บทที่ 15 ตระกูลฉินไม่เลี้ยงคนปกติ
วันนี้ฉินเหิงตื่นขึ้นมาพร้อมกับอาการปวดหัวอย่างรุนแรง
เมื่อคืนเขาฝันประหลาดเหมือนคนบ้า เขาฝันว่าซ่งโย่วสวี่ยืนอยู่ที่หัวเตียงของตัวเอง พูดซ้ำ ๆ ตลอดทั้งคืนเหมือนพระสวดมนต์ว่า
"ทำไมฉันถึงมีแฟนคลับแบบคุณได้? ไปเป็แฟนคลับคนอื่นเถอะ! ให้ความเคารพกับอาจารย์ชิงฉือหน่อย! ทำไมฉันถึงมีแฟนคลับแบบคุณได้? ไปเป็แฟนคลับคนอื่นเถอะ! ให้ความเคารพกับอาจารย์ชิงฉือหน่อย..."
เขาพูดไม่หยุดไม่หย่อน ราวกับมีกบร้อยตัวส่งเสียงร้องอยู่ข้างหูตลอดทั้งคืน
ฉินเหิงตื่นขึ้นมาหยิบโทรศัพท์ เห็นภาพพื้นหลังดาราที่ตนเทิดทูนบูชาบนหน้าจอก็แทบจะเกิดอาการช็อก
เปลี่ยนดีกว่า เลิกเป็แฟนคลับสักวัน
เมื่อเขาเดินลงบันได เห็นว่าเจียงชิงฉือกำลังทะเลาะกับคนในครอบครัวอย่างดุเดือดที่โต๊ะอาหาร ทำให้ปวดหัวขึ้นไปอีก
"พวกเราไม่ได้คัดค้านการไลฟ์สตรีมของเธอ อยากจะทำนายโชคชะตาก็ทำไป แต่การที่เธอสร้างข่าวลือเกี่ยวกับครอบครัวตัวเองนี่มีเจตนาอะไรกันแน่?"
หญิงวัยกลางคนที่กำลังพูดอยู่นั้นดูแลตัวเองเป็อย่างดี ดูจากภายนอกราวกับว่าเธอมีอายุเพียงแค่สามสิบถึงสี่สิบปีเท่านั้น รอบตัวเธอแผ่กลิ่นอายของครอบครัวที่มีการศึกษาและผ่านการขัดเกลามาอย่างดี
เธอคือแม่ของฉินเหิงและฉินเจว๋ แถมยังเป็ลูกสะใภ้คนที่สามของตระกูลฉิน นอกจากนี้เธอยังเป็ดาราหญิงในตำนานในวงการบันเทิงที่สามารถทั้งกำกับและแสดงได้ ทั้งยังมีความงามที่โดดเด่นกว่าคนอื่น ๆ
โดยปกติแล้วเธอมักจะอ่อนโยนกับผู้คน แทบจะไม่มี่เวลาที่เธอแสดงอารมณ์โกรธหรือพูดจาแข็งกร้าวเช่นนี้เลย
"ครอบครัวเดียวกันอะไรกัน? ผมไม่ยอมรับหรอกว่าหมอผีที่ชอบหลอกลวงคนแบบนี้เป็พี่สะใภ้ของผม คุณไม่คู่ควรกับพี่ชายผมเลย ไม่ถึงหนึ่งในหมื่นของพี่เจว๋ซย่าด้วยซ้ำ"
ฉินเจว๋จ้องเขม็งไปที่เจียงชิงฉือ ดวงตาคู่โตมีรอยคล้ำใต้ตาราวกับโดนใครต่อยมา
แม้ว่าเมื่อคืนหลังจากถูกเปิดโปงเื่น่าอายสมัยเป็เด็ก เขาก็ปิดการถ่ายทอดสดและไม่ได้ดูอีกเลย
แต่เนื่องจากก่อนนอนเขาได้ค้นหาข้อมูลมากมาย ส่งผลให้เมื่อหลับตาลงก็ฝันถึงเื่การกลับมาเกิดใหม่ในร่างคนอื่น ทำให้เขาแทบไม่ได้นอนเลยตลอดทั้งคืน
นอกจากนี้ยังได้รับการรบกวนจากเพื่อน ๆ หลายคนที่ถามเขาว่า
เมื่อกี้คนที่เชื่อมต่อคือนายใช่ไหม?
ได้ยินมาว่านายเคยผิดหวังในความรักเหรอ? ตกหลุมรักสาวประเภทสองงั้นเหรอ?
ไม่นึกเลยว่าพี่ชายจะเป็คนเ้าชู้ขนาดนี้ ตอนนี้ยังคิดถึงสาวฟันกระต่ายอยู่อีก
แกไปคบหากับใครวะ? ไม่ใช่ เฉิงหย่าหนิงคนบ้านนอกนั่นใช่ไหม?...
คนที่ยืมร่างกลับมาเกิดใหม่จะเคลื่อนไหวเร็วขึ้นไหม?
พอนึกถึงว่าจะต้องกลับไปโรงเรียนเพื่อสอบปลายภาคและเผชิญหน้ากับเพื่อน ๆ ที่ชอบแกล้งกัน ฉินเจว๋ก็รู้สึกอยากตายขึ้นมาทันที
"อย่าพูดแบบนั้นสิ อาเจว๋" พอดีกับที่ฟางเจว๋ซย่าเดินลงมาจากชั้นบน ในมือถือแก้วน้ำที่ว่างเปล่า
"ทำไมถึงพูดไม่ได้ล่ะ? นี่มันเป็ความจริงอยู่แล้ว ตอนที่พี่ใหญ่ตื่นอยู่ก็อนุญาตให้คุณเข้าใกล้ได้ หลังจากที่หลับไปก็เป็คุณที่คอยดูแล พวกคุณรักกันและซื่อสัตย์ต่อกัน ไม่ทิ้งกันไปไหน แล้วเธอคนนั้นมาแทรกแซงกลางคัน คิดว่าตัวเองเป็ใคร เป็ตัวอะไรกัน"
ฉินเจว๋พูดด้วยสีหน้าไม่ยอมแพ้ "พี่ตื่นแต่เช้าทุกวันเพื่อป้อนน้ำและอาหารกับพี่ชายใหญ่ แล้วเธอล่ะ? อยู่ที่นี่ปล่อยข่าวลือว่าคนนั้นควรตาย คนนี้ควรถูกฝัง"
"อย่าพูดอีกเลย การดูแลพี่ฉินวั่งเป็ความสมัครใจของฉัน ฉันไม่ได้คิดอะไรมากหรอก"
ฟางเจว๋ซย่าดึงแขนเขาเบา ๆ "ส่วนคุณเจียง เธอเป็ภรรยาตามกฎหมายของพี่ฉินวั่งแล้วนะ"
"ถูกต้อง พวกเราทั้งสองได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย"
เจียงชิงฉือยืนยันประโยคสุดท้ายของเธอ
"แต่การที่คุณดูแลเขาก็เป็การทำเกินความจำเป็ เขาไม่จำเป็ต้องดื่มน้ำหรือกินอาหาร"
ไม่เพียงแค่ไม่จำเป็ต้องกินหรือดื่ม แม้แต่การทำความสะอาดก็ไม่จำเป็
พลังิญญาจะรักษาร่างกายของเขาให้อยู่ในสภาพที่ดีที่สุด
"คุณเจียง! เนื่องจากตอนนี้คุณเป็ภรรยาตามกฎหมายของพี่ฉินวั่ง ดังนั้นฉันจึงให้ความเคารพคุณ แต่ที่คุณบอกว่าไม่ให้พี่ชายฉินวั่งดื่มน้ำหรือกินอาหารนั้นหมายความว่ายังไง? แล้วทำไมคุณถึงกินอาหารล่ะ?"
ฟางเจว๋ซย่าถามเธออย่างเคร่งขรึมและจริงจัง
เจียงชิงฉือมองอาหารเช้าที่อุดมสมบูรณ์บนโต๊ะแล้วกลืนน้ำลาย นี่จะเป็เพราะอะไรได้อีก
"ก็เพราะฉันหิวน่ะสิ"
"ฉันว่าคุณคงอยากให้พี่ชายคนโตของฉันตายเร็ว ๆ เพื่อจะได้แบ่งมรดกละสิ!"
ฉินเจว๋พูดออกมาตรง ๆ
"หุบปาก! อย่าพูดจาเหลวไหล"
ซูเนี่ยนเฉาดุด่าเขา
"ไปห่วงตัวเองเถอะ" เจียงชิงฉือมองเขาด้วยหางตา
"การพนันของพวกเราคงไม่ต้องรอถึงสามวันแล้ว"
ฉินเจว๋ประหลาดใจชั่วขณะ แล้วหัวเราะอย่างบ้าคลั่งไม่หยุด "ฉันนึกว่าคุณมีความสามารถอะไรมากมาย ที่แท้ก็แค่แผนถ่วงเวลาเพราะกลัวอับอายในห้องไลฟ์ ถ้าอย่างนั้น ฉันก็จะไม่ทำให้คุณลำบากใจ"
เขาเชิดคางขึ้น ทำท่าภูมิใจราวกับหางจะชี้ฟ้า
"ไม่จำเป็ต้องเปิดไลฟ์เพื่อขอโทษอีกแล้ว ตอนนี้ให้อัดวิดีโอแขวนไว้สามวัน ยอมรับว่าตัวเองโอ้อวดหลอกลวงพูดจาเหลวไหล จากนั้นก็ลบบัญชี แล้วออกไปจากบ้านฉัน"
บรรดาคนรับใช้ที่กำลังเสิร์ฟซุปต่างรู้สึกใจหายวาบ คุณชายน้อยของพวกเขาไม่ได้ดูการถ่ายทอดสดเมื่อคืนหรือ?
ดาราดังถูกสะใภ้ใหญ่ของบ้านทำนายว่าจะมีปัญหากับกฎหมาย แล้วทำไมเขายังชอบอวดดีอยู่อีก?
"ที่ฉันหมายถึงคือ"
เจียงชิงฉือรับซุปมาพร้อมกล่าวขอบคุณ ก่อนจะพูดต่อว่า "โฉมหน้าของคุณเปลี่ยนไปแล้ว วาระสุดท้ายของคุณใกล้เข้ามา มันจะเกิดขึ้นคืนนี้ ไม่ต้องรออีกสามวันหรอก"
"เธอก็หุบปากซะ!"
ซูเนี่ยนเฉาโกรธจริง ๆ
ลูกชายสองคนของเธอ คนหนึ่งถูกสาปว่าจะมีชีวิตอยู่ไม่เกินหนึ่งสัปดาห์ อีกคนหนึ่งจะไม่สามารถผ่านคืนนี้ไปได้ ที่เธอไม่ได้เข้าไปฉีกปากอีกฝ่ายนั่นเป็เพราะเธอได้รับการอบรมสั่งสอนที่ดี
"ฉันไม่รู้ว่าทำไมคุณพ่อถึงยอมให้เธออยู่ต่อ แต่ถ้าได้ยินคำพูดไม่สุภาพหรือคำสาปแช่งลูกชายทั้งสองของฉันอีกแม้แต่ประโยคเดียว อย่าโทษฉันที่ไม่คำนึงถึงหน้าตาของคุณพ่อ!"
เจียงชิงฉือไม่ได้ไม่พอใจ เพราะการถูกสงสัยเป็ชะตากรรมของพวกเขาที่เป็ผู้ฝึกตน
เธอหยิบยันต์แผ่นหนึ่งออกมายื่นให้ฉินเจว๋ "เห็นแก่คุณและครอบครัวของฉินวั่ง ฉันจะให้ยันต์ยึดิญญานี้แก่คุณ พกติดตัวไว้ มันจะช่วยป้องกันการรุกรานของิญญาร้ายได้ชั่วคราว"
เธอยังหยิบโทรศัพท์ของตัวเองออกมา "คุณสามารถเพิ่มฉันเป็เพื่อนในวีแชตได้ด้วย ถ้า้าความช่วยเหลือก็เรียกฉันได้ ค่าบริการ... เอาเป็เก้าแสนแล้วกัน"
ตอนแรกเธอตั้งใจจะพูดว่าหนึ่งล้าน แต่คิดดูแล้วว่าสาเหตุที่เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้น น่าจะเป็เพราะการไลฟ์สตรีมเมื่อคืนของเธอ ทำให้คนที่เตรียมจะแย่งร่างต้องรีบลงมือเร็วขึ้น
เธอตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยว ให้ส่วนลดสิบเปอร์เซ็นต์ไปเลย
"พอได้แล้ว"
คราวนี้คนที่เอ่ยปากคือตู้อวิ๋นฉิง
"พวกเราไม่สนหรอกว่าดเธอใช้วิธีอะไรแต่งเข้าตระกูลฉิน แต่เมื่อคุณพ่อตกลงให้เธออยู่ต่อแล้ว ก็ต้องทำตัวให้สมกับเป็ลูกสะใภ้ตระกูลฉินด้วย"
เธอตักซุปใส่ชามวางไว้ที่ตำแหน่งหลัก แล้วจึงพูดกับเจียงชิงฉือต่อ
"การไลฟ์สดที่ไม่เหมาะสมของเธอนั่นก็เลิกทำซะ ตระกูลฉินไม่ว่าจะในวงการธุรกิจหรือวงการศิลปะล้วนเป็บุคคลที่มีชื่อเสียง ไม่อาจทำให้เสื่อมเสียได้"
"ยิ่งไปกว่านั้น ตอนนี้ฉินวั่งกำลังป่วยหนัก ไม่สามารถดูแลตัวเองได้ เธอในฐานะภรรยาควรอยู่เคียงข้างเขาตลอดเวลา คอยดูแลอย่างใกล้ชิดเป็ภรรยาที่ดี"
ท่าทางของเธอราวกับเป็คุณหญิงใหญ่ของตระกูลสูงศักดิ์ที่กำลังวางกฎเกณฑ์
เจียงชิงฉือมองเธอด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย "ฉันคิดว่าคนที่อายุมากที่สุดในบ้านนี้คือคุณปู่ ไม่คิดว่าจะเป็คุณนะ"
ตู้อวิ๋นฉิงไม่พอใจ "เธอพูดเหลวไหลอะไรน่ะ!"
"ไม่ใช่เหรอ? แล้วทำไมถึงทำตัวเหมือนคนสมัยราชวงศ์ชิงที่ยังไม่หลุดพ้นจากระบบศักดินาล่ะ? ตื่นได้แล้ว ราชวงศ์ชิงของพวกคุณล่มสลายไปนานแล้วนะ"
"พรวด!"
ฉินเจว๋ไม่สามารถกลั้นหัวเราะไว้ได้จริง ๆ หลังจากได้รับสายตาดุดันจากพี่ชายที่รัก เขารีบปิดปากทันที
"ช่างเป็เด็กสาวป่าเถื่อนที่ไร้มารยาทและไม่ได้รับการอบรมสั่งสอนจริง ๆ! ไม่รู้ว่าพ่อแม่แบบไหนเลี้ยงดูมา!" ตู้อวิ๋นฉิงโกรธจนหน้าแดง
ั้แ่แต่งงานกับลูกชายคนที่สองของตระกูลฉิน ไม่เคยมีใครกล้าพูดกับเธอแบบนี้อีกเลย
"คุณก็หุบปากไปเถอะ" เจียงชิงฉือถูกเลี้ยงดูโดยอาจารย์ของเธอั้แ่เด็ก เธอสามารถทำตัวซุกซนได้ แต่คนอื่นทำไม่ได้
"อาจารย์ของฉันไม่ได้สอนฉันเื่มารยาทจริง ๆ แต่สอนให้ฉันทำความดีให้มากและพูดจาไม่ดีให้น้อย ตอนนี้ฉันขอมอบประโยคนี้ให้คุณ ลองเรียนรู้สักหน่อย ถือว่าทำเพื่อลูกสาวของคุณ"
"ฉันบอกแล้วว่าห้ามพูดถึงลูกสาวของฉัน!"
ตู้อวิ๋นฉิงตบโต๊ะอย่างแรงแล้วลุกขึ้น บรรยากาศตึงเครียดขึ้นทันที ในที่สุดคุณปู่ก็ลงมาแล้ว "เสียงดังอะไรกันั้แ่เช้า"
ข้าง ๆ คุณปู่มีชายหนุ่มในชุดสูทยืนอยู่
“ทุกคนกินข้าวกันเถอะครับ ผมต้องไปบริษัทก่อน”
เขากล่าวลาผู้าุโอย่างสุภาพ
"อาหารเช้าเตรียมพร้อมแล้ว สืออวี่กินข้าวก่อนแล้วค่อยไปนะ"
ตู้อวิ๋นฉิงเอ่ยขึ้น เมื่อเทียบกับการโกรธเคืองคนนอก การใส่ใจลูกชายของตัวเองสำคัญกว่า
"ไม่มีเวลาแล้วครับ ที่บริษัทก็เตรียมไว้แล้ว แม่ไม่ต้องกังวลนะ"
เขาเดินเข้าไป เห็นเจียงชิงฉือจ้องมองตัวเองตาไม่กะพริบ จึงหยุดฝีเท้า
"ในบ้านหลังนี้ จะไม่มีใครคิดร้ายต่อน้องสาวของผมสักคน"
เว้นแต่ว่า คุณไม่อยากอยู่ในบ้านหลังนี้
ความหมายของเขาชัดเจนมาก ใครที่มีสมองก็สามารถเข้าใจได้
เจียงชิงฉือไม่ได้โง่ แต่เธอก็ไม่ได้ฟังเข้าหูเลย
เธอเห็นแค่ว่า ชายคนนี้ถูกสาป
ั้แ่เด็กจนโต เธอเจอิญญาหลากหลายรูปแบบมามากแล้ว แต่กับวิชาอาคมโบราณอย่างการสาปแช่งด้วยวิชามนตร์ดำซึ่งแทบจะสูญหายไป เธอยังไม่เคยพบมาก่อนจริง ๆ
คนในบ้านหลังนี้ มีทั้งคนที่ยืมชีวิตคนอื่น คนที่ถูกแย่งร่าง คนที่มีชะตาสั้น และตอนนี้ยังมีคนที่ถูกสาปอีก
ตระกูลฉินนี่ไม่เลี้ยงคนปกติเลยใช่ไหม?
เห็นว่าลูกค้าที่มีศักยภาพเพิ่มขึ้นอีกคน เจียงชิงฉือก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากเตือน
"ร่างกายของคุณ..."
มีคนสาปใส่คุณแล้ว
และมันเป็คำสาปที่หากไม่แก้ไข ก็จะกลายเป็เพียงร่างไร้ิญญา
แต่ฉินสืออวี่ไม่ได้ตั้งใจจะฟังเธอพูด เขาเดินจากไปด้วยก้าวยาว ๆ
ช่างไม่มีมารยาทเอาเสียเลย
เจียงชิงฉือบ่นในใจ ก่อนจะก้มหน้าลงกินข้าวต่อ
คนที่ทำงานในสายอาชีพแบบเธอสามารถเตือนคนอื่นได้ แต่ไม่สามารถช่วยเหลือโดยไม่หวังผลตอบแทน มันจะส่งผลต่อเื่กรรมและผล
ในเมื่อเขาไม่ยอมฟังคำเตือนแม้แต่น้อย ก็ไม่มีทางช่วยได้แล้ว รอดูเถอะว่าเขาจะกลายเป็ของเล่นของผู้หญิงยังไง