ณ ห้องของมีสท์ ที่เป็แหล่งรวมตัวของสาว ๆ ภายในกลุ่มของเกษม ซึ่งในตอนนี้เหลือเพียงแค่มีสท์และน้องมิทาจิเท่านั้น
“ซีรินญ่าคงจะมีความสุขมาก ๆ เลยเนอะ.. ได้ไปเดทกับคนที่ชอบด้วย น่าอิจฉาจัง” มีสท์เริ่มบทสนทนา
“นั่นสินะคะ” มิทาจิตอบรับก่อนที่เธอจะเอ่ยถามสิ่งที่ไม่มีใครคิดว่าจะออกมาจากปากของนินจาน้อยคนนี้ “เอ..ว่าแต่มีสท์ซังเองไม่มีคนที่ชอบเลยเหรอคะ?” เธอเอียงคอสี่สิบห้าองศาอันเป็ท่าประจำพร้อมกับใบหน้าที่ดูสุดแสนจะข้องใจ
และเมื่อได้ยินเช่นนั้น ม่านหมอกก็พลันก้มหน้ามองลงต่ำพลางฝืนยิ้มด้วยมุมปาก “มีสิ แต่เขาคงไม่เห็นพี่ในสายตาหรอก..” เสียงของสาวผมเปียเจื่อนลงอย่างเห็นได้ชัด
แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้สาวน้อยชาวญี่ปุ่นหยุดถามต่อแต่อย่างใด กลับกันมันดันทำให้เธอเกิดความกระตือรือร้นมากขึ้นไปอีก “ว้าว ๆ ๆ ๆ ๆ ใครหรอคะ???” เ้าหนูตาลุกวาวพลางเซ้าซี้เอาคำตอบ
“อะไรกันย้าาา? .. เธอเองก็สนใจเื่แบบนี้กับเขาด้วยหรอเนี่ย? ไม่ต้องมาถามเลย ไม่บอกหรอกย่ะ ฮ่า ๆ ๆ ” เมื่อเห็นความใสซื่อและตื่นเต้นกับความรักของสาวแรกรุ่น มันก็ทำให้รอยยิ้มของม่านหมอกเปลี่ยนกลับมาดูมีความสุขมากขึ้นอีกครั้ง ก่อนที่เธอจะโถมตัวไปยีหัวเ้านินจาจอมทะเล้นจนผมที่เรียงกันสลวยยุ่งเหยิงไปหมดด้วยความมันเขี้ยว
ทั้งคู่หยอกล้อหัวเราะกันอย่างสนิทสนมก่อนที่มิทาจิจะหยุดตอบโต้พลางเริ่มต้นบทสนทนาอีกครั้ง “แล้ว.. มีสท์ซังชอบคนแบบไหนหรอคะ?? เผื่อมิทาจิจะเดาถูกว่าเป็ใคร บอกหน่อยน้า ๆ ๆ ๆ ๆ ” เด็กหญิงชาวญี่ปุ่นยังคงตื๊อไม่เลิกด้วยน้ำเสียงสุดจะอ้อน
ซึ่งน้ำเสียงอันเว้าวอนนั้นมันก็สามารถทำให้มีสท์ใจอ่อนได้สำเร็จ “พี่น่ะ.. ชอบคนมองโลกในแง่ดี จิตใจดีชอบช่วยเหลือคนอื่น รักพวกพ้อง มีความเป็ตัวของตัวเอง อยู่ด้วยแล้วสนุก แต่ต้องจริงจังได้ในสถานการณ์ที่ต้องจริงจัง ก็คงจะประมาณนี้ล่ะมั้ง ว่าแต่เธอเถอะ.. ต้องแอบชอบใครอยู่แน่ ๆ เลย บอกมาเดี๋ยวนี้นะ!! ” ม่านหมอกส่งสายตาสุดเ้าเล่ห์กลับไปหาเ้าเด็กจอมแก่น
“มะมะ.. ไม่นี่คะ ไม่มีเลยค่ะ” เ้าเด็กน้อยบอกปัดด้วยใบหน้าแดงก่ำ ก่อนที่ทั้งคู่จะหยอกเย้ากันอย่างมีความสุขต่อไป
ส่วนทางด้านของฝ่ายชาย ณ ห้องของอลันและโจเซฟ ในขณะที่อลันกำลังเล่นเกมฟุตบอลอยู่อย่างเมามันส์
“น่ารักดีเนอะสองคนนั้น” เกษมพูดถึงโจเซฟและซีรินญ่าพลางมองออกไปนอกหน้าต่าง
“นั่นสิ” สตีฟผู้กำลังเล่นกับเ้าปั๊กกี้เอ่ยสนับสนุน ในขณะที่ดวงตาคู่สวยยังคงจ้องเขม็งอยู่ที่เ้าตูบ “นายคิดเหมือนกันไหมโสต?” เขาถามต่อไปยังหนุ่มหูกางที่ดูท่าทางกำลังเหม่อลอย “..” เขานิ่งเงียบโดยที่ไม่ตอบอะไรทั้งสิ้น
จนทำให้หนุ่มอเมริกันต้องพูดเสียงดังขึ้นเพื่อเรียกสติ “เฮ้โสต! นายเป็อะไรหรือเปล่า?”
“อ้อ!! เปล่า ๆ ฉันไม่ได้เป็อะไร แค่คิดอะไรเพลิน ๆ น่ะ” ทายาทตระกูลสดับฟังสะดุ้งโหยงก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงกุก ๆ กัก ๆ
“มีพิรุธนะเนี่ย! .. แอบฟังใครคุยกันอยู่หรือไง? ฮ่า ๆ ๆ ” อลันไม่วายที่จะแซวเพื่อนร่างท้วม ทั้ง ๆ ที่ตาของเขากำลังจ้องเขม็งไปยังหน้าเกมส์ที่เล่น
“มะมะมะ.. ไม่ใช่สักหน่อย” โสตินทรีย์ย้ำคำตอบอย่างมีพิรุธสุด ๆ
และด้วยความลนลานนั้นเองมันก็ทำให้อลันถึงกับกลั้นขำไว้ไม่อยู่ “ฮ่า ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ตลกชะมัด” ชายหัวเห็ดหัวเราออกมาก่อนที่จะเริ่มบทสนทนาต่อ “เอ.. แต่จะว่าไปแล้วั้แ่มาที่นี่ก็ยังไม่เห็นออแกเนียนที่เป็ลูกครึ่งเลยเนอะ แปลกจัง.. ฉันว่าอย่างน้อยมันก็น่าจะมีบางคู่ปิ๊งกันในระหว่างเรียนมั่งสิหน่า แต่ก็ไม่แน่นะ หลานฉันอาจจะเป็ออแกเนียนลูกครึ่งขากับกล่องเสียงก็ได้ พลังจะออกมาเป็แบบไหนกันล่ะเนี่ย.. น่าตื่นเต้นชะมัด” เขาถึงกับกดปุ่มหยุดเกมพลางหันมาหาเพื่อน ๆ ด้วยประเด็นที่น่าสนใจ
แต่ประเด็นนั้นมันก็ได้ถูกทำลายลงอย่างไม่มีชิ้นดีโดยโสตินทรีย์ผู้นี้นี่เอง.. “ฉันเคยได้ยินมาว่าคุณเวิร์ดเป็คนร่ายคาถาไม่ให้ออแกเนียนมีทายาทด้วยกันเองน่ะ เพราะเขากลัวมันจะเกิดความวุ่นวาย” โสตอธิบายเื่ที่เขาได้ยินมาอีกครั้ง ซึ่งหลังจากจบการเล่านั้นก็ทำเอาการสนทนากร่อยลงไปโดยปริยาย
และในจังหวะที่ทั้งห้องเงียบฉี่อยู่นั่นเอง. ก๊อก ๆ .. เสียงเคาะประตูก็ได้ดังขึ้นอย่างแ่เบา
พลันที่เกษมเปิดประตูออก เขาก็พบเข้ากับดวงตาคู่หนึ่งที่ล่องลอยเหมือนคนไร้วิญาณแต่กลับไม่มีน้ำตาไหลออกมาแม้แต่หยดเดียว ห้วงความคิดของเขาดูว่างเปล่า มีเพียงแค่ขาที่พาสังขารอันหลุดลอยเดินกลับมายังหอพักอย่างหมดอาลัยตายอยาก
“ต่อไปนี้จะไม่มีซีรินญ่าที่เรารู้จักอีกแล้ว” โจเซฟเอ่ยออกมาอย่างสิ้นความรู้สึกเป็ประโยคแรก
“เฮ้ยโจเซฟ.. ใจเย็น ๆ นะ เกิดเื่อะไรขึ้น?” เมื่อเพื่อน ๆ ได้ยินดังนั้น ต่างก็พากันสงสัยในคำพูดของหนุ่มผมทรงเดรดล็อคเป็อย่างมาก จึงขอให้เขาอธิบายเพิ่ม
หลังจากนั้น ชายหนุ่มผู้สูญเสียก็ได้เล่าเื่ราวอันสุดแสนจะเลวร้ายที่เพิ่งเกิดขึ้นกับเขาั้แ่ต้น
เมื่อฟังจบ.. เพื่อน ๆ ทั้งหมดต่างก็ช็อคกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ต่างอะไรกับโจเซฟเลยแม้แต่น้อย
“พรุ่งนี้ฉันตั้งใจจะไปหาคุณเวิร์ดเื่การฝึกอยู่พอดี เราจะไปบอกคุณเวิร์ดถึงเื่ที่เกิดขึ้นกับซีรินญ่าคืนนี้ รวมถึงจะขอคำแนะนำจากเขาด้วย พวกนายจะไปกับฉันไหม? ” เกษมเอ่ยถามขึ้น
ฉับพลันที่โจเซฟได้ยินชื่อ เอ็ดเวิร์ด อาเธอร์ สปีช ที่สาม ผู้ซึ่งเขาได้หมดศรัทธาไปแล้วจากหลายเหตุการณ์ในครั้งก่อน ๆ จึงทำให้หนุ่มลูกครึ่งบราซิลสติแตกเป็เสี่ยง ๆ เขาสลัดความโศกเศร้าก่อนจะให้อารมณ์โกรธเข้ามาแทนที่ “ไอ้คุณเวิร์ดบ้าบออะไรนั่น ไม่กล้าแตะต้องไอ้ชั่วดันทัวร์หรอก นายจำเื่ของผู้หญิงผมบลอนด์ที่รับโทษแทนมันไม่ได้รึไง!? ไหนจะเื่คนที่นายเจอว่ามีรอยเขี้ยวตอนนั้นอีก นายลืมไปแล้วหรือไง? ไอคุณเวิร์ดมันไม่ได้ช่วยอะไรเราเลย! แล้วนายคิดว่าครั้งนี้เขาจะช่วยเราเหรอ! ? ” โจเซฟตะคอกใส่หน้าเกษม
“แล้วมันมีวิธีอื่นที่ดีกว่านี้หรือไงล่ะ! ?” หนุ่มแว่นสวนกลับด้วยเสียงนิ่งแต่กระแทกลงน้ำหนักตอนปลายแสดงให้เห็นถึงอารมณ์ที่เดือดไม่แพ้กัน
“ใจเย็นกันหน่อยเพื่อน ทะเลาะกันไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมาหรอก เราโทรไปบอกเื่นี้กับเพื่อน ๆ ผู้หญิงกันก่อนเถอะ” สตีฟเข้าไปแยกทั้งคู่ออกจากกัน โดยมีโสตยืนเก้ ๆ กัง ๆ อยู่ด้านหลัง
ทันทีที่ชายตาสีน้ำข้าวพูดจบ อลันก็ได้โทรศัพท์ไปหามีสท์และเล่าเื่ที่เกิดขึ้นกับซีรินญ่าให้ฟังทันที
“วันพรุ่งนี้พวกผู้ชายทั้งหมดจะไปหาคุณเวิร์ด เพื่อบอกเื่นี้ และขอคำแนะนำในการแก้ปัญหาจากเขาด้วยพวกเธอจะไปด้วยกันไหม?” ชายหัวเห็ดเอ่ยชวน
“ทำไมถึงถามแบบนี้ล่ะ! ? ไปสิ! ซีรินญ่าก็เป็เพื่อนของพวกเราเหมือนกันนะ!” ม่านหมอกตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น และเต็มไปด้วยความเป็ห่วง
จวบจนเช้าวันรุ่งขึ้น.. พวกของเกษมก็ได้พากันไปที่ตึกผู้อำนวยการเพื่อพบกับ เอ็ดเวิร์ด สปีช ที่สาม อีกครั้ง
และเมื่อไปถึง โจเซฟก็จำใจเล่ารายละเอียดของเหตุการณ์ทั้งหมดให้คุณเวิร์ดฟังอย่างไม่ค่อยจะสบอารมณ์นัก
“ถ้าคุณยืนยันว่าคุณเห็นเขาใช้พลังกับตาตัวเอง ผมก็จะดำเนินการให้ แต่อย่างไรก็ตาม ผมก็ต้องตามตัวคุณดันทัวร์มาสอบปากคำก่อนจะหักคะแนนเขาอยู่ดี” ผู้ควบคุมกฎของออแกเนียน ปิดหนังสือเล่มั์ที่กำลังอ่านอยู่และนำไปเก็บไว้อย่างมิดชิดก่อนจะส่งสารเพื่อเชิญตัวดันทัวร์มาสอบปากคำ
“เดี๋ยวคอยดูนะ มันต้องมีเหตุผลข้าง ๆ คู ๆ ที่ทำให้ไอ้ดันทัวร์รอดไปอีก เขาไม่กล้าแตะต้องไอชั่วนั่นหรอก!” โจเซฟแสยะยิ้มก่อนหันไปพูดกับกลุ่มเพื่อนพลางชี้ไปที่คุณเวิร์ด เหมือนเป็การเสียดสีกลาย ๆ
ซึ่งอีกไม่กี่อึดใจต่อมา.. ดันทัวร์ก็ได้เดินทางมาถึงตึกผู้อำนวยการเพื่อรับการสอบปากคำ
“คุณดันทัวร์ คุณจะยอมรับความผิ..” ขณะที่ เอ็ดเวิร์ด อาเธอร์ สปีช ที่สาม ยังพูดไม่ทันจบประโยค ดันทัวร์ก็ได้พูดแทรกขึ้นมาอย่างไร้มารยาท “ฉันยอมรับ ฉันนี่แหละ ที่เป็คนใช้พลังของอวัยวะพิเศษกัดคอเธอเอง ในที่สาธารณะ แล้วก็มีคนเห็นด้วย จะหักคะแนนของฉันไปให้ใครก็เชิญ” คนที่ได้ฉายาว่าดิเอ็มเพอเรอร์พูดพลางมองไปยังโจเซฟเหมือนเป็การท้าทาย และเมื่อพูดจบประโยคชายผิวซีดก็เดินออกจากห้องไปโดยไม่แคร์อะไรใด ๆ ทั้งสิ้น
ซึ่งแน่นอนว่ากลุ่มเพื่อนของซีรินญ่าในที่นั้นไม่พอใจในทางท่าอันหยิ่งยโสของดันทัวร์เป็อย่างมาก แต่ก็รู้ว่าตนเองไม่สามารถทำอะไรได้ จึงทำได้เพียงยืนกำหมัดมองไอ้แวมไพร์ตัวร้ายเดินออกไปด้วยความคับแค้น
“ในเมื่อคุณดันทัวร์ยอมรับแล้วว่าใช้พลังให้คุณเห็นจริง ดังนั้นผมจึงขอหักคะแนนจากคุณดันทัวร์หนึ่งร้อยคะแนน และนำมาเพิ่มให้คุณโจเซฟ” เอ็ดเวิร์ดพูดพลางจดบันทึก
และในขณะเดียวกัน.. เด็กหนุ่มที่ภายในจิตใจเต็มเปี่ยมไปด้วยความโกรธเคืองก็ทนไม่ไหวที่จะเก็บมันอีกต่อไป และด้วยความที่เดอะเลกออฟมิราเคิลผู้พี่ยืนอยู่ห่างจากชายผู้คุมการสอบเพียงแค่หนึ่ง่แขน มันจึงทำให้ง่ายมาก ๆ สำหรับการก่อเหตุในสิ่งที่ไม่ควรจะเกิดขึ้น..
ผั่วะ!! โจเซฟ ซีเชโญ่บันดาลโทสะง้างหมัดซัดเข้าไปที่โหนกแก้มของชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าอย่างจัง! “ฉันไม่้าคะแนน!! ฉัน้าซีรินญ่าคืน!! ” เขาตะคอกใส่หน้าผู้คุมกฎของเหล่าออแกเนียนอย่างดุดัน
การกระทำในครั้งนี้เหมือนทำให้เวลาหยุดหมุนไปเสี้ยววินาที.. ไม่มีใครคาดคิดว่าโจเซฟจะกล้าทำเื่แบบนี้ แต่หลังจากได้สติ เพื่อน ๆ ต่างพากันเข้าไปล็อคตัวเด็กหนุ่มลูกครึ่งไทยบราซิลที่จะกำลังโกรธจนเืขึ้นหน้าเอาไว้ เพราะกลัวว่าเขาจะทำให้เื่มันบานปลายไปมากกว่านี้อีก
“อลัน พาพี่นายไปสงบสติอารมณ์ก่อนไป” มีสท์พูดเสียงระส่ำ
และยังไม่ทันที่สองพี่น้องกำลังจะเดินออกไปจากห้อง ครืน.. ครืน.. ตึกทองที่พวกเขากำลังยืนอยู่ก็ได้มีปฏิกริยาอะไรบางอย่าง.. มันสั่นคลอนราวกับเคลื่อนไหวได้ จนทำให้คนที่อยู่ภายในอาคารยืนแทบไม่ติดพิ้น
“ไม่เป็ไรเมลฟิลด์” แต่แค่ เอ็ดเวิร์ด อาเธอร์ สปีช ที่สาม พูดเพียงประโยคเดียว ตึกเมลฟิลด์ก็กลับเข้าสู่สภาพปกติอีกครั้งราวกับว่ามันเข้าใจภาษามนุษย์
หลังจากเหตุการณ์นั้น มันก็ทำให้เด็ก ๆ ต่างเกิดความหวาดผวา แต่ชายมาดผู้ดีก็ทำตัวเหมือนกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นเมื่อครู่ “คุณโจเซฟ เนื่องจากการกระทำของคุณเป็ความผิดร้ายแรง ดังนั้นผมจึงขอตัดสินคุณด้วยโทษสูงสุดของนักศึกษา.. ด้วยพลังแห่งเอ็ดเวิร์ด อาเธอร์ สปีช ขอบันดาลให้ โจเซฟ ซีเชโญ่ พ้นสภาพจากการเป็นักศึกษาของมหาวิทยาลัยออแกเนียนนับแต่บัดนี้..” เขาทำการร่ายวาจาสิทธิ์ต่อในทันที
“ฮ่า! อย่างงั้นก็ดีสิ ฉันจะได้กลับไปซ้อมฟุตบอลได้สักที ไม่ต้องมาอยู่ที่ที่มีคนควบคุมเฮงซวยแบบนี้! ” หนุ่มผมเดรดล็อคเสียดสี
“คุณคิดผิดแล้ว.. สำหรับมหาวิทยลัยแห่งนี้ ผู้ที่ไม่ผ่านการศึกษาจะต้องเริ่มเรียนใหม่จนกว่าจะผ่านเกณฑ์” เสียงนุ่มลึกกล่าวดับความทะนงของโจเซฟจนราบคาบ
และเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็เป็ธรรมดาที่ชายผู้โดนโทษจะหัวเสียหนักไปกว่าเดิม เขาะโเอะอ่ะโวยวายก่อนที่จะถูกน้องชายพาตัวออกไปจากห้องอย่างทุลักทุเล
“ขอโทษแทนเพื่อนหนูด้วยนะคะ แต่คุณเวิร์ดคะ คุณมีวิธีไหนที่พอจะช่วยซีรินญ่าหนูได้ไหมคะ? ใช้พลังอวัยวะพิเศษของคุณช่วยเพื่อนหนูได้หรือเปล่า? ” มีสท์ร้องอ้อนวอน
“ทุกอย่างล้วนมีกฎของมัน ผมช่วยอะไรเพื่อนคุณไม่ได้หรอก” สุภาพบุรุษชุดทักสิโด้ตอบกลับสาวผมเปียด้วยน้ำเสียงที่นิ่งเรียบและแฝงไปด้วยความจริงใจ
เมื่อได้ยินที่ผู้รักษากฎพูดเช่นนั้น กลุ่มเพื่อน ๆ ของเกษมทุกคนต่างก็พากันสิ้นหวังจนแสดงออกทางสีหน้าอย่างเห็นได้ชัด ก่อนจะพากันเดินคอตกออกจากตึกผู้อำนวยการไปอย่างเซื่องซึม
และในขณะเดียวกันนั้นเองคุณเวิร์ดก็เก็บความรู้สึกที่อยากรู้เื่ราวเกี่ยวกับเด็กหนุ่มที่เขาคาดว่าเป็เด็กที่มีพร์ไว้ไม่ไหวจึงเอ่ยถามขึ้น “การฝึกไปถึงไหนแล้วล่ะคุณเกษม?”
“ผมกำลังพัฒนาขึ้นเรื่อย ๆ เลยล่ะครับ ถึงจะช้าไปหน่อยแต่ก็ยังดีขึ้นเรื่อย ๆ ครับ ผมพึ่งจะใช้พลังจนสามารถเห็นถึงอวัยวะภายในได้เมื่อไม่กี่วันมานี้เองครับ” ทายาทตระกูลสืบสายั์ตราหันใบหน้ามาเพียงครึ่งหนึ่งเพื่อตอบคำถามก่อนจะเดินออกจากห้องไป
เมื่อได้ยินเด็กหนุ่มผู้ที่เขาคาดการณ์ว่าเป็คนที่มีพร์พูดเช่นนั้น เอ็ดเวิร์ด อาเธอร์ สปีช ที่สาม ก็เกิดความประหลาดใจเป็อย่างมาก เพราะในตอนแรกเกษมสามารถที่จะฝึกควบคุมการใช้พลัง-หยุดใช้พลังได้ภายในวันเดียว แต่ในครั้งนี้เกษมกลับฝึกการใช้พลังในการมองทะลุเป็เวลาถึงสามเดือน ซึ่งถือว่าต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานของออแกเนียนปกติทั่วไปด้วยซ้ำ
นั่นจึงทำให้ชายผู้คาดหวังเกิดความสับสนในตัวของเด็กหนุ่มที่น่าสงสัยคนนี้เป็อย่างมาก แต่เขาก็เลือกที่จะเก็บความฉงนนั้นไว้ภายในใจ
และในขณะที่กำลังเดินทางกลับ เกษมก็ได้นึกเอะใจอะไรขึ้นมาบางอย่างจึงพูดขึ้นเชิงขอความเห็นจากเพื่อน ๆ “ทำไมดันทัวร์ถึงดูไม่แคร์คะแนนที่มันโดนหักเลยล่ะ? ทั้ง ๆ ที่ในครั้งแรกตอนพวกเรากับดันทัวร์เจอกัน เป้าหมายของมันคือการรวบรวม ทีมออแกเนียนเพื่อเตรียมทำการทดสอบของคุณเวิร์ดนี่หน่า มันไม่ได้้าจะเป็คนที่มีคะแนนสูงสุดหรอกหรอ?”
“อืม.. นั่นสินะ เ้าหมอนั่นมันคิดอะไรอยู่กันแน่?” สตีฟเองก็พยายามวิเคราะห์เหตุการณ์ที่น่าจะเป็ไปได้
“ไอ้บ้านั่นมันจะทำอะไรก็เื่ของมันเถอะ เราลองมาคิดหาวิธีช่วยซีรินญ่ากันดีกว่า” มีสท์ให้ความเห็น
แต่ทันใดนั้นเอง.. เสียงของเดอะคอนโทรลเลอร์ก็ดังก้องขึ้นมาในหัวของนักศึกษาทุกคนอีกครั้ง “ประกาศ ๆ .. การสอบจะสิ้นสุดลงในอีกเจ็ดวัน ส่วนกำหนดการฟังผลสอบคือ เวลาแปดนาฬิกา หลังจากวันที่การสอบสิ้นสุด ณ หอประชุมแอนวู้ด ขอให้นักศึกษาทุกคนเตรียมตัวให้พร้อมด้วย”
“ในที่สุดก็จบแล้วสินะ เป็การสอบที่ยาวนานจริง ๆ ..” เกษมคิดขึ้นภายในใจด้วยใบหน้ามุ่งมั่น