คืนวันศุกร์สำหรับนักศึกชั้นปีที่สี่ก็ไม่ได้ต่างอะไรไปจากคนที่ทำงานแล้วหนัก นั่นคือออกไปแฮงเอาท์กับเพื่อนโดยที่ไม่ต้องกังวลว่าวันพรุ่งนี้จะต้องตื่นเช้า หรืออาจจะดีกว่าวัยทำงานกว่าหน่อยตรงที่พวกเขาไม่ต้องรอเวลาเลิกงาน
กลุ่มนักศึกษาวัยรุ่นเดินเข้าผับด้วยท่าทางคุ้นเคย นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่พวกเขามาสถานที่บันเทิง จะเรียกว่าั้แ่ที่อายุถึงก็มาไม่ได้ว่างเว้นเลยจะถูกกว่า นั่นนับเป็เื่ปกติของชีวิต คือสีสันของการเป็วัยรุ่น
แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีคนที่ต่างออกไปจากกลุ่มเพื่อน เพราะั้แ่เกิดมาเธอยังไม่เคยมาเที่ยวที่อะไรแบบนี้เลย ที่จริงครั้งนี้ก็ไม่ได้อยากจะมานัก แต่เพราะเป็การเลี้ยงรุ่นครั้งสุดท้ายก่อนที่จะเรียนจบ รมิตาเลยตัดสินใจที่จะมาสักครั้ง อย่างน้อยก็ได้มาสร้างความทรงจำกับเพื่อนก่อนที่จะแยกย้ายกันไป
“เอ้า! ชน!” แม้ว่าเสียงเพลงจะดังแค่ไหน แต่เสียงของประธานรุ่นก็ดังให้เพื่อนๆ ได้ยินกันทุกคน
“ชน!”
แก้วเครื่องดื่มในมือถูกยกชนเป็ครั้งที่เท่าไหร่แล้วรมิตาก็ไม่ได้นับ แต่ที่แน่ๆ เธอรู้สึกว่าตัวเองเหมือนจะเมาแล้ว ปกติเธอไม่ใช่คนที่ชอบดื่มนัก ถึงจะมีบ้างตามโอกาสและสถานการณ์ แต่ครั้งนี้ดูเหมือนว่ามันจะมากเกินไปจนร่างกายเริ่มที่จะรับไม่ไหว
“ไอ้มินเร็วๆ” เพิ่งจะวางแก้วไปได้ไม่ทันไร อีกคนก็มาขอชนอีก ตอนนี้รมิตามึนจนดูหน้าใครไม่ออกแล้ว ใครถามชนแก้วเธอก็ชนหมด คุ้นๆ ว่าบางคนที่เข้ามาไม่ใช่เพื่อนในคณะด้วยซ้ำ
แต่มันคงเป็เพราะฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ที่ทำให้รมิตารู้สึกสนุก เธอลดการระวังตัวลงมาก รอยยิ้มบนใบหน้าเองก็มีมากกว่าปกติเช่นกัน
“กูว่าไอ้มินเมาแล้ว” เสียงของเพื่อนคนหนึ่งดังขึ้น
รมิตาหันไปมอง เธอเพียงเลิกคิ้วถามกลับไป หลายคนที่เห็นท่าทางนั้นดูแปลกใจไม่น้อย เพราะปกติรมิตาไม่ทำอะไรแบบนี้ บุคลิกเธอดูนิ่งและสงบ ดูเป็ที่พึ่งของเพื่อน ใครอยู่ด้วยก็สบายใจ นั่นคือเสน่ห์อย่างหนึ่งของรมิตา
แต่ในตอนนี้...กลับต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง
เธอไม่ได้หัวเราะเฮฮาเหมือนคนอื่น แต่รอยยิ้มบนใบหน้าสวยเมื่อรวมกับดวงตากลมโตที่กรีดอายไลน์เนอร์จนคมกริบ การแต่งตัวที่ต่างไปจากทุกที ทำให้ในสายตาของผู้ชายหลายคน รมิตาในตอนนี้ดูเซ็กซี่ไม่น้อย เดิมทีเธอก็เป็คนที่สวยมากอยู่แล้ว ยิ่งจับมาแต่งองค์ทรงเครื่องแบบนี้ ร่างบางก็ยิ่งสะกดสายตาใครหลายคนเอาไว้
“ไอ้เหี้ย...ถ้ารู้ว่ามันเมาแล้วจะแซ่บขนาดนี้ กูลากมันมาด้วยตั้งนานแล้ว” เพื่อนอีกคนพูดขึ้น ประโยคนี้ได้รับการเห็นด้วยจากเพื่อนจำนวนมาก
รมิตาก็ได้ยิน แล้วนอกเธอจะไม่แย้งยังขำกลับไปอีกด้วย เอาจริงๆ รมิตาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตอนที่เมาตัวเองเป็ยังไง ในเมื่อที่ผ่านมาเธอเน้นดื่มตามมารยาทเท่านั้น ไม่เน้นสนุก ไม่เน้นเมา แต่ครั้งนี้เห็นแก่เพื่อนสนิทคะยั้นคะยอไม่หยุด เลยปล่อยตัวเองสักครั้ง
“มาๆ ชนอีก คืนนี้ไม่เมาไม่กลับ!”
หลังจากนั้นทั้งโต๊ะก็เต็มไปด้วยเสียงเฮฮา รมิตาจำไม่ได้แล้วว่าตัวเองดื่มไปกี่แก้ว แต่มันก็คงจะมากพอจนเธอเดินไม่ตรง จนต้องให้เพื่อนช่วยประคองกลับแบบนี้
“ไอ้มินเดินดีๆ” คนที่ประคองรมิตาคือเพื่อนสนิทที่รู้จักกันมาั้แ่เด็ก
เพราะบ้านอยู่ใกล้กัน ทำให้ั้แ่อนุบาล ประถม มัธยม จนถึงมหาวิทยาลัยก็ตามกันมาตลอด จึงไม่แปลกที่วันนี้รมิตากล้าที่จะปล่อยตัวขนาดนี้ เธอไว้ใจเทวิกามาก ก่อนหน้าที่จะมาก็คุยกันแล้วด้วยว่าถ้ารมิตาเมา เทวิกาจะพากลับเอง และตอนนี้มันก็เป็เหมือนที่พูดเอาไว้ก่อนหน้า
“ระวังหน่อย” เทวิกาในตอนนี้เองก็เมาไม่ต่างกัน แต่สภาพดีกว่านิดหน่อย
เธอออกมาเที่ยวกับเพื่อนบ่อยจนรู้ลิมิตของตัวเอง ไม่เหมือนกับรมิตาที่เพิ่งเคยเมาเป็ครั้งแรก ทั้งสองเดินเซ พยายามทรงตัวจนเดินมาถึงรถ เทวิกาเปิดประตูได้ก็ผลักรมิตาเข้าไปทันที
แต่ตัวเธอไม่ได้ตามเข้าไปด้วย...เทวิกาเพียงยืนมองรถขับออกไปด้วยแววตาเรียบเฉย
“เหอะ!” เธอหัวเราะด้วยความสะใจ ใบหน้าที่ถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางเชิดขึ้น ก่อนที่จะเดินกลับเข้าไปในผับ
ทั้งๆ ที่บอกว่าจะเป็คนไปส่ง จะดูแลเอง แต่สิ่งที่ทำคือส่งคนที่ได้ชื่อว่าเพื่อนสนิทขึ้นรถของใครก็ไม่รู้ ก่อนจะกลับมาทำตัวปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
บรรยากาศในรถที่แล่นออกไปนั้นเย็นเยือก มันไม่ได้เย็นเพราะแอร์ที่เปิด แต่เป็เพราะความหงุดหงิดของเ้านายที่แผ่ออกมา ร่างสูงไม่เข้าใจว่าทำไมในรถของเขาถึงมีแขกไม่ได้รับเชิญเข้ามาได้
แต่ถึงอย่างนั้น...เขาก็ไม่ได้ผลักไสเธอออกไป
ดวงตาคมดุก้มมองร่างเล็กที่กอดเกี่ยวเขาแน่นั้แ่ขึ้นมาบนรถ กลิ่นเหล้าที่โชยออกมาทำเขานิ่วหน้า ไม่เข้าใจว่าทำไมก่อนหน้าไม่ให้คนโยนยัยขี้เมานี่ออกไป ตอนนี้จะโยนออกไปก็ทำไม่ได้แล้ว ผู้หญิงที่เมาไม่ได้สติแบบนี้ ขืนเขาทิ้งไว้ข้างทางคงมีจุดจบที่ไม่สวยนัก
“เอาไงดีครับนาย?” ลูกน้องที่นั่งอยู่ด้านหน้าถามขึ้นมาเมื่อไม่อาจทนต่อความเงียบที่เ้านายสร้างขึ้นได้อีกแล้ว
“ไปโรงแรม” คำสั่งของเ้านายทำให้ลูกน้องทั้งสองลอบส่งสายตาให้กัน
ดูท่าว่าคืนนี้เ้านายของพวกเขาจะไม่ได้นอนคนเดียวเสียแล้ว
เมื่อนายสั่งมา เป้าหมายจึงถูกเปลี่ยนเป็โรงแรมในเครือของปัถยธรณ์ที่ใกล้ที่สุด ด้วยมาตรฐานที่สูงอยู่แล้ว จึงไม่ต้องห่วงว่าการบริการของโรงแรมนี้จะถูกใจเ้านายหรือไม่
แต่ถึงจะบอกว่าเป็โรงแรมที่ใกล้ที่สุด แต่มันก็ต้องใช้ระยะเวลาเดินทางกว่าสิบนาที แล้วใครจะคิดว่าหญิงสาวที่นอนซบอกอยู่นิ่งๆ มาตลอดจะแผลงฤทธิ์ มือของเธอเริ่มซุกซน ลูบไล้ไปทั่วแผ่นอกเหมือนกำลังหาอะไรบางอย่าง
“อือ...” เสียงงึมงำดังออกมาเหมือนไม่พอใจที่หาของไม่เจอ ตอนนี้เลยไม่ใช่เพียงแค่มือแล้วที่ซุกซน แต่ใบหน้าสวยเองก็ถูไถไปมากับอกแกร่ง
จังหวะที่ใบหน้าของเธอซุกไปกับซอกคอของเขา ร่างสูงพลันได้กลิ่นหอมอื่นที่ไม่ใช่กลิ่นเหล้า เขาเผลอสูดมันเข้าไปเต็มปอดโดยไม่ทันตั้งตัว ลมหายใจอุ่นร้อนรินรดซอกคอทำให้ร่างแกร่งพลันเกร็งขึ้นมา แต่มันไม่ใช่เพราะทำอะไรไม่ถูก
...ััซุกซนไม่ประสาของหญิงสาวได้ไปปลุกสัญชาตญาณของเขาขึ้นมาแล้ว
ลูกน้องที่นั่งอยู่ด้านหน้ารับรู้เหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นด้านหลัง ยามที่เห็นตัวตนของเ้านายพองตัวดันกางเกงขึ้นมา คนขับพลันรีบเหยียบคันเร่งทันที