ตอนที่ 81 วิธีหยุดเลือดของฮิคาริ
ตอนที่ 81“บ้าเอ้ยเลือดไม่หยุดไหลเลย !!” ดนัยพูดออกมาด้วยความร้อนรนเพราะเขาพยายามกดลงที่เหนือบาดแผลแล้วแต่เลือดก็ยังไหลออกมาอยู่แต่ดนัยก็ยังไม่ยอมแพ้เขายังคงพยายามหาวิธีหยุดเลือดต่อไปและไม่กี่นาทีต่อมาดนัยก็ได้ยินเสียงฝีเท้าจำนวนหลายเสียงกำลังวิ่งมา"ดนัยนายอยู่ไหน !!" เสียงฮิคาริที่ตะโกนเป็นภาษาญี่ปุ่นตะโกนอยู่บริเวณด้านข้างของเมรุเผาศพ“ทางนี้ฮิคาริ !!” ดนัยตะโกนเรียกจากนั้นพวกฮิคาริและคนอื่นๆก็กรูกันวิ่งมาหาเขาที่ด้านหลังเมรุเผาศพ“หมอมิโฮะกับคุณรินะไปดูเด็กคนนั้นค่ะแล้วก็ยูมิกับคุณซากิไปดูเด็กคนโน้น !!” ฮิคาริมาถึงก็เห็นดนัยและเด็กที่บาดเจ็บทั้งสามคนเธอรีบกระจายงานทันที“เป็นไงบ้างดนัย” ฮิคาริรีบเข้ามาถามอาการของเด็กทั้งสามคนที่ดนัยดูอยู่ทันที“บาดเจ็บเล็กน้อยสองคน...ส่วนนี่บาดเจ็บหนักสุดกระเบื้องเจาะเข้าไปที่สะโพกตัดเส้นเลือดขาดเธอเอาอุปกรณ์ผ่าตัดมาด้วยใช่มั้ยรีบไปเอากรรไกรห้ามเลือดมาเร็ว” ดนัยบอกฮิคาริแต่ทว่าเธอกลับไม่ขยับไปไหนทำให้ดนัยค่อยๆหน้าเสียไป“อย่าบอกนะว่าไม่ได้เอามา !!” ดนัยถาม“ก็ไม่ได้เอามาน่ะสิใครจะไปคิดว่าจะเจออุบัติเหตุอย่างนี้ทั้งในตอนเช้าและเย็นกันล่ะแถมอุปกรณ์พวกนั้นก็ยังไม่ได้ฆ่าเชื้อทำความสะอาดเลยด้วยก็เลยทิ้งไว้ที่รีสอร์ท !!” ฮิคาริตอบ“บ้าเอ้ยแล้วแบบนี้จะทำไงล่ะเนี่ยรถพยาบาลก็ยังมาไม่ถึง” ดนัยสบถออกมา“ไหนฉันขอดูแผลหน่อยปล่อยมือก่อน” ฮิคารินั่งลงและเข้ามาแทรกดนัยทันทีที่ดนัยปล่อยมือเลือดก็พุ่งกระฉูดออกมาจากแผลของเด็กที่บาดเจ็บทันทีฮิคาริรีบเอามือไปกดแผลเอาไว้แต่มันก็ยังไม่สามารถหยุดเลือดลงได้ทำได้แต่เพียงแค่ทำให้เลือดไหลช้าลงเท่านั้น“ดูเหมือนแผลจะเฉียง” ฮิคาริบอก“แผลเฉียงงั้นเหรอ” ดนัยอุทานออกมาเขาไม่เคยเจอกรณีแบบนี้มาก่อน“อือกระเบื้องคงพุ่งเฉียงทำมุมแล้วเข้าไปตัดหลอดเลือดน่ะหลอดเลือดมันขาดแบบเฉียงเพราะฉะนั้นเวลากดแผลเพื่อพยายามห้ามเลือดจึงไม่สามารถห้ามเลือดได้กรณีนี้คงต้องใช้กรรไกรห้ามเลือดอย่างเดียวเท่านั้น” ฮิคาริอธิบายในตอนนั้นเองก็มีผู้ชายคนหนึ่งวิ่งมา“พะ...พวกคุณนี่วิ่งเร็วชะมัดหูยมีคนบาดเจ็บจริงด้วยเด็กทั้งนั้นเลย” ผู้ชายคนนั้นพูดออกมาหลังจากวิ่งตามมาทันระหว่างที่ดนัยสงสัยว่าผู้ชายคนนี้คือใครฮิคาริก็พูดขึ้นมาเสียก่อน“เขาคือคนที่นายให้โทรแจ้งเหตุไงล่ะ” ฮิคาริบอก“พี่แจ้งเหตุเป็นไงบ้างรถฉุกเฉินจะมาถึงเมื่อไหร่” ดนัยถามชายคนนั้น“น้องคือคนที่คุยกับพี่ก่อนหน้านี้สินะรถฉุกเฉินจะมาถึงในสิบห้านาทีรถแถวนี้มันติดมาก” ชายคนนั้นตอบดนัย“เขาพูดว่าไงเหรอดนัย” ฮิคาริถามดนัย“เขาบอกว่ารถฉุกเฉินจะมาถึงในสิบห้านาทีน่ะ” ดนัยตอบ“ช้าเกินไปเรามีเวลาแค่สิบนาทีเท่านั้นถ้าช้ากว่านั้นชีวิตของเด็กคนนี้จะอยู่ในอันตรายเพราะเสียเลือดมาก” ฮิคาริบอก“บ้าเอ้ยถ้าอย่างนั้นเราทำอะไรได้บ้างเนี่ย !!” ดนัยพูดอย่างหัวเสีย“ใจเย็นก่อนดนัยฉันมีปากกาหมึกซึมอยู่มันอยู่ในกระเป๋ากางเกงด้านหลังฉันหยิบออกมา” ฮิคาริบอกดนัยได้ยินดังนั้นจึงมองไปที่กระเป๋ากางเกงด้านหลังของฮิคาริก่อนจะเห็นว่ามีปากกาหมึกซึมเสียบอยู่เขาจึงรีบดึงออกมา“หือปากกาเงินแท้งั้นเหรอน่าจะแพงน่าดู” ดนัยพูด“ด้ามละสองล้านเยนน่ะ” ฮิคาริบอก“สองล้าน !!” ดนัยได้ยินราคาถึงกับอุทานออกมาเพราะราคาสองล้านเยนถ้าคิดเป็นเงินไทยล่ะก็มันราวหกแสนบาทเลยทีเดียว“เรื่องราคาช่างมันเถอะนายหาไฟแช็กมาให้หน่อย” ฮิคาริบอกไฟแช็กงั้นเหรอเราไม่ได้สูบบุหรี่ด้วยสิเลยไม่ได้มีติดตัว !! ดนัยคิดในใจก่อนจะหันไปหาผู้ชายคนก่อนหน้านี้“พี่สูบบุหรี่หรือเปล่าครับ” ดนัยถาม“ก็สูบนะน้องถามทำไม” ชายคนนั้นทำหน้างง“ผมขอยืมไฟแช็กหน่อยพี่” ดนัยบอกซึ่งชายคนนั้นถึงจะไม่รู้ว่าดนัยจะเอาไฟแช็กของตนไปทำไมแต่เขาก็หยิบออกมาและมายื่นให้ดนัย“เอาล่ะฮิคาริฉันได้มาแล้วเอาไงต่อ” ดนัยถามฮิคาริ“ถอดเอาหลอดหมึกในปากกาออกมาแล้วนายก็เผาปลายปากกาให้แดงซะส่วนคุณช่วยจับเด็กคนนี้เอาไว้หน่อยฉันจะเอาเศษกระเบื้องออกมา” ฮิคาริบอกพลางค่อยๆใช้มืออีกข้างคลำผิวด้านนอกบริเวณใกล้แผลเพื่อหาว่ากระเบื้องมันฝังอยู่ตรงไหนเผาให้แดงงั้นเหรออย่าบอกนะว่าจะใช้ปากกานี่แทนเครื่องจี้ไฟฟ้า !! ดนัยคิดในใจและเมื่อรู้ว่าฮิคาริจะทำอะไรเขาก็ไม่รอช้ารีบแกะไส้หมึกออกจากปากกาทันทีฉึก !! ฟู่ !! เมื่อแกะไส้หมึกออกมาแล้วดนัยก็จุดไฟแช็กเผาปากกาเงินแท้ด้ามละสองล้านเยนทันที“เพื่อนน้องบอกว่าอะไรเหรอ”“เธอบอกให้พี่กดร่างน้องเอาไว้น่ะครับเธอจะเอาเศษกระเบื้องออกมาจากแผลมันค่อนข้างเจ็บมากถ้าไม่กดเอาไว้น้องคงดิ้นและถ้าเป็นแบบนั้นกระเบื้องที่อยู่ในแผลอาจจะหลุดลึกเข้าไปแทงอวัยวะอื่นเอาได้” ดนัยลืมไปว่าก่อนหน้านี้ฮิคาริพูดภาษาญี่ปุ่นพี่ชายคนนี้จึงไม่เข้าใจว่าฮิคาริพูดอะไร“จะเอาเศษกระเบื้องออกจากแผลงั้นเหรอไม่รอรถฉุกเฉินกับหมอมาก่อนเหรอ!!” ชายคนนี้เมื่อได้ยินว่าจะทำอะไรก็ตกใจมาก“ผมและเธอเป็นหมอพี่เด็กคนนี้อาการสาหัสรอนานถึงสิบห้านาทีไม่ไหวถ้าไม่รีบหยุดเลือดล่ะก็ตายก่อนรถฉุกเฉินมาถึงแน่พี่” ดนัยบอก“เป็นหมอทั้งหมดเลย !!” ชายคนนั้นอุทานพลางมองดูสาวๆรอบๆที่กำลังปฐมพยาบาลเด็กคนอื่นด้วยการเอาเศษกระเบื้องออกมาจากแผลให้มากที่สุดอยู่“ใช่ครับมีคนเป็นพยาบาลด้วย” ดนัยพยักหน้าตอนนั้นเองฮิคาริก็เจอเศษกระเบื้องแล้ว“เจอแล้วดนัยบอกให้เขากดเอาไว้” ฮิคาริบอก“พี่กดน้องเอาไว้เลยเพื่อนผมเจอเศษกระเบื้องแล้ว !!” ดนัยพูดขณะที่พยายามเผาปากกาเงินให้ร้อนมากพอที่จะใช้มันแทนเครื่องจี้ไฟฟ้า“อะ..โอเค” เขาที่ได้ยินแบบนั้นก็ลังเลนิดหน่อยแต่ก็เข้าไปกดร่างของเด็กที่บาดเจ็บเอาไว้แน่นและเมื่อกดเอาไว้แล้วฮิคาริก็ไม่รอช้าใช้นิ้วมืออีกข้างที่ไม่ได้กดปากแผลเอาไว้ล้วงเข้าไปในแผลทันทีอ๊าก !! ทันทีที่นิ้วมือถูกล้วงเข้าไปในแผลเด็กก็ได้สติร้องลั่นและดิ้นอย่างรุนแรงทันที“กดแน่นอีกพี่ !!” ดนัยบอกเมื่อเห็นว่าชายคนนี้ยังออกแรงกดได้ไม่แน่นพอ“พี่ปล่อยเพื่อนผมอย่าทำไอ้คิง !!” ต๊ะที่ได้ยินเสียงร้องทรมานของเพื่อนก็ตะโกนออกมาด้วยความเป็นห่วงทันที“ใจเย็นน้องพวกพี่กำลังช่วยเพื่อนน้องอยู่นอนนิ่งๆเชื่อใจพวกพี่” ดนัยบอกกับต๊ะ“จริงเหรอพี่แต่ทำไมเพื่อนผมถึงร้องแบบนั้นล่ะ” ต๊ะไม่ค่อยเชื่อ“เชื่อใจพวกพี่เหอะนอนนิ่งๆให้พี่พยาบาลคนสวยดึงเศษกระเบื้องออกจากตูดเหอะ !!” ดนัยพูดพลางมองรินะที่กำลังจัดการดึงเศษกระเบื้องออกจากก้นของต๊ะอย่างเบามือหลังจากดนัยปลอบให้ต๊ะสงบลงได้แล้วเขาก็หันมาสนใจคิงเด็กที่ฮิคาริกำลังเอาเศษกระเบื้องออกมาอยู่แกร๊ก !! ฮิคาริควานหาอยู่สักพักในที่สุดเธอก็เอาเศษกระเบื้องออกมาจนได้เธอโยนเศษกระเบื้องทิ้งลงบนพื้น“ได้หรือยังดนัย” ฮิคาริถาม“น่าจะได้แล้วนะ” ดนัยตอบพลางมองปลายด้ามปากกาที่ถูกเผาจนแดง“อย่าบอกนะว่าพวกน้องจะ....” ชายคนที่มาช่วยกดร่างของคิงเอาไว้เบิกตากว้างด้วยความตกใจเพราะเขาพอจะเดาได้แล้วว่าหมออายุน้อยทั้งสองคนนี้กำลังจะทำอะไร“อย่างที่พี่คิดนั่นแหละนี่เป็นวิธีเดียวที่หยุดเลือดได้ไวที่สุดพี่จับเอาไว้ให้แน่นๆเลยล่ะ” ดนัยพูด“เอาจริงดิ...” ชายคนนั้นพูดออกมาก่อนจะออกแรงกดร่างของคิงส่วนฮิคาริก็พยายามใช้มือแหวกแผลให้กว้างที่สุดและเมื่อแผลถูกแหวกออกแล้วดนัยก็ไม่รอช้าแทงปากกาเงินด้ามละสองล้านเยนด้ามนั้นลงไปในแผลทันทีอ๊าก !!!!!!! คิงที่โดนปากการ้อนๆแทงลงไปถึงกับร้องลั่นออกมาเขาพยายามดิ้นให้หลุดจากการจับเอาไว้แต่มีหรือแรงของเด็กคนหนึ่งจะสู้แรงของผู้ใหญ่ได้ชี่ !! กลิ่นเนื้อและเลือดที่ถูกเผาลอยขึ้นมาเตะจมูกคนทั้งสามคนดนัยแทงปากกาค้างไว้อย่างนั้นจนกระทั่งเสียงค่อยๆเงียบลงไป“เอาล่ะดนัยค่อยๆดึงออกมา” ฮิคาริบอกเมื่อเห็นว่าเลือดหยุดไหลแล้ว“โอเค” ดนัยพยักหน้าก่อนจะดึงปากกาเงินออกมาเพราะถ้าเขาดึงออกมาแรงเกินไปอาจจะทำให้เลือดที่หยุดไปแล้วไหลขึ้นมาอีกได้“เยสเลือดหยุดแล้ว !!” ดนัยร้องออกมาอย่างดีใจเมื่อเขาสามารถหยุดเลือดได้“ฟู่...พวกน้องนี่บ้าชะมัดเกิดมาพึ่งเคยเห็นวิธีหยุดเลือดแบบนี้ยังกับดูหนังอยู่แน่ะ” ชายคนที่ช่วยกดคิงเอาไว้พ่นลมหายใจออกมาเขายกมือของตัวเองขึ้นมาดูก่อนจะเห็นว่ามันสั่นไม่หยุด“เวลาฉุกเฉินแบบนี้วิธีไหนช่วยได้ก็เอาหมดแหละพี่หน้าที่หมอรักษาชีวิตแบบพวกเราน่ะไม่ยอมให้อะไรมาพรากชีวิตผู้บาดเจ็บไปทั้งที่ยังไม่ได้ลงมือทำอะไรหรอกครับ” ดนัยบอก“โหคำพูดน้องเท่ห์มากเลยมีอะไรให้พี่ช่วยอีกมั้ย” ชายคนนั้นพูดชมพลางถามดนัย“พี่ช่วยโทรประสานงานรถฉุกเฉินให้อีกรอบแล้วกันครับ” ดนัยบอก“โอเค” ชายคนนั้นพยักหน้าก่อนจะลุกขึ้นและไปหาที่เงียบๆโทรศัพท์“ดนัยนายเองก็ไปดูเด็กสองคนนั้นหน่อยไปดูอาการให้ละเอียด” ฮิคาริพูด“หือเธอไม่ไปเองล่ะเธอฉันจะดูเด็กคนนี้ให้เอง” ดนัยบอก“นายนั่นแหละไปอย่าให้พูดมากก่อนหน้านี้นายคงไม่ได้ดูอาการละเอียดไปดูให้ละเอียดซะเด็กสามคนนี้นายเป็นคนพบคนแรกดังนั้นจึงเป็นคนไข้ของนาย !!” ฮิคาริพูดกลับมาทันทีดนัยได้ยินดังนั้นก็ได้แต่ยกมือขึ้นเกาหัวอะไรของยัยฮิคาริอีกล่ะเนี่ยที่อยากให้เธอไปดูเองเพราะฉันอาจจะมองพลาดอะไรตรงไหนไปอีกดูอย่างเรื่องเลือดไหลไม่หยุดนี่สิเธอดูปราดเดียวก็รู้ทันทีเลยว่าแผลเฉียงเลยหยุดเลือดไม่ได้ !! ดนัยคิดในใจก่อนจะรีบลุกขึ้นไปดูอาการเด็กสองคนที่เหลืออึก !! หลังจากดนัยลุกไปแล้วฮิคาริก็แสดงสีหน้าเจ็บปวดทันทีเธอใช้มือเปื้อนเลือดของเธอจิกลงไปบนหน้าขาของเธอ“ฟู่ว...แค่นั่งคุกเข่ายังเจ็บขนาดนี้ถ้าต้องยืนผ่าตัดหลายชั่วโมงมีหวัง....” ฮิคาริพูดออกมาเบาๆก่อนหน้านี้เธอฉีดยาแก้ปวดไปแล้วแค่เดินไปมาเธอยังไหวอยู่แต่เมื่อครู่เธอทั้งวิ่งและยังต้องมานั่งในท่าคุกเข่าแบบนี้อีกทำอาการปวดขาของเธอแสดงอาการและนี่ถ้าเธอไม่รีบไล่ดนัยไปล่ะก็มีหวังหลุดอาการให้ดนัยเห็นแน่จากนั้นสิบกว่านาทีต่อมาพวกเขาก็เริ่มได้ยินเสียงรถฉุกเฉินวี้หว่อ !! วี้หว่อ !! วี้หว่อ !! เสียงรถฉุกเฉินดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆไม่นานก็มีเจ้าหน้าที่พยาบาลและเจ้าหน้าที่กู้ภัยวิ่งเข้ามาเสียงของรถฉุกเฉินนั้นเริ่มดึงดูดให้คนที่มาเที่ยวงานมารวมตัวกัน“ทางนี้พี่ผู้บาดเจ็บเป็นเด็กสามคน...เราปฐมพยาบาลเบื้องตนไปหมดแล้วแต่เด็กคนนั้นอาการสาหัสสุดเพราะก่อนหน้านี้เลือดไหลไม่หยุดแต่ผมกับเพื่อนได้ห้ามเลือดไปแล้วแล้วก็ชีพจรกับความดันที่วัดได้คือ..........” เมื่อพวกเจ้าหน้าที่เข้ามาดนัยก็แจ้งอาการเบื้องต้นของเด็กทั้งสามคนให้พวกนี้ฟังทันทีเพราะจะได้เอาขึ้นรถแล้วไปส่งโรงพยาบาลทันทีไม่ต้องเสียเวลามาตรวจวัดหรือปฐมพยาบาลอะไรตรงนี้อีก“ขอบคุณมากครับโชคดีจริงที่มีแพทย์อยู่ในสถานที่เกิดเหตุ !!” เจ้าหน้าที่กล่าวขอบคุณดนัยก่อนจะพาเด็กทั้งสามคนขึ้นรถไปเหอะๆโชคร้ายสิไม่ว่าเช้าก็เจอเรื่องตกค่ำก็เจอเรื่องอีกนี่พวกเรามาพักผ่อนกันนะหวังว่ากลับที่พักจะไม่เจออะไรอีกนะ !! ดนัยคิดในใจ“หมอดนัยเราเอายังไงต่อคะจะเที่ยวงานต่อมั้ย” หมอยูมิเดินมาถามดนัย“คงไม่ได้แล้วล่ะครับดูสภาพผมกับฮิคาริสิเลือดเต็มตัวเลยขอโทษทีนะ” ดนัยตอบพลางมองเสื้อและกางเกงของเขาที่เต็มไปด้วยเลือดซึ่งฮิคาริเองก็มีเลือดเปื้อนตัวเช่นกัน“ถ้าอย่างนั้นเราจะกลับรีสอร์ทกันเลยใช่มั้ยคะ” หมอยูมิพูด“ใช่ครับ” ดนัยพยักหน้า“โอเคค่ะถ้าอย่างนั้นหมอดนัยไปรอที่รถก่อนได้มั้ยพวกฉันจะขอไปซื้ออะไรกลับไปกินที่รีสอร์ทหน่อยได้มั้ยคะไม่เกินสิบนาทีหรอกค่ะพอดีคุณรินะกับคุณซากิบอกว่าอยากกินเบียร์” หมอยูมิบอก“ได้สิครับรถจอดที่หน้าเมรุนั่นนะจำรถได้ใช่มั้ย” ดนัยพยักหน้า“จำได้สิคะ” หมอยูมิบอกจากนั้นพวกเธอทั้งสี่คนก็ขอตัวไปไปซื้อของกันสิบนาทีเพื่อเอาไปกินที่รีสอร์ท“ฮิคาริไปรอที่รถกันคนอื่นขอตัวไปซื้อของสิบนาทีฉันกับเธอคงไปไหนไม่ได้เพราะเลือดเปื้อนเต็มตัวไปหมดว่าแต่เธอนั่งทำอะไรอยู่ล่ะนั่น” ดนัยหันไปมองและเห็นฮิคาริยังคงนั่งอยู่ที่พื้น“อ๊ะงั้นเหรอเข้าใจแล้ว” ฮิคาริตอบกลับมาก่อนจะลุกขึ้นและในจังหวะที่เธอลุกขึ้นนั้นเองจู่ๆเธอก็ล้มลงไป“เฮ้ย !!” ดนัยอุทานออกมาพลางรีบวิ่งเข้าไปหาเธอ“เป็นอะไรของเธอเนี่ยจู่ๆก็ล้มซะงั้น” ดนัยถามพลางจับแขนเธอและพยุงขึ้นมา“เอ่อ...คือเหน็บกินน่ะ” ฮิคาริพยายามหาข้อแก้ตัว“อ๋อเป็นเหน็บนี่เองคงไม่เคยนั่งคุกเข่าล่ะสิ” ดนัยพยักหน้า“ชะ...ชะ...ใช่” ฮิคาริพยักหน้า“หึ...งั้นจับไหล่ฉันไว้จะพาไปที่รถ” ดนัยบอกหมับ !! ฮิคาริจับไหล่ของดนัยเอาไว้จากนั้นดนัยก็ค่อยๆพาฮิคาริไปที่รถอย่างช้าๆอีกด้านหนึ่ง“ไอ้หนุ่มนั่นมันไปเอากระเป๋าเงินถึงไหนของมันวะ” ป้าร้ายขายน้ำบ่นพลางมองถุงน้ำแร่หกขวดที่หยิบใส่ถุงไว้ให้ตั้งนานแล้ว“ป้าคะเป๊ปซี่สองถุง !!” ลูกค้าคนหนึ่งเดินเข้ามาสั่งน้ำป้าแกซึ่งป้าก็รีบไปจัดการขายของให้ลูกค้าที่มาสั่งน้ำโดยไม่วายบ่นอยู่ในใจไอ้หนุ่มนั่นถ้าไม่มาเอาขอให้คืนนี้นอนขี้ไหลจู๊ดๆ !! ป้าแช่งดนัยอยู่ในใจจบ...