ติ๊ง ~
เสียงหัวใจของเธอเต้นตึกตักด้วยความตื่นเต้น ที่จะได้เจอเ้าของบริษัทที่ตัวเองทำงาน เธอรู้สึกประหม่าอยู่เล็กน้อย เพราะนี่เป็การฝึกงานครั้งแรกของเธอ
ก๊อก ก๊อก พี่ส้มยกมือขึ้นเคาะประตูห้อง ก่อนจะมีเสียงเอ่ยตอบรับจากด้านในตอบออกมา
“เข้ามา” เสียงทุ้มต่ำทุกเอ่ยขึ้น
เสียงนี้เหมือนยี่หว่าเองก็รู้สึกคุ้นหู เหมือนเคยได้ยินมาจากที่ไหนแต่เธอก็นึกไม่ออก เมื่อเปิดประตูเข้าไปก็ปรากฏชายหนุ่มชุดดำใส่เสื้อเชิ้ตสีดำยืนหันหลังเขียนงานลงบนบอร์ดใสสีขาวด้วยตัวหนังสือภาษาอังกฤษ
ยี่หวาลอบมองอ่านในสิ่งที่เ้านายกำลังเขียน แต่เธออ่านยังไงก็ไม่เข้าใจ เหมือนมันจะเป็คำศัพท์เฉพาะทางธุรกิจที่เธอพอจะเคยเห็นผ่าน ๆ ตามาบ้าง
“บอสคะ ฉันพานักศึกษาฝึกงานมาพบค่ะ” พี่ส้มเอ่ยขึ้น
“อืม ยืนรอสักพักก็แล้วกัน ฉันขอเขียนงานสักครู่ ส่วนเธอออกไปทำงานของตัวเองเถอะ” เขาเอ่ยขึ้น
“ค่ะ” พี่ส้มโค้งหัวให้ก่อนจะเดินออกไปทิ้งให้ฉันยืนงงเป็ไก่ตาแตก ไม่รู้ว่าต้องทำยังไงต่อ
อ้าวพี่ส้ม กลับมาก่อน แล้วฉันต้องทำยังไงต่อละเนี่ย ฉันต้องเอ่ยทักทายเขาไหม หญิงสาวหันซ้ายหันขวาทำตัวไม่ถูกยืนสงบเสงี่ยมอยู่ตรงหน้าโต๊ะทำงาน
“ชื่อ...” เ้าของบริษัทเ้านายของเธอเอ่ยปากถามขึ้น
นี่เขาเสียมารยาทไปหรือเปล่าไม่หันหน้ามาคุยกับเธอแถมยังถามชื่อเธอออกมาห้วน ๆ แบบนั้นอีก ตอนแรกยี่หวาก็คิดว่าเขาจะดูมีอายุกว่านี้ ไม่คิดว่าเขาจะยังหนุ่มยังแน่นอยู่เลยแฮะ หญิงสาวมองพิจารณาชายหนุ่มที่หันหลังให้เธอตรงหน้า
ความสูงราว ๆ ร้อยแปดสิบอัพ ดูมีภูมิฐาน ท่าทางสุขุม ทรงผมของเขาถูกเซตเอาไว้จนขึ้นทรงตามสไตล์หนุ่มผู้บริหาร ขนาดเห็นเพียงด้านหลังยังดูดี ถ้าหันหน้ามานี่จะขนาดไหนนะ หญิงสาวครุ่นคิด
เขาวางปากกาในมือลง
“เอ่อ หนูชื่อ...” เธอเว้น่เพราะติดนิสัยพูดแทนตัวเองว่าหนูมาั้แ่เกิด ที่บ้านของเธอสอนไว้ว่าเวลาพูดกับผู้ใหญ่ให้แทนตัวเองว่าหนู มันเลยกลายเป็นิสัยของเธอไปแล้วที่จะแทนตัวเองว่าหนูตาม ยี่หวาจึงรีบเปลี่ยนการแนะนำตัวของตัวเองใหม่ “เอ่อ ดิฉันชื่อ ยี่หวาค่ะ ชื่อเดียวกันกับชื่อจริงที่ส่งในใบรายชื่อมาให้คุณ”
“อืม เคยทำงานอะไรมาบ้างล่ะ”
“เอ่อ ไม่เคยเลยค่ะ บริษัทของคุณเป็บริษัทแรกที่ฉันเลือกมาฝึก”
“งั้นฉันจะอธิบายกฎของฉันให้เธอฟังสักหน่อย” ยี่หวาตั้งใจฟัง
“เธอต้องช่วยงานฉันทำงานทุกอย่างในตำแหน่งเลขา เธอคิดว่าเธอทำได้หรือเปล่า”
เขาหันหลังกลับมาจ้องมายังเธอ
0.0
ตึกตัก ตึกตัก ใจของยี่หวาเต้นระส่ำ ตื่นเต้นกับใบหน้าของผู้บริหาร เธอคาดหวังมากว่าเขาต้องหล่อมากแน่ขนาดข้างหลังดังดูดี เมื่อเขากลับมาเท่านั้นแหละ ทำเอาหญิงสาวอึ้งไปเลย
“คะ คุณคือ พี่ชายขับเรือคนนั้นนี่” มือของเธอถูกชี้ออกไปที่ตัวของชายตรงหน้า
“อืม เธอมีปัญหา?” ร่างสูงนั่งลงบนเก้าอี้ทำงานของเขาในท่าทางสบาย มองมาที่หญิงสาวพิจารณาเด็กสาวตรงหน้า
“มะ ไม่มีปัญหาค่ะ คือหนูไม่คิดว่าคุณจะเป็ผู้บริหารแฮะ ๆ แถมยังขับเรือออกไปรับด้วยตัวเองแบบนี้” หญิงสาวก้มหน้าลง ด้วยความเขินอาย พอมองชายตรงหน้าดี ๆ แล้วเมื่อเขาไม่ได้ใส่ชุดที่ไปรับเธอเมื่อกี้ละเขาอยู่ในชุดทำงานมันทำให้เขาดูดีมากแถมหล่อขึ้นเป็เท่าตัว จนทำให้เธอใจเต้นแรง เล่นเอาเธอแทบไม่กล้าเงยหน้าขึ้นไปสบตาผู้บริหารหนุ่มตรงหน้า
“หนู?” ร่างสูงขมวดคิ้วเมื่อเจอเด็กสาวตรงหน้าแทนตัวเองว่าหนู
“เอ่อ ฉันชินกับการแทนตัวเองว่าหนู เวลาอยู่กับคนที่อายุมากกว่าตัวเองอ่าค่ะ แต่ว่าฉันไม่ได้หมายความว่าคุณแก่นะคะ” หญิงสาวรีบอธิบายออกไปก่อน กลัวว่าเขาจะเข้าใจเธอผิดคิดว่าเธอหาว่าเขาแก่ถึงได้พูดแบบนั้นออกไป
ระพีพยักหน้าเข้าใจ
“เธอจะแทนตัวเองว่ายังไงก็แล้วแต่เมื่ออยู่กับฉัน หากออกไปติดต่องานหรือทำธุระให้ฉันข้างนอก กรุณาแทนตัวเองว่าฉันหรือดิฉันในการทำงานด้วย อ้ออีกอย่างเรียกฉัน ท่านประทานหรือจะเรียก คุณ ระพี ก็แล้วแต่เธอ”
“ขะ เข้าใจแล้วค่ะ”
เขาก็ไม่ได้แย่นะ เพียงแต่เธอไม่คิดว่าคนขับเรืออย่างเขาจะมาเป็เ้านายนี่สิ นี่เธอยังแอบหยิกตัวเองไปตั้งหลายที
“นั่งสิ นั่นโต๊ะทำงานของเธอ” ระพีหันไปบอกกับเด็กสาวนักศึกษาฝึกงานพร้อมกับชี้นิ้วไปยังโต๊ะทำงานด้านข้างที่ยังว่างอยู่ในห้องทำงานของเขา
ยี่หวาจึงหันไปมองตามมือที่ผู้บริหารหนุ่มของเธอชี้ไป
“หะ หาาา ให้ฉันนั่งทำงานตรงนี้เหรอคะ” นะนี่มันในห้องทำงานของเขาเลยนะ ปกติเขาให้เลขานั่งทำงานข้างนอกนี่น่า ทำไมเธอถึงได้นั่งทำงานให้ห้องเดียวกับเ้านายซะล่ะ แบบนี้ฉันก็เกร็งแย่นะสิ
“ใช่ เธอมีปัญหาอะไรไหม” อะ ถามแบบนี้อีกแล้ว ฉันจะตอบไปยังไงล่ะ คงไม่มีข้อโต้แย้ง ยอมรับชะตาละนะยัยหวาสู้เขา
“มะ ไม่มีค่ะ”
“งั้นก็ไปนั่งตรงนั้นซะ บนโต๊ะทำงานนั่นเป็รายละเอียดงานของเธอทั้งหมดที่เธอจะต้องจำให้ได้ภายในวันนี้และก่อนวันประชุมของวันพรุ่งนี้ เธอต้องออกไปประชุมกับฉันข้างนอก เตรียมข้อมูลมาให้แน่นด้วยล่ะ มีอะไรไม่เข้าใจตรงไหนก็ถามฉัน” ระพีสั่งงานก่อนหันไปก้มหน้าก้มตาเซ็นเอกสารต่อ
ยี่หวาอ้าปากค้างจำให้หมดภายในวันนี้และเตรียมออกไปประชุมวันพรุ่งนี้ โอ้ งานหินเธอแล้วสิ ความจำปลาทองอย่างฉันจะไปจำยังไงไหว อีตาประธานนี่บ้าหรือเปล่า เธอเข้าใจที่พี่ส้มพูดเมื่อกี้แล้วสิ ว่าตามอารมณ์บอสไม่ทัน นี่สินะที่พี่ส้มจะบอกเธอ
เขามันเป็พวกเอาแต่ใจตัวเองปะ เธอคงต้องทำความเข้าใจเ้านายของเธอใหม่ซะแล้ว หญิงสาวคิด
ฉันหันหน้าเดินไปยังโต๊ะทำงานของตัวเอง ก่อนจะหย่อนก้นนั่งลงบนเก้าอี้ มือเล็กหยิบเอกสารบนโต๊ะขึ้นมาเปิดอ่านซึ่งมันเป็ภาษาอังกฤษทั้งหมด
0.0
เหมือนจะเข้าใจแต่ก็ไม่เข้าใจเลยสักอย่าง นี่เขาจะให้เธอทำความเข้าใจยังไงก่อนหรือเธอต้องใช้มารยาหญิงร้อยเล่มเกวียนในการอ้อนให้เขาช่วยสอนงาน แต่มันจะดูไม่ดีไปไหม เดี๋ยวคนอื่นมาเห็นเข้าจะหาว่าเธอปีนเกลียวผู้บริหารอีกแหละ
เอาไงดี ใบหน้าเล็กมีสีหน้ากังวลใจ มือของเธอพลิกหน้ากระดาษเปิดอ่านไปเรื่อย ๆ จนมาถึงหน้าสุดท้าย ซึ่งมันไม่เกี่ยวกับเนื้อหาของงาน แต่มันคือประวัติของเ้านายของเธอนั่นเอง
ด้านในบอกรายละเอียดเกี่ยวกับตารางงานและแม้กระทั่งอาหารการกินก็ไม่เว้น เ้านายของเธอชอบกินอะไรบ้างและไม่กินอะไรบ้าง จะว่าไปเื่อย่างนี้เธอเองจำเป็ต้องรู้มันด้วยเหรอ หญิงสาวคิด
แต่ก็พยายามอ่านเอาไว้ ก่อนจะเหล่ตามองไปยังประธานหนุ่มเ้านาย ที่นั่งเซ็นเอกสารอยู่บนโต๊ะมาสักพักใหญ่แล้ว
มือหนายกมือขึ้นปิดปากหาว แต่เขาก็ยังคงจรดปลายปากกาลงบนกระดาษไม่ลดละ นี่เขาไม่เหนื่อยเลยเหรอ
เมื่อเห็นว่านี่มันก็ผ่านมาสักพักแล้ว จึงมองหาที่ชงกาแฟสายตาของฉันก็ไปปะเข้ากับเครื่องชงกาแฟข้างมุมห้องขนาดเล็ก มุมปากของเธอยกยิ้มออกมาเล็กน้อย
อย่างน้อยเขาก็ควรดื่มกาแฟแก้ง่วงสักหน่อยไหม เมื่อเธอคิดได้ดังนั้นจึงลุกขึ้นเดินไปยังเครื่องชงกาแฟทันทีโดยที่ไม่ได้เอ่ยออกไปรบกวนเ้านายเมื่อเห็นว่าเขากำลังยุ่ง
ระพีเงยหน้าขึ้นมาพอดีก็เห็นว่านักศึกษาฝึกงานที่เขาเลือกมากำลังเดินไปยังที่ชงกาแฟของเขา หากแต่ชายหนุ่มไม่ได้เอ่ยปากห้ามออกไป เขากลับยกริมปากของตัวเองขึ้นมาแทนดูว่าเธอกำลังจะทำอะไรต่อไป
ง่วงล่ะสิท่า หึ! ชายหนุ่มคิด แต่เด็กคนนี้ที่เขาเลือกมาก็ใจกล้าดีที่กล้าใช้เครื่องชงกาแฟของเขา เพราะพนักงานแต่ละคนในบริษัทรู้ดีว่าเครื่องชงกาแฟของผู้บริหารใครก็ห้ามยุ่งเด็ดขาดหากไม่ได้รับอนุญาต
แต่ยี่หวาไม่รู้ เธอมองหาแก้วกาแฟใบเล็ก กดเปิดเครื่องชงกาแฟเบา ๆ เครื่องทำงานดีไม่มีเสียงรบกวนและดูเหมือนว่ามันจะถูกใช้บ่อยด้วย เธอจึงคิดว่าเขาคงใช้มันและเขาคงกินกาแฟบ่อยแน่ ๆ เด็กสาวจึงงัดทักษะการชงกาแฟของเธอออกมาใช้เมื่อก่อนเธอเคยชงมันให้พ่อของเธออยู่บ่อย ๆ และที่บ้านของเธอก็มีเครื่องชงกาแฟแบบเดียวกันกับที่นี่ติดบ้านเอาไว้เหมือนกัน
เด็กสาวชงกาแฟอย่างชำนาญใช้เวลาไม่นานก็เสร็จแล้วกลิ่นกาแฟหอมกรุ่นลอยมาแตะจมูกชายหนุ่ม ทำเอาคนมองอย่างระพีให้ความสนใจในทักษะการชงกาแฟของเธอเข้า
เขาไม่คิดว่าเด็กคนนี้จะใช้เครื่องชงกาแฟแบบนั้นเป็ ปกติอย่างมากจะเป็เครื่องชงอัตโนมัติที่เขามักจะซื้อมาให้พนักงานใช้กันภายในบริษัท มันจะชงง่ายกว่าเครื่องที่เขาใช้ชงในห้อง
ระพีมองเด็กสาวชงกาแฟเพลิน ด้วยท่าทางการชงของเธอทำให้มันดูน่ามองไปหมด จนคนมองอย่างเขายังดูเพลินจนเธอชงเสร็จและยกแก้วกาแฟใส่ถ้วยเสิร์ฟหันกลับมาทางชายหนุ่ม
ยี่หวาไม่รู้ว่าเ้านายชอบกินกาแฟแบบไหน แต่เธอเห็นว่า เขาน่าจะเป็ประเภทผู้ชายรักสุขภาพ จากที่เธอเป็คนช่างสังเกตหุ่นของเขานั้นดีมาก เ้านายเธอน่าจะเป็คนชอบออกกำลังกาย เธอจึงทำกาแฟดำแบบไม่มีน้ำตาลไปให้
เมื่อหันหน้ากลับมาก็เห็นว่าเขามองเธออยู่ เธอจึงเอ่ยขึ้น
“เอ่อ หนูทำกาแฟมาให้คุณค่ะ เห็นว่าคุณนั่งทำงานนาน ๆ แล้วจะง่วง พักจิบกาแฟสักหน่อยไหมคะ” ยี่หวาเอ่ยขึ้นก่อนจะวางแก้วกาแฟดำลงบนโต๊ะทำงานของเขา
“...”
“หนูไม่รู้ว่าคุณชอบกาแฟแบบไหน ก็เลยทำอเมริกาโน่ร้อนมาให้”
“อืม” ยี่หวาเลื่อนแก้วกาแฟไปวางตรงหน้าของเขาก่อนจะเดินกลับไปนั่งยังโต๊ะทำงานของตัวเองและไม่ได้รบกวนเขาต่อ
นั่นทำให้ระพีคิดว่า เด็กที่เขาเลือกมารู้จักเอาใจดี ไม่เหมือนกับเด็กฝึกงานคราวก่อนที่เขาเคยรับเข้ามา เนื่องจากรายนั้นเอาแต่นั่งมองเขาทั้งวันจนไม่เป็อันทำงานทำให้ชายหนุ่มไล่ตะเพิดออกไปและเซ็นชื่อให้ไม่ผ่านการฝึกั้แ่วันแรก