อาร์ทลังเลนิดหนึ่งแต่ไม่เห็นว่าในรถของเธโอจะมีอาวุธอะไรจึงยอมขึ้นไปนั่งบนเบาะหลังฝั่งด้านหลังคนขับเธโอมองสำรวจเขาผ่านกระจกมองหลังจนแน่ใจว่าเป็คนเดียวกับ อาร์ท ฮอบส์ที่มีภาพอยู่ในแอปพลิเคชั่นหาคู่ที่ชื่อ โซลแมชชิ่งจึงเริ่มพูดคุยกับเขาอย่างใจเย็นในขณะที่รถขับออกไปเองด้วยระบบขับขี่อัตโนมัติ
“ผมรู้มาว่าคุณเคยคบหากับผู้หญิงก่อนหน้าเฟรสองรายและพวกเธอฆ่าตัวตายหมดไม่รู้ว่าคุณได้ดูข่าวหรือเปล่า”
“ดูสิแต่ไม่เกี่ยวอะไรกับฉันนี่”
“คุณรู้มั้ยว่าพวกเธอตายยังไง”
“รู้สิข่าวดังจะตาย วางเตาถ่านเอาไว้ในรถใช่มั้ย”
“คุณไม่เสียใจบ้างหรือครับ”
“ฟังนะฉันไม่รู้หรอกว่าคุณไปรู้อะไรมา แต่ฉันคบกับพวกเธอแค่ไม่กี่เดือนเท่านั้น ท่าทางพวกเธอเหมือนเป็โรคซึมเศร้าจะฆ่าตัวตายก็ไม่แปลกหรอกมั้ง”
ทั้งคู่หยุดบทสนทนาเมื่อรถวิ่งเข้าด่านเก็บเงินบนทางด่วนหลังจากใช้บัตรสแกนจ่ายเงินแล้วรถก็วิ่งเข้าสู่ถนนบนทางด่วนที่ซึ่งเหมือนกับสนามแข่งรถเพราะสามารถใช้ความเร็วได้อย่างเต็มที่เธโอเริ่มระวังตัวมากขึ้นแต่ยังคงทำใจเย็นคุยกับอาร์ทเพื่อถ่วงเวลาเขาตั้งค่าระบบให้รถขับเข้าสถานีตำรวจ
“พวกเธอไม่มีประวัติเป็โรคซึมเศร้าครับแต่ถ้ามีใครลวงพวกเธอขึ้นมาบนทางด่วนแล้วลงมือฆ่าก็ไม่ใช่ว่าจะเป็ไปไม่ได้ใช่มั้ย”
“บนทางด่วนจะลงมือยังไงล่ะอีกอย่างขาลงจากทางด่วนก็มีกล้องวงจรปิดถ้ามีใครนั่งไปกับพวกเธอด้วยตำรวจก็ต้องรู้แล้วสิ”
“ในรถก็มีมุมอับอยู่เยอะนะครับหรือบนทางด่วนอาจจะมีมุมอับตรงไหนอยู่ก็ได้”
“ตรงไหนล่ะคุณดูสิ” เขาชวนให้เธโอมองไปรอบๆ ผ่านกระจกหน้าต่างรถ “มีจุดแวะพักตรงไหนมั้ย”
“ถ้าจะลงมือฆ่าจำเป็ต้องใช้จุดแวะพักด้วยหรือครับ ผมพึ่งจะรู้”
“ก็ถ้าไม่มีจุดแวะพัก...แล้วจะจอดรถนานๆ ได้ยังไงล่ะ” อาร์ทกล่าวเสียงเข้มที่ประโยคหลังพลางฉวยโอกาสที่เธโอเผลอเอื้อมมือทั้งสองข้างโอบข้ามเบาะหลังแล้วเอาผ้าใส่ยาสลบโปะเข้าที่จมูกและปากของเธโอใช้เวลาเพียงไม่นานเธโอก็สลบไป
แต่ที่อาร์ทคาดไม่ถึงก็คือประตูรถของเธโอปิดล็อกทั้งสี่ด้านและรถก็เร่งความเร็วขึ้นจนอาร์ทหงายหลังกระแทกติดเบาะแทบขยับตัวไปไหนไม่ได้กระจกรถเลื่อนเปิดออกและมีเสียงไซเรนกับเสียงพูดออกลำโพงดังลั่นจนได้ยินไปทั่วทั้งถนนแสงไฟฉุกเฉินบริเวณท้ายรถกระพริบตลอดเวลาที่รถวิ่งแซงคันโน้นปาดคันนี้ไปตลอดทางทำให้รถคันอื่นที่วิ่งบนทางด่วนต่างชะลอความเร็วและหลีกทางให้เพราะไม่แน่ใจว่าเกิดเหตุฉุกเฉินอะไรขึ้น
“เ้าของรถถูกลักพาตัว”รถวิ่งออกไปพร้อมๆ กับประกาศเสียงดังลั่นจนอาร์ทใหน้าซีด
“ฉันต่างหากที่ถูกลักพาตัว”อาร์ทโวยวายพยายามจะเอื้อมมือไปแตะหน้าจอเพื่อหยุดระบบรถแต่ด้วยความเร็วและลีลาการขับรถที่หวาดเสียวทำให้เขาหงายหลังลงไปติดเบาะตลอดบางครั้งก็กลิ้งลงไปที่เบาะด้านข้างจนแทบจะทรงตัวไม่อยู่เธโอหมดสติแต่รัดเข็มขัดนิรภัยเอาไว้จึงไม่ได้รับผลกระทบมากนัก ไม่นานนักเสียงไซเรนตำรวจก็ดังตามมาจากข้างหลังเพราะสกอเลอร์ที่คุมระบบรถอยู่โทรออกหาตำรวจเอาไว้ทันทีที่รถตำรวจวิ่งตามมา เสียงลำโพงในรถของเธโอก็เงียบลงแต่กลายเป็เสียงจากลำโพงของรถตำรวจที่ดังไล่หลังมาแทน
“รถข้างหน้ากรุณาขับเข้าสถานีตำรวจด้วย”
“อะไรอีกฟะ”อาร์ทมองเห็นรถตำรวจที่วิ่งตามมาผ่านกระจกมองหลังก็แทบหมดแรงจะหนีก็ขยับตัวไม่ได้และประตูรถก็ล็อกขังเขาเอาไว้ทุกทาง
ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีรถของเธโอก็วิ่งเข้ามาจอดยังหน้าสถานีตำรวจตามที่ตั้งค่าระบบเอาไว้ก่อนที่ประตูจะปลดล็อกอัตโนมัติมีตำรวจจำนวนหนึ่งวิ่งเข้ามาล้อมเตรียมจับตัวอาร์ทอาร์ทใมองไปรอบตัวเพื่อหาทางหนีทีไล่เธโออยู่เบาะหน้าและรัดเข็มขัดนิรภัยอยู่จึงใช้เป็ตัวประกันเพื่อเปิดทางได้ยากอีกอย่างรถคันนี้คงไม่ยอมให้เขาตั้งระบบใหม่ง่ายๆ แน่ ในระหว่างที่กำลังจนตรอก หนึ่งในตำรวจที่มาล้อมจับเดินเข้ามาเปิดประตูรถโดยถือปืนจ่อหน้าอาร์ทเอาไว้ทำให้อาร์ทต้องยอมลงจากรถเพื่อมอบตัวแต่โดยดี
ในขณะที่ตำรวจกลุ่มใหญ่คุมตัวอาร์ทเข้าไปในสถานีตำรวจตำรวจคนหนึ่งเดินเข้ามาสะกิดไหล่เธโอที่นอนหลับสนิทไม่รู้เื่อยู่บนเบาะนั่งคนขับเขาสะลึมสะลือรู้สึกว่ามีคนเรียกชื่อแต่ลืมตาตื่นยากเหลือเกิน ไม่นานนักเขาก็ค่อยๆขยับลุกขึ้นนั่งรู้สึกปวดหัวอย่างบอกไม่ถูกก่อนจะถามด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง
“เกิดอะไรขึ้นครับ”
ตำรวจที่เดินเข้ามาปลุกเขาถามขึ้นด้วยสีหน้าแปลกใจ“นี่คุณทำอะไรไม่รู้ตัวเลยหรือ”
“จำได้ว่า...”ความทรงจำอันสับสนของเธโอกลับมาเป็รูปเป็ร่างอีกครั้งเขารีบหันไปมองที่เบาะหลังก่อนจะถามตำรวจ “แล้วผู้ชายที่นั่งมาด้วยกันล่ะครับ”
“ถูกจับกุมเข้าไปในโรงพักแล้วเราได้รับโทรศัพท์จากคุณบอกว่ามีคนร้ายพยายามลักพาตัวคุณแต่รถคันนี้เป็ของคุณใช่มั้ย”
“ใช่ครับ ผมถูกผู้ชายที่นั่งมาด้วยโปะยาสลบ”เธโอตอบช้าๆ ในหัวยังมึนงง
“เกิดอะไรขึ้นกันแน่ครับ”
“เขาพยายามหลอกลวงเพื่อนผมน่ะครับแต่ผมมาแทนเพื่อน”
“หลอกลวงเื่อะไรหรือครับ”
“เขาน่าจะเป็ฆาตกรที่ลวงผู้หญิงไปฆ่าคดีฆ่าตัวตายด้วยเตาถ่านในรถน่ะครับ”
“ใจเย็นๆนะคุณ ถ้าพูดโดยไม่มีหลักฐาน เขาอาจจะฟ้องคุณกลับได้นะ”
“ในรถผมน่าจะอัดเสียงเขาไว้นะครับเขายอมรับเองว่าหลอกเหยื่อไปที่จุดพักรถบนทางด่วนผมเองก็เกือบไม่รอดเหมือนกันแต่โชคดีที่...”เธโอหยุดพูดเมื่อนึกขึ้นได้ว่าสกอเลอร์เป็แฮ็คเกอร์และไม่ควรพูดถึงเขาต่อหน้าตำรวจ“ระบบในรถผมมันถูกปรับแต่งแบบพิเศษเอาไว้น่ะครับ”
“คุณจะบอกว่าวิธีการขับรถโลดโผนบนทางด่วนแบบนั้นเป็ฝีมือระบบอัตโนมัติของรถคุณงั้นหรือ”
เธโอยิ้มแห้งก่อนกล่าวเสียงแ่“ขอโทษครับ ไม่คิดว่าจะก่อเื่เอาไว้ขนาดนั้น ไม่เกิดอุบัติเหตุอะไรใช่มั้ยครับ”
“ถ้ามีอุบัติเหตุคุณก็คงต้องโดนจับด้วยข้อหาก่อความไม่สงบแต่โชคดีที่ระบบรถคุณหลบสิ่งกีดขวางได้เยี่ยมมาก เ้าของก็เลยไม่ต้องรับโทษ”
“ขอโทษด้วยจริงๆครับ ผมตั้งให้ระบบขับไปที่สถานีตำรวจแต่ไม่ได้จำกัดความเร็วเอาไว้ แล้วดันสลบไป”
“หวังว่าจะไม่มีคราวหน้านะครับและยังไงเราคงต้องขอคุมตัวคุณเอาไว้เพื่อสอบปากคำด้วย”
เธโอพยักหน้าอย่างเสียไม่ได้“ยินดีครับ แต่ขอน้ำให้ผมซักขวดได้มั้ย ผมปวดหัวมากเลย”
เควินกำลังตรวจสอบข้อมูลบางอย่างกับแผนกอาชญากรรมไซเบอร์นอกจากเื่ตามหาตัว เกรซ บลูเกอร์ แล้วก็ยังมีเื่ของผู้โพสต์ข้อความในอินเตอร์เน็ตโดยใช้ชื่อก๊อปปี้แคทที่ต้องตามร่องรอยอยู่แม้ว่าก๊อปปี้แคทจะก่อเหตุฆาตกรรมกับฆาตกรในคดีอื่นแต่ก็เป็หน้าที่ของตำรวจที่ต้องจับตัวก๊อปปี้แคทในฐานะคนร้ายให้ได้ปัญหาคือเขาเป็แฮ็คเกอร์ที่เก่งมากในการกลบเกลื่อนร่องรอยของตนเองในโลกอินเตอร์เน็ต
เ้าหน้าที่ในแผนกอาชญากรรมไซเบอร์กำลังรัวนิ้วลงบนแป้นคีย์บอร์ดอย่างคล่องแคล่วอยู่บนโต๊ะทำงานในห้องทำงานรวมของแผนกโดยมีเควินกับเทอรี่ยืนประกบข้างเอาไว้เขาเป็ชายหนุ่มผมสีน้ำตาลแดงร่างผอมใส่แว่นตากรอบดำหนาเตอะ ไม่นานนักเขาก็เงยหน้าหมุนเก้าอี้หันมาคุยกับทั้งคู่
“ล่าสุดร่องรอยของก๊อปปี้แคทมาจากร้านอินเตอร์เน็ตคาเฟ่ในเมืองทันนิซตอนเที่ยงคืนไม่ใช่ในเขตเศรษฐกิจด้วย เมืองทันนิซเป็ยังไงพวกคุณก็น่าจะรู้ดีไม่มีทางปล่อยให้คนเล่นอินเตอร์เน็ตยันเที่ยงคืนได้อย่างอิสระแบบนั้นหรอก”
“พูดให้ชัดสิเทรวิสหมายความว่าเป็ร่องรอยปลอมงั้นหรือ” เควินกล่าวพลางใช้ความคิด
“ใช่ครับเขาปล่อยหมายเลขเครื่องปลอมปล่อยให้เราตามรอยผิดไปถึงร้านอินเตอร์เน็ตคาเฟ่ในเมืองอื่นหลายหนแล้วพอตรวจสอบกับเ้าของร้านก็ไม่พบว่ามีคนน่าสงสัยมาใช้บริการใน่เวลานั้นเลยสุดท้ายก็ตามรอยต่อไม่ได้”
“งั้นกรณีรถของเกรซ บลูเกอร์ ก็เหมือนกับที่หุ่นยนต์เสริฟไวน์ในคดีของ มายา บรีเจีย ถูกแทรกแซงเพื่อควบคุมระบบสินะใช้หมายเลขปลอมหลอกเรา”
“ใช่ครับเรารู้ว่ามีการเจาะระบบแต่หาร่องรอยไม่ได้ เพียงแต่กรณีรถของ เกรซ บลูเกอร์เหมือนจะตรวจพบการแทรกแซงระบบหลายครั้งเลย”
“หลายครั้งหมายความว่ายังไงยังมีแฮคเกอร์คนอื่นอีกหรือ”
“ผมไม่แน่ใจเหมือนกันอาจจะมีแฮ็คเกอร์คนอื่น หรือไม่ก็ก๊อปปี้แคทเป็คนเจาะระบบเองทั้งหมด”
“จะทำไปทำไมตั้งหลายครั้งมันเสี่ยงไม่ใช่หรือ”
“ไม่ทราบหรอกครับเขาตามฆ่าฆาตกรทำไมก็ยังไม่รู้เลย” คำพูดของเทรวิสทำให้เควินมองหน้าด้วยรอยยิ้มเย็นเยือกก่อนจะถามต่อ
“แล้วพอจะมีวิธีอื่นตรวจสอบร่องรอยของก๊อปปี้แคทได้อีกมั้ย”
“ค่อนข้างยากครับเขาเหมือนเป็ผีในอินเตอร์เน็ตที่ทำอะไรไม่ทิ้งร่องรอยถ้าทิ้งร่องรอยก็เป็ของปลอมทั้งหมด” เทรวิสเคาะนิ้วลงบนโต๊ะสองสามครั้งเหมือนกำลังนึกทบทวน“ถ้ามีใครแทรกแซงเครื่องคอมพิวเตอร์ของเขาโดยตรงเลยก็ไม่แน่นะ เราอาจจะจับหางของก๊อปปี้แคททันก็ได้”
“ถ้าเป็แบบนั้นก็ไม่ต้องตามรอยทางอินเตอร์เน็ตแล้วมันก็คือต้องจับตัวจริงของก๊อปปี้แคทให้ได้ไม่ใช่หรือไง” เทอรี่กล่าวแทรกขึ้นบ้างหลังจากนิ่งฟังอยู่นาน
“ถ้าจับตัวจริงได้เลยก็ดีครับผมอาจจะมีโอกาสขอลายเซ็นด้วย”
“ขอลายเซ็นอาชญากรเนี่ยนะ”เทอรี่เบ้ปากฟังแล้วไม่สบอารมณ์สักเท่าใดนัก แต่เทรวิสแย้งกลับแบบทีเล่นทีจริง
“ที่จริงในสายตาประชาชนส่วนใหญ่มองเขาเป็ฮีโร่นะครับเพราะฆาตกรที่เขาฆ่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับตระกูลดามาเช่ที่แม้แต่ตำรวจอย่างเรายังไม่อยากยุ่งด้วยเขาเป็คนที่กล้าต่อกรกับอิทธิพลมืดพวกนั้น”
“จากประสบการณ์ที่เคยเจอมาการที่กล้าต่อกรไม่ได้หมายความว่าจะมีเจตนาดีเสมอไปส่วนใหญ่มีเหตุผลเื้ัที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์” เควินกล่าวขึ้นบ้าง “และยังไงอาชญากรก็คืออาชญากรไม่ว่าจะทำด้วยเหตุผลอะไร ในฐานะตำรวจฉันก็ต้องจับกุมมารับโทษตามกฎหมาย”
“ผมว่าคุณหัวแข็งเกินไปแล้วรู้มั้ยครับว่าคนที่ตกเป็เหยื่อของฆาตกรพวกนั้นแทบจะภาวนาให้ก๊อปปี้แคทอยู่รอดปลอดภัยพระเ้าคุ้มครองเลยล่ะ”
“ถ้าเขาเป็เหยื่อเขาก็มีสิทธิ์จะคิดแบบนั้นกับคนที่ช่วยเหลือเขา เป็เื่ธรรมดา”
“แล้วถ้าวันนึงตำรวจตกเป็เหยื่อและได้รับความช่วยเหลือจากคนอย่างก๊อปปี้แคทบ้างเราจะมีสิทธิ์คิดแบบนั้นมั้ยครับเพราะผมก็เอนเอียงไปทางนั้น”เทรวิสตั้งคำถามพลางจ้องมองเควินอย่างคาดหวัง เควินนิ่งเงียบไม่ได้ตอบคำถามในทันทีเขาชั่งใจอยู่พักหนึ่งจึงยอมกล่าวตอบ
“คนที่บังคับใช้กฎหมายยังไงก็ใช้อคติไม่ได้”
“นั่นมันอุดมคติเกินไปมั้งหัวหน้าผมก็แอบเอนเอียงไปทางนั้นเหมือนกัน”
เทอรี่กล่าวติดตลกทำให้เควินถลึงตามองอย่างหงุดหงิดแต่ยังไม่ทันที่จะได้ตอบโต้อะไรเสียงเตือนสายเรียกเข้าโทรศัพท์ของเขาก็ดังขัดจังหวะขึ้นเสียก่อนเควินหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูบนจอซึ่งไม่ปรากฏชื่อของผู้โทรเขาจึงขอตัวออกไปนอกห้องทำงานของแผนกอาชญากรรมไซเบอร์ก่อนกดรับสาย
“ครับ สารวัตรเควินจากฝ่ายสืบสวนกลางครับ”
“เ้าหน้าที่จากสถานีตำรวจนะครับคือเราได้รับแจ้งความจากคนที่อ้างว่าเป็หลานของคุณเขาเป็เ้าของรถที่สร้างความวุ่นวายกลางถนนวันนี้น่ะครับ”
“หลานของผมหรือเขาบอกมั้ยว่าชื่ออะไร”
“เธโอ ลิเบอร์รัลครับ”
เควินยกมือขึ้นกุมขมับแอบลุ้นระทึกอยู่ในใจแล้วถามกลับไป“หลานของผมเองครับ แล้วเขาสร้างความวุ่นวายยังไงหรือ”
“เื่มันค่อนข้างยาวครับแต่ไม่มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นก็เลยไม่ใช่เื่ใหญ่อะไร”เควินใจชื้นขึ้นพลางพยักหน้ารับรู้ ในขณะที่อีกฝ่ายยังคงอธิบายต่อ“แต่คนที่เขาจับตัวมาส่งโรงพักน่ะครับ อาจเป็ผู้ต้องสงสัยในคดีฆาตกรรม”
เควินย่นคิ้วก่อนถามอย่างแปลกใจ“คดีฆาตกรรมหรือครับ คดีอะไร”
“ที่ผู้หญิงฆ่าตัวตายด้วยเตาถ่านในรถน่ะครับ”
“ตำรวจสรุปว่าเป็การฆ่าตัวตายไม่ใช่หรือทำไมบอกว่าเป็คดีฆาตกรรมล่ะ”
“เขาบอกว่ามีหลักฐานเกี่ยวข้องกับแอปหาคู่ที่ฆาตกรใช้หลอกผู้หญิงตอนนี้ผมสอบปากคำเขาเสร็จแล้วกำลังจะปล่อยตัว เขาพึ่งบอกว่าคุณเป็ลุงของเขาและน่าจะรับผิดชอบคดีนี้อยู่ผมก็เลยโทรมาแจ้งให้ทราบน่ะครับ”
“ได้ครับผมจะรีบไปที่สถานีตำรวจ อย่าพึ่งปล่อยตัวเขากลับบ้านนะครับ”
“เข้าใจแล้วครับ”
หลังจากอีกฝ่ายวางสายไปแล้วเควินก็เดินกลับเข้าไปในห้องทำงานรวมของแผนกอาชญากรรมไซเบอร์เทรวิสกับเทอรี่เห็นเขาท่าทางร้อนใจก็กล่าวถามขึ้นด้วยความสงสัย
“มีอะไรหรือเปล่าครับ”
“เทอรี่มากับฉัน”เควินกล่าวก่อนหันไปคุยกับเทรวิส “ผมขอรายงานเื่ที่ตรวจสอบได้ด้วยนะวันนี้ผมมีธุระขอตัวก่อน”
กล่าวจบเควินก็เดินออกจากห้องไปพร้อมกับเทอรี่ทำให้เทรวิสมองตามเหมือนทำความเข้าใจกับสถานการณ์ไม่ทันเขาได้แต่หันกลับมามีสมาธิกับหน้าจอคอมพิวเตอร์เพื่อทำงานต่อ
เควินขับรถออกจากกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางโดยมีเทอรี่นั่งไปด้วยกันเทอรี่เห็นหัวหน้าขับรถเร็วกว่าปกติแถมยังแทรกซ้ายแทรกขวาแบบผิดวิสัยก็เริ่มยกมือขึ้นจับบนมือจับเหนือเบาะนั่งดูท่าทางเข็มขัดนิรภัยอย่างเดียวอาจจะไม่ปลอดภัยพอ เขาเอ่ยถามอีกฝ่ายอย่างกล้าๆกลัวๆ
“เอ่อ...หัวหน้าครับมีอะไรด่วนหรือเปล่า”
“เ้าเด็กนั่นน่ะสิก่อเื่อีกแล้ว ทำไมขยันหาเื่ไปพบตำรวจจังนะ” เสียงเควินใส่อารมณ์นิดหนึ่งเทอรี่พยายามปลอบให้หัวหน้าใจเย็นลง
“เด็กที่ว่าใช่เธโอหรือเปล่าครับผมว่าเขาก็โตพอสมควรแล้วนะ”
“โตอะไรนี่ไปเที่ยวขับรถสร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้านเขา แล้วยังไปบอกว่าคดีฆ่าตัวตายเป็คดีฆาตกรรมอีกถ้าไม่ใช่ขึ้นมาเป็เื่แน่”
“แต่ตอนนี้หัวหน้าก็กำลังขับรถสร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้านอยู่นะครับใจเย็นๆ ครับ”
เควินนิ่งเงียบได้ยินเสียงรถคันอื่นบีบแตรใส่เป็ระยะจึงเริ่มชะลอความเร็วลงเหมือนเรียกสติกลับมาได้“โทษที ฉันใจร้อนไปหน่อย”
“ไม่เป็ไรครับแต่ช่วยเล่าเื่ให้ผมเข้าใจด้วยได้มั้ย ผมงงไปหมดแล้วเนี่ย”
เควินถอนหายใจยาวก่อนจะเริ่มอธิบายคร่าวๆเื่ของเธโอตามที่เ้าหน้าที่จากสถานีตำรวจโทรมาแจ้งให้เขาทราบแล้วจึงถามความเห็นของเทอรี่
“รู้จักแอปหาคู่ที่ว่านั่นหรือเปล่าตอนตรวจสอบประวัติของผู้ตายก็เหมือนจะมีพูดถึงอยู่ใช่มั้ย”
“มีครับแต่ไม่ได้ระบุว่าเป็แอปชื่ออะไรใช้เป็หลักฐานเื่ที่ผู้ตายมีนิสัยโลกส่วนตัวสูงและโสดก็เลยมีการใช้บริการแอปหาคู่แบบนี้น่ะครับแต่ในรายงานไม่ได้ให้ความสำคัญอะไรกับแอปนี้เลย”
“ก็เพราะสืบสวนโดยพุ่งเป้าไปที่ผู้ตายฆ่าตัวตายน่ะสิ”เควินกล่าวพลางใช้ความคิด “ทำไมรู้สึกว่าการรวบรวมหลักฐานมันสะเพร่าเกินไปกันนะ”
“คิดเหมือนกันครับผู้ตายไม่มีประวัติโรคซึมเศร้าหรือมีปัญหาทางการเงินด้วยไม่น่าด่วนสรุปว่าเป็การฆ่าตัวตายถ้าญาติไม่มาร้องเรียนเื่คงจบไปโดยไม่มาถึงฝ่ายสืบสวนกลางอย่างพวกเราแน่”
“ยังไงก็ลองไปฟังเธโอดูก่อนที่จริงมีหลักฐานใหม่ก็น่าจะบอกฉัน ไปหาเื่ใส่ตัวเองทำไม”
“คงคิดจะหาหลักฐานมายืนยันมั้งครับเขาอัดเสียงคนร้ายทันไม่ใช่หรือ แล้วถ้าเขาถูกคนร้ายหลอกไปจริงๆ ก็ถือเป็พยานได้นะครับ”
เควินพยักหน้ารับท่าทางสงบลงแล้วเทอรี่จึงวางใจปล่อยมือจากมือจับเหนือเบาะนั่งแล้วหันออกไปดูวิวข้างทางผ่านกระจกรถแทน