" เอาจริงดิ? เขาสามารถเอาชนะรองผู้อำนวยการได้โดยไม่มีรอยขีดข่วนแม้แต่น้อย!! "
" มันเป็ไปได้ด้วยเหรอที่นักเรียนเลเวลไม่ถึง 20 จะสามารถเอาชนะนักรบคลั่งได้ หรือว่าแท้จริงแล้วรองผู้อำนวยการกับนักเรียนชายคนนั้นรู้จักกันมาก่อน? "
" ข้าก็คิดเช่นเดียวกัน.....การประลองครั้งนี้จะต้องเป็การจัดฉากเพื่อให้ชายคนนั้นสามารถเข้าเรียนที่นี่ได้ ด้วยเหตุนี้รองผู้อำนวยการจึงเสนอตัวเป็ผู้ทดสอบแล้วหลังจากนั้นก็เสแสร้งทำเป็พ่ายแพ้! "
" งั้นตอนที่เขาสู้กับผู้กล้าก็เป็เพียงการจัดฉากด้วยใช่ไหม? "
" แบบนี้มันไม่ยุติธรรมเลย!!! "
เสียงสนทนาของนักเรียนเริ่มดังก้องกังวาน การที่นักเรียนใหม่คนหนึ่งสามารถเอาชนะรองผู้อำนวยการ Lv:100 มันแทบจะเป็ไปไม่ได้เลย
ยิ่งไปกว่านั้นตอนเหล่าอาจารย์ป่าวประกาศค่าสถานะ ทุกคนต่างได้ยินเต็มสองหูว่าเลเวลของเดธคือ Lv:12 บวกกับค่าสถานะด้านพลังเวทย์และค่าพละกำลังก็อยู่ในระดับทั่วไป ไม่ว่าจะมองมุมไหนการที่ Lv:12 เอาชนะ Lv:100 มันเป็เื่ตลกร้ายไร้สาระสิ้นดี
ความเป็ไปได้เพียงหนึ่งเดียวที่เหล่านักเรียนรอบๆ ลานประลองคิดไปในทางเดียวกันคือ การประลองในรอบนี้ก็แค่การจัดฉากเพื่อให้เดธชนะ ขณะนี้มุมมองของนักเรียนที่เคยมีต่อเดธเริ่มเปลี่ยนจากหน้ามือเป็หลังมือ
การต่อสู้ของเดธกับรองผู้อำนวยการมีหลายอย่างที่ดูน่าสงสัยโดยเฉพาะตอนที่รองผู้อำนวยการล้มลงไปนอนหมดสติ หลังจากที่โดนเดธแตะต้องตัวเพียงครั้งเดียวเท่านั้น นักรบคลั่งLv:100 ถูกทำให้หมดสติเพราะโดนนักเรียน Lv:12 แตะตัว?......ไม่ว่าจะมองดูยังไงมันก็ไม่ต่างจากการจัดฉากเลย
เมื่อความเข้าใจผิดถูกพูดแบบปากต่อปากจึงทำให้เื่ราวเริ่มบานปลายจนท้ายที่สุดเหล่านักเรียนที่ตกรอบเพราะทดสอบไม่ผ่านก่อนหน้านี้เริ่มรวมกลุ่มกันเพื่อประท้วงด้วยความไม่พอใจ
' ไอ้พวกมดปลวกอวดฉลาดทั้งที่พวกแกไม่รู้อะไรเลยแต่กับมาเห่าหอนสร้างความน่ารำคาญอยู่ได้ ' เมื่อถูกกล่าวหาว่าการต่อสู้กับเดธเป็การจัดฉากมันจึงทำให้โรเจอร์กำหมัดแน่นและจ้องมองนักเรียนเ่าั้อย่างไม่พอใจ
เขายังจำแววตาเ็าประดุจน้ำแข็งได้เป็อย่างดีไม่มีวันลืมมันเป็อันขาด อ่อร่าแห่งความตายบวกกับจิตสังหารที่ถูกส่งผ่านดวงตาคู่นั้นมันรุนแรงและน่าสะพรึงกลัวกว่าแรงกดดันจากผู้อำนวยการจนเทียบไม่ติด
พอได้ย้อนกลับไปนึกถึงเื่ในตอนนั้นมือของโรเจอร์ก็หยุดสั่นไม่ได้ แม้จะจำไม่ค่อยได้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้างใน่ที่กำลังโดนเดธบีบคอ ราวกับว่าความทรงจำบางส่วนได้ถูกลบหายออกไป
แต่ทว่ามีสิ่งหนึ่งที่โรเจอร์จำได้แน่ชัดไม่มีวันเลือนรางนั้นก็คือ ความหวาดกลัวเมื่อต้องยืนอยู่ต่อหน้าชายคนนั้น
[ เดธ ] Lv:12
อายุ: 17
อาชีพ: □□□□ (□□□□□□)
ค่าพลังเวทย์ :1200
ค่าพละกำลัง: 1200
ค่าพลังิญญา:□□□□□□□□□□□□□
ความสามารถพิเศษ: เวทย์มนตร์ธาตุไฟ , □□□□□□□□
' ถึงผู้อำนวยการจะพูดแบบนั้นก็เถอะแต่ฉันไม่ได้โง่หรอกนะ ตอนสู้กับเ้าหมอนั้นฉันก็มั่นใจได้ 9 ใน 10 ส่วนว่าอาชีพของมันไม่มีทางเป็นักดาบเวทย์อย่างแน่นอน '
โรเจอร์ใช้ความสามารถตรวจสอบค่าสถานะของเดธก่อนจะพบว่ามีอยู่ 3 จุดที่คลุมเครือและยังเป็ปริศนาไม่สามารถตรวจสอบได้ มันถือว่าเป็เื่ที่แปลกมากพอตัวเพราะแม้แต่ผู้อำนวยการที่ Lv:205 ยังไม่อาจเล็ดลอดจากการตรวจสอบของผู้กล้าได้
" ท่านผู้กล้าทำไมพวกเราไม่ใช้โอกาสในสถานการณ์แบบนี้ให้เกิดประโยชน์เพื่อปลุกเร้าให้สามัญชนหน้าโง่กดดันและประท้วงมากขึ้นจนกว่าเ้าคนอวดดีนั้นจะไม่มีที่ยืนอยู่ในโรงเรียนล่ะ? " โคลด์เมื่อเห็นโอกาสแก้แค้นมาถึงจึงได้เสนอแผนการร้ายของเขาให้โรเจอร์ฟัง
" หุบปากซะ!! เ้าคิดว่าการที่มันเอาชนะรองผู้อำนวยการบนลานประลองเป็แค่การจัดฉากหรือไง? " โรเจอร์
" ตะ..แต่ว่า " ก่อนที่โคลด์จะได้เอ่ยสิ่งใดเพิ่มเติมเขาก็ต้องเงียบปากลงในทันทีเมื่อคู่สนทนากำลังจ้องมองมาด้วยใบหน้าดุดัน
" เ้าลองตอบข้ามาหน่อยสิ....ในเมืองริชแมนมีใครที่แกร่งกว่ารองผู้อำนวยการ Lv:100 บ้าง? "
" ไม่มีครับท่านผู้กล้า " ตอนนี้โคลด์เริ่มจะเข้าใจในสิ่งที่โรเจอร์้าจะบอกแล้ว หากไปยุ่งกับเดธมันจะกลายเป็พวกเขาเองที่จะตกอยู่ในสถานการณ์ลำบาก
" ทั้งค่าพลังเวทย์และค่าพละกำลังของมันอยู่ในระดับทั่วไป หากข้าสามารถเพิ่มความแข็งแกร่งไปถึง Lv: 100 ไม่สิ...แค่ Lv:50 ข้าก็จะสามารถฆ่ามันได้อย่างแน่นอน "
ในความคิดของโรเจอร์การที่เดธสามารถเอาชนะเขาได้อาจเป็เพราะอาชีพปริศนาซึ่งยังไม่ปรากฏแน่ชัดและความสามารถแปลกๆ ในการทะลุผ่านสิ่งของ แล้วอย่างสุดท้ายคือหมอกสีดำที่สามารถกัดกร่อนมีดเหล็กให้สลายเป็ธุลีในพริบตา
' ไม่ว่าอาชีพของแกจะคืออะไรหรือเวทย์มนตร์แปลกๆ จะดีเลิศมากขนาดไหน แต่ท้ายที่สุดคนธรรมดาก็คือคนธรรมดาอยู่วันยังค่ำ หากฉันก้าวไปถึง Lv:50 เมื่อถึงตอนนั้นมันจะกลายเป็วันตายของแก ' โรเจอร์
( เผื่อใครลืมค่าสถานะของผู้กล้าจะได้ 1000 จุดต่อ 1 เลเวล ส่วนคนธรรมดาจะได้เพียง 200 จุดต่อ 1 เลเวล )
ในขณะที่เหล่านักเรียนที่สอบตกกำลังรวมกลุ่มกันประท้วงอย่างไม่พอใจเพราะเข้าใจผิดคิดว่าเลโอจัดฉากให้เดธชนะในการประลองจนคณะอาจารย์ต้องเข้าไปหยุดเพื่อระงับความวุ่นวาย
" ผมว่าอาจารย์ควรออกไปจากตรงนี้จะดีกว่านะครับเพราะไม่เช่นนั้นเดี๋ยวก็ถูกกล่าวหาอีกคนกันพอดี ส่วนเื่ของผมไม่ต้องเป็ห่วงหรอก " เดธเอ่ยเตือนเมื่อเห็นมีนาพยายามแก้ไขเื่เข้าใจผิดให้นักเรียนพวกนั้นฟัง แต่ดูเหมือนว่าคนเ่าั้จะไม่สนใจหรือยอมรับฟังคำพูดของผู้กล้าสาวเลย
" ใครใช้ให้พวกเ้ามาสร้างความวุ่นวายภายในโรงเรียนของข้ากัน!!! " ฮาเกน
ก่อนสถานการณ์จะดูวุ่นวายไปมากกว่านี้ ฮาเกนซึ่งเคยบอกว่ามีเื่สำคัญจะต้องไปทำได้ย้อนกลับมาที่ลานประลองอีกครั้งหนึ่ง หลังจากเสียงประท้วงดังไปถึงห้องผู้อำนวยการและรบกวนเวลาทำงานของเขา
ฮาเกนได้ปลดปล่อยแรงกดดันออกมากดทับร่างนักเรียนแทบทั้งหมดจนทรุดลงไปนอนกองกับพื้นดิน.....
" จงตอบข้ามา! ใครมันเป็ผู้ริเริ่มและสร้างความวุ่นวายขึ้นที่นี่? " เพียงแค่การปรากฏตัวของฮาเกนก็ทำให้เสียงประท้วงทั้งหมดเงียบลงราวกับไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แรงกดดันมหาศาลได้สร้างความหวาดกลัวต่อนักเรียนผู้ก่อปัญหา
ฮาเกนใช้เวลา 5 นาทีในการเค้นความจริงหาสาเหตุที่เกิดขึ้นทั้งหมดจากปากของคณะอาจารย์และนักเรียนบางส่วน จากนั้นเขาได้มองไปที่ลานประลองซึ่งมีร่างของเลโอกำลังนอนสลบก่อนจะสั่งให้อาจารย์ 2 คนแบกร่างไร้สติไปยังห้องพยาบาล
" พวกเ้าจะบอกว่าโรงเรียนราชวงศ์แห่งนี้ทำการจัดฉากเพื่อมอบสิทธิ์พิเศษให้นักเรียนคนหนึ่งสามารถเข้าเรียนที่นี่ได้สินะ ใครที่ไม่พอใจก็จงก้าวเท้าขึ้นมาต่อสู้กับเ้าหนุ่มคนนี้บนลานประลองซะ!!
แต่หากพวกเ้าพ่ายแพ้ก็เตรียมตัวรับผลกระทบที่จะตามมาได้เลยเพราะคนที่ก่อปัญหาในวันนี้จะโดนสั่งห้ามและไม่มีสิทธิ์มาลงทะเบียนเรียนที่นี่ได้อีกในอนาคต "
หลังจากรับฟังคำพูดของฮาเกนเหล่านักเรียนที่เคยรวมกลุ่มประท้วงได้แต่ก้มหน้าเงียบไม่กล้าก้าวเท้าขึ้นไปประลองกับเดธเพราะถ้าเกิดพ่ายแพ้ขึ้นมานั้นก็เท่ากับว่าพวกเขาจะไม่มีสิทธิ์มาเหยียบที่นี่อีกเป็ครั้งที่สอง
" ดี! ในเมื่อไม่มีใครกล้าขึ้นไปบนลานประลองก็แยกย้ายกันได้แล้ว...คนที่สอบไม่ผ่านก็จงกลับบ้านไปฝึกฝนให้แกร่งขึ้นแล้วค่อยมาใหม่ในปีหน้า! "
ทันทีที่ทุกอย่างจบลงเหล่าคณะอาจารย์จึงเริ่มป่าวประกาศรายชื่อแบ่งนักเรียนออกเป็กลุ่มๆ โดยแต่ละกลุ่มจะมีสมาชิก 30 - 50 คนและมีอาชีพเดียวกันเพื่อให้ง่ายต่อการสอน
" โรงเรียนจะเริ่มทำการสอนในวันพรุ่งนี้ ส่วนเื่หอพักให้ไปรับเอากุญแจจากผู้ดูแลที่อาคารด้านซ้ายมือโดยหนึ่งห้องจะนอนด้วยกัน 2 คนกับใครก็ได้....ข้าให้พวกเ้าเลือกเพื่อนร่วมห้องกันเอาเอง "
ฮาเกนยืนมองเดธพร้อมกับใช้มือลูบหนวดเคราไปมาด้วยสีหน้ากังวลเล็กน้อย หากพูดกันตามตรงด้วยความสามารถของเดธในตอนนี้มันแทบจะไม่มีอาจารย์คนไหนเลยที่จะสามารถสั่งสอนเขาได้
แม้แต่ฮาเกนซึ่งถูกขนานนามว่าแข็งแกร่งเหนือขั่วอำนาจทั้ง 5 ก็ยังมืดแปดด้านและไม่รู้ว่าจะฝึกสอนบุรุษตรงหน้ายังไงดี สิ่งเดียวที่จะพอฝึกสอนได้คงมีเพียงเวทย์มนตร์ธาตุไฟเท่านั้นเพราะดูเหมือนว่าเดธจะไม่ค่อยชำนาญมากนัก
" เดธทางนี้ " มีนาโบกมือเรียก โดยข้างกายของเธอมีผู้กล้าสาว มิซากิ ซึ่งเป็ผู้กล้าสายซับพอร์ตหรือฝ่ายสนับสนุนยืนอยู่ข้างๆ ถัดมาก็เป็ผู้กล้าหนุ่มสายป้องกันชื่อ คิชิโร่
" ว้าว!! นายมันคนที่เอาชนะรองผู้อำนวยการใช่ไหม? ตอนอยู่บนลานประลองนายสุดยอดไปเลยโดยเฉพาะเวทย์มนตร์แปลกๆ ที่ทำให้การโจมตีทุกอย่างของศัตรูทะลุผ่านร่างกาย....นายช่วยบอกหน่อยได้ไหมว่ามันเป็เวทย์มนตร์อะไรเหรอ "
คิชิโร่เดินเข้ามาเขย่ามือของเดธไปมาอย่างตื่นเต้นราวกับได้พบเจอไอดอลที่ตัวเองชื่นชอบจนผู้กล้าสาว มิซากิ ต้องเดินมาลากเอาตัวเขาออกไป
คิชิโร่กับมิซากิทั้งสองคนมาจากประเทศญี่ปุ่นเช่นเดียวกันและนี่จึงเป็สาเหตุว่าทำไมพวกเขาถึงได้สนิทสนมกันอย่างรวดเร็วแม้ว่าจะพึ่งได้พบกันวันนี้เป็ครั้งแรกก็ตาม
" นายชื่อเดธใช่ไหม? ขอถามหน่อยได้ไหมว่าทำไมอาชีพและค่าพลังิญญาของนายถึงขึ้น □□□□ กันล่ะ " คิชิโร่