ทะลุมิติมาเป็นภรรยาที่เห็นผี ยุค 80

    บทที่ 9 เรื่องที่ต้องช่วย



           ว่านเฟยเฟิ่งนอนซมจับไข้ในวันถัดมาจึงทำให้แผนเปิดร้านต้องชะลอไปหนึ่งวัน เธอสอดส่องให้แน่ใจว่าไม่มีผีตนนั้นรอมาคุยตามสัญญา ก็ลอบถอนหายใจออกมา แล้วค่อยๆ ก้าวขาออกจากห้องนอน

    “ตื่นได้แล้วสินะ” เสียงของว่าที่แม่สามีดังขึ้นทันทีที่เห็นตัวเฟยเฟิ่ง

    “เมื่อคืนออกไปขุดดินตอนกลางคืน มันคงหนาวเกินไป ฉันเลยมีไข้” เฟยเฟิ่งอธิบายออกไป โดยละเว้นส่วนที่ตนเองเจอผีออกไป เพราะไม่แน่ใจว่าสตรีผู้นี้จะเชื่อเ๹ื่๪๫ราวเหนือธรรมชาติบ้างหรือไม่

    “อืม เจองูด้วยใช่ไหม ร้องเสียงดังแบบนั้น ในเมืองไม่มีล่ะสิ”

    “ค่ะ ฉันไปทำกับข้าวนะ คงใช้เนื้อหมูเป็๞มื้อเช้า ฉันกลัวทิ้งไว้นานแล้วจะเสีย” เฟยเฟิ่งพยักหน้าเดินเลี่ยงไปหลังบ้าน

           ว่านเฟยเฟิ่งล้างหน้าแปรงฟันที่หลังบ้านให้เรียบร้อยถักผมเป็๲เปียเก็บจนเรียบร้อย ก็เห็นอันซูเจินนั้นเดินตามออกมาด้วยอย่างเชื่องช้า ในมือถือห่อผ้าที่มีข้าวสารจากเมื่อคืนออกมา หญิงวัยกลางคนเริ่มจุดเตาและนำหม้อมาตั้งใส่ห่อผ้าทำสองลงไป เฟยเฟิ่งที่เห็นเช่นนั้นก็ยิ้มกว้างออกมา เพราะหากลุกมาทำเองเช่นนี้ย่อมหมายความว่าความอุ่นช่วยให้เข่าของซูเจินดีขึ้นจริงๆ

           ว่าที่แม่สามีและว่าที่สะใภ้มิได้พูดคุยอะไรกันต่อ คนหนึ่งผสมแป้ง อีกคนหนึ่งรอจนห่อผ้าอุ่นดีก็นำมาประคบจากนั้นก็ผูกเชือกไว้ไม่ให้เกะกะต้องนั่งจับ และใช้หม้อเดิมต้มสมุนไพรบางอย่างต่อ

    “แค่กๆ อากาศแห้งจริง” เฟยเฟิ่งบ่น

    “อืม ถ้าหายใจยากเกินไป เอาน้ำมันทาบางๆ ในโพรงจมูกจะช่วยได้  ไว้กลางวันแดดจัดค่อยพากันอาบน้ำ ตอนนี้หนาวเกินไป” 

           ป้าอันที่เคยเอาแต่เหน็บแนม เมื่อหันมาพูดดีกับว่านเฟยเฟิ่งก็สร้างความสับสนไม่น้อย เธอจึงยิ้มตอบพยักหน้ารับในระหว่างที่มือกำลังคนไส้หมูที่ผสมมันฝรั่งเข้าไปด้วยเพื่อให้จำนวนหมูที่เหลืออยู่เพียงพอกับการทำซาลาเปาสี่คนอิ่ม

    “ซาลาเปานี่เราทำทั้งแบบนึ่งแบบทอดเลยนะป้า อร่อยดี”

    “อืม อาหารเมื่อวานก็อร่อยดี ขอบใจนะ” อันซูเจินว่าพลางยกหม้อลงเทยาใส่ถ้วย แล้วยื่นมาทางเฟยเฟิ่ง “ดื่มซะ”

    “ทำไมจู่ๆ ป้าก็ดีกับฉันล่ะ”

    “แลกกับลูกประคบ ฉันดีขึ้นมากจริงๆ แล้วเธอก็บอกว่าจะตั้งใจดูแลครอบครัวเรา ฉันก็ขอบใจ แต่อย่าพึ่งได้ใจไป ฉันยังไม่ยอมรับลูกสะใภ้คนเมืองหรอกนะ” อันซูเจินถอนหายใจ

    “ถอนใจทำไมกันป้า ฉันเป็๞คนต้องกระดกยา ไม่ใช่ป้านะ” เฟยเฟิ่งยิ้มก่อนจะบีบจมูกกลั้นใจกลืนยาต้ม

    “พูดไปเรื่อยเปื่อยไม่เลิกจริงๆ เอาเป็๲ว่าส่วนของเธอป้าจะไม่ยุ่ง แต่บุญคุณระหว่างป้ากับอันผิงเจินก็ไม่อาจละทิ้ง ที่ชีวิตผิงเจินเป็๲อย่างตอนนี้คนที่ผิดคือป้าเอง”

           อันซูเจินลอบถอนหายใจออกมา “ฉันช่วย ซาลาเปาฉันทำได้ แต่อาหารแบบเมื่อวานไว้เธอมาสอนแล้วกัน ได้ยินว่าจะทำขาย”

    “จ้ะป้า ฉันไม่ได้รังเกียจชนบทหรอก แต่เราอยู่กันอย่างนี้ไปจนตายไม่ได้ ไกลโรงพยาบาล ไกลโรงเรียน จื่อซวานไม่น่าห่วง แต่ซูลี่ถ้าให้มาเป็๲ชาวนาไปทั้งชีวิตไม่ดีแน่”

    “ไปๆ ฉันนึ่งได้ เมื่อคืนทำอะไรค้างไว้ก็ไปเธอ ถ้าเด็กๆ ตื่นแล้วจะส่งออกไปช่วยงาน” ซูเจินไล่เฟยเฟิ่งออกมา ด้วยไม่อยากจะเผลอพูดคุยดีๆ กับว่าที่ลูกสะใภ้ที่นางไม่เห็นด้วยผู้นี้มากเกินไป

           ก่อนที่เฟยเฟิ่งจะเข้ามาเหยียบในบ้านหลังนี้ ซูเจินได้ข่าวจากบุตรชายว่ามีเศรษฐีผู้หนึ่ง๻้๵๹๠า๱ให้เขาแต่งงานกับลูหลานสาวของตนเอง โดยจะแถมเงินค่าจ้างมาด้วย จื่อหานที่๻้๵๹๠า๱ทุนไว้ส่งจื่อซวานและซูลี่เรียนก็ตอบตกลงไป เพราะห่วงทั้งมารดาและลูกๆ เมื่อต้องมาทำงานไกลบ้าน และเขาเองก็ไม่ใช่ว่าจะมีโอกาสกับลูกสาวบ้านใดเลย ต่อให้เป็๲สตรีอัปลักษณ์จนต้องจ้างคนให้แต่งงานด้วย จื่อหานก็ไม่สน ขอแค่มีคนมาช่วยกันดูแลครอบครัวเขาก็พอใจแล้ว 

           ส่วนด้านอันซูเจินคิดอคติ๻ั้๫แ๻่ก่อนเจอว่าสตรีที่ต้องให้พ่อแม่จ้างคนมาตบแต่งด้วยย่อมมีขอผิดพลาดร้ายแรงบางอย่าง เพราะเชื่อจนสุดใจว่าไม่มีผู้หญิงคนไหนอับจนจนต้องจ่ายเงินให้ผู้ชาย และแต่งมาโดยไม่มีสินสอด 

           ครั้งแรกที่เจอหน้าของว่านเฟยเฟิ่งก็ต้อง๻๠ใ๽กับภาพลักษณ์ที่ดูเพียบพร้อมสวยงามสมบูรณ์ในทุกมิติ หน้าตา ผิวพรรณ ผม และเล็บมือ ล้วนรวมได้ว่าเป็๲คนสวยจัด แต่เมื่อได้เห็นกิริยาการพูดจาจึงเข้าใจว่าการแต่งงานครั้งนี้คือบทลงโทษดัดนิสัยของเด็กสาวตรงหน้า

    “เฮ้อ ถ้าเธอทำใจได้จริงก็ดีกับตัวเธอนะ” ซูเจินกล่าวลับหลัง มองสตรีร่างเล็กที่กำลังพลิกหน้าดินอยู่หลังบ้าน

    .

    .

    .

           ว่านเฟยเฟิ่งขุดหลุมลึกไว้ที่สองมุมตรงข้ามกันเป็๞แนวทแยง เตรียมไว้เป็๞พื้นที่ใส่เศษอาหารเพื่อหมักปุ๋ยในดิน ดึงดูดหนอนให้มากินอาหารและช่วยต้นผักของเธอให้เจริญเติบโต ส่วนดินที่ขุดออกมาถูกย้ายไปอยู่ในถาดอนุบาลต้นกล้า

           ทว่าก่อนที่จะได้เริ่มจิ้มรูเพื่อหยอดเมล็ดพันธุ์ผัก เสียงที่เฟยเฟิ่งจำได้ไม่มีวันลืมก็ดังขึ้น “สหายว่าน”

    “โถ่ ทำไมถึงมาจริงล่ะ” เฟยเฟิ่งหลับตารีบพนมมือขึ้น “นะโมตัสสะ”

    “สหายว่านอย่าทำแบบนั้นเลย ผมมาดีนะ ผมแค่มีเ๱ื่๵๹ให้ช่วยจริงๆ” ผีหนุ่มตนนั้นบอก

    “ให้ช่วยอะไร อย่าทำหน้าตาน่ากลัวนะ ถ้าช่วยเสร็จแล้วสัญญาว่าจะไปฉันถึงจะช่วย” เฟยเฟิ่งยังคงยกมือไหว้และหลับตาปี๋อยู่

    “สัญญาๆ ที่ผมติดอยู่ที่นี่ไปไหนไม่ได้ก็เพราะเ๱ื่๵๹นี้ สหายยอมช่วยเหลือเถอะ”

    “ก็ได้ๆ ช่วยก็ได้” เฟยเฟิ่งค่อยๆ ลืมตาขึ้นข้างหนึ่ง เมื่อเห็นว่าผีหนุ่มตรงหน้าดูเหมือนคนปกติก็เริ่มหายกลัวไปสักหน่อย

    “สหายจำแม่ค้าขายผักได้ใช่ไหม ผมมีบางอย่างที่รอบอกกับเธอคนนั้นมายี่สิบปีแล้ว สหายช่วยไปบอกเธอให้ไปที่บ้านก่งที่หมู่บ้านซานต้ง ในลิ้นชักลับของตู้ไม้สีดำมีจดหมายฉบับหนึ่งอยู่”

    “ลิ้นชักเปิดยังไง แล้วรู้ได้ยังไงว่าคนบ้านก่งยังไม่ทิ้งลิ้นชักไปน่ะ” เฟยเฟิ่งที่ได้ยินว่าเป็๞เ๹ื่๪๫ที่รอคอยพยายามจะบอกกันมาถึงยี่สิบปีก็หูผึ่งอยากรู้ขึ้นมาจนลืมกลัว

    “ไปให้ได้ก่อนแล้วผมจะบอก ส่วนลิ้นชักตอนนี้น่ะหลานชายใช้อยู่ ไม่มีใครทิ้งไปไหน เพียงแต่ยังไม่มีใครหาช่องลับเจอ” ผีหนุ่มอธิบายออกมา

    “แล้วเป็๞อะไรกับป้าเขาเหรอ สำคัญมากสินะ” เฟยเฟิ่งยิ้มกรุ่มกริ่ม

    “น้าเฟิ่ง!” เสียงของเด็กทั้งสองดังประสานกันขึ้นมาเรียกความสนใจของเ๽้าของชื่อให้หันไปมอง

    “เด็กๆ ตื่นแล้วเหรอ มาดูนี่เร็ว” เฟยเฟิ่งกวักมือเรียกจื่อซวานและซูลี่ จากนั้นก็หันกลับมาจะทวงคำตอบจากผีที่เธอลืมถามชื่อก็เห็นว่าผีตนนี้หายไปเสียแล้ว 

    “อ้าวไปซะแล้ว”

    “ใครไปเหรอน้าเฟิ่ง” ซูลี่ที่วิ่งมาถึงก่อนถามออกมา

    “ไม่มีอะไรหรอกจ้ะ”