หลังจากที่ลี่เซียนฟังเหตุผลของฮูหยินทั้งสอง นางจึงให้เสี่ยวเอ้อคนเดิมไปนำผ้าไหมอีกแบบหนึ่งที่อยู่ในร้าน หากนางจำไม่ผิด ร้านนางจะมีผ้าไหมแบบใหม่ที่ใกล้จะมาวางขายอยู่ ผ้าไหมชนิดนี้มีน้ำหนักเบาและระบายอากาศได้ดี เหมาะสำหรับที่จะสวมใส่่หน้าร้อน
"เอาอย่างนี้ดีรึไม่เ้าคะ ผ้าที่จะนำไปตัดให้ฮูหยินผู้เฒ่าควรจะมีเนื้อผ้าหนาหน่อยถึง่นี้จะเป็พึ่งเริ่มเข้าฤดูร้อนแต่หากยังคงมีลมหนาวพัดผ่านอยู่ ก็สามารถทำให้ไม่สบายได้ ยิ่งฮูหยินเฒ่าอายุมากควรยิ่งต้องดูแลให้ดี ส่วนฮูหยินอีกท่านข้ามีแบบผ้าแบบใหม่มานำเสนอเ้าค่ะ เป็ผ้าที่มีน้ำหนักเบาเนื้อผ้าระบายอากาศได้ดี เวลาสวมใส่จะรู้สึกเย็นสบาย ยิ่งเป็่ฤดูร้อนวัยหนุ่มสาวอาจร้อนมีเหงื่อไคร่ออกง่าย ข้าแนะนำว่าผ้าที่ตัดให้สะใภ้ใหญ่สวมใส่ใน่นี้ต้องเป็ผ้าชนิดนี้เท่านั้นถึงจะเหมาะ" พูดเสร็จก็นำผ้าพับมาให้ฮูหยินดู พลางสังเกตสีหน้าท่าทางของนาง ฮูหยินผู้นั้นหยิบยกผ้ามาเทียบกับแขน ลูบััดีแล้วจึงยิ้มและพยักหน้าด้วยความพอใจ ลี่เซียนจึงถือโอกาสพูดชักชวนต่อ
"ผ้าผืนนี้เท่าที่ข้าทราบยังไม่มีวางขายที่ใดนะเ้าคะ สามีของข้าพึ่งได้มีโอกาสค้าขายผ้ากับชนเผ่าหนึ่งมา ผ้าของพวกเขานั้นข้าลองนำมาตัดและสวมใส่ดู สบายตัวยิ่งนัก ทั้งนี้ยังมีสีสันเฉพาะตัวที่เกิดจากกรรมวิธีการทำ นั้นทำให้ผ้ามีเอกลักษณ์เพิ่มขึ้น ซึ่งผ้าที่นำมาคราวนี้มีจำนวนจำกัด นอกจากถักทอขึ้นยากแล้วและวัสถุดิบที่นำมาทำก็หายากด้วย ดังนั้นจึงมีเพียงไม่กี่พับเท่านั้น หากท่านสนใจทางร้านของข้าจะขายให้ท่านในราคาที่รับซื้อมาซึ่งร้านไม่ได้กำไรจากการขายผ้าพับนี้ให้ฮูหยินเลย ถือเป็การขอโทษจากเหตุการณ์เมื่อครู่เ้าค่ะ"
ฮูหยินท่านนั้นได้ฟังก็รู้สึกปลาบปลื้มใจ นางพอใจในผ้าพับที่หญิงสาวตรงหน้าแนะนำมาก จึงขอซื้อผ้าเพิ่มอีกสองพับในราคาขายที่ร้านเทียนอี้ตั้งไว้ก่อนหน้าที่จะเกิดเื่ขึ้น แต่ลี่เซียนคิดเพียงหนึ่งพับในราคาขายและอีกสองพับในราคาทุน ทำให้ฮูหยินผู้นั้นยิ้มไม่หุบ ทั้งยังกล่าวชื่นชมในตัวหญิงสาว ในขณะที่ฮูหยินอีกท่านได้ฟังก็อยากได้ไว้สักผืนจึงเอ่ยบอกถาม นางจึงขายให้ได้เพียงพับเดียวในราคาที่ทางร้านตั้งไว้ เนื่องจากของมีจำกัด
"หากท่านพอใจและไม่เป็การรบกวนข้าขอให้ท่านบอกต่อผู้คน ครั้งหน้าหากมีสินค้าเข้ามาหรือมีผ้าแบบใหม่ที่จะวางขาย ข้าจะให้เสี่ยวเอ้อไปแจ้งท่านที่จวนหรือหากมีโอกาสท่านสามารถแวะเข้ามาดูผ้าแบบอื่นที่หน้าร้านได้ ทางร้านของเรายินดีที่ท่านแวะเข้ามาชมซื้อเ้าค่ะ"
จากนั้นก็ให้หลงจู๊ที่เดินเข้ามาพร้อมสามีนางจดที่อยู่ของจวนฮูหยินทั้งสองไว้เพื่อที่ครั้งหน้าจะได้ไม่มีเหตุผิดพลาดอีก หลังจากจัดการงานตรงหน้าเรียบร้อยนางจึงคิดไปชวนสามีไปทานข้าวเนื่องจากตอนนี้เลยเวลามื้อเที่ยงไปนานแล้ว
"ท่านพี่ข้าหิวแล้วไปหาอะไรทานกันเถอะเ้าค่ะ"นางหันมายิ้มให้สามีที่มองนางด้วยความแปลกใจอยู่ และวิ่งเข้าไปกอดแขนเขา สามีนางพยักหน้าเห็นด้วยและหันไปสั่งงานหลงจู๊ครู่หนึ่งจึงพานางไปเหลาอาหารขึ้นชื่อของเมือง และได้สั่งอาหารขึ้นชื่อมาสามอย่างและหนึ่งในนั้นคือเป็ดย่างซึ่งนางชอบมากจึงกินได้หลายคำ
"ข้าไม่คิดว่าเ้าจะรู้เื่ประเภทของผ้าด้วย แล้วเ้ารู้ได้ยังไรว่ามีผ้าแบบใหม่ที่ข้าจะวางขายเร็วๆนี้" สามีถามเอ่ยจบก็ยกน้ำชาขึ้นจิบ
"รู้สิเ้าค่ะข้าเป็ผู้หญิงที่ชื่นชอบของสวยงามไม่ว่าจะเป็ผ้าหรือเครื่องประดับ อีกอย่างตอนรอท่านข้าเดินสำรวจรอบๆร้านดูผ้าแต่ละชนิดอยู่หลายผืน อีกอย่างผ้าที่ท่านจะวางขายท่านก็สั่งตัดให้ข้าใส่ก่อนวางขายเสมอไม่ใช่รึเ้าค่ะ ดังนั้นจึงไม่แปลกที่ข้าจะแนะนำฮูหยินผู้นั้นได้" พูดได้ลื่นไหลยิ่ง
นางตอบคำถามเขาแบบคาดเดา เนื่องจากนางได้รับเสื้อผ้าและเครื่องประดับชนิดใหม่เสมอทุกครั้งที่เขากลับมาจากการค้าต่างถิ่นหรือ่ผลัดเป็ฤดูเขาก็จะนำผ้าแบบต่างๆมาให้นางทุก่ หลังจากนั้นไม่นานนางมักจะเห็นผู้คนสวมใส่ผ้าชนิดเดียวกันกับนาง จนกระทั่งเห็นเขาพยักหน้า นางก็ลูบอกตัวเองพร้อมเป่าลมหายใจ และหันหน้าไปยิ้มทั้งยังคีบเป็ดที่นางคิดจะกินไปวางบนชามเขาอย่างเอาใจ
อันที่จริงนางรู้เื่จากตอนที่นางเข้าไปทำงานที่ร้านผ้าหลงจู๊ได้บอกความที่มาของผ้าแต่ละประเภทซึ่งกว่านางจะแยกประเภทและชนิดของผ้าก็ใช้เวลานานทีเดียว โดยนางได้เขียนบันทึกประเภทผ้าที่ขายดีสุดในแต่ละ่ฤดู การส่งออกและนำเข้าจากต่างแคว้นและอีกมากมาย ตอนแรกที่นางทำนางเคยคิดที่จะล้มเลิกหลายครั้ง แต่เนื่องด้วยปัจจัยหลายอย่างทำให้นางต้องกัดฟันดันทุรังทำต่อเพื่อที่จะประคองร้านค้าที่เป็แหล่งทำเงินเดียวของนาง นั้นเป็เหตุผลที่ทำให้นางต้องเรียนรู้ที่จะทำการค้า กว่านางจะเชี่ยวชาญคล่องแคว้นเฉกเช่นวันนี้ก็นานทีเดียว นางนี่เก่งจริงๆ คิดแล้วก็ชมตัวเองอย่างพอใจ