เด่นใช้เวลาอยู่ในห้องน้ำนานกว่าอีกฝ่ายหลายเท่าตัวเขาปล่อยให้สายน้ำอุ่นชะล้างความเหนื่อยล้าและไอแอลกอฮอล์ออกไปจนหมดสิ้น
ไอน้ำร้อนคละคลุ้งจนกระจกเป็ฝ้าหนาทว่าหลังจากที่อาบน้ำสระผมและเป่าผมจนแห้งสนิทดีแล้วเด่นในสภาพที่พันผ้าขนหนูไว้รอบเอวอย่างิ่เหม่ ก็ต้องหยุดยืนนิ่งกอดอกเมื่อก้าวออกมาจากห้องน้ำ
“ไอ้เชี้ยอั๋น! นี่มึงยังจะแดกอีกเหรอ?”
เสียงทุ้มดังขึ้นพลางมองไปยังร่างที่นอนเหยียดยาวอยู่บนเตียงก่อนจะเห็นกระป๋องเบียร์เย็นเจี๊ยบตั้งอยู่บนโต๊ะข้างเตียงฝั่งนั้น
“อ๋อ...เบียร์กระป๋องนี้ผมหยิบเอามาจากตู้เย็นเล็กๆ ในห้องน่ะพี่”
ร่างโปร่งที่นอนแผ่อยู่บนเตียงในสภาพที่เหลือเพียงกางเกงในสีเข้มตัวเดียวพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงอู้อี้ ใบหน้าซุกลงกับหมอนนุ่ม
“อันนี้เดี๋ยวผมจ่ายเงินเองครับพี่แต่ว่า...ตอนนี้ผมขอนอนพักเอาแรงก่อนนะ บ้านแม่งโคตรจะหมุนเลยว่ะพี่ ไม่ไหวจริงๆ”เขาพูดพลางโบกมือปัดๆ ไปมาในอากาศอย่างคนเมา
“มึงนี่มันจริงๆ” คนที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จบ่นอย่างระอาเขารู้ดีว่าความเชื่อของอั๋นนั้นผิดถนัด
“เมาแล้วใครใช้ให้ไปนอนยิ่งนอนมันก็ยิ่งเมาหนักกว่าเดิมสิวะ มึงต้องลุกขึ้นมาซดต่อให้มันหมดกระป๋อง!”
ว่าแล้วก็ไม่พูดพร่ำทำเพลงเด่นเดินตรงไปที่ตู้เย็นขนาดเล็กนั้นหยิบเบียร์อีกกระป๋องที่เหลืออยู่ขึ้นมาเปิดดัง ‘ฟึ่บ’เสียงนั้นดังฝ่าความเงียบ ก่อนที่เขาจะยกขึ้นดื่มอึกใหญ่แล้วเดินไปนั่งไขว่ห้างอย่างสบายอารมณ์อยู่ปลายเตียง
แสงสีฟ้าจากจอโทรทัศน์สาดกระทบเรือนร่างกำยำเขากดรีโมตเลื่อนช่องไปเรื่อยเปื่อยอย่างไร้จุดหมายเสียงรายการวาไรตี้โชว์ที่ดังขึ้นมาไม่ได้อยู่ในความสนใจของเด่นเลยแม้แต่น้อย
ทว่าในเวลานี้สายตาคมกริบคู่นั้นกกลับเหลือบมองไปยังร่างที่นอนอยู่บนเตียงเป็ระยะ...
“ไอ้เด็กนี่...ใส่กางเกงในตัวเดียวนอนจริงๆด้วย” ร่างสูงที่นั่งอยู่บนเตียงหัวเราะกับตัวเองเบาๆ
ทว่าในจังหวะที่สายตาของเขากวาดมองสำรวจเรือนร่างนั้นอย่างถือวิสาสะมันกลับไปสะดุดหยุดอยู่ที่ส่วนกลางลำตัวของเด็กหนุ่มอย่างช่วยไม่ได้
ภายใต้เนื้อผ้าสีเข้มที่เปียกชื้นเล็กน้อยจากหยดน้ำหลังอาบน้ำมันกลับปรากฏร่องรอยของบางสิ่งที่นูนเด่นขึ้นมาอย่างชัดเจนเกินกว่าจะมองข้าม
แม้จะอยู่ในภาวะหลับใหล...
แต่กลับท้าทายสายตาอย่างน่าประหลาด
หัวใจของเด่นกระตุกวูบเขาเบือนหน้าหนีกลับไปจ้องจอทีวี แต่ภาพที่เห็นกลับติดตาลำคอพลันแห้งผากขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ
“อื้อ! พี่แม่ง...แอบกินเบียร์ไม่ยอมชวนผมเลยนะ...”
เสียงงัวเงียที่ดังขึ้นทำให้เด่นสะดุ้งเล็กน้อยเขาไม่แน่ใจว่าเป็เพราะเสียงทีวีหรือเสียงเปิดกระป๋องเบียร์ที่ปลุกอีกฝ่ายขึ้นมาและก็ไม่รู้เช่นกันว่าอั๋นทันเห็นสายตาที่ล่วงล้ำของเขาเมื่อครู่หรือไม่
แต่ที่แน่ๆ แววตาของคนที่เพิ่งตื่นในตอนนี้มันดูเปลี่ยนไปอาการมึนเมาเหมือนคนไม่ได้สติเมื่อครู่ได้จางหายไปเหลือเพียงประกายบางอย่างที่ฉายชัดและทอแสงอยู่ในความมืดสลัวของห้อง
“เอ้า! มึงจะมัวนอนทำไมรีบๆ ลุกขึ้นมา!”
เด่นพยายามทำลายความเงียบที่น่าอึดอัดด้วยน้ำเสียงที่ดังกว่าปกติเขาลุกพรวดพราด ฉวยแขนของอั๋นหมายจะดึงให้ลุกขึ้นนั่งดีๆ
“คืนนี้กูอนุญาตให้มึงเมาได้เต็มที่!”
ด้วยแรงดึงที่ไม่ทันได้คาดคะเนร่างโปร่งที่ยังทรงตัวได้ไม่ดีนักก็เสียหลักโผเข้าหาร่างสูงใหญ่ก่อนที่ทุกอย่างจะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว...
“เหวอ…”
“เชี้ย!! ไอ้พี่เด่น”
ตุบ!
ทันใดนั้นร่างของคนทั้งสองก็ล้มลงบนเตียงนุ่มในสภาพที่อั๋นทาบทับอยู่บนตัวของเด่นเต็มๆ
เสียงพูดคุยเมื่อครู่พลันเงียบหายไป...เหลือเพียงเสียงหอบหายใจของคนสองคนที่ดังแข่งกับเสียงหัวใจที่เต้นระรัวอยู่ในระยะประชิด
พวกเขาสบตากันนิ่ง...
เด่นเห็นความประหลาดใจในดวงตาคมกริบคู่นั้นก่อนที่มันจะค่อยๆ เปลี่ยนไป
รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของอั๋นช้าๆไม่ใช่รอยยิ้มที่ใแต่เป็รอยยิ้มที่เหมือน...ผู้ชนะที่กำลังรอคอย่เวลานี้มาตลอด
อั๋นไม่ยอมผละออกเขายันสองมือลงบนแผงอกกำยำของเด่น ยกตัวขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะค่อยๆก้มหน้าลงไปใกล้กว่าเดิม
แววตาที่เคยใสซื่อบัดนี้ฉายแววท้าทายอย่างไม่ปิดบังลมหายใจอุ่นๆ ของเขาเป่ารดอยู่ข้างแก้มของเด่น...เป็การเชื้อเชิญที่ไร้คำพูดแต่กลับชัดเจนยิ่งกว่าเสียงใดๆ
สรรพเสียงทั้งหมดภายในห้องพลันเงียบงันลงเหลือเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ดังหึ่งๆเป็ฉากหลังให้กับความเงียบงันที่โรยตัวลงมาระหว่างคนสองคน
ในระยะที่ใบหน้าของพวกเขาห่างกันไม่ถึงคืบลมหายใจอุ่นๆ ที่ปนเปด้วยกลิ่นเบียร์จางๆ กำลังเป่ารดใบหน้าของกันและกันจนหัวใจของอั๋นเริ่มเต้นระรัว
ดวงตาคู่สวยจับจ้องไปยังใบหน้าคมคายตรงหน้าอย่างไม่อาจละสายตาโลกทั้งใบเหมือนจะหยุดหมุนเหลือเพียงดวงตาคู่คมที่กำลังจ้องลึกลงมา...สะกดให้เด็กหนุ่มราวกับต้องมนต์
จู่ๆความรู้สึกแปลบปลาบอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อนก็แล่นริ้วขึ้นมาจากกลางอกมันทั้งสับสน ตื่นเต้น และ...อบอุ่นอย่างน่าประหลาด
“ไอ้อั๋น! มึงจะนอนทับกูให้ตายเลยรึไง!จะปล่อยกูได้รึยัง!”
เ้าของร่างกำยำเป็ฝ่ายทำลายความเงียบขึ้นก่อนน้ำเสียงที่พยายามจะให้ฟังดูหงุดหงิดนั้นสั่นเครือเล็กน้อยเกินกว่าจะสังเกตเห็นได้ง่าย
ดวงตาคมกริบจ้องมองไปยังใบหน้าของคนที่ทับอยู่แฝงไปด้วยความประหลาดใจและหวั่นไหวหัวใจของเ้าตัวก็กำลังเต้นไม่เป็ส่ำอยู่ใต้ฝ่ามือของอีกฝ่าย
“ปล่อยอะไรล่ะครับพี่?” คนที่อยู่้าขมวดคิ้วถามใบหน้าใสซื่อนั้นแสร้งทำเป็ไม่เข้าใจ แต่แววตากลับฉายประกายขี้เล่นอย่างปิดไม่มิดมุมปากยกขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นความตื่นตระหนกในแววตาของคนใต้ร่าง
“ก็มือมึง…”
“มันบีบนมกูอยู่เห็นไหม!”
ร่างสูงเหลือบสายตาลงมองไปยังสองมือของอีกฝ่ายที่กำลังวางทาบอยู่บนแผ่นอกเปลือยเปล่าของเขาพอดิบพอดีในตอนนี้เด่นยังคงนุ่งเพียงผ้าเช็ดตัวผืนเดียวอย่างิ่เหม่ จึงทำให้ฝ่ามืออุ่นๆของอั๋นมันแแ่ไปกับผิวเนื้อและกล้ามอกของเขาเต็มเปา
“อ่อ! ผมก็นึกว่าอะไรซะอีก” เด็กหนุ่มทำเสียงล้อเลียนแต่ไม่ยอมขยับมือออก
“ทำไมล่ะครับ พี่หวงเหรอ?”
ทันใดนั้นปลายนิ้วของอั๋นก็เริ่มลากไล้ไปตามขอบของกล้ามอกอย่างจงใจหยอกเย้าก่อนจะแกล้งใช้หัวแม่มือบดคลึงเบาๆ ตรงยอดอกที่แข็งเป็ไตขึ้นมาเพราะไอเย็นในห้อง
ร่างข้างใต้สะดุ้งเฮือกหอบหายใจแรงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แววตาคมกริบนั้นวาวโรจน์ขึ้นมาทันทีแต่ก็แฝงไปด้วยความหวั่นไหวที่พยายามซ่อนไว้