ตอนที่ 3 (3)
ฉินเฟิงวิเคราะห์คำพูดของหร่วนจือหวนอย่างรวดเร็ว และเขาก็สรุปได้ว่าอีกฝ่ายคงอยากได้รับการปลอบใจ เขาจึงพูดว่า “น้ำแกงยายเมิ่งเองก็สำคัญต่อการบริหารจัดการนรกอย่างขาดไปไม่ได้เช่นกัน ถ้าวันไหนพวกนายไม่ต้มน้ำแกง นรกคงได้เกิดความวุ่นวายเป็แน่ มีข่าวลือว่าน้ำแกงยายเมิ่งนั้นรสชาติแย่จนอยากจะอ้วก แต่ว่าฝีมือครัวของนายก็ถือว่าไม่เลวเลย เมื่อคิดดูแล้วน้ำแกงที่นายต้มออกมาก็คงจะเหมือนกัน ฉะนั้นพวกผีที่ได้ดื่มน้ำแกงของนาย คงนับได้ว่าเป็วาสนาครั้งใหญ่เลยล่ะ”
“จริงหรือครับ”
“จริงอะไร”
“ก็เื่ที่ว่า...ผมทำอาหารได้ดีน่ะครับ...”
“ถ้านายทำอาหารไม่อร่อยละก็ ฉันคงไม่ให้นายมาทำอาหารให้อีกหรอก”
พอหร่วนจือหวนได้ยินดังนั้นหางตาของเขาก็ยกขึ้นราวกับกำลังคลี่ยิ้มออกมา และเขาก็มั่นใจอีกครั้งว่าถึงฉินเฟิงจะมีใบหน้าที่เ็าแต่เขาก็เป็ผีที่มีจิตใจอบอุ่นมาก เขาเอ่ย “คุณฉิน ขอบคุณครับ คุณเป็ผีที่ดีจริงๆ”
มือที่ถือตะเกียบของฉินเฟิงชะงักค้างไปทันที เขารู้สึกเพียงแค่ว่าภาพลักษณ์ของตัวเองในใจของหร่วนจือหวนได้พังทลายลงแล้ว แต่จะพังก็พังไปเถอะ เพราะเขาไม่มีความรู้สึกต่อต้านต่อการพังทลายอะไรนี่เลยสักนิด นอกจากนี้ยังรู้สึกว่ามันสามารถพังทลายได้มากกว่านี้อีกหน่อยด้วยซ้ำ
เมื่อคิดได้อย่างนี้แล้ว เขาก็วางตะเกียบและชามลงก่อนลอยเข้าไปในห้องครัว จากนั้นก็หยิบกล่องเล็กๆ ใบหนึ่งวางไว้ข้างหน้าของหร่วนจือหวนพลางเอ่ย “เอาไปสิ ฉันให้นาย”
หร่วนจือหวนมองไปที่ฉินเฟิง แล้วมองมาที่กล่อง หลังจากที่เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่งก็ได้ฉีกห่อออก เมื่อครู่ตอนที่เขาเปิดประตูตู้แช่ก็สังเกตเห็นของสิ่งนี้แล้วเช่นกัน แต่ตัวเขาก็ไม่ได้สนใจจะรื้อค้นของของฉินเฟิง ดังนั้นจึงสะกดความใคร่รู้แล้ววางมันเอาไว้โดยไม่สนใจมันอีก ไฉนจะรู้ว่าที่แท้แล้วมันมีไว้ให้ตัวเขากันล่ะ
“เค้กดอกพลับพลึงนี่ครับ!”
หลังจากที่ฉีกห่อออกมาแล้ว หร่วนจือหวนก็อดที่จะแอบกรีดร้องออกมาอย่างแ่เบาไม่ได้ ขนมเค้กดอกพลับพลึงนี้เป็ขนมเค้กที่เขาชอบกินที่สุด ฉินเฟิงรู้ได้อย่างไรว่าตัวเขาชอบกินเ้าสิ่งนี้
สำหรับฉินเฟิงแล้ว เค้กดอกพลับพลึงนี้เป็แค่ของกินเล่นที่สามารถซื้อหาได้ในซูเปอร์มาร์เกต แต่สำหรับหร่วนจือหวน นี่คือของกินที่อร่อยที่สุดซึ่งมันมีจำนวนน้อยนิดจนน่าสงสารไม่ต่างอะไรกับเนื้อติดซี่โครงไก่เลย แถมยังราคาแพงมากอีกด้วย
นอกจากเขาจะโชคดีได้กินข้าวกับศาสตราจารย์มาสองสามมื้อแล้ว ตัวเขายังได้โอกาสกินของหวานที่เขาชอบสุดหัวใจแบบนี้อีกด้วย หากเป็ในเวลาปรกติ เขาคงตัดใจซื้อให้ตัวเองไม่ได้เป็แน่
“ถือว่าเป็รางวัลค่าเหนื่อยของนายก็แล้วกัน” ฉินเฟิงเบนหน้าไปด้านข้าง น้ำเสียงของเขาแฝงไปด้วยความไม่เป็ตัวเองอยู่ด้วย ตอนที่อยู่ในซูเปอร์มาร์เกตเขาเห็นหร่วนจือหวนแอบมองเค้กดอกพลับพลึงนี้หลายครั้ง แถมเขายังกลืนน้ำลายอีกด้วย ฉะนั้นเขาเลยอาศัยโอกาสตอนที่อีกฝ่ายไม่ได้สนใจแอบซื้อกลับมา
หลังจากที่เขาซื้อมาแล้วเขาก็ได้แต่หงุดหงิดที่ตัวเองหุนหันปานนี้ หร่วนจือหวนเป็เพียงพ่อครัวบวกพนักงานทำความสะอาดที่เขาใช้เงินจ้างมาเท่านั้น ซึ่งเขาไม่จำเป็ต้องปฏิบัติกับอีกฝ่ายดีขนาดนี้ก็ได้...แต่ตอนนี้พอเขาเห็นหร่วนจือหวนมีท่าทางตื่นเต้นเช่นนี้ ภายในใจก็อดรู้สึกขึ้นมาไม่ได้ว่า นี่เป็การซื้อเค้กที่คุ้มค่ามากจริงๆ และเขาก็รู้สึกแม้กระทั่งว่าในอนาคตจะซื้อเพิ่มอีกสักหลายกล่องก็ได้
“ขอบคุณครับ!” หร่วนจือหวนเผยรอยยิ้มกว้างให้กับฉินเฟิง ในระหว่างที่เขากำลังดีใจก็ไม่ลืมผีที่มอบของขวัญให้เขาแต่อย่างใด เขาเอ่ย “ถ้าอย่างนั้นเอาเค้กดอกพลับพลึงเป็ของหวานหลังมืออาหารแล้วกัน เดี๋ยวพวกเราค่อยมากินด้วยกันนะครับ”
ฉินเฟิงไม่มีความสนใจในของหวานพวกนี้นัก แต่ในยามที่หร่วนจือหวนแย้มยิ้มหวานพลางมองมาที่ตัวเองนั้น ประโยคที่ว่า ‘ไม่ต้อง’ ก็พลันติดอยู่ในลำคอทันที นอกจากนี้หลังมื้ออาหารเขายังกินเค้กดอกพลับพลึงที่ก่อนหน้านี้เขาไม่ชอบนักหนานั้นไปหนึ่งชิ้นอีกด้วย
อืม มันหวานเกินไปจริงๆ
ส่วนหร่วนจือหวนนั้นตรงกันข้ามกับอาการไม่ชอบใจของฉินเฟิง เพราะเขาที่กินเค้กดอกพลับพลึงในระหว่างที่เดินทางกลับหลังเลิกงานจากบ้านของฉินเฟิงแล้ว เขาก็ยังคงอารมณ์ดีมากๆ อยู่เลย
ั้แ่ไหนแต่ไรมา หร่วนจือหวนไม่เคยมีใครเผาสิ่งของให้ตัวเขามาก่อนแม้กระทั่งบ้านสักหลังก็ตาม แต่เป็เพราะรูมเมทของเขาเองที่ทนไม่ไหว จึงอาศัยเหตุผลที่ว่า ‘ทุกปีลูกหลานควรจะเผาบ้านส่งให้’ ฝืนเผาบ้านหลังน้อยให้ผีเช่นเขาหนึ่งหลัง ซึ่งสิ่งนี้ก็ทำให้เขาไม่กลายเป็ผีเร่ร่อนเพราะต้องย้ายออกจากหอหลังเรียนจบ
“เสียวหร่วนจือ กลับมาจากเลิกงานแล้วเหรอ”
“พี่ไฉ ทำไมออกมาเดินเล่นเร็วแบบนี้ล่ะครับ”
ในขณะที่อีกสองสามก้าวก็จะถึงบ้าน หร่วนจือหวนก็ถูกเพื่อนบ้านเรียกเอาไว้ เนื่องจากว่าอีกฝ่ายคอยดูแลตัวเองเป็อย่างดี และทุกครั้งที่ไปแย่งเสบียงของคนที่เผาส่งให้ผีไร้ญาติ พี่ไฉก็มักจะช่วยแย่งมาเผื่อเขาด้วยส่วนหนึ่ง ดังนั้นเขาจึงเรียกอีกฝ่ายว่า ‘พี่ไฉ’
“ใช่แล้ว พี่รีบออกมาดูว่าจะได้เจอนายหรือไม่” พี่ไฉชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ย “เสียวหร่วนจือเอ๋ย อีกสองวันพี่ก็จะไปเกิดใหม่แล้วนะ”
“กะทันหันขนาดนั้นเลยหรือครับ” หร่วนจือหวนเบิกตากว้าง เห็นได้ชัดว่าเขาไม่สามารถทำความเข้าใจกับข่าวที่กะทันหันเช่นนี้ได้ทัน