หนึ่งเดือนต่อมา…
{ติ๊ง! โฮสต์้าสุมรับรางวัลหรือไม่}
“้า”
{ติ๊ง! โฮสต์ได้รับทักษะวิชากระบี่สังหารเทพ โฮสต์้าเรียนรู้หรือไม่}
“้า”
ลู่เสวียนได้เรียนรู้ทักษะวิชากระบี่สังหารเทพจากระบบ หลังจากนั้นจึงทดสอบทักษะวิชา
‘เหตุใดถึงไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งทีตัวเขาได้เรียนรู้ทักษะวิชาไปแล้ว’
“ระบบยังอยู่หรือไม่”
{ตอบโฮสต์ยังอยู่}
“ข้าอยากรู้ว่าเหตุใดเมื่อใช้ทักษะวิชาออกไปแล้วถึงไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น”
{การที่โฮสต์ไม่สามารถแสดงพลังของทักษะวิชากระบี่สังหารเทพออกมาได้ เหตุเพราะโฮสต์ยังไม่ได้บรรลุพลังในระดับก่อเกิดขึ้นไป หาก้าบรรลุโฮสต์ต้องมีโอสถเป็ตัวช่วยเหลือ}
หลังจากนั้นลู่เสวียนจึงออกจากเรือนสี่ประสานมุ่งหน้าไปยังหอโอสถ
“ข้า้าโอสถระดับต่ำไม่ทราบว่าทางหอโอสถขายในราคาเท่าใด”
“ทางหอจ้าวโอสถขายโอสถระดับต่ำในราคาสิบหินิญญา หากคิดเป็เงินเหรียญก็คือหนึ่งแสนเหรียญทองคำขาว ไม่ทราบว่าท่าน้าโอสถที่เป็ของเหลวหรือลูกกลอน”
“ตอนนี้ข้ามีเงินซื้อไม่พอ ไว้ข้ามาซื้อคราวหลัง”
ลู่เสวียนบอกผู้ดูแลหอจ้าวโอสถ กับได้รับสายตาดูถูกกลับมาลู่เสวียนไม่ได้สนใจ ก่อนจะเดินกลับไปยังเรือนสี่ประสานของตน แล้วฝึกฝนทักษะวิชา
‘คงจะทำได้เพียงเท่านี้’
ลู่เสวียนใช้ชีวิตและฝึกฝนทักษะวิชากระบี่สังหารเทพอยู่ในเรือนสี่ประสานจนเวลาผ่านไปอีกสามสิบวัน
{ติ๊ง! โฮสต์้าสุ่มรับรางวัลหรือไม่}
“้า”
ลู่เสวียนรู้สึกตื่นเต้นกับรางวัลที่จะได้จากระบบ
{ติ๊ง! โฮสต์ได้รับโอสถระดับเทวะ จำนวนหกสิบเม็ด}
โอสถระดับเทวะ!! หากเขากลืนกินเข้าไปเพียงหนึ่งเม็ดก็สามารถทำให้เลื่อนระดับได้ถึงห้าระดับ แต่มีผลข้างเคียงอยู่บ้าง
{แจ้งต่อโฮสต์โอสถระดับเทวะจากระบบไม่มีผลข้างเคียงใดใด สามารถทดลองดูได้}
ลู่เสวียนกลืนกินเม็ดโอสถไปหนึ่งเม็ด ไม่ถึงหนึ่งเค่อระดับพลังก็มาถึงยังระดับก่อเกิดขั้นสมบูรณ์แล้ว
ยี่สิบวันต่อมา…
‘ในที่สุดก็บรรลุพลังระดับเทวะขั้นสมบูรณ์แล้ว’ ลู่เสวียนในตอนนี้มีอายุไขอย่างน้อยสามหมื่นหกพันปีแล้ว เขาคิดที่จะนำโอสถระดับเทวะที่เหลืออยู่สิบเม็ดไปขายยังโรงประมูลวังบุปผา
“ข้าฉิงเหมยแห่งโรงหอประมูลวังบุปผา ไม่ทราบว่าท่าน้าสิ่งใด”
“ข้า้าขายโอสถระดับเทวะให้กับโรงหอประมูลวังบุปผาจำนวนห้าเม็ดยาโอสถ ทางโรงประมูลวังบุปผาจะให้ราคาเท่าใด”
“ข้าขอดูโอสถระดับเทวะของท่านก่อนไม่ทราบว่าท่านคือ”
“ข้ามีนามว่าลู่เสวียน”
ลู่เสวียนนำโอสถเทวะจำนวนห้าเม็ดออกมาจากช่องว่างมิติเก็บของ
“ทางโรงหอประมูลวังบุปผาให้ราคาเม็ดยาโอสถเทวะของท่านลู่เสวียนอยู่ที่สี่ล้านหินิญญา ท่านลู่เสวียนมีอยู่ห้าเม็ดโอสถคิดเป็หินิญญาจำนวนยี่สิบล้านก้อน ท่านพึงพอใจในราคานี้หรือไม่”
“ข้าพอใจมาก”
“คุณชานลู่เสวียนนี้คือหินิญญาจำนวนยี่สิบล้านก้อน คุณชายสามารถตรวจสอบดูได้”
“ข้าเชื่อใจทางโรงหอประมูลวังบุปผา ไม่ต้องตรวจนับหรอก”
ลู่เสวียน ใช้มือััไปที่หินิญญาทั้งยี่สิบล้านก้อน ก่อนจะหายไป สร้างความสนใจให้กับฉิงเหม่ยไม่น้อย
“ข้าคงต้องขอตัวก่อน”
“ลู่เสวียน เดินออกจากโรงหอประมูลวังบุปผาไป”
“คนผู้นี้อยู่ในระดับเทวะกับมีความสามารถไม่น้อย”
“คาราวะท่านจ้าวหอ”
“ฉิงเหม่ย หากคนผู้นี้มาอีกเ้าก็จงต้อนรับให้ดี”
“เ้าค่ะ ท่านจ้าวหอ”
สิบวันต่อมา…
{ติ๊ง! โฮสต์้าสุ่มรับรางวัลหรือไม่?}
“้า”
{ติ๊ง! ยินดีกับโฮสต์ที่ได้รับรางวัลทักษะวิชาดรรชนีเทพ }
{ติ๊ง! ทำการถ่ายทอดทักษะวิชาดรรชนีเทพให้กับโฮสต์ }
{ติ๊ง! ทำการถ่ายทอดทักษะวิชาดรรชนีเทพสำเร็จ โฮสต์สามารถฝึกฝนทักษะวิชาได้ในทันที}
หลังจากนั้นลู่เสวียนทำการฝึกฝนทักษะวิชาดรรชนีเทพ เขาใช้เวลาเพียงไม่ถึงครึ่งเดือนก็ฝึกฝนทักษะวิชาดรรชนีเทพสำเร็จ ลู่เสวียนเดินออกมาจากเรือนสี่ประสาน มุ่งหน้าไปยังร้านแลกเปลี่ยนเงินใจกลางเมือง
“คุณชาย้าสิ่งใดขอรับ?”
“ข้านำหินิญญามาหนึ่งหมื่นก้อน เพื่อมาแลกเหรียญทองคำขาว”
“คุณชายโปรดรอสักครู่ ทั้งหมดหนึ่งร้อยล้านเหรียญทองคำขาวขอรับ”