเข้ามาทันทีเมื่อเห็นท่าทางเหนื่อยอ่อนของหว่านซี เกาหมัวมัวก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเป็ทุกข์ นางได้แต่บ่นว่าความหยาบคายขององค์ชายอยู่ในใจ แต่ไม่กล้าแสดงความไม่พอใจออกมา
“ทิงจู๋ ทิงฉินเ้าไปช่วยนายหญิงอาบน้ำในห้องอาบน้ำ” หลังออกคำสั่งแล้วนางก็ไปหาเสื้อผ้าสะอาดมาให้หว่านซีผลัดเปลี่ยนด้วยตนเองร่างกายของหว่านซีสั่นเทา สองขารู้สึกราวกับกำลังเดินอยู่บนปุยฝ้ายและพร้อมที่จะล้มพับลงไปได้ทุกเมื่อจนทำให้ทิงจู๋และทิงอวี่ไม่กล้าปล่อยมือ
หลังจากปล่อยให้ทิงจู๋และนางกำนัลคนอื่นๆช่วยนางอาบน้ำร้อน หว่านซีก็เริ่มรู้สึกดีขึ้นกว่าเดิมมาก เมื่อออกมาจากห้องอาบน้ำเกาหมัวมัวก็ช่วยนวดให้นางอย่างอ่อนโยน แม้ว่าจะไม่ได้รู้สึกสดชื่นอย่างเต็มที่แต่นางก็เริ่มผ่อนคลายขึ้นมากแล้ว
“องค์ชายออกไปตั้งแต่เมื่อใด” หลังดื่มน้ำเพียงเล็กน้อย หว่านซีก็เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแหบแห้งขณะมองไปยังเกาหมัวมัว“องค์ชายเสด็จไปั้แ่ยามอิ๋น[1]แล้วเ้าค่ะ ก่อนจากไปรับสั่งว่าไม่ให้เรารบกวนท่านและต้องดูแลท่านให้ดีด้วยเ้าค่ะ” เกาหมัวมัวตอบด้วยสีหน้ายินดี
"ทราบแล้ว"หว่านซีพยักหน้ารู้สึกได้ว่านางคงไม่ได้พบหน้าอิ้นถังอีกหลายวัน
ถูกคนอื่นทรยศหักหลังย่อมต้องแก้แค้นอย่างสาสมไม่เพียงแต่สตรีที่ผ่านความตายมาแล้วเช่นนาง แม้แต่พวกบุรุษย่อมไม่ใช่ข้อยกเว้นโดยเฉพาะคนที่ทระนงตนอย่างอิ้นถัง
หลังจาก ‘ค่ำคืนแห่งการต่อสู้อันดุเดือด’ อิ้นถังย่อมรู้สึกอ่อนเพลียเช่นกันกระนั้นเพลิงโกรธที่สุมในอกกลับเป็เหมือนแรงผลักดันแผนการขององค์รัชทายาทเมื่อวานนั้นสัมฤทธิ์ผลแล้ว
รัชทายาท้าสั่งสอนเขาอิ้นถังเข้าใจว่าหากเื่การค้าของเขาถูกเปิดเผย ไม่เพียงแต่จะทำลายเขาเท่านั้นแต่ยังรวมถึงมารดา พี่ชาย และคนอื่นๆ ในครอบครัวเขาด้วย
เื่อื้อฉาวในวังนั้นถือเป็ความผิดร้ายแรงและเขาไม่เชื่อว่าตนเองจะสามารถมีอนาคตที่ดีได้หลังจากเผชิญเื่ราวเหล่านี้
ด้านองค์รัชทายาทนั้น เขารู้ว่าไม่อาจจัดการได้ชั่วคราวแม้ว่าจะลงมือยามนี้เขาก็ไม่อาจตัดต้นตอที่แท้จริงไปได้ยามนี้เขาระงับความโกรธและมุ่งเน้นสืบหาต้นตอปัญหาภายในเมื่อเปรียบเทียบกับแผนการขององค์รัชทายาทแล้วเขาไม่อาจทนการทรยศของคนในได้มากกว่า
ไม่ซื่อสัตย์หนึ่งครั้ง ไม่ภักดีร้อยครั้ง[2]
เพราะเื่บัญชีเป็เื่ที่มีผู้เกี่ยวข้องไม่กี่คนดังนั้นจึงมีคนไม่มากที่อาจรู้เื่ทั้งหมด การสืบหาความจริงเื่นี้จึงไม่ใช่เื่ยากเกินไป
มีสุภาษิตที่พูดถึงคนโชคร้ายว่าแม้ดื่มน้ำเย็นก็ยังติดฟันได้
ก่อนจะเจอคนทรยศมีข่าวมาจากท่าเรือหลายแห่งว่าเรือถูกควบคุมอิ้นถังมองรายงานเ่าั้พลางยิ้มเย้ยก่อนส่งคนที่ไว้ใจได้พร้อมกับป้ายชื่อของตนเพื่อแก้ปัญหาเื่นี้ จากนั้นเขาก็หมกตัวอยู่ในห้องหนังสือเพื่อแก้ปัญหาเกี่ยวกับการค้าของตนเองอย่างจดจ่อ
ต่งเอ้อซื่อและสตรีคนอื่นจับตาดูอิ้นถังเมื่อเห็นว่าเขาไม่ได้ไปเยือนเรือนของหว่านซีอีก ต่างก็แสดงความรู้สึกของตนออกมาอย่างไรก็ตามพวกนางได้เรียนรู้จากความพยายามเรียกร้องความโปรดปรานของจูซื่อแล้วดังนั้นต่างจึงเตรียมตัวอย่างระมัดระวังมากขึ้นดังเช่นการส่งน้ำแกงเป็ครั้งคราวหรือการเตรียมการพบหน้าที่คล้ายกับว่าเป็การบังเอิญพบ
ตำหนักในกวาดเอาความเงียบก่อนหน้านี้ออกไปและมีชีวิตชีวาอย่างมากอยู่ชั่วขณะหนึ่ง
“นายหญิงท่านจะไม่ส่งอะไรให้องค์ชายสักหน่อยหรือเ้าคะ" เห็นกลยุทธ์หลากหลายของบรรดาสตรีในตำหนัก ทิงอวี่ก็กลัวว่าองค์ชายจะถูกชิงไปจากนายหญิงของตนจึงได้เอ่ยแนะนำขึ้น
“เขาขาดของพวกนั้นหรืออีกอย่าง หากวันหนึ่งนายของเ้าจำเป็ต้องใช้สิ่งของเหล่านี้เพื่อเรียกร้องความสนใจนั่นหมายความว่านายของเ้าหมดความโปรดปรานแล้ว” หว่านซียิ้มจางๆ หันมองออกไปนอกหน้าต่าง ใบไม้ที่เหี่ยวเฉายิ่งขับเน้นความโศกเศร้าให้กับปลายฤดูใบไม้ร่วง
"นี่..."ทิงอวี่ได้ยินคำพูดนั้นก็ไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไร
“อย่ากังวลไป! องค์ชายจะมาแน่นอนหากเขา้า” หว่านซีพูดอย่างไม่แยแส
บางครั้งการไม่ต่อสู้ก็คือการต่อสู้
สตรีในตำหนักในต่างรวมกลุ่มกันแม้จะพยายามกันมากเพียงใดก็ไม่ได้หมายความว่าอิ้นถังจะมองเห็นพวกนางและยิ่งคิดก็ยิ่งไม่เชื่อว่าตอนนี้อิ้นถังจะสนใจเื่สตรีในเรือนหลังของตนเอง
ดังคาด สองวันต่อมาหลิวเจียซื่อผู้ที่พยายามสร้างการพบหน้าโดยบังเอิญขึ้นมาไม่เพียงแต่จะไม่ได้พบอิ้นถังเท่านั้น แต่ยังถูกเขาตำหนิกลับมาอีกด้วยซ้ำยังให้นางคัดลอกสี่ตำราเพื่อเป็การลงโทษทำให้เหล่าสตรีที่เหลือได้แต่ตกตะลึงและล้มเลิกความตั้งใจของตนเองไปเงียบๆ
[1] เวลา 3.00 – 5.00 น.
[2] หมายถึงคนที่เมื่อไม่ซื่อสัตย์ได้ครั้งหนึ่งแล้วก็ย่อมไม่ซื่อสัตย์ได้อีกเรื่อยๆ หรือคนเคยทรยศครั้งหนึ่งแล้วจะไว้ใจอีกไม่ได้