เช้าวันถัดมาฤดูกาลผันเปลี่ยนหิมะเริ่มละลายออกจากกิ่งไม้และหลังคาน้ำแข็งที่เคยปกคลุมพื้นหญ้าได้กลายเป็หยดน้ำไหลลงสู่ที่ต่ำรวมกันเป็แม่น้ำลำธารล้อมรอบเมืองต้นไม้ได้รับแสงเต็มที่เติบโตผลิดอกออกใบแข่งกันเหมือนเป็สนามแห่งการเริ่มต้นชีวิตใหม่
" งานแรกขอรับองค์หญิง "
เฟยจินฟู่ยื่นกระดาษที่ทำมาจากใยพืชให้เจน่าขณะกำลังวิ่งเล่นชมวัง ตอนนี้มีสีสันงดงามต่างออกไปจากครั้งแรกที่ลืมตาตื่นขึ้นมาในร่างนี้
อยู่ใต้ต้นดอกเหมย กำลังผลิใบรับแสงจากดวงอาทิตย์อันอบอุ่น
" เ้าอ่านรึยัง "
เจน่าไม่ได้รับไว้แต่ถามคำถามกลับไปแทน
" ยังขอรับ "
" เช่นนั้นอ่านให้ข้าฟังที"
พูดจบก็ก้มลงเอามือบางัักับน้ำเย็นที่กำลังไหลไปรวมกันจนเกิดทางเดินน้ำเล็กๆขึ้นข้างๆตำหนักลงไปยังสระบัวที่มีศาลาเล็กตั้งอยู่ใจกลาง
" มีข่าวลือมาว่าฝั่งเหนือมีผู้คนล้มตายกันโดยไม่ทราบถึงสาเหตุขอรับ บ้างก็ว่าโดนภูตผีเอาิญญาไปอยู่ด้วยบ้างก็ว่าอาจเกิดโรคระบาดขึ้นจนตอนนี้ผู้คนเกิดเสียงแตกเป็สองฝ่ายและวุ่นวายจนยากที่จะควบคุมขอรับ "
" ผ..ผะ..ผี!!หรอ..ไม่เอานะเฟยจินฟู่ข้าไม่ถูกกับสิ่งที่มองไม่เห็นััก็ไม่ได้ ต่อยก็ไม่โดนข้าไม่สู้หรอกเปลี่ยนงานได้มั้ย"
เจน่าลุกขึ้นยืนและทำสีหน้าไม่อยากทำอย่างเห็นได้ชัด
" ไม่ได้ขอรับไหนท่านบอกว่าจะทำทุกอย่างเพื่อองค์หญิงเสี่ยวิไงขอรับ
ท่านลืมไปแล้วรึ "
" จิ้....เอ้ออรู้แล้วหนาาทำก็ได้ว่ะ "
"แล้วองค์ชาย...ไม่สิชายคนนั้นละขอรับ หากปล่อยไว้คงคิดหนีอีกแน่
แต่หากพาตัวไปด้วยก็จะเป็ภาระ"
"ข้า...กะจะไปฝากท่านเฉินอวี้เหลียนดูแลแทนน่ะเพราะถ้าให้สองคนนี้ดูคงหลงกลเล่ห์เหลี่ยมอีกรอบแน่ อันตรายเกินไปหากปล่อยไว้จริงๆนั้นแหละ"
"เช่นนั้นพรุ่งนี้เช้าเราจะออกเดินทางนะขอรับวันนี้หากท่านไม่ได้ทำอะไรเป็พิเศษก็ไปงานการคัดเลือกแม่ทัพคนใหม่รึไม่ขอรับ"
"หืม..คัดเลือกแม่ทัพคนใหม่งั้นหรอ
เอาดิเบื่อๆอยู่พอดี หลินหลินมานี่หน่อย "
" ท่านหญิงมีอะไรรึเพคะ "
"บอกเสิ่นหวังกับเ้าผีเดินได้นั่นเตรียมตัว เราจะไปดูการคัดเลือกแม่ทัพคนใหม่กัน"
" เพคะ รอสักครู่นะท่านหญิง"
หลินหลินรีบเดินเข้าตำหนักไปส่วนเจน่ายิ้มหวานและหันมาหาเฟยจินฟู่ที่ยืนทำหน้าไม่ประสบอารมณ์อยู่
"เอ่อ...องค์หญิงนึกว่าท่านจะไปแค่กับกระหม่อมทำไมต้องให้คนพวกนี้ไปกันด้วยเล่าขอรับ"
" ก็เพราะเป็เพื่อนไงเฟยจินฟู่ก็เป็เพื่อนนี่นาเพื่อนก็อยากจะพาเพื่อนไปสนุกหรือไปเจอเื่ดีๆใช่มั้ยไม่งั้นเ้าคงไม่ชวนข้าหรอก "
" เื่นั้นมันน.."
" หึ..ไม่ต้องพูดอะไรอีกแล้วนะเราจะไปสนุกกันทั้งหมดนี้แหละ "
ทั้งสี่คนพร้อมกับเย่อเล่อไป่ที่ต้องใช้ไม้ค้ำเดิน
มาที่ลานขนาดใหญ่ไว้สำหรับแข่งประลอง
" ว้าววน่าสนุกกว่าที่คิดไว้แฮะ
นี่ๆเสิ่นหวังเ้าไปลงแข่งด้วยมั้ยเผื่อโชคดีได้เป็ถึงแม่ทัพเลยนะ"
" ขอผ่านดีกว่าขอรับ เื่ต่อสู้กระหม่อมไม่ถนัด"
" ถนัดเื่อาบน้ำให้บุรุษสินะ"
" ชู่วว..องค์หญิงขอรับบบ!!อย่าพูดเสียงดังสิขอรับกระหม่อมอายคน และนั่นก็เป็เพราะคำสั่งของท่านด้วยกระหม่อมไม่ได้อยากทำสักหน่อย"
" ฮ่าาๆ..ข้าพูดเล่นหน่าาหยอกนิดเดียวเองโถ่วว หน้าแดงป็นสาวน้อยเชียว "
"การประลองกำลังจะเริ่มแล้วขอรับเราไปนั่งใกล้ๆขอบสนามกันเถอะจะมองเห็นชัด "
เฟยจินฟู่จากที่เดินหายไปเมื่อครู่กลับมาพร้อมกับเดินนำหน้าพาไปหาที่นั่งสำหรับพวกเขา
สีหน้าของเย่อเล่อไป่บ่งบอกว่าไม่ได้อยากมาร่วมเลยสักนิดสายตามองไปรอบๆเพื่อหาลาดราวทางหนีทีไล่
" เ้ากำลังมองอะไรของเ้า" เสิ่นหวังกล่าวถาม
" ข้าไม่ได้อยากมาเลยสักนิด"
"ระหว่างอยู่ในกรงเน่าๆกับออกมาสูบอากาศข้างนอกคงไม่ต้องให้บอกหรอกนะว่าอย่างไหนดีกว่ากันองค์หญิงมีเมตตากับเ้าทั้งที อย่าทำตัวน่ารำคาญไปมากกว่านี้เลย "
" ข้าไม่ได้ร้องขอความเมตตาจากพวกเ้าสักหน่อยแม้แต่เศษเสี้ยวเดียวข้าก็ไม่้า"
" นี่เ้า!!!ไอ้คนอกตัญญู"
"มีอะไร..ตั้งใจหน่อยกำลังจะเริ่มแล้ว "
หลินหลินกล่าวเตือนทั้งสองให้ตั้งใจดูการคัดเลือก
ไม่นานนักเสียงประกาศจากทหารนายนึงก็ตระโกนพูดขึ้นว่า
"การคัดเลือกในครั้งนี้ตามกฎแล้วจะต้องเป็คนที่มีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้
1.แข็งแกร่ง
2.ฉลาดและมีไหวพริบ
3.ต่อสู้ได้อย่างกล้าหาร
4.ซื่อสัตย์ต่อราชวงษ์ยิ่งกว่าสิ่งอื่นใด
คนที่มีคุณสมบัติตามนี้ถูกคัดเลือกมาจากผู้ที่แข็งแกร่งสามพันคนและหลงเหลือแค่สิบเอ็ดคนสุดท้ายในรอบนี้เพื่อหาคนที่เป็ยอดเหนือชายแล้วจะประลองกันบนสนามนี้ให้เหลือเป็คนสุดท้ายข้อแม้คือห้ามให้ถึงขั้นตายและห้ามใช้อาวุธกับฝ่ายตรงข้ามใครที่ไม่ไหวให้ยอมแพ้และเดินออกไป ใครที่เหลือเป็คนสุดท้ายถือว่าผ่านการคัดเลือกและรับตำแหน่งแม่ทัพไป ถ้าพร้อมกันแล้วจะเริ่มใน สาม สอง หนึ่ง
...เริ่มการประลองงได้!! "
เสียงระฆังดังขึ้นคนที่อยู่ในสนามเริ่มตะลุมบอลเข้าห่ำหันกันอย่างดุเดือดที่เด่นสุดคือชายร่างสูงใหญ่รูปงามผิวสีแทนคนนึงที่ไม่มีใครล้มเขาได้จนในที่สุดเขาก็ชนะและเหลือเป็คนสุดท้ายในสนามประลองนี้
" และแล้วผู้ชนะก็คือท่านซินหยาง ของเรานั่นเองขอรับ เฮ้..."
" ใครหรอเฟยจินฟู่ทำไมดูเป็ที่ชื่นชมของทุกคนจังคนดังงั้นหรอ "
" ท่านคงจำเขาไม่ได้ ดูจากที่ท่านไม่ทักกระหม่อมจึงรู้ได้ทันที"
" ข..ข้ารู้จักเขาด้วยงั้นหรือ?? "
"เขาคือคนที่องค์หญิงเคยรับสั่งให้ไปเป็นายบำเรอส่วนตัวขอรับ "
"อ้อ..คู่นอนสินะอย่างนี้นี่เอง..
ห..ห้ะ ว่าไงนะ!!!?!! "