“ฉัน้า DNAของคุณ!! คิดเท่าไหร่คะ?”
ฉันถามชายตรงหน้าอย่างสนใจ
“ครับ??คุณหมายถึงอะไรเหรอครับ?”
ชายหนุ่มที่กำลังยื่นแก้วกาแฟวางบนโต๊ะพลางทำหน้างง
“ฉัน้าตัวของคุณ!!คิดเท่าไหร่เหรอ?”
ฉันเปลี่ยนคำถามให้เข้าใจง่ายขึ้น
“ต้องขอโทษด้วยครับผมต้องขอตัวไปทำงานต่อ”
เขาเลี่ยงที่จะตอบด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มและเดินจากไป
“ฉันรุกแรงไปรึเปล่านะ?แต่ยังไงก็ต้องเป็ของฉันอยู่ดีนี่นา”
หญิงสาวยื่นมือหยิบแก้วกาแฟตรงหน้าขึ้นมาจิบ
“รสชาติอร่อยใช้ได้เลยแหะ!!”
เธอมองออกไปนอกกระจกอย่างพึงพอใจ
…………………………………………………………………………………………….……
ในอีกด้านหนึ่ง
ฉัน้าตัวของนาย!! คิดเท่าไหร่เหรอ? บ้าไปแล้ว!! นั่นเป็คำถามที่ทำให้ผมสับสนสุด ๆคนปกติที่ไหนเขาจะถามคนแปลกหน้าแบบนี้กัน?
ผมไม่เคยโดนใครพูดใส่หน้าแบบนี้มาก่อนเลยอย่างมากก็แค่ขอเบอร์หรือชวนเที่ยว แต่นี่มัน........ อยากจะบ้าตาย!!
สับสน มึนงงไปหมดแล้วมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่เนี่ย!!แปลกคนชะมัด
“ยุน รับออร์เดอร์โต๊ะ 3 หน่อยจ๊ะ”
เสียงเ้าของร้านที่ผมทำงานพาร์ทไทม์ะโออกมาจากโต๊ะชงกาแฟ
“ครับพี่”
ผมตอบรับก่อนจะสลัดความคิดของตัวเองออกไปจากหัวแล้วทำงานต่อ
.............................................................................................................................
ก่อนหน้านั้น 1วัน
หลังจากทริปเที่ยวที่ไม่ได้เที่ยวนั้นเวลาก็ล่วงเลยไปพอสมควรและฉันก็เริ่มมั่นใจแล้วว่าเื่ทั้งหมดนี้มันไม่ใช่แค่ความฝัน แผลที่ได้เมื่อตอนนั้นก็หายสนิทเหลือไว้แค่รอยแผลเป็จางๆ
เื่ธุรกิจในตอนนี้ก็ไม่มีปัญหาอะไรเป็พิเศษส่วนจูวอนก็ยังคงติดต่อมาอยู่เรื่อย ๆถึงแม้ว่าฉันจะพยายามหลีกเลี่ยงทุกทางแล้วก็ตามและปัญหาที่ใหญ่ที่สุดของฉันในตอนนี้ก็คือสุขภาพของฉันนั่นเอง!! เพราะชีวิตครั้งนี้ฉันจะต้องมีลูกให้ได้!! อย่างน้อยลูกก็จะได้เป็คนรับมรดกและดูแลธุรกิจของฉันสืบต่อไปได้ไม่เหมือนชีวิตที่แล้วที่ทุกอย่างตกไปอยู่ในมือของจูวอนโดยที่ฉันทำอะไรไม่ได้เลยความทรมานตลอดระยะเวลานั้นมัน.....ยังคงฝังอยู่ในจิตใจขอฉัน
“ผลตรวจรอบนี้ออกมาดีกว่าที่คิดมากเลยนะครับคุณจูเลีย”
ชายหนุ่มในชุดกาวพูดพลางอ่านเอกสารในมือ
“ก็ต้องแน่อยู่แล้วสิรอบนี้ฉันดูแลตัวเองอย่างดีสุด ๆ ไปเลยล่ะ”
หญิงสาวพูดอย่างมั่นใจ
“ถ้าทำได้แบบนี้ทุกเดือนก็คงจะดีสินะครับ”
ชายหนุ่มมองหน้าหญิงสาวเพื่อคาดหวังในคำตอบ
“........จะพยายาม”
หญิงสาวตอบกลับด้วยเสียงที่แ่เบาพลางหลบสายตา
“นั่นไม่ใช่คำตอบที่อยากจะได้ยินเลยนะครับ”
ชายหนุ่มพูดพลางถอนหายใจ
“เออนี่ว่าแต่........แบบนี้ ฉันก็สามารถมีลูกได้แล้วสินะ”
หญิงสาวถามชายตรงหน้าอย่างคาดหวัง
“หลังจากนี้ถ้าดูแลตัวเองดีๆ แบบนี้ไปได้ตลอดก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่ก็อย่างที่เคยบอกไปก่อนหน้านี้ว่า........”
“พ่อของลูกจะต้องมีร่างกายที่แข็งแรงเืต้องดี และไม่มีโรคใด ๆ ฉันท่องได้จนขึ้นใจแล้วเถอะ”
หญิงสาวพูดขัดชายหนุ่มก่อนที่เขาจะพูดจบ
“ก็นั่นแหละโรคนี้มันรักษาไม่ได้ แต่ก็สามารถทำให้ไม่ติดต่อไปสู่ลูกได้ ถ้าเลือกพ่อของลูกผิดความเสี่ยงที่เด็กจะพิการและมีโรคแทรกซ้อนอื่น ๆ สูงมาก มันอันตรายไม่ใช่แค่กับเด็กแต่ยังอัตรายต่อผู้เป็แม่ด้วยและฉันขอบอกในฐานะเพื่อนหน่อยนะว่ามันไม่ได้หาคนแบบนั้นกันได้ง่าย ๆ”
เอซอธิบาย
“รู้น่าจะตัดกำลังใจกันไปถึงไหน”
หญิงสาวพูดด้วยความเบื่อหน่าย
“รอบนี้จะเพิ่มยาบำรุงให้ถ้าไม่มีอะไรแล้วก็เชิญไปรับยาได้เลยนะครับ จะได้ไม่เสียเวลาคนไข้คนอื่น”
ชายหนุ่มส่งเอกสารใบสั่งยาให้อย่างไม่ใยดี
“ค่ะคุณหมอ!!”
หยิงสาวตอบด้วยน้ำเสียงประชดประชันก่อนจะเดินออกจากห้อง
ยังขี้บ่นเหมือนเดิมไม่ว่ากาลเวลาจะล่วงเลยไปนานแค่ไหน นิสัยขี้บ่นของเขาก็ไม่เคยเปลี่ยนไปเลยไม่ว่าจะเป็ชีวิตครั้งนี้หรือชีวิตเมื่อครั้งก่อน
โรคประจำตัวที่ฉันเป็คือ.........โรคธาลัสซีเมีย!!
จะอธิบายให้เข้าใจง่ายๆ คือ เม็ดเืแดงผิดปกติ ทำให้เม็ดเืแดงอายุสั้น เปราะ แตก ถูกทำลายง่ายจะถ่ายทอดทางพันธุกรรมแบบยีนด้อย
“ธาลัสซีเมีย”ป้องกันได้โดยการตรวจคัดกรองผู้ที่มียีนแฝงั้แ่ก่อนการตั้งครรภ์ซึ่งคู่สมรสที่อยากมีลูกควรตรวจหาภาวะนี้ที่อาจมีซ่อนอยู่ในตัว เพี่อเตรียมความพร้อมก่อนที่จะมีลูก
ตอนเด็กๆ ฉันต้องรักษาอาการม้ามโตอยู่เป็ปี ๆ ถึงฉันจะจำไม่ค่อยได้แล้ว แต่ฉันยังจำสภาพตัวเองเมื่อตอนนั้นได้อยู่
เด็กหญิงที่ซูบผอมไม่ว่าจะกินเยอะแค่ไหนก็ไม่อ้วนขึ้นแต่ท้องกลับบวมใหญ่ผิดปกติ ผิวที่ซีดเซียวราวกับซากศพหน้ามืดและเป็ลมอยู่บ่อยครั้งจนถูกห้ามไม่ให้เล่นกีฬาและโดนแดดเยอะเกินไปก็ไม่ได้เลิกหวังกิจกรรมกลางแจ้งไปได้เลย
แต่ถึงฉันจะมีสภาพแบบนั้นแต่ก่อนหน้านั้นฉันเป็นักวิ่งและได้เป็
ตัวแทนทำกิจกรรมต่างๆ ของโรงเรียนอยู่ทุกปีั้แ่อนุบาลเลย
หลังจากที่โดนห้ามไม่ให้วิ่งมันก็ได้เปลี่ยนชีวิตของฉันให้เดินอีกทาง ถึงจะไม่ได้ลุยเหมือนเมื่อก่อน แต่ก็หันมาเอาดีกับกิจกรรมในร่มแทนการเต้น เดินแบบ เป็ตัวแทนโรงเรียนในกิจกรรมต่าง ๆ มันก็สนุกเหมือนกัน
เมื่อเริ่มโตขึ้นฉันก็เริ่มที่จะดูแลตัวเองมากขึ้นไม่ว่าจะเป็อาหารการกิน แม้แต่การดื่มน้ำ ออกกำลังกายเช้า-เย็น กินยาและไปตรวจเืทุกเดือน บลา ๆๆ
จากเด็กหญิงคนนั้นกลายมาเป็ฉันในวันนี้ตอนนี้ฉันแทบไม่มีอาการอะไรมากแล้ว ดูภายนอกฉันก็เหมือนคปกติทั่วไป
การพยายามของฉันไม่ได้สูญเปล่าแต่ก็ค่อยข้างอันตรายถ้าเกิดจะมีลูก
ฉันเสียแม่ไปตอนที่ท่านคลอดฉัน และฉันไม่อยากให้ลูกมีชีวิตเหมือนฉัน อยากให้เขามีชีวิตที่ไม่ต้องกังวลอะไรอยากจะเล่นหรือทำอะไรก็ทำได้ดั่งใจ
ในระหว่างที่คิดเพลินๆ อยู่นั้น ฉันก็เริ่มรู้สึกว่าร่างกาย้าคาเฟอีนขึ้นมาเฉยเลย สงสัยต้องสนองสักหน่อยซะแล้ว
“ถ้ามีคาเฟ่เป็ของตัวเองสักร้านก็คงจะดีไม่น้อยแถวนี้มีไหมนะ?”
ฉันพึมพำระหว่างขับรถออกมาจากโรงพยาบาล
“ร้านนี้น่าสนใจ”
ฉันเลี้ยวรถเข้าไปจอดอย่างไม่ลังเลเมื่อเจอคาเฟ่ที่ถูกใจ
ด้านนอกถูกตกแต่งด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ถึงจะดูรกไปนิดแต่ก็ยังถูกใจอยู่ดี เพราะมันร่มรื่นและให้ความรู้สึกสดชื่น
กรุ้งกริ้ง
เสียงกระดิ่งหน้าร้านดังขึ้นเมื่อฉันเปิดประตูร้าน
จากนั้นฉันก็เดินตรงเข้าไปนั่งที่โต๊ะริมกระจกที่ยังคงมีที่ว่างเหลืออยู่ภายในร้านตกแต่งแบบเรียบ ๆ แต่ดูหรูและมีระดับ แสงจากด้านนอกลอดผ่านผ้าม่านสีขาวบางๆ เข้ามา เป็แสงที่พอดีกับสายตาไม่สว่างเกินไปหรือมืดเกินไป โคมไฟประดับเล็ก ๆที่ติดอยู่บนเพดานกลางห้องช่วยเสริมเติมแต่งให้ภายในร้านดูอบอุ่น
“ช่างเป็ร้านที่น่าสนใจ”
ในขณะที่ฉันกำลังนั่งดูรายการเครื่องดื่มก็ได้ยินเสียงฝีเท้าเบาๆ เดินตรงมาหาฉันจากด้านหลัง
“สวัสดีครับ!!จะรับเป็อะไรดีครับ”
เสียงทุ้มต่ำที่ฟังแล้วระรื่นหูดังขึ้น