วันวันของนายฆาตกรPALMER46
ตอนที่9 ย่านธุรกิจมืด
…เช้าวันใหม่ที่สดใสแต่หัวใจกลับมืดมน
นี้ก็ 2วันแล้ว ที่ไม่ได้เห็นหน้าและได้ยินเสียงเจนเลยผมและคุณฟ้ากำลังช่วยฝึกให้ซีอยู่ พวกเรากำลังฝึกต่อสู้มือผมต่อยไปที่ท้องซีอย่างแรง “โอ้ยเจ็บนะคะ”
ปาล์ม"เธอไม่ควรหลบแบบนั้น ต้องใช้จังหวะให้ดีกว่านี้"ผมพูดพลางมองไปที่ซีที่ล้มลงไปหลังจากโดนหมัดของผมอย่างจัง
ซีพยายามลุกขึ้นมาแม้จะเ็ปแต่เธอก็ไม่ยอมแพ้ เธอกัดฟันฝึกต่อ
ซี"ขอโทษค่ะ ฉันจะพยายามให้ดีกว่านี้"
ฟ้า"พอได้แล้วปาล์ม นายทำเกินไปแล้ว ซีเธอยังพึ่งฝึกได้ไม่นานเองอย่าลืมสิ"
ผมรู้สึกหงุดหงิดจากทุกอย่างที่เกิดขึ้นใน่นี้ความรู้สึกมันพลุ่งพล่านจนผมลืมคิดไปว่าผมทำแรงเกินไป
ฟ้า"ออกไปพักก่อนดีกว่า ฉันจะดูแลซีเองนายยังไม่พร้อมที่จะฝึกใครตอนนี้หรอก"
ผมมองไปที่ซีที่กำลังลุกขึ้นด้วยความเ็ปเธอยังคงพยายามฝืนยิ้มให้ผม
ซี"ไม่เป็ไรค่ะ ฉันโอเค"
ปาล์ม"ถ้าคุณยังอ่อนโยนกับเธอนัก ซีเขาก็ไม่มีวันเก่งหรอก"
ผมรู้ตัวว่าคำพูดนั้นมันใจร้ายแต่มันก็หลุดปากออกไปแล้ว ทุกอย่างที่อยู่ในหัวมันปั่นป่วนไปหมด
ฟ้าจ้องผมด้วยสายตาที่เข้มแข็ง"ความเก่งไม่ได้หมายถึงการเ็ปหรือต้องทนรับความรุนแรงแบบนี้ ปาล์มนายต้องควบคุมตัวเองให้ได้"
ผมเงียบไม่ได้พูดอะไรต่อ ก่อนจะเดินออกจากห้องฝึกไปปล่อยให้คำพูดของผมยังคงก้องอยู่ในห้องนั้น
คงเป็เพราะสมัยผมฝึกคุณฟ้าและคุณแคร์พวกเขาไม่ได้ใจดีแบบที่ฝึกให้ซี หรือผมในตอนนี้... แค่ขาดอะไรบางอย่างไป...
ผมคิดในใจขณะที่เดินออกมาจากห้องฝึก ความทรงจำเก่าๆสมัยที่ผมยังฝึกหนักอยู่กับคุณฟ้าและคุณแคร์ ผุดขึ้นมาตอนนั้นพวกเขาเข้มงวดกับผมมาก ฝึกอย่างหนักจนแทบไม่เหลือเรี่ยวแรง แต่ก็นั่นแหละมันทำให้ผมแข็งแกร่งขึ้นมาได้อย่างที่เห็น
คงเป็เพราะสมัยผมฝึกคุณฟ้าและคุณแคร์พวกเขาไม่ได้ใจดีแบบที่ฝึกให้ซีหรือผมในตอนนี้ แค่ขาดอะไรบางอย่างไป ผมเดินออกไป
ซี“เขาโกรธอะไรฉันหรือป่าวคะ”
ฟ้า"ไม่หรอก สีหน้าหมอนั้นในตอนนี้เหมือนกับตอนที่เขาเข้ามาที่นี่ใหม่ๆ...เขามีสีหน้าเหมือนคนที่อดอะไรตายอยากแบบนั้น เขาคงกำลังเศร้า..."
ซี"เศร้าเื่คุณเจนสินะคะ..."
ฟ้าพยักหน้าเบาๆเธอเห็นความเปลี่ยนแปลงในตัวปาล์มมาตลอด ทั้งความเข้มแข็ง ความโเี้และความอ่อนโยนในบางครั้ง แต่ตอนนี้ เธอรู้ว่าเขากำลังอยู่ใน่ที่หัวใจว่างเปล่า
ฟ้า"ใช่ เจนเป็เหมือนที่ยึดเหนี่ยวของเขา พอเธอไปเขาก็เหมือนจะหลงทางอีกครั้ง..."
ซีมองออกไปทางประตูที่ปาล์มเดินออกไปเธอรู้สึกเป็ห่วง
ซี"แล้วเราจะทำยังไงดีคะ..."
ฟ้ายิ้มบางๆหันมาหาซี
ฟ้า"สิ่งที่เราทำได้ ก็คืออยู่เคียงข้างเขา แล้วคอยให้กำลังใจเหมือนที่เจนเคยทำ..."
ซี“สิ่งที่ฉันทำได้เหรอคะ...”
ฟ้า“ฉันจะเล่าอะไรให้เธอฟังกาลครั้งหนึ่งมีชายคนหนึ่งเขาต้องอยู่อย่างเหงาและโดดเดี่ยววันหนึ่งเขาก็ได้พบกับรักแท้ เขาได้พบกับความสุขและความอบอุ่นแต่แล้วเขาก็โดนทำลายทุกสิ่งไป แถมยังโดดใส่ร้ายและโดนสั่งเก็บด้วยเขาคิดว่าชีวิตเขาจบสิ้นแล้ว เลยคิดจะจบมัน แต่ก็มีคนเก็บเขามาเลี้ยงและเปลี่ยนเป็สัตว์ร้ายแต่ในระหว่างนั้นเขาก็พบกับแสงสว่างอีกครั้งแต่ทุกอย่างก็ยังไม่จบมีพวกเลวทำลายสิ่งสำคัญของเขาอีกเขาตกอยู่ในความมืดมนแล้วไปทำลายพวกที่พรากสิ่งสำคัญไปจากเขาจนหมดพอทุกอย่างจบเขาก็ไม่มีเป้าหมายอะไรที่ต้องอยู่ต่อ แต่ก็ยังมีแสงสว่างที่ส่องไปหาเขาคอยให้ความอบอุ่นเขา มอบความรักให้เขา”
ซี“แต่ตอนนี้แสงสว่างที่ส่องเขาไม่อยู่แล้วสินะ”
ฟ้า“เอ๋ เธอเข้าใจด้วยเหรอ ฉันเองยังงงๆกับที่ตัวเองพูดอยู่”
ซี“ก็เหมือนประวัติของคุณปาล์ม แบบเข้าใจยากนิดนึง”
ฟ้า"ใช่... แสงสว่างนั้นจากไปแล้วแต่ก็ยังทิ้งความอบอุ่นไว้ในใจเขาอยู่ ถึงแม้ว่าเขาจะรู้สึกโดดเดี่ยวอีกครั้ง แต่แสงสว่างนั้นก็ยังคงอยู่ในความทรงจำของเขาเสมอ"
ซี"แล้วเขาจะทำยังไงต่อไปล่ะคะถ้าไม่มีแสงสว่างนำทางอีกแล้ว"
ฟ้า"บางครั้ง คนเราอาจต้องเรียนรู้ที่จะเป็แสงสว่างให้ตัวเองถ้าเขาทำได้ เขาจะไม่ต้องพึ่งพาใครอีก และเขาจะเข้มแข็งขึ้น...แต่ก็ต้องใช้เวลา"
ซีมองไปที่ประตูอีกครั้งรู้สึกเห็นใจปาล์ม แต่ก็รู้ว่าฟ้าพูดถูก
ซี"ฉันอยากช่วยเขาจังเลย..."
ฟ้าหันมายิ้มให้ซี"เธอทำได้อยู่แล้ว แค่คอยอยู่ข้างๆ เขาให้เขารู้ว่าเขาไม่ได้อยู่คนเดียว ถึงแม้จะเป็เื่เล็กๆ น้อยๆก็ช่วยได้มากกว่าที่เธอคิด..."
ซีเดินเข้ามาในห้องของเจนหลังจากฝึกเสร็จเหงื่อไหลทั่วตัวของเธอ ปาล์มมองเธอด้วยสายตาเ็าเมื่อเธอถอดเสื้อผ้าของเธอออกจนหมด ปาล์มก็ยังคงนิ่ง เงียบ ไม่ได้แสดงอารมณ์ใดๆ
ซี"ทำไมคุณต้องทำหน้าแบบนั้นล่ะ ฉันไม่ใช่เจนใช่ไหม"
ปาล์มนั่งนิ่งไม่ตอบอะไร สายตาของเขายังคงเ็า ซีมองเขาด้วยความผิดหวังเธอก้าวเข้ามาใกล้แล้วนั่งลงข้างๆ เขา
ซี"ฉันอาจไม่ใช่เจน... แต่ฉันก็ยังอยู่ที่นี่ฉันอยู่ตรงนี้"
ปาล์มถอนหายใจเบาๆรู้สึกถึงความหนักอึ้งในใจ เขาเอื้อมมือไปดึงผ้าห่มมาคลุมตัวซี
ปาล์ม"เธอไม่ต้องทำแบบนี้หรอกซี ฉันรู้ว่าเธอหวังดีแต่เื่บางอย่างมันก็ไม่ใช่เื่ที่ใครจะแก้ให้ได้ง่ายๆ..."
ซี"ฉันแค่อยากช่วยคุณจริงๆ..."
ปาล์ม"ช่วยได้... แค่เธออยู่ตรงนี้ก็พอแล้ว"
ซีร่างเปลือยเปล่าในสภาพที่เต็มไปด้วยหยาดเหงื่อปาล์มมองเธอด้วยสายตาที่เ็าแววตาของเขาเต็มไปด้วยความสับสนและความเหนื่อยล้าจากภายใน
"ไม่ต้องคิดอะไรทั้งนั้นปล่อยตัวไป…" ซีพูดเบาๆ ก่อนจะจูบปาล์มอย่างนุ่มนวลแต่เต็มไปด้วยความตั้งใจปาล์มยังคงนิ่ง เขาปล่อยให้ตัวเองถูกพลักลงไปนอนบนเตียง
ซีขึ้นคร่อมบนร่างเขาการััที่แ่เบาของเธอไม่ได้ปลุกเร้าแค่ร่างกายแต่ยังทำให้ความรู้สึกของปาล์มเต็มไปด้วยความว่างเปล่ามันเป็ความรู้สึกที่ปนเประหว่างความทุกข์และความหวัง
เมื่อทุกอย่างจบลงซีลุกขึ้นใส่เสื้อผ้าอย่างเงียบๆ เธอไม่หันกลับมามองอีกเลย ราวกับทุกสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นเป็เพียงความฝันที่ไม่ควรจะเกิดขึ้นแต่ปาล์มรู้ดีว่ามันไม่ใช่ เขารู้สึกถึงความอ่อนแอภายในลึกลงไปในจิตใจเขานอนนิ่งเงียบ ปล่อยให้ความคิดล่องลอยอยู่ท่ามกลางความเงียบ
เสียงฝีเท้าของซีค่อยๆเลือนหายไปในความมืดของห้องทิ้งให้ปาล์มอยู่เพียงลำพังกับความรู้สึกที่เขาไม่อาจเข้าใจได้ทั้งหมด
หลังจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นซีเดินกลับไปยังห้องของเธออย่างเงียบๆภายในจิตใจเต็มไปด้วยความสับสนและความรู้สึกที่ปะปนกันไปหมด เมื่อปิดประตูห้องลงเธอนั่งลงบนเตียง แล้วพึมพำเบาๆ กับตัวเอง
“ฉันคงช่วยเขาได้แค่นี้…”
ซีมองไปที่มือของเธอที่ยังคงสั่นเล็กน้อยภาพเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านมาไม่อาจลบเลือนได้แต่เธอรู้ดีว่าสิ่งที่เธอทำไม่ได้เปลี่ยนอะไรเลย เธอแค่หวังว่าการปล่อยให้ปาล์มรู้สึกถึงความใกล้ชิดจะช่วยทำให้เขาลืมความเ็ปในใจได้บ้างแต่ความจริงแล้ว…เธอรู้ว่ามันไม่ได้ง่ายขนาดนั้น
น้ำตาของซีเริ่มไหลออกมาเบาๆเธอนอนลงบนเตียง ปล่อยให้ความเหนื่อยล้าทั้งทางกายและใจดึงเธอเข้าสู่การหลับใหลแม้เธอจะทำทุกอย่างเพื่อช่วยปาล์ม แต่เธอรู้ดีว่า ความสัมพันธ์ทางกายที่เธอมอบให้คงไม่พอที่จะดึงเขากลับมาจากความเศร้าที่เขากำลังเผชิญอยู่
“ขอโทษนะ…ฉันคงช่วยได้แค่นี้จริงๆ…”
…22.00 น.
คุณแคร์เดินเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวลและความไม่พอใจเธอมองปาล์มที่ยังคงนั่งนิ่งอยู่บนเตียงของเจน
“นายมาอยู่ห้องลูกสาวฉันโดยที่เ้าตัวไม่อยู่ได้ไง”
ปาล์มหันมองคุณแคร์ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเศร้าและความว่างเปล่าเขาตอบด้วยเสียงแ่เบาแต่เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า
“ก็ให้เธอกลับมาสิ”
คุณแคร์ถอนหายใจเธอรู้สึกถึงความเ็ปที่ปาล์มยังคงเก็บไว้ เธอกอดอกและยืนมองเขาอย่างเข้าใจแต่ก็ไม่อาจปล่อยให้ปาล์มจมอยู่กับความเศร้านี้ตลอดไป
“นายยังเศร้าอยู่อีกเหรอพอได้แล้วนะ เธอไปแค่ไม่กี่ปีเอง”
ปาล์มหันหน้าหนีเขารู้สึกเหมือนคำพูดเ่าั้เป็คำพูดที่ไม่อาจเข้าใจถึงสิ่งที่เขารู้สึกจริงๆ“ไม่กี่ปีเหรอ...พูดมาได้ พวกเขาไม่เข้าใจผมหรอก”ความเ็ปในใจเขาทำให้ทุกอย่างดูยาวนานและยากจะทนทาน
คุณแคร์มองปาล์มที่ยังจมอยู่ในความเศร้าเธอก้าวเข้ามาใกล้แล้วพยายามเอื้อมมือไปแตะไหล่เขาเบาๆ แต่ปาล์มหันหน้าหนีอีกครั้งพร้อมเอ่ยเสียงห้วนๆ “อย่ามายุ่งผมนะ”
แคร์“ก็ได้ ตอนนี้นายว่างอยู่ใช่ไหม”
ปาล์ม“ก็ว่างทั้งวันนั้นแหละ”
แคร์“งั้นมากับฉันหน่อย”
ปาล์ม“ก็เคยบอกแล้วไง ว่าผมเลิกแล้ว จะไม่ฆ่าใครอีกแล้ว”
แคร์“ฉันรู้แล้วนะ เพราะลูกสาวฉันขอสินะ”
ปาล์ม“รู้แล้วก็ดี”
แคร์“ฉันแค่อยากให้นายไปเป็เพื่อนหน่อย พอดีจะไปติดต่อธุรกิจช่วยไปเป็คนคุ้มกันหน่อย”
ปาล์มคุ้มกันเหรอ เป็ถึงระดับหัวหน้า FIB แต่ให้เนี่ยนะไปคุ้มกัน“แล้วทำไมผมต้องทำหละ”
แคร์“เถอะน่าช่วยกันทำมาหากินหน่อย ทั้งหมดก็เพื่อมาเลี้ยงนายและซีนะแล้วก็เจนด้วย”
คงจะเป็พวกงานสกปรกสินะเลยไม่ให้ลูกน้องไปคุ้มกัน ยอมทำก็ได้ถือว่าเพื่อเจน “ก็ได้วะ”
ปาล์มแต่งชุด PALMER46 คุณแคร์ยืนรอขณะที่ปาล์มกำลังเตรียมตัวเธอรู้ดีว่าการติดต่อธุรกิจครั้งนี้ไม่ใช่งานธรรมดามันเป็งานที่เต็มไปด้วยความเสี่ยงและอาจมีความรุนแรงเข้ามาเกี่ยวข้องดังนั้นเธอจึงเลือกให้ปาล์มมาคุ้มกันแทนที่จะเป็ลูกน้องคนอื่นๆ
ปาล์มในชุดเต็มยศของPALMER46เดินออกมาจากห้อง เขาดูสง่างามและน่ากลัวในเวลาเดียวกันใบหน้าที่ซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากเผยให้เห็นเพียงแววตาที่เต็มไปด้วยความเคร่งขรึม
แคร์มองปาล์มและยิ้มเบาๆ“พร้อมแล้วสินะ”
ปาล์มหยุดยืนตรงหน้าเธอ“พร้อมแล้ว แต่จำไว้นะ ฉันไม่ฆ่าใครอีกแล้ว”
แคร์พยักหน้า“ฉันรู้ ฉันไม่ได้้าให้นายฆ่าใคร แค่อยากให้ไปคุ้มกันเฉยๆ”
ปาล์มพยักหน้าเบาๆแม้จะไม่เต็มใจนัก
แคร์“นายต้องนั่งรถไปกับฉันนะ ถอดหน้ากากนั้นออก แล้วใส่หมวกโม่งนี้แทนซะ”
ผมถอดหน้ากากของPALMER46ออกอย่างไม่เต็มใจ แต่ก็ทำตามที่เธอบอก หยิบหมวกโม่งสีดำมาสวมแทนแม้ว่าผมจะถอดหน้ากากออก แต่ก็ยังเอามันติดตัวไปด้วยในรถอย่างน้อยก็เป็เครื่องเตือนใจในสิ่งที่ผมเคยเป็
ปาล์ม“แล้วเราจะไปที่ไหน”
แคร์ “พัทยา”เธอตอบสั้นๆ แต่เต็มไปด้วยความหมาย
ปาล์มรู้ดีว่างานนี้คงไม่ใช่แค่การคุ้มกันธรรมดาเมื่อได้ยินชื่อเมืองพัทยา มันเต็มไปด้วยเื่ราวทั้งในด้านสว่างและมืดเขาเตรียมใจพร้อมเผชิญหน้ากับทุกอย่างที่กำลังจะเกิดขึ้นแม้ว่าในใจจะพยายามห่างจากความรุนแรงก็ตาม
…พัทยาย่านธุรกิจมืด
แคร์ขับรถพาผมมาถึงสถานที่หนึ่งมันเป็แหล่งธุรกิจมืดในพัทยา สถานที่ลับที่คนทั่วไปเข้าไม่ได้ที่นี่เต็มไปด้วยอาชญากร โสเภณี และพวกนักฆ่า ทุกอย่างดูเหมือนรังโจรผมรู้สึกอึดอัด เพราะสถานที่นี้ไม่ใช่ที่ที่เ้าหน้าที่ระดับสูงอย่างคุณแคร์ควรมา
ผมหันไปถามอย่างสงสัย“ทำไมพวกเขาถึงปล่อยให้คุณเข้าได้ ทั้งที่คุณเป็ถึงหัวหน้า FIB”
แคร์ตอบด้วยน้ำเสียงเรียบๆ“ก็เราทำธุรกิจกันไง”
ธุรกิจกับพวกนี้งั้นเหรอผมเริ่มรู้สึกไม่สบายใจ นี่หมายความว่าสิ่งที่เธอทำไม่ใช่เื่สะอาดเลยผมเริ่มเข้าใจแล้วว่าเงินที่เธอใช้เลี้ยงดูผมและเจนมาจากแหล่งนี้
ผมพูดด้วยความขุ่นเคือง“คุณมันพวกสกปรก”
แคร์ไม่สะทกสะท้านเธอพูดอย่างใจเย็น “ทั้งฉันทั้งนาย เราก็ต่างเป็พวกสกปรกกันทั้งคู่มันอยู่ที่มุมมองเท่านั้นแหละ”
พวกเราเดินมาได้สักพักรอบตัวเต็มไปด้วยร้านค้าประเวณี ร้านขายอาวุธเถื่อน ยาเสพติดและสารพัดสิ่งผิดกฎหมาย ผมรู้สึกหดหู่ใจที่สุดเมื่อเห็นร้านค้ามนุษย์ผู้คนที่ถูกขังไว้ในกรงเหมือนสัตว์ มันทำให้เืในกายผมเดือดพล่าน
ผมหันไปพูดกับแคร์"คุณเห็นคนพวกนั้นไหม คุณปล่อยให้เป็แบบนี้ได้ยังไง"
เธอหันมามองผมด้วยสายตาเ็าและพูดเตือน"อย่าคิดทำอะไรทั้งนั้น นายมีหน้าที่คุ้มกันฉันก็พอสินค้าที่นายเห็นนั่นเป็ของคนที่เราติดต่อธุรกิจกัน อย่าให้มันมากระทบงาน"
คำพูดของเธอทำให้ผมหยุดชะงักถึงแม้ในใจจะโกรธแค้น แต่ผมก็รู้ว่าต้องควบคุมตัวเองไม่ให้ทำอะไรบุ่มบ่าม
ผมเดินผ่านไปโดยไม่ได้ทำอะไรถึงแม้ในใจอยากช่วยพวกเขาเหลือเกิน แต่ผมรู้ว่ามันไม่ใช่เวลาพวกเราเดินมาถึงร้านเหล้าร้านหนึ่งภายในร้านเต็มไปด้วยใบประกาศจับและค่าหัวของนักฆ่าหลายคนรวมถึงใบประกาศจับของผมด้วย เหมือนใบค่าหัวผมจะเป็จุดสนใจมากที่สุด
แคร์หันมากระซิบเบาๆ“ที่นี่เป็ร้านเหล้าที่นักฆ่าชั้นยอดมารวมตัวกันเพื่อคุยแลกเปลี่ยนข้อมูลถ้าพวกเขารู้ว่านายคือ PALMER46 นายโดนเล่นงานแน่”
ผมยิ้มเยาะแล้วตอบกลับอย่างไม่สนใจ“ชิ ไม่กลัวหรอก ดูค่าหัวผมสิ สูงสุดในร้านแล้ว”
แคร์มองผมด้วยสายตาเหมือนจะเตือนแต่ก็ไม่พูดอะไรเพิ่ม ข้างในร้านนี้เต็มไปด้วยอันตรายที่คาดไม่ถึง
แคร์และผมเดินตรงไปหาชายคนนั้นที่กำลังนั่งอยู่ในมุมมืดของร้านชายผู้เป็เ้าพ่อธุรกิจมืด แคร์หันมาพูดเบาๆ เตือนผมก่อนที่เราจะเข้าไปใกล้เขา “นั่นไง คนที่เรามาคุยด้วย เ้าพ่อธุรกิจมืด ระวังตัวไว้คนพวกนี้ไว้ใจไม่ค่อยได้”
ผมพยักหน้าเข้าใจคำเตือนของแคร์เราทั้งคู่เดินเข้าไปใกล้ชายคนนั้น เขายิ้มเ้าเล่ห์เมื่อเห็นเราเข้ามาใกล้
เ้าพ่อธุรกิจมืด“สวัสดีครับ เป็เกียรติมากที่ได้พบกับคุณหัวหน้า FIB แบบนี้ มีธุระอะไรถึงได้มาหาผมถึงที่นี่เหรอครับ”
แคร์มองเขาด้วยสายตานิ่งเฉยแต่แฝงด้วยความระมัดระวัง
แคร์พูดด้วยน้ำเสียงเ็าและมั่นคงเธอจ้องตรงไปที่เ้าพ่อธุรกิจมืดด้วยสายตาที่ไม่หวั่นไหวแม้แต่น้อย
“นายขยายธุรกิจของตัวเองใหญ่ขึ้นเรื่อยๆทำให้ฉันปิดเื่ไว้ได้ยากกว่าเดิมมาก ฉันเลยมาคุยเพื่อขอเพิ่มส่วยหน่อย สัก 5เท่าดูจะเหมาะสม”
เ้าพ่อธุรกิจมืดได้ยินดังนั้นก็ตบโต๊ะอย่างแรงสั่งให้ลูกน้องของเขามาล้อมเราไว้ เขาพยายามกดดันด้วยสายตาและท่าทีข่มขู่
“แต่เดิมก็จ่ายเยอะอยู่แล้วนะครับถ้าผมบอกว่าไม่ล่ะ 5 เท่าเนี่ยมันมากเกินไป เด็กๆ ฟังสิ 2เท่า นี่คือข้อเสนอของผม"
ลูกน้องของเขาทั้งหมดลุกขึ้นจากเก้าอี้พร้อมกับหันปืนจ้องมาทางพวกเรา สถานการณ์ในร้านเริ่มตึงเครียดแต่แคร์ยังคงยิ้มอยู่ เธอไม่แสดงอาการกลัวแม้แต่นิดเดียว
“นายจำได้ไหมครั้งที่นายจ้างนักฆ่าฝีมือดีจากฉัน ใช่ คนที่มากับฉันตอนนี้นั่นแหละฝีมือเขาไม่ธรรมดาเลยนะ ฉันกล้าบอกได้ว่าเขาเก่งพอๆ กับ PALMER46 เลยล่ะ"
เ้าพ่อธุรกิจมืดหัวเราะลั่นด้วยความไม่เชื่อ
“เก่งเท่าPALMER46 หึ อย่ามาทำให้ฉันหัวเราะเลย ต่อให้เก่งจริงคนคนเดียวจะทำอะไรได้ 2.5 เท่าสุดๆ แล้วกัน”
แคร์หัวเราะเบาๆแล้วหันมาสบตากับผม เธอยกมือส่งสัญญาณให้ผมเตรียมพร้อม
“งั้นมาลองกันไหมล่ะฉันมั่นใจว่าภายใน 1 นาที เขาจะฆ่าพวกนายทุกคน ฉันลดให้ 3เท่าเป็ไง”
ผมเล็งปืนไปที่หัวของเ้าพ่อธุรกิจมืดรู้ว่าถ้าเริ่มการต่อสู้จริงๆ สถานการณ์จะรุนแรงกว่าที่เห็นผมยังรู้สึกว่านี่อาจเป็การอวยฝีมือมากเกินไป
เ้าพ่อธุรกิจมืดสบตาผมและนิ่งไปชั่วขณะก่อนจะถอนหายใจยอมรับ
“ก็ได้…ตกลง3 เท่า ฉันจะจ่าย แต่อย่าลืมว่าวันที่คุณตายคนอื่นมาเป็หัวหน้า FIB แทนก็ไม่รู้จะยังรับส่วยอยู่ไหม"
แคร์ยิ้มกว้างและยื่นมือให้เขาจับ
“ขอบคุณสำหรับธุรกิจจ่ายให้ตรงเวลาด้วยล่ะ”
สถานการณ์เริ่มตึงเครียดขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อเ้าพ่อธุรกิจมืดล่วงมือมาลูบขาอ่อนของคุณแคร์สายตาของเขาเต็มไปด้วยเจตนาไม่ดี เขาเลื่อนมือขึ้นช้าๆพร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงต่ำๆ ที่แฝงความเ้าเล่ห์
“ถ้าเราได้มาร่วมมือกันคงไปได้ไกลแน่ๆ คุณว่าไหม”
ไม่ทันที่เขาจะพูดจบผมควักมีดออกมาแล้วจ่อคอหอยของเขาทันที ความเย็นของใบมีดัักับิัของเขาขณะที่ผมพูดเสียงเข้มด้วยความกราดเกรี้ยว “เอามือสกปรกของแกออกจากเธอซะเดี๋ยวนี้”
ลูกน้องของเ้าพ่อธุรกิจมืดทุกคนหันปืนจ่อมาทางผมในทันใดสถานการณ์ภายในร้านเริ่มคุกรุ่น ความเงียบที่อึดอัดเข้าปกคลุมไปทั่วคุณแคร์ยังคงยืนนิ่งไม่แสดงอาการหวาดกลัวแม้แต่น้อย
เ้าพ่อธุรกิจมืดยิ้มเยาะก่อนจะเอามือออกจากคุณแคร์ เขาเลียมือตัวเองช้าๆ ราวกับเป็การยั่วยุแล้วหันไปสั่งลูกน้องด้วยน้ำเสียงสั่งการ “ลดอาวุธลงทุกคน”
ลูกน้องทุกคนของเขาทยอยลดปืนลงแม้จะยังไม่วางใจสถานการณ์ เ้าพ่อธุรกิจมืดยังคงหัวเราะเบาๆ ขณะที่ผมค่อยๆลดมีดลงจากคอเขา
เราขับรถออกจากย่านธุรกิจมืดโดยไร้การปะทะหรือาแใดๆสถานการณ์ที่เคยตึงเครียดภายในร้านเหล้าจบลงด้วยการเจรจาและการข่มขู่เท่านั้นระหว่างนั่งรถกลับ ผมอดไม่ได้ที่จะรู้สึกผิดหวังในตัวคุณแคร์จึงหันไปพูดด้วยน้ำเสียงที่แฝงความไม่พอใจ
“ผมละโคตรผิดหวังในตัวคุณคุณยอมให้พวกมันทำเื่เลวร้ายแบบนี้ได้ไงพวกมันทำกับมนุษย์ด้วยกันอย่างกับสัตว์”
คุณแคร์ยังคงขับรถต่อไปไม่แสดงอาการสะทกสะท้านกับคำพูดของผม เธอตอบกลับมาอย่างนิ่งเฉย “เพื่อเอาเงินมาให้แกนี้แหละ เลิกบ่นเถอะ แกเองก็ฆ่าคนมาเยอะนิ”
ผมรู้สึกผิดหวังในตัวเธอมากขึ้นเรื่อยๆการที่เธอเห็นคนเ่าั้เป็แค่ "สินค้า"มันทำให้ผมสงสัยในศีลธรรมของเธอ
“ผมนะฆ่าเฉพาะพวกสารเลว”ผมพูดด้วยความรู้สึกที่หนักแน่น
เธอขับรถต่อไปโดยไม่ตอบอะไรกระทั่งเราเลี้ยวเข้าไปยังปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งคุณแคร์ชี้ไปที่ห้องน้ำแล้วบอกอย่างเรียบๆ
“ขอจอดแวะปั๊มก่อนนะฉันอยากเข้าห้องน้ำ รอแป๊บนะ”
ผมพยักหน้าแล้วมองออกไปนอกหน้าต่างคิดทบทวนถึงสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้น แม้ว่าผมจะมีประวัติการฆ่าแต่นั่นมันก็แตกต่างจากการทำธุรกิจสกปรกแบบนี้
เมื่อคุณแคร์ไปเข้าห้องน้ำผมสังเกตว่าเธอลืมเอาโทรศัพท์ติดตัวไปด้วย ความคิดถึงเจนก็ท่วมท้นในหัวใจของผมผมหยิบโทรศัพท์ของคุณแคร์ขึ้นมา ลองโทรหาเจน แต่กลับไม่มีสัญญาณตอบรับ
“เจนตอนนี้เธอเป็ยังไงบ้างนะ ฉันคิดถึงเธอจริง ๆ” ผมพึมพำกับตัวเอง
ทันใดนั้นคำพูดของเจนก็ผุดขึ้นมาในหัว “ทำตามเสียงหัวใจตัวเอง”คำพูดนั้นดังก้องอยู่ในใจของผม มันกระตุ้นให้ผมคิดว่าไม่ควรปล่อยให้สิ่งที่เกิดขึ้นในย่านธุรกิจมืดผ่านไปโดยไม่ทำอะไรเลย
ผมจึงหยิบหน้ากากPALMER46ขึ้นมาใส่อย่างไม่ลังเล และตัดสินใจออกจากรถทันทีถึงแม้เราจะออกมาจากย่านธุรกิจมืดได้ไม่ไกลนักแต่ผมตั้งใจจะมุ่งหน้ากลับไปที่นั่นทันที
ผมต้องทำตามหัวใจตัวเองแม้ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นก็ตาม
เมื่อคุณแคร์กลับมาที่รถเธอสังเกตว่าผมไม่อยู่ในรถ
“สงสัยไปเข้าห้องน้ำ”เธอบ่นเบา ๆ พลางรอคอย
เวลาผ่านไปประมาณ15นาที เธอเริ่มกังวล
“นานไปแล้วนะ”เธอพึมพำอย่างสงสัย
เมื่อเธอมองไปรอบๆ รถ เธอสังเกตเห็นว่าหน้ากาก PALMER46 ที่ผมเอามาด้วยนั้นหายไปความเข้าใจทันทีแล่นเข้าสมองของเธอ
“บ้าจริงเขาคงคิดจะกลับไปที่นั่นแน่ๆ” เธอพูดออกมาเสียงดังด้วยความรู้สึกไม่สบายใจ
ไม่รอช้าคุณแคร์รีบกลับขึ้นรถและเหยียบคันเร่งมุ่งหน้ากลับไปยังย่านธุรกิจมืดทันทีเธอรู้ดีว่าผมคิดจะทำอะไร และรู้สึกต้องเร่งรีบก่อนที่เื่จะเลวร้ายกว่านี้
…ย่านธุรกิจมืด
ผมบุกเข้ามาแล้วลงมือสังหารพวกผู้คุมอย่างไร้ความปรานีปลดปล่อยผู้ถูกกักขังทีละคน บางคนที่ผมปล่อยออกไปพวกเขาเต็มไปด้วยความแค้นที่ท่วมท้น พวกเขาลุกขึ้นอาละวาด พุ่งเข้าไปทำร้ายพวกผู้คุมอย่างโเี้โดยที่ผมไม่สนใจความวุ่นวายเ่าั้ เพราะพวกเขาต่างก็มีเื่ของพวกเขาเอง
เสียงกรีดร้องการต่อสู้ และความโกรธที่ะเิออกมาเต็มพื้นที่บางคนจุดไฟเผาทำลายสิ่งที่เคยคุมขังพวกเขา ความชุลมุนวุ่นวายเริ่มลุกลามไปทั่วหลายแห่งเกิดการะเิ สถานที่แห่งนี้กำลังลุกไหม้ด้วยเปลวเพลิงแห่งความโกรธความเ็ปที่ถูกกดทับมายาวนานกำลังพังทลายลง
ในขณะที่ผมก้าวผ่านความวุ่นวายผมรู้สึกถึงความโกลาหลที่แพร่กระจายอย่างรวดเร็ว ทว่าในใจกลับสงบนิ่งอย่างประหลาด
ผมแอบเข้าไปในอาคารเพื่อตามหาไอเ้าพ่อธุรกิจแต่ก็เจอหญิงสาวงดงามคนหนึ่งแทน ผมจึงหันหลังเตรียมจะกลับออกไปเพื่อไปหาที่อื่นทว่าหญิงสาวคนนั้นก็เรียกผมไว้
"เดี๋ยวก่อนฝีมือคุณใช่ไหม ความวุ่นวายด้านนอกนั้น คุณช่วยคนเ่าั้ใช่ไหม" เธอพูดด้วยน้ำเสียงที่แฝงความหวังบางอย่าง
ผมหยุดชะงัก หันกลับไปมองเธอหญิงคนนี้ดูเหมือนจะกินอยู่สบาย ไม่ได้ดูเหมือนคนที่โดนจับมาผมจึงสงสัยว่าเธออาจเป็พวกของมัน ทว่าถึงจะเป็พวกมัน ผมก็ไม่คิดจะฆ่าผู้หญิงหรอก
"ใช่แล้วจะทำไม" ผมตอบเสียงเรียบ
"ฉันชื่อออกญาฉันเองก็โดนจับมา" เธอตอบกลับมา น้ำเสียงของเธอแฝงความเศร้าหมอง
ผมมองดูเธออีกครั้งเธอไม่เหมือนคนที่ถูกบังคับจับตัวมาจริงๆ เธอดูสุขสบายกว่าคนอื่นที่ผมเคยเห็น
"เธอก็ดูสุขสบายดีนี่อยู่ไม่เหมือนคนที่โดนจับมาเลย" ผมเอ่ยถามด้วยความสงสัย
ออกญาแววตาเศร้าหมองลงเล็กน้อยก่อนจะตอบกลับมา"ฉันเป็โสเภณีคนหนึ่ง ที่โดนไอเ้าพ่อนั้นซื้อมา"
คำตอบของเธอทำให้ผมประหลาดใจ"หน้าตาแบบเธอดูดี ไม่น่าจะทำงานแบบนี้เลย" ผมพูดออกไปโดยไม่ทันคิด
"ฉันโดนพ่อแม่ขายมาั้แ่เด็กต้องทำงานแบบนี้ั้แ่นั้นมา" ออกญาพูดต่อน้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความปวดร้าว "พอโตมา หน้าตา ผิวพรรณ รูปร่างทุกอย่างทำให้ฉันกลายเป็โสเภณีชั้นสูง คนธรรมดาไม่อาจมาแตะต้องฉันได้พวกเขาตั้งราคาค่าตัวฉันสูงลิบ ฉันเริ่มมีเงิน มีอำนาจ มีคนเคารพนับถือฉันคิดว่าชีวิตฉันจะได้สุขสบายแล้ว แต่แล้ววันหนึ่งไอเ้าพ่อนั้นก็มาซื้อกิจการทั้งหมด รวมทั้งตัวฉัน เขาจับฉันเป็เมียของเขาโดยที่ฉันไม่ได้ยินยอม"
"เธอเป็เมียไอแก่บ้านั่นเหรอ"ผมถามออกไปอย่างไม่อยากจะเชื่อ
ออกญาลุกขึ้นถอดเสื้อผ้าออกอย่างไม่แยแสก่อนจะขึ้นไปนอนบนเตียงด้วยท่าทางเหนื่อยหน่าย เธอหยิบบุหรี่มาจุดแล้วสูบด้วยสีหน้าที่ไร้ความหวัง
"รีบหนีไปซะดีกว่าถึงคุณจะเป็ PALMER46 ก็เถอะ คุณไม่ไหวหรอก"เธอพูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ราวกับรู้ถึงชะตากรรมที่กำลังรออยู่
ผมมองออกญาแล้วพยักหน้าเบาๆก็จริงอยู่ที่ที่นี่เต็มไปด้วยอาชญากรและนักฆ่าจำนวนมาก แต่ถ้าผมหนีไปตอนนี้มันคงไม่ใช่ตัวตนของผม
"ไม่ลองก็ไม่รู้หรอก"ผมตอบกลับด้วยความมั่นใจ
ออกญาหันมามองผมด้วยสายตาเบื่อหน่าย"จะบ้าเหรอ มีนักฆ่ามากมายที่ทำงานให้เขานะ ถ้าคุณยังดื้อดึงไม่หนีไปคุณได้ตายแน่"
ผมรู้ดีว่าคำพูดของเธอมีเหตุผลแต่มาที่นี่เพื่อจะฆ่าไอเ้าพ่อนั่น ถ้าผมหนีไป มันจะไม่ใช่ PALMER46ที่ทุกคนรู้จักอีกแล้ว
"ฉันไม่หนีหรอก"ผมตอบกลับด้วยความแน่วแน่
ออกญาพ่นควันบุหรี่ออกมาแล้วพูดด้วยเสียงที่เบาลง"งั้นก็ตามใจ ฉันแค่อุส่าหวังดี"
ผมมองเธออีกครั้งหญิงสาวคนนี้โดนบังคับให้เป็เมียของมัน เธอช่างน่าสงสาร
"ขอถามหน่อย"ผมพูดขึ้น "เธออยากให้ฉันช่วยไหม ไม่ว่านักฆ่าหรืออาชญากรแบบไหนฉันเจอมาเยอะแล้ว ฉันจะจัดการพวกมันให้หมด"
ออกญาหันมามองผมด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหวังราวกับเจอแสงสว่างท่ามกลางความมืดมิด "อยากสิ ได้โปรดช่วยปลดปล่อยฉันที"
ผมไม่รอช้ารีบบุกไปหาไอเ้าพ่อนั่นทันที ระหว่างวิ่งอยู่บนหลังคาพวกนักฆ่าหลายคนก็พบตัวผมเข้า พวกมันไม่รอให้ผมลงมือก่อนผมจึงะโเข้าท่ามกลางพวกมัน ใช้มีดสังหารพวกนักฆ่าอย่างรวดเร็วแต่พวกมันก็โถมเข้ามาเรื่อยๆ ผมใช้ศพของพวกมันเป็โล่มนุษย์ เพื่อป้องกันการโจมตีสู้และฆ่าพวกมันไปเรื่อยๆ จนกระทั่งระลอกแรกเริ่มจะหมดไปแต่ยังไม่ทันจะได้พักหายใจ ระลอกที่สองก็เข้ามาอีก พวกมันล้อมผมจากทุกทิศทาง
ผมรีบคว้าปืนกลจากศพนักฆ่าข้างๆแล้วหมุนตัวกราดยิงไปทุกทิศทาง ะุพุ่งใส่พวกมันจนร่วงหมดแต่ก็ไม่วายโดนพวกมันยิงเข้าที่แขนและขา โชคดีที่ไม่โดนจุดสำคัญผมกัดฟันทนความเจ็บ รีบมุ่งหน้าไปที่ร้านเหล้าที่เคยเจอกับเ้าพ่อ
เมื่อเข้ามาในร้านนักฆ่าหลายคนในนั้นจ้องมองผมด้วยความตกตะลึง พวกมันหยิบอาวุธขึ้นเตรียมพร้อมผมรู้ว่างานนี้ไม่ง่าย เพราะผมเองก็เพิ่งโดนยิงมาและสภาพร่างกายก็ใกล้จะถึงขีดจำกัดแต่ผมไม่สนใจ ผมสู้สุดชีวิต ฆ่าพวกมันทีละคน จนหลังผมชนฝาะุพุ่งมาจากทุกทิศทาง ผมโดนรัวยิงจนแทบยืนไม่ไหว
แต่ก่อนที่ร่างกายจะพ่ายแพ้ผมเล็งปืนแล้วยิงปลิดชีวิตเ้าพ่อนั้นได้สำเร็จ เสียงปืนดังก้องทั่วร้านแต่ผมยังไม่ทันได้ดีใจที่ฆ่ามันได้ พวกนักฆ่าคนอื่นๆ ก็โถมเข้ามาอีกนับไม่ถ้วน
ผมล้มลงไปนอนพิงกำแพงสภาพร่างกายเต็มไปด้วยาแ เหล่านักฆ่ามากมายรุมล้อมผมพวกมันเล็งปืนใส่ผมพร้อมจะปิดชีวิตนี้ลง ผมรู้ว่าผมสู้ไม่ไหวแล้วทุกอย่างคงจบลงตรงนี้
“ลาก่อน...เจน” ผมพึมพำในใจ พร้อมรอคอยวินาทีสุดท้ายของชีวิต
แต่แล้วก็มีเสียงของออกญาดังขึ้นจากทางด้านหลัง
"หยุดห้ามฆ่าเขา" เธอะโเสียงดังจนทุกคนในห้องหยุดชะงัก "ฟังฉันให้ดีเ้านายเก่าของพวกแกตายไปแล้ว ตอนนี้คนที่ใหญ่ที่สุดที่นี่คือฉัน"
นักฆ่าทุกคนที่กำลังเล็งปืนมาที่ผมหันไปมองออกญาด้วยความสับสนแต่พวกมันก็ไม่กล้าขัดคำสั่ง เสียงปืนค่อยๆ ลดลงและพวกมันก็ค่อยๆ ลดอาวุธลง
ออกญาก้าวเข้ามาหาผมอย่างช้าๆตอนนี้เธอคือเ้าของที่นี่ และกลายเป็เ้านายคนใหม่ของพวกมันทั้งหมดเธอยืนอยู่ตรงหน้าผม สายตาเต็มไปด้วยอำนาจและความมั่นใจ
ผมนอนพิงกำแพงมองดูเธอที่ค่อยๆ ก้าวเข้ามาด้วยความประหลาดใจในที่สุดเธอก็ช่วยผมจากชะตากรรมที่ผมคิดว่าหนีไม่พ้น
เมื่อคุณแคร์เดินเข้ามาเธอใกับสภาพของผมที่เต็มไปด้วยเืออกญาสั่งให้ทุกคนในห้องเล็งปืนไปที่เธอทันที
"หยุด"ผมพยายามเอ่ยออกมาด้วยเสียงที่แหบพร่าและเหนื่อยล้า "พอแล้ว…ไม่จำเป็ต้องฆ่าใครอีก… ฉันจะไปกับเธอ… ฉันมอบตัวแล้ว"
ออกญาที่ตอนแรกยืนด้วยความมั่นใจตอนนี้วิ่งเข้ามาหาผม เธอคุกเข่าลงข้างๆ ผมด้วยความใและกังวล
"จะบ้าเหรอนี่มันหัวหน้า FIB นะ เขาจะจับนายไป"เธอพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความไม่เข้าใจและความห่วงใย
ผมจับมือเธอเบาๆและกระซิบบอกให้เธอเอาหัวมาใกล้ๆ ผมเอนตัวเข้ามาใกล้หูของเธอกระซิบบอกบางอย่างที่ทำให้เธอเข้าใจสถานการณ์ทั้งหมด
"ฉันรู้ว่าเธอห่วง…แต่ไม่ต้องห่วงฉัน… เื่นี้ฉันต้องจบมันเอง…"
ผมกระซิบต่อไปด้วยน้ำเสียงแ่เบาแต่จริงจัง
"ถ้าเธออยากสานต่อธุรกิจนี้ห้ามทำการค้ามนุษย์เด็ดขาด… และถ้าจะทำธุรกิจค้าประเวณี ห้ามบังคับใครมาทำให้มีแต่คนที่เต็มใจเท่านั้น… เข้าใจไหม"
ออกญามองผมด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปเธอรับฟังอย่างตั้งใจและพยักหน้าอย่างช้าๆแววตาของเธอแสดงถึงการยอมรับและความเข้าใจในสิ่งที่ผมพูด
"เข้าใจแล้ว…"เธอกระซิบตอบ "ฉันจะทำตามที่คุณบอก…"
เธอหันไปสั่งลูกน้องของเธอให้ลดอาวุธลงอย่างเป็ทางการและส่งสัญญาณให้พวกเขาทำตามที่เธอจะเริ่มกำหนดกฎใหม่ในธุรกิจ
ออกญามองไปที่คุณแคร์ก่อนจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเ็าแต่เด็ดขาด “เอาตัวเขาไปเถอะรีบๆ หน่อยนะ เดี๋ยวจะตายก่อน”
คุณแคร์ไม่รอช้าเธอรีบเข้ามาปฐมพยาบาลผมเบื้องต้นในขณะที่เหล่าลูกน้องของออกญามองตามด้วยความสงสัยและไม่เข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้น
เมื่อทุกอย่างถูกจัดเตรียมเรียบร้อยคุณแคร์ก็พาผมออกจากพื้นที่นั้นอย่างรวดเร็วโดยทิ้งความวุ่นวายและความไม่แน่นอนเอาไว้เื้ั
หลังจากพาผมกลับถึงบ้านคุณแคร์ก็รายงานไปยังหน่วยงานว่า ผมหลบหนีได้ระหว่างถูกนำตัวไปส่ง พวกเขาเชื่อว่า PALMER46ยังคงลอยนวลอยู่ และจะต้องตามล่าตัวเขาต่อไป
ทุกคนยกเว้นออกญาคิดว่าผมถูกจับตัวไปแล้ว...
แคร์“ฉันเคลียร์ทุกอย่างแล้วหละ นายทำอะไรบ้าระห่ำอีกแล้วนะไม่ตายก็บุญหละ”
ผมกลายเป็คนนอนติดเตียงอีกครั้งแต่รอบนี้มันหนักกว่าเก่าอีกเพราะแผลเก่าก็ยังไม่หายดีด้วย
“ขอโทษนะที่ทำลายธุรกิจของคุณ แต่ผมทนดูมันไม่ได้จริงๆ”
แคร์“ไม่หรอกฉันเองก็ทนดูไม่ได้ ทำดีแล้วหละ ส่วนเื่ธุรกิจ ออกญาที่มาทำแทนคุยง่ายกว่าเยอะ”
ปาล์ม“ดีแล้วหละ”
แคร์“นายอยากได้อะไรบ้างไหม ฉันจะไปแล้วหละ”
ผมนึกถึงตอนที่ผมนอนติดเตียงครั้งก่อนแล้วมีเจนคอยดูแลเอาใจใส่ตลอด จนผมน้ำตาไหลออกมา “ผมอยากเจอเจน”
แคร์หยุดชะงักเมื่อได้ยินคำตอบของผมเธอมองดูน้ำตาที่ไหลลงมาตามใบหน้าของผม แล้วถอนหายใจยาว