ในห้องนี้ตกแต่งสวยงามยิ่งนักสวยกว่าข้างนอกเสียอีก เรือนสวยเช่นนี้ทำไมถึงได้อยู่ห่างจากเรือนใหญ่นักเฟยฉีเดินเข้าไปข้างในก่อนจะปิดประตูลง
“มีผู้ใดอยู่ไหม ? ” เห็นไม่มีเสียงตอบรับใดๆเฟยฉีก็รีบวิ่งไปที่เตียงโบราณสวยสง่าที่อยู่ตรงหน้านั้นทันที
ข้าวของเครื่องใช้ที่อยู่ภายในห้องนี้ถูกจัดไว้อย่างเป็ระเบียบเรียบร้อยผ้าห่มสีชมพูที่ทำจากผ้าไหมััแรกคือนุ่มมาก ภายในห้องล้อมรอบไปด้วยไม้ตกแต่งแกะสลักอย่างปราณีตเฟยฉีลุกขึ้นเดินสำรวจรอบๆห้อง ทันใดนั้นเฟยฉีบังเอิญพบเข้ากับหยกชิ้นนึงสลักชื่อไว้ เฟยฉีหยิบหยกนั่นขึ้นมาดูชื่อที่สลักอยู่บนหยกถ้าเดาไม่ผิดน่าจะเป็ชื่อของสตรีนางนึง
“เหอเจียวเหมย ใครกันนะ ? ” ขณะที่เฟยฉีกำลังจดจ่อกับหยกที่อยู่ตรงหน้าจู่ๆประตูตำหนักก็ถูกผลักเข้ามาอย่างแรง คนที่ผลักเข้ามาคือลี่หยางเขามาโผล่ที่นี่ได้ไงกัน ดูเหมือนเขาจะโกรธมาก เหงื่ออยู่บนหน้าผากไหลไม่หยุด
“ องค์ชายมาที่นี่ได้ยังไงเพคะ? ”
“ ใครอนุญาตให้เ้าเข้ามาในนี้?!!! ” เสียงเข้มตวาดขึ้น เฟยฉีถึงกับสะดุ้งโหยงเผลอทำหยกชิ้นนั้นร่วงตกลงไปที่พื้นแตกกระจาย เฟยฉีตัวแข็งทื่อมองหน้าเขานิ่งพอได้สติเฟยฉีก็รีบก้มลงไปเก็บหยกนั้นขึ้นมา
“ หม่อมฉัน... หม่อมฉันขออภัยเพคะ ... ให้อภัยหม่อมฉันด้วย ” เพราะเฟยฉีรีบหยิบเอาหยกนั้นทำให้ได้รับาเ็ที่มือ
ลี่หยางสาวเท้าเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าเฟยฉีใช้ร่างใหญ่บดบังร่างเฟยฉีไว้ไม่ให้ผู้ใดมาเห็นเข้า มือแกร่งจับมือเฟยฉีให้ลุกขึ้นไม่ทันได้ระวังเฟยฉีพลาดล้มไปที่อกแกร่งเข้าอย่างจัง
“ ตามข้ามามาดูว่าข้าจะลงโทษเ้าอย่างไร ? ” ได้ยินเช่นนั้นเฟยฉีถึงกับกลัวตัวสั่นระริกนางจะต้องมาจบชีวิตลงตรงนี้จริงๆเหรอ
ลี่หยางลากเฟยฉีออกมาจากเรือนท้ายตำหนักด้วยอารมณ์ที่โกรธเคืองแค่หยกชิ้นเดียวเขาคงไม่ฆ่านางหรอกนะ แต่ก็ไม่อาจรู้ความคิดภายในใจเขาได้
“ นั่งลง !!! ” ลี่หยางพาเฟยฉีมาที่โต๊ะที่สวนดอกไม้หน้าตำหนักเสียงเขาอาจจะดูเ็าแต่การกระทำของเขากลับอ่อนโยนน่าแปลกใจ
ลี่หยางนั่งยองๆลงตรงหน้าเฟยฉี จับมือนางขึ้นมาดูรอยแผลอย่างเบามือดูเขาในตอนนี้ไม่ต่างจากพระเอกในนิยายเลย สายตาคมที่มองมาช่างอ่อนโยนยิ่งนักทำให้ใจดวงน้อยๆของเฟยฉีสั่นไหวรุนแรง
“ นางกำนัลอยู่ไหน?ข้า้าผ้ากับน้ำอุ่น ” เฟยฉีได้แต่นั่งอยู่เงียบๆให้เขาทำแผลให้
เฟยฉีไม่อาจละสายตาจากลี่หยางได้ เขาเป็บุรุษที่งดงามที่สุดที่นางเคยเจอมาถ้าเป็ไปได้ เมื่อใดที่นางกลับไปที่เดิมที่นางจากมานางก็อยากเอาลี่หยางติดตัวกลับไปด้วย ขณะที่กำลังจ้องใบหน้าเขาอยู่นั้นเฟยฉีก็แอบเห็นลี่หยางสวมสร้อยคอหยกเส้นนึงหยกเหมือนกับหยกที่นางทำพังเมื่อครู่ไม่มีผิด
สังเกตุดูอีกที เฟยฉีถึงได้รู้ว่าสร้อยที่ลี่หยางสวมอยู่สลักชื่อเหอเจียวเหมยเหมือนกันเฟยฉีกำลังจะเอ่ยถามลี่หยางว่าสตรีผู้นั้นเป็ใคร เขากลับลุกขึ้นเสียก่อนเหตุการณ์เกิดขึ้นเร็วไม่ทันได้ตั้งตัว ศรีษะเขาโดนที่คางนางพอดี เฟยฉีมองตาเขียวแต่เขากลับไม่มีทีท่าใดๆ
“ นี่ท่องค์ชายจะฆ่าหม่อมฉันทางอ้อมเหรอเพคะ!!! องค์ชายเป็บ้าอะไรเนี่ย!!! ” ลี่หยางยังคงเงียบ ไม่พูดไม่จากอะไรคิ้วหนาคู่สวยขมวดเข้าหากันแน่นอย่างประหลาดใจ นางช่างกล้านักที่กล้าแผดเสียงต่อหน้าเขาเช่นนี้
“ ต่อแต่นี้เ้าห้ามไปที่เรือนหลังนั้นอีก เข้าใจหรือไม่ ? ” ลี่หยางเงียบไปครู่นึงก่อนจะปริปากเอ่ยบอกยังคงเป็น้ำเสียงที่เ็าไม่มีความรู้สึกใดๆ
“เพราะเหตุใดกันเพคะ ? หม่อมฉันกำลังจะขออนุญาตจากองค์ชายให้หม่อมฉันพักที่เรือนหลังนั่นเพคะเรือนนั้นสวยงามนัก องค์ชายให้หม่อมฉันพักอยู่ที่นั่นนะ น้า~”
เฟยฉีทำหน้าทำตาออดอ้อนลี่หยางสุดฤทธิ์ ทำตัวน่ารักแต่ดูเหมือนวิธีนี้จะไม่ได้ผล ลี่หยางหมุนตัวแล้วเดินหลบไป
“เมื่อใดที่เ้าไม่ดื้อไม่ซนข้าจะพิจารณาอีกที ” เห็นทีท่าอันเย่อหยิ่งของลี่หยาง เฟยฉีหยุดเดินเบะปาก แลบลิ้นอย่างหมั่นไส้
พอคิดดูอีกทีนางควรจะทำตามที่เขาบอกเพราะห้องนั้นสวยมากจริงๆ เฟยฉีถูกใจห้องนั้นั้แ่แรกที่ก้าวขาเข้าไปข้างในนั้นแล้ว
“ยังไงห้องนั้นก็ต้องเป็ของเรา !!! สู้ๆ เฟยฉี !!! ” เฟยฉีกำลังจะเดินดูรอบๆสวนดอกไม้ทำความคุ้นเคยที่แปลกใหม่นี้ทว่าครู่นั้นเฟยฉีกับเห็นหมีแพนด้าโผล่ออกมาจากไหนไม่รู้
หมีแพนด้าตัวหนี้ดูไม่ใหญ่แล้วก็ไม่เล็กมากนักแต่ที่น่าประหลาดใจคือข้างหลังของเ้าหมีแพนด้ามีปลีกด้วย เ้าหมีแพนด้ากำลังบินตรงมาหาเฟยฉีแพนด้ามีปลีกบินได้ช่างแปลกตาเสียจริง
“ นี่เ้าคือคุณหนูเฟยฉีใช่หรือไม่ ? ” ได้ยินเ้าแพนด้าพูดได้เฟยฉีถึงกับแปลกใจตาเบิกกว้าง กำลังจะวิ่งหนีไปก็ถูกเ้าแพนด้าน้อยดักหน้าไว้
“ข้าเป็ลูกศิษย์ที่แสนจะน่ารักมีความสามารถเป็เลิศความสามารถท่านอาจารย์ลู่เสียนเทียบข้าไม่ได้เชียวนะท่านอาจารย์สั่งให้ข้ามาดูแลเ้า ท่านอาจารย์เป็ห่วงเ้ามาก ”
ได้ยินถึงท่านอาจารย์ เฟยฉีก็รู้สึกคิดถึงท่านกับเย่วเสี่ยงขึ้นมาเื่แบบนี้เฟยฉีก็ไม่แปลกใจนัก เพราะเคยดูหนังอ่านนิยายมาก่อนนางแค่ไม่คิดว่าชีวิตจริงจะมีอะไรแบบนี้ด้วย ในหนังเป็เ้านกไม่ใช่เหรอ ? ทำไมสิ่งที่อยู่ตรงหน้านางถึงเป็เ้าแพนด้าน้อยไปได้ล่ะ?
“ดูแล้วเ้าก็มีประโยนช์อยู่นะ ” เฟยฉีตื่นเต้นมาก เ้าแพนด้าน้อยคือความหวังของนาง ดีเลยอยู่ที่นี่นางจะได้ไม่เหงา
“แน่นอนอยู่แล้ว ”
“ ว่าแต่เ้าชื่อว่าอะไรล่ะ ? ” เ้าแพนด้าน้อยค่อยๆร่อนลงบนพื้นปลีกที่อยู่ข้างหลังก็ค่อยๆหายไป
ทว่าเมื่อเ้าแพนด้าน้อยแตะที่พื้นตัวกลับเล็กเท่าลูกบอลดูแล้วน่ารักไม่เบา เมื่อแตะไปที่ตัวของเ้าแพนด้าน้อย ขนนุ่มไม่อยากจะผละออกเลยเฟยฉีขยี้ขนเ้าแพนด้าน้อยอย่างหมั่นเขี้ยว
“ เ้าอย่ามาแตะต้องตัวข้าเช่นนี้นะ” ไม่อยากจะเชื่อว่าเ้าแพนด้าน้อยตัวนี้จะหยิ่งยโสเช่นนี้เฟยฉีชักมือกลับก่อนจะเอ่ยกับเ้าแพนด้าน้อยว่า
“ นี่เ้าแพนด้าน้อย ตอนนี้เ้าเป็บ่าวข้างกายข้าแล้วนะ เป็เด็กดีคอยฟังคำสั่งข้า ต่อไปนี้ข้าจะเรียกเ้าว่าลี่จู”
เอ่ยถึงชื่อเฟยฉีก็จิ้มไปที่หน้าผากเ้าแพนด้าน้อยเบาๆสีหน้าโกรธเคืองของเ้าแพนด้าน้อยช่างน่ารักยิ่งนัก
“ พอได้แล้วข้ามีชื่อของข้า อย่าเรียกข้าด้วยชื่อเชยๆเช่นนั้น ”
“เ้าชื่อว่าอะไรล่ะ ? ไหนบอกข้ามาสิ” เฟยฉีเอ่ยถามอย่างกวนๆนางจะเรียกว่าอะไรก็เื่ของนางสิ
เ้าแพนด้าน้อยคิดอยู่ครู่นึงคิดยังไงก็คิดไม่ออกเลยนั่งจุมปุ๊กลงไปที่โต๊ะนิ้วมือเล็กเคาะเบาๆบนโต๊ะเหมือนใช้ความคิดอยู่
“ ช่างเถอะข้าจะเรียกเ้าว่าลี่จูนั่นแหละ ว่าแต่เ้าทำอาหารเป็ไหม ? ั้แ่เช้าข้ายังไม่ได้ทานอะไรเลย ”
วันนี้เกิดเื่มากมาย เฟยฉียังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลยเฟยฉีใช้พลังงานไปเยอะ ตอนนี้เริ่มรู้สึกเหนื่อยล้าหิวมากด้วย
“ ข้าทำอาหารไม่เป็ ” ได้ยินคำตอบเฟยฉีรู้สึกผิดหวังนิดๆ
“งั้นเ้าพาข้าออกไปหาอะไรทานได้ไหม ? ” เฟยฉีมองไปที่เ้าแพนด้าน้อยอย่างมีหวังเื่ง่ายๆเช่นนี้เ้าแพนด้าน้อยคงทำได้แน่
“เื่นี้ข้าเกรงว่า ..... ข้าพึ่งจะบินลงมาจากเขาครั้งแรกข้าไม่รู้เส้นทางในเมืองนี้หรอก แฮ่ๆ ”
เ้าแพนด้าน้อยยกมือขึ้นเกาศรีษะอย่างเขินอายครานี้นางหมดความอดทนแล้วจริงๆ เฟยฉีกระทืบเท้าอย่างแรงพูดกับเ้าแพนด้าน้อยว่า
“อะไรของเ้าลี่จู ?!!! ถามอะไรเ้าก็ไม่รู้!!! เ้ากวนประสาทข้าใช่ไหม ?”
เฟยฉีลูบที่ท้องตัวเองเบาๆด้วยความหิวโหย ทั้งสองมองหน้ากันอย่างไร้หนทางเฟยฉีถอนหายใจหงุดหงิด ตำหนักบ้านี่เหมือนที่คุมขังไม่มีผิด น่าเบื่อเสียจริงทว่าครู่นั้นก็มีเสียงของใครบางคนดังแว่วมา ลี่จูเห็นเช่นนั้นก็รีบใช้วิชาหายตัวไปก่อนที่จะมาที่นี่ท่านอาจารย์ได้กำชับนักกำชับหนาว่าห้ามปรากฎตัวให้ผู้ใดเห็น
“ นี่เ้ารู้อะไรไหม ข้าเกลียดอี่ตาบ้าลี่หยางนั่นจริงๆเลยข้ากับเขาไม่ได้เป็ศัตรูกันเสียหน่อย แต่ดูที่เขาทำกับข้าสิ เหมือนนักโทษไม่มีผิดเรือนพักข้าก็ไม่มี อาหารก็ไม่มีให้ข้าทานข้าช่างเป็ชายาที่รันทดน่างสงสารเสียจริง นี่ เ้าได้ยินที่ข้าพูดไหม !! ”
เฟยฉีไม่รู้อะไรยังคงนั่งระบายความในใจกับลี่จูเฟยฉีพูดอยู่นานไม่เห็นลี่จูตอบกลับก็รีบหันไปดู ทว่าลี่จูกลับหายไปแล้วมีแค่ร่างที่คุ้นเคยยืนอยู่ข้างหลังนางสายตาที่เต็มไปด้วยไอสังหารจ้องมองเฟยฉีอย่างเอาเื่เฟยฉีถึงกลับหน้าถอดสีร่างกายร่วงตกลงไปที่พื้น
“เ้าคงไม่พอใจกับการกระทำของสามีตัวเองนัก ใช่หรือไม่ ? ”
น้ำเสียงอันอ่อนโยนนี้ทำไมช่างน่ากลัวเช่นนี้เฟยฉีเม้มปากแน่นพยายามข่มความกลัวไว้ บรรยากาศรอบตัวเงียบสงัดอย่างน่าแปลกใจลมเย็นพัดโชยกระทบที่ร่างของเฟยฉีทำให้นางตัวสั่นระริกไปหมด
“ไม่ใช่อย่างที่องค์ชายเข้าใจนะเพคะ หม่อมฉันกำลังชมองค์ชายอยู่นะ องค์ชายช่างงดงามจิตใจดีอ่อนโยน องค์ชายดีกับหม่อมฉันมาก ไม่พอแค่นั้น .... ”
ยังพูดไม่ทันจบลี่หยางก็คว้าข้อมือนางกระซากอย่างแรง ระยะห่างของทั้งสองไม่ถึงคืบเฟยฉีแน่นิ่งจ้องมองใบหน้าอันงดงามนั้นไม่ละสายตา ยิ่งสบตาลี่หยางนานๆเฟยฉียิ่งหวั่นไหวดวงตาของเขาช่างมีเสน่ห์เสียจริง ขนตาดำยาวสวยกับดวงตาสีนิลคู่นั้นช่างงดงามน่างเกรงขามนักั้แ่เล็กจนโตเฟยฉีไม่เคยเจอบุรุษคนไหนงดงามน่าดึงดูดเท่าเขาแล้วจริงๆ
“เ้าจะจ้องข้าอีกนานไหม ? ” น้ำเสียงเ็าของลี่หยางเรียกสตินางกลับมาเฟยฉีใมากรีบถอยห่างจากเขา
“เ้าตามหาข้ามีเื่อะไร ? ” เฟยฉีมองไปที่ข้อมือของตัวเองที่กำลังบวมแดงเขาคงโกรธนางมากสินะ ลี่หยางมีทีท่าเปลี่ยนไปเมื่อพานางเข้ามาอยู่ในตำหนักนี้ด้วย
“ เ้าช่างบังอาจนักที่ทำให้ข้าโกรธได้ถึงเพียงนี้” เอ่ยจบ ลี่หยางก็บีบคางมนแน่นเฟยฉีถึงกับนิ่วหน้าด้วยความเ็ป
ให้ตายเถอะนางทำผิดอะไรกัน ทำไมเขาต้องทำกับนางเช่นนี้ด้วย การพูดนางก็ปรับเปลี่ยนแล้วนินางมาจากโลกอนาคตนะเว้ยยย ต้องใช้เวลาปรับตัวหน่อยสิ
“ นี่ หม่อมฉันไม่ได้ทำอะไรผิดนะเพคะ?!!! ” เฟยฉีเอ่ยถามอย่างยากลำบากนางรับรู้ได้ว่าลี่หยางโเี้อย่างที่คนอื่นพูดไว้จริงๆ เฟยฉีทนไม่ได้อีกต่อไปใช้แรงทั้งหมดที่มีปัดมือแกร่งออกอย่างแรง
“มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันสิเพคะ หม่อมฉันเจ็บนะเพคะ ” เฟยฉีตะคอกบอกลี่หยางออกไปพ่อแม่แท้ๆยังไม่ทำกับนางถึงขนาดนี้ เขาเป็ใครกันถึงกล้าทำร้ายนางเช่นนี้
“เ้าอยากจะกินข้าวพักผ่อนไหม ห๊ะ !!! ” ไฟโทสะที่กำลังลุกโชนทันทีที่ได้ยินคำนั้นแววตาเฟยฉีก็เป็ประกายทันที
“ ที่รัก ก่อนหน้านี้หม่อมฉันทำอะไรไม่ดีกับองค์ชายท่านอย่าถือสาเลยนะ แฮ่ๆ เราไปเสวยอาหารกันเถอะเพคะ ไปกัน”
ท่าทางแสนน่ารักของเฟยฉีถ้าคนอื่นเห็นคงหมั่นไส้ไปแล้ว แต่กับลี่หยางแล้วเขากลับไม่คิดเช่นนั้นมุมปากหนายักขึ้นเล็กน้อย ลี่หยางเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนหยอกล้อเฟยฉีว่า
“ ได้แต่ตอนนี้ข้ารู้สึกปวดร่างกายแปลกๆ ถ้าเ้าช่วยบรรเทาอาการปวดนี้ข้ามีรางวัลให้เ้าด้วย ”
ได้ยินคำพูดนั้นของลี่หยาง เฟยฉีพลางนึกถึงเงินทองเครื่องใช้ที่มีค่าทันทีเดิมทีเฟยฉีเป็คนชอบเงินอยู่แล้วได้ยินเช่นนั้นนางก็ไม่คิดอะไรมากพยักหน้าตอบรับอย่างเอ็นดู
“ ได้เพคะหม่อมฉันจะนวดให้ ” มือเล็กนวดที่ไหล่กว้างเบาๆ ไออุ่นจากมือเล็กของเฟยฉีแผ่ซ่านทั่วร่างกายทำให้ลี่หยางรู้สึกผ่อนคลายอย่างมาก เขาหลับตาพริ้มค่อยๆตักตวง่เวลาที่แสนสงบนี้
“ องค์ชายรู้สึกอย่างไรบ้าง ? สบายขึ้นไหมเพคะ ? หม่อมฉันชำนาญด้านนี้มากเลยนะไม่อยากจะโม้”
เฟยฉียิ้มแฉ่งอย่างมีความสุข เหมือนเด็กน้อยกำลังพูดอวดให้พ่อแม่ฟังลี่หยางเอาแต่เงียบไม่พูดไม่จาอะไรแต่เฟยฉีแอบเห็นลี่หยางพยักหน้าเบาๆกับคำพูดของตนนวดให้เขาไปได้สักพักเฟยฉีก็รู้สึกเมื่อยมือก็เลยหยุดแล้วเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าลี่หยาง
“ นี่ หม่อมฉันนวดให้องค์ชายแค่นี้พอให้องค์ชายตบรางวัลให้หม่อมฉันแล้วนะเพคะ” ลี่หยางค่อยๆลืมตาขึ้นแววตาแฝงไปด้วยความเ้าเล่ห์