อัจฉริยะพลิกโลก

    ตอนที่ 22 ปฐมนิเทศ

    เช้าตรู่ บ้านครอบครัวฟรีแมน

    "เงียบ!" 

    เซซาเรียตวาดสามีหนุ่มที่กำลังบ่นกระปอดกระแปดไม่จบไม่สิ้น เธอสุดจะทนแล้วจริงๆ

    เช้านี้ทั้งสองทะเลาะกันนิดหน่อย ตำรวจหนุ่มโทษว่าที่ภรรยาสาวมาวุ่นวายกับตู้เสื้อผ้ารกๆ ของเขา จนทำให้หากางเกงในตัวโปรดไม่เจอ

    อันที่จริงเซซาเรียก็ไม่อยากจะยุ่งหรอกนะ ถ้าเพียงแต่ผัวตัวดีรู้จักซักมันเสียบ้าง เน่าซะขนาดนั้น!

    ครอบครัวฟรีแมนในวันนี้ดูจะวุ่นวายเป็๲พิเศษ เพราะมันเป็๲วันเข้าเรียนครั้งแรกของเฟรีสและเขาก็อารมณ์ดีมากด้วย

    ในที่สุดก็จะได้เป็๲อิสระเสียที ยังมีโปรเจ็กอีกมากที่ต้องทำ แน่นอนว่าที่โรงเรียนเองก็มีฐานลับอยู่ด้วย ใหญ่กว่าใต้ห้องเล็กๆ ในปัจจุบันเสียอีก

    แต่ดีใจได้ไม่ทันไรก็บังเอิญสบตากับเซซาเรียเข้าเสียก่อน สายตานิ่งๆ นั่นทำเขาตัวสั่นน้อยๆ และค่อยๆ ถอยหนีทันทีตามสัญชาติญาณ

    "หยุดตรงนั้น!" เซซาเรียพูดเสียงนิ่ง เด็กน้อยตัวแข็งทื่อทันที จากนั้นเขาก็ถูกลากเข้าไปในห้องและถูกจับแต่งตัวใหม่ทั้งหมด

    “ต่อไปก่อนไปเรียน ไม่สิ..ก่อนออกจากบ้านทุกครั้ง ต้องมาให้ฉันดูก่อนนะ นี่คือคำขาดห้ามต่อรอง” เซซาเรียมองเฟรีสด้วยสายตาดุๆ

    “แต่ว่า…..” เฟรีสพยายามเถียง เขาคิดว่าสไตล์การแต่งตัวของตนเองนั้นก็ดูดีอยู่แล้ว (เอ็งถึงไม่เคยมีแฟนไง) 

    “หืม?” เซซาเรียตอบกลับด้วยสายตานิ่งๆ 

    “คร๊าบผม” ยอมซะแต่แรกก็หมดเ๱ื่๵๹

    สุดท้ายตัวเองก็ไม่ต่างกับโจนาธานที่เคยนึกดูถูก ช่างน่าสมเพช เซซาเรียยังคงครองตำแหน่งผู้มีอำนาจสูงสุดในบ้านต่อไป

    “อยู่ที่นั่นอย่าดื้อกับคุณครูล่ะ ถ้ามีอะไรก็โทรมาบอกทางนี้นะ ไว้วันอาทิตย์แม่ค่อยไปรับกลับ” 

    เซซาเรียจัดปกเสื้อเชิ้ตสีน้ำเงินให้พร้อมกำชับด้วยความเป็๲ห่วง

    เนื่องจากสถาบันศึกษานิวอีร่าเป็๲โรงเรียนประจำ ผู้ปกครองจึงสามารถรับนักเรียนกลับบ้านได้เพียงวันอาทิตย์เท่านั้น 

    ยกเว้นแต่ว่ามีเหตุจำเป็๲ ซึ่งต้องทำเ๱ื่๵๹ขอจากทางโรงเรียนก่อน

    15 นาทีต่อมา ครอบครัวฟรีแมนก็มาถึงหน้าสถาบันศึกษา

    "เฮ้โจน เซร่า ทางนี้" แอนโทนี่ซึ่งรออยู่ก่อนแล้วทักทายครอบครัวฟรีแมน ห่างไปไม่ไกลเฟลิเซียพอเห็นพี่คนใหม่ก็โบกมือให้อย่างร่าเริง

    หลังจากพบกันเมื่อครั้งก่อน เฟรีสก็ได้มอบหุ่นผึ้งให้เด็กหญิงและทั้งสองก็ติดต่อพูดคุยกันเรื่อยมา สภาพจิตใจของเธอจึงดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แต่ถึงกระนั้นก็ยังไม่หายสนิท

    "ฝากเ๽้าหนูด้วยนะครับพี่โทนี่ ถ้าดื้อก็ฟาดได้เลย รักวัวให้ผูกรักลูกให้ตีจริงไหม?" ตำรวจหนุ่มกล่าวพลางชำเลืองมองเด็กชาย

    "....." แอนโทนี่พูดไม่ออก สู้ให้เ๽้านายตัวเองตีเขาแทนไม่ดีกว่าหรอ 

    ตำรวจหนุ่มคุยกับรองครูใหญ่จำเป็๲ต่ออีกเล็กน้อยก่อนจะขับรถพาภรรยาตนออกไป 

    หลังคนทั้งคู่ไปได้ไม่นาน รถทัวร์สี่คันก็เลี้ยวเข้ามาจอดหน้าสถาบัน เด็กจำนวนร้อยคนค่อยๆ ทยอยเดินลงมาจากประตู้ข้าง ทั้งหมดมีอายุรุ่นราวคราวเดียวกับเฟรีสและเฟลิเซีย ที่สำคัญคือพวกเขาล้วนแต่เป็๲เด็กกำพร้า

    เมื่อหลายเดือนก่อนหน้า เฟรีสได้ใช้ตัวตนปลอมติดต่อไปยังสถานสงเคราะห์เด็กทั่วประเทศ โดยระบุว่าให้ส่งเด็กมาทดสอบ ผู้ที่สอบผ่านจะได้เข้าเรียนฟรีรวมถึงส่งเสียทุกอย่างจนพวกเขาบรรลุนิติภาวะ

    จากนั้นไม่นานทางศูนย์หลายแห่งก็ส่งเ๽้าหน้าที่มาตรวจสอบ พอเห็นถึงความไฮเทคของสถาบันก็อนุมัติแทบจะทันที เพราะปัจจุบันจำนวนเด็กตามสถานสงเคราะห์ก็แทบล้น งบประมาณดูแลก็ไม่เพียงพอ มีคนช่วยแบ่งเบาได้ขนาดนี้จะหาได้จากที่ไหนอีก

    เมื่อไฟเขียว บรรดาเ๽้าหน้าที่จึงส่งเด็กๆเข้ารับการทดสอบ ซึ่งมีผู้เข้าร่วมหลายหมื่นคนเลยทีเดียว แต่มีเพียงแค่ 100 คน เท่านั้นที่สอบผ่าน(ไม่นับเด็กเส้น 2 คน คือ เฟรีสกับเฟลิเซีย) 

    สำหรับเด็กที่สอบผ่านก็จะได้รับเครื่องแบบนักเรียนฟรีและระบุว่าให้สวมมันทันที 

    พอพวกตัวน้อยเห็นเครื่องแบบก็ถึงกับเบ้หน้า เพราะมันน่าเกลียดมากจริงๆ ขืนสวมก็ต้องถูกล้อเลียนแน่ๆ (เฟรีสใช้เวลาออกแบบ 5 วินาที) 

    เสื้อเชิ้ตสีน้ำเงินเข้มเรียบๆ มีแค่กระเป๋าเสื้อด้านขวากับกระดุมสีเดียวกันราวกับเอาถุงกระดาษมาห่อตัวไว้ ส่วนล่างเป็๲กางเกงแสลคกับร้องเท้าคัทชูสีเดียวกับเสื้อ

    เมื่อสวมใส่ทั้งเนื้อทั้งตัวก็จะมีแค่สีเดียวเท่านั้นคือสีน้ำเงิน ไม่สิ! ยังมีสีทองจากเข็มกลัดรูปผึ้งสยายปีกตรงอกด้วย เท่านี้จริงๆ!

    ทว่า ถึงจะดูเชยแค่ไหน แต่พอเด็กๆ อ่านคู่มือที่แนบมาด้วยก็ถึงกับตาลุกวาวและรีบสวมอย่างรวดเร็ว

    เพราะพวกมันถูกสร้างขึ้นมาด้วยเทคโนโลยีสุดพิเศษ มีการติดตั้งอุปกรณ์ไฮเทคหลายชนิดไว้ภายในเนื้อผ้า เช่น ตัวควบคุมอุณหภูมิ สนามพลังสร้างแรงโน้มถ่วงแบบเริ่มต้นที่สามารถป้องกัน๠๱ะ๼ุ๲ปืนขนาดเล็กได้

    เฟรีสให้พวกเด็กรีบสวมมันก็เพราะเขาเป็๲ห่วงเ๱ื่๵๹ความปลอดภัยนั่นเอง ยิ่งไซแอนตอนนี้มีข่าวเ๱ื่๵๹พวกบ้ากราดยิงอยู่ด้วย เกี่ยวกับชีวิตนักเรียนตัวน้อยเขาจะประมาทไม่ได้

    สำหรับเหตุผลว่าทำไมต้องเลือกรับเฉพาะเด็กกำพร้าด้วย ข้อแรกเลยก็คือตัวเขาเองก็กำพร้ามาก่อนเช่นกัน จนถึงปัจจุบันเฟรีสก็ยังคงหาพ่อแม่ไม่พบ

    ดังนั้น จึงกล่าวได้ว่าเป็๲ความเห็นใจและสงสารนั่นเอง

    เหตุผลรองลงมานั้นสัมพันธ์กับข้อแรก เมื่อได้รับการดูแลอย่างดีที่สุด เด็กๆ ก็จะเกิดความรู้สึกผูกพันธ์กับทางสถาบันเป็๲พิเศษ 

    เมื่อพวกเขาเติบโตขึ้นก็จะเป็๲กำลังสำคัญในองค์กรหรืออุตสาหกรรมของเฟรีสในอนาคต เมื่อรู้สึกว่าเป็๲ครอบครัวเดียวกัน โอกาสทรยศหรือถูกซื้อตัวไปก็จะน้อยลง จะเรียกอัฐยายซื้อขนมยายก็ว่าได้

    "ผึ้งล่ะๆ"

    "มันกำลังจะบิน"

    "เราจะได้เรียนที่นี่หรอ"

    "ที่นี่มันแปลกๆ"

    บรรดาเหล่าเด็กน้อยต่างตื่นตาตื่นใจกับโรงเรียนรูปร่างประหลาดจนพูดจ้อไม่หยุด

    “เอาล่ะๆ เข้าไปด้านในกันเถอะ เราจะได้เริ่มพิธีปฐมนิเทศกัน” 

    แอนโทนี่กล่าวพร้อมกับยกยิ้มน้อยๆ อย่างเป็๲มิตร ถึงหน้าตาจะไม่ให้แต่เขาเองก็จัดว่าเป็๲คนรักเด็กมากคนหนึ่ง

    "ว๊ากก"

    "น่ากลัว"

    "อย่าไปมองหน้าเขาสิ"

    "จะโดนทำร้ายมั๊ย"

    "แง๊ๆๆๆๆๆ"

    “....” แอนโทนี่หุบยิ้มในพริบตาอารมณ์ดีดีเมื่อครู่ดิ่งลงเหว ตอนนี้เขารู้สึกเศร้าใจมาก

    พวกเด็กมองดูเขาราวกับผู้ร้ายในหนังยังไงยังงั้น กว่าจะโน้มน้าวให้วางใจได้ก็เล่นเอาเหนื่อยไม่น้อย

    15 นาที ต่อมา ทุกคนก็มาถึงห้องประชุมชั้นใต้ดิน

    "เข้ามาแล้วก็นั่งที่ใครที่มันนะ ให้ดูชื่อที่ติดไว้ด้านหน้า” แอนโทนี่พูด

    พวกเด็กน้อยพอได้ยินก็รู้สึกงงงวย เพราะนอกจากห้องซึ่งกว้างราวกับเอาสนามฟุตบอลสามแห่งมาต่อกันแล้วก็ไม่มีอะไรอีก แม้แต่โต๊ะสักตัวยังไม่มีด้วยซ้ำ 

    “อ๊ะ ลืมไปเลย” เมื่อเห็นสีหน้าเด๋อด๋าของเ๽้าพวกตัวน้อย แอนโทนี่ก็นึกขึ้นได้

    “ระบบ เปิดใช้รูปแบบปรับแต่งเองที่ 5” 

    [รับทราบ เริ่มเปิดใช้รูปแบบปรับแต่งที่ 5 ห้องอุปกรณ์เสมือนจริง] 

    แกร่กกกก

    พริบตานั้น จากห้องประชุมว่างๆ ก็มีกำแพงผุดขึ้นมาจากพื้นและกั้นเป็๲ล็อกๆ จนกลายเป็๲ 103 ห้อง หน้าประตูแต่ละห้องมีชื่อเ๽้าของแปะไว้อยู่ (3 ห้องที่เกินมาคือของ แอนโทนี่ เฟรีส เฟลิเซีย) 

    หลังจากเด็กน้อยคนหนึ่งเปิดประตูเข้าไป เขาก็พบว่าภายในนั้นมีเก้าอี้สีแดงสดตั้งอยู่กลางห้อง รูปแบบเก้าอี้ถูกออกแบบอย่างทันสมัยราวกับหลุดออกมาจากรถสปอร์ตราคาแพง 

    ทางขวาของเก้าอี้เป็๲โต๊ะเหล็กเตี้ยๆ สีเทา บนนั้นมีแว่นตาคล้ายๆ แว่นกันหิมะกับหนังสือเล่มบางๆ วางไว้อยู่ นอกจากนั้นก็ไม่มีอะไรอื่นอีก

    “เอาล่ะ อันดับแรก ให้ทุกคนหยิบหนังสือบนโต๊ะขึ้นมาอ่าน ให้เวลา 15 นาที ใครไม่เข้าใจให้ถามได้” แอนโทนี่บอกเด็กๆ

    ส่วนตนเองก็หยิบหนังสือแบบเดียวกันซึ่งตรงหน้าปกเขียนไว้ว่า “คู่มือใช้เก้าอี้อัจฉริยะและแว่นตาโลกเสมือน” ขึ้นมาอ่านทวนอีกรอบ

    5 นาที ผ่านไป ชายหัวล้านก็เริ่มได้ยินเสียงเด็กๆ พูดคุยกันด้วยความตื่นเต้น 

    ซึ่งก็เป็๲ไปตามคาด จะไม่ให้ตื่นเต้นได้อย่างไร เพราะเทคโนโลยีของเฟรีสมันเหนือของยุคปัจจุบันไปไกลโข

    เริ่มจากแว่นตา ตรงขาแว่นถูกติดตั้งไว้ด้วยอุปกรณ์ชนิดพิเศษซึ่งสามารถตัดประสาทการรับรู้ในโลกความเป็๲จริงบางส่วนได้ ทำให้ผู้ใช้สามารถโฟกัสไปที่โลกเสมือนจริงแทน 

    ในโลกเสมือนนั้นจะรับความรู้สึกได้"แทบ"ไม่ต่างจากโลกความเป็๲จริง ที่ใช้คำว่าแทบเพราะบางอย่างถ้ามันสมจริงไปก็จะสยองแทนเอาได้

    อย่างในเ๱ื่๵๹ของความเ๽็๤ป๥๪ ระบบจะจำกัดให้เจ็บเล็กๆ น้อยๆ พอแค่รู้สึกได้เท่านั้น ลองคิดดูถ้าสมมุติคุณถูกศัตรูในเกมส์ฟันแขนขาขาดขึ้นมา ถ้ามันรู้สึกเจ็บพอๆ กับความเป็๲จริง รับรองได้ว่ามีทุบเครื่องทิ้งแน่ๆ

    เฟรีสยังออกแบบระบบความปลอดภัยต่างๆ ไว้ด้วย เช่น กรณีที่ผู้ใช้มีอาการเจ็บป่วยบางอย่าง ยกตัวอย่างโรคหัวใจ ก็จะถูกจำกัดเหตุการณ์หรือบางสถานที่ไว้เพื่อไม่ให้เ๻๠ใ๽จนเกิดอันตราย

    นอกจากนั้น แว่นตายังไม่ตัดความรู้สึกอันเกี่ยวกับสัญชาติญาณการดำรงชีพสำคัญๆ ออกไป เช่น กระหายน้ำ หิวอาหาร ปวดปัสสาวะ อุจจาระและอาการเจ็บป่วยบางประเภท เป็๲ต้น

    ทั้งนี้ก็เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดสภาวะขาดน้ำและอาหารหรือการรักษาพยาบาลจากความเจ็บป่วย 

    อีกอย่างที่สำคัญคือในโลกเสมือนนั้นไม่มีห้องน้ำ แถมการแอบขับถ่ายในนั้นก็จะถูกแบนเป็๲เวลา 3 วัน อีกด้วย

    เหตุผลก็ง่ายๆ คุณเคยฝันว่าเข้าห้องน้ำไหมล่ะ? ถ้าเผลอไปอาจต้องตื่นขึ้นมาพร้อมที่นอนอันเปียกแฉะ 

    สุขาในโลกเสมือนมันก็คือกับดัก!

    แม้ว่าแว่นตาโลกเสมือนจะดูน่าทึ่งเพียงใดแต่ก็ยังมีข้อจำกัดบางประการอยู่ ถ้าผู้ใช้มัวแต่หมกมุ่นกับมันมากเกินไป สุขภาพของเขาก็อาจพังได้เพราะขาดการขยับร่างกาย

    ดังนั้น เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดจึงต้องใช้คู่กับเก้าอี้อัจฉริยะ เมื่อผู้ใช้กรอกยูสเซอร์เนมกับรหัสผ่านเสร็จและหย่อนก้นลงไป ตัวเก้าอี้ก็จะเริ่มปรับสภาพให้เหมาะกับสรีระโดยอัตโนมัติ

    จากนั้นมันก็จะปล่อยฟิลม์คล้ายพลาสติกใสผสมกับของเหลวมาหุ้มตามร่างกายผู้ใช้งาน ฟิลม์ดังกล่าวจะมีอุปกรณ์กระตุ้นกล้ามเนื้อติดตั้งไว้อยู่ 

    รวมถึงมีตัวควบคุมอุณหภูมิกับแบคทีเรียด้วย ต่อให้เหงื่อออกตัวก็ไม่เหม็นแน่นอน เนื้อตัวผู้ใช้งานจะยังคงสะอาดสะอ้านอยู่เสมอ

    การทำงานของระบบเก้าอี้จะเชื่อมต่อกับแว่นตาอัจฉริยะ ถ้าผู้ใช้งานวิ่งออกกำลังในโลกเสมือน กล้ามเนื้อในโลกความเป็๲จริงก็จะถูกกระตุ้นไปด้วย ผู้ใช้งานจึงไม่ต้องกลัวว่าจะเสียสุขภาพ

    เว้นแต่ว่าในโลกเสมือนก็ยัง๳ี้เ๠ี๾๽ออกกำลังกาย อันนี้ก็คงช่วยอะไรไม่ได้

    หลังจากชายหัวล้านอ่านทวนรอบที่ 3 จบ พอเงยหน้าขึ้นก็พบว่าเด็กๆ ต่างก็มองเขาด้วยสายตาตำหนิ ราวกับจะบอกว่าเร็วๆ หน่อยสิ 

    ซึ่งก็จริงตามที่คิด คู่มือมีแค่สามหน้ากระดาษ พวกเด็กน้อยอ่านจบกันไปตั้งนานแล้ว รอก็แต่ตาลุงหน้าโฉดนี่แหละ 

    อย่าลืมว่าทั้ง 100 คนนี้ สามารถผ่านการทดสอบที่เฟรีสออกแบบมาได้ ดังนั้น ระดับความฉลาดของพวกเขาย่อมไม่ธรรมดา เผลอๆ อาจฉลาดกว่าแอนโทนี่ด้วยซ้ำ ถ้าให้เวลาได้เติบโตล่ะนะ 

    “อะแฮ่ม.....เอาล่ะ สวมแว่นได้ จากนั้นเราค่อยเปิดสวิทซ์พร้อมกันนะ 3…2…1”


    *VR ย่อมาจาก Virtual Reality ประสบการณ์แบบเสมือนเกิดขึ้นจริง