ซุนมามาเข้าไปประคองหลี่หยวนหยวนให้ลุกขึ้นและพานางเดินไปส่วนหลังของบ้าน บริเวณด้านหลังมีสนามหญ้ากว้างรอบล้อมต้นไม้ใหญ่ที่กำลังออกดอกสีชมพูต้นหนึ่ง
หลี่หยวนหยวนเห็นต้นไม้ใหญ่ที่คุ้นตาก็ร้องออกมา “กุ้ยฮวาต้นนี้ก็ยังอยู่หรือ”
“ต้นดอกกุ้ยต้นนี้ เป็ท่านกับฮูหยินผู้เฒ่าช่วยกันปลูกจำไม่ได้หรือเ้าคะ” ซุนมามายิ้มน้อยๆ “พริบตาเดียวก็ผ่านไปสิบกว่าปีแล้ว”
ความทรงจำของหลี่หยวนหยวนย้อนไปในวัยหกขวบของเ้าของร่าง นางยืนอยู่ข้างท่านย่าที่กำลังวางต้นดอกกุ้ยลงในหลุมปลูก เด็กหญิงใช้กระบวยตักน้ำรดลงไปในหลุมตามที่ท่านย่าสั่ง
‘นี่เป็ต้นไม้ที่เ้ากับย่าปลูกช่วยกัน ย่าจะให้คนดูแลมันอย่างดีให้มันสูงใหญ่กว่าต้นไม้ทุกต้นบนที่ดินสกุลหลี่’
อีกเหตุการณ์หนึ่งพลันซ้อนภาพเข้ามา ติงหยวนหยวนที่เดินตามมารดาเข้าไปดูบ้านมรดกได้เห็นต้นกุ้ยขนาดใหญ่ในลานหลังบ้าน แม่ของนางบอกว่านี่เป็ต้นไม้ที่บรรพบุรุษสั่งเอาไว้ให้ดูแล หากต้นเก่าล้มตายก็ต้องปลูกต้นใหม่ทดแทนบนที่เดิม ลูกหลานจึงจะร่ำรวยรุ่งเรือง
ต้นกุ้ยต้นนี้...มีความทรงจำของหลี่หยวนหยวนที่ถูกส่งต่อมาจนถึงยุคปัจจุบัน และนางก็ได้เป็เ้าของเรือนนี้ทั้งสองชาติ
พ่อกับแม่ของติงหยวนหยวนเคยพาลูกสองคนมาที่นี่ ใช่แล้ว ติงหลิวเหว่ยน้องชายจอมซนของเธอ ยังพาเธอมาเล่นฝังกล่องสมบัติ เขาพาเธอเอาของเล่นมาฝังใต้ต้นกุ้ยนี้ด้วย
ผ่านไปร่วมยี่สิบปีจนเธอได้บ้านหลังนี้เป็มรดก เธอก็กลับมาขุดหาของเล่นอีกครั้งพร้อมด้วยน้องชาย...ของเล่นก็ยังอยู่
‘ไม่ผิด ที่ฉันกลับมาอยู่ในร่างของหลี่หยวนหยวนผู้นี้ก็เพราะเธอเป็บรรพบุรุษนี่เอง ถ้างั้นต่อไปคงต้องสร้างชื่อเสียงดีๆ ให้ท่านบรรพบุรุษผู้นี้สักหน่อยแล้ว จะปล่อยให้นางแบกชื่อเสียงสตรีไร้สาระที่สุดในเมืองหลวงไม่ได้’
สัญชาตญาณในตอนที่หลี่หยวนหยวนเห็นโฉนดที่ดินก็รู้สึกว่าที่นี่ น่าจะเป็สถานที่ปลอดภัยจึงได้สั่งให้สาวใช้เอากล่องใส่โฉนดที่ดินทั้งหมดที่เป็สินเดิมมาด้วย และก็เป็จริง...ที่เหมาะที่จะฝังสมบัติของเธออีกกล่อง
“ก็ใช่น่ะสิเ้าคะ ตอนที่ท่านยังเด็ก ฮูหยินผู้เฒ่าเคยพาท่านมาที่นี่ครั้งหนึ่ง” ซุนมามาผายมือไปด้านใน “ไปดูเรือนนอนใหญ่กันเ้าค่ะ ทั้งเตียงนอนหมอนมุ้งม่านได้รับการรักษาความสะอาดอยู่เสมอ หวางเฟยพักผ่อนได้เลย”
สองสามีภรรยาที่ถูกว่าจ้างให้ดูแลเรือนเก่าหลังนี้เป็ข้าเก่าเต่าเลี้ยงของสกุลหลี่ ลูกของพวกเขามีครอบครัวแล้วจึงได้พาภรรยามาอยู่อาศัยในเรือนเล็กด้านหลังด้วย สองสามีภรรยาหนุ่มสาวจึงช่วยบิดามารดาดูแลบ้านสกุลหลี่แห่งนี้ทำให้สะอาดสะอ้านน่าอยู่
“ดูแลได้ดีจริง เห็นทีข้าคงต้องตกรางวัลให้พวกเขาสักหน่อย” หลี่หยวนหยวนเอ่ยชม
นางเดินดูเรือนสำหรับรับแขกก่อนแล้วจึงเลยไปยังเรือนนอน นางนึกดีใจที่มาถึงก่อนจะค่ำ อย่างน้อยก็ได้เดินสำรวจส่วนหน้าของบ้านนี้จนทั่วแล้ว ยังเหลือด้านหลัง รอไว้พรุ่งนี้ค่อยดูอีกที
ฟ้าเริ่มมืดแล้ว คนดูแลเรือนจึงได้จุดคบไฟเฉพาะที่หน้าเรือนนอน ซุนมามาส่งไป๋ซวงกับไป๋เยว่ออกไปหาซื้ออาหาร ไม่นานสาวใช้ทั้งสองก็กลับมาพร้อมด้วยปิ่นโตไม้สองเถาใหญ่
“ข้าน้อยได้ยินว่าร้านนี้เลื่องชื่อที่สุดในฮวาผิงก็เลยไปลองชิมดู รสชาติดีเหมือนอาหารจากภัตตาคารตู้จินเลยเ้าคะ”
“ดีๆ รีบเอาออกมากินกัน” หลี่หยวนหยวนเพิ่งอาบน้ำเสร็จ พอได้กลิ่นอาหารยั่วน้ำย่อยก็รู้สึกหิว “พวกเ้าก็มาล้อมวงนั่งกินกับข้าเลย อาหารอร่อยเยี่ยงนี้กินคนเดียวได้อย่างไร”
บ่าวทั้งสามยอบกายขอบคุณก่อนนั่งร่วมโต๊ะกับนายหญิง โดยปกติ บ่าวรับใช้ไม่มีสิทธิ์นั่งร่วมโต๊ะกับผู้เป็นาย คุณหนูรองหลี่เองก็ไม่เคยอนุญาต
ทว่าหลังแต่งงาน หากนางอยู่ตามลำพังก็จะเรียกให้สาวใช้นั่งร่วมโต๊ะอาหาร ทีแรกพวกสาวใช้ก็ใแต่พอมีครั้งที่หนึ่งและครั้งที่สอง สุดท้ายสาวใช้ก็เริ่มชิน
หลี่หยวนหยวนกระซิบ “ซุนมามา ข้าอยากฝังกล่องโฉนดเอาไว้ที่นี่”
ซุนมามาเริ่มจะคาดเดาได้แล้วว่านายหญิงของตนคิดจะทำสิ่งใด “ได้เ้าค่ะ ข้าจะให้สองคนนั้นเตรียมเสียม”
ไป๋ซวงกับไป๋เยว่เป็คนขุดดินใต้ต้นกุ้ย ซุนมามากับ หลี่หยวนหยวนถือโคมไฟ พอกลบหลุมเรียบร้อย ผู้เป็นายหญิงก็บอกให้สาวใช้ไปนำเอากระถางต้นไม้มาตั้งปิดบังบริเวณนั้นเอาไว้
ในตอนที่จะกลับเข้าห้องนอน หลี่หยวนหยวนรู้สึกว่าเรือนดูวังเวง
ซุนมามาเห็นท่าทางของนายหญิงก็ยิ้มออกมา “หวางเฟยกลัวสิ่งใดหรือเ้าคะ”
“ซุนมามา ท่านบอกว่าเรือนนี้อยู่กันมาหลายรุ่น เช่นนั้น...เอ่อ...คนตายก็ต้องเยอะสิ” ไป๋เยว่โพล่งออกมาก่อน เรือนด้านหน้าเงียบเชียบเช่นนี้มีเพียงพวกนางสี่คนช่างน่ากลัวนัก
“ใช่ ที่นี่เคยมีหลายครอบครัว คนที่เสียชีวิตก็มีไม่น้อย แต่เดิมเรือนด้านข้างเคยเป็ที่วางป้ายบรรพชนเอาไว้กราบไหว้ หลังจากย้ายเข้าไปตั้งจวนในเมืองหลวงก็เลยย้ายป้ายพวกนั้นไปหมด” ซุนมามาตอบด้วยสีหน้าเรียบๆ
คนอายุน้อยทั้งสามฟังแล้วสีหน้าไม่ค่อยดี ไป๋ซวงสะกิดไปเยว่
“คืนนี้พวกเราสี่คน นอนห้องเดียวกันเถอะ ข้ายังไม่คุ้นสถานที่” หลี่หยวนหยวนชิงเอ่ยขึ้น
เปรี้ยง!
สายฟ้าฟาดลงมาคราหนึ่ง ดรุณน้อยทั้งสามร้องว้ายออกมาพร้อมกัน ไป๋ซวงกับไป๋เยว่โผเข้ากอดแขนหลี่หยวนหยวนคนละทาง พลันสายฝนก็โปรยสายลงมาอย่างไม่ปี่มีขลุ่ย
“หวางเฟย หลบฝนก่อนเถิดเ้าค่ะ” ซุนมามารีบเอ่ยเตือน
พอพวกนางเดินขึ้นเรือนระเบียงที่มีหลังคาคลุม ท้องฟ้าก็เกิดแสงแปลบปลาบจนสว่างไปทั่วเรือน
“ฟ้าคงไม่ผ่าต้นกุ้ยหรอกนะ”
“ไม่หรอกเ้าค่ะ แค่ฟ้าแลบเท่านั้น ดูสิเ้าคะ ฝนตกเช่นนี้ก็ดี หลุมที่เราขุดไว้ ดินจะได้แน่นขึ้นและคนอื่นก็จะไม่สังเกตด้วย” ซุนมามาเอ่ยขึ้น
“อืม...เป็เื่ดีจริงๆ นั่นล่ะ” หลี่หยวนหยวนยิ้มน้อยๆ
ระหว่างนั้นบุตรชายของคนเฝ้าเรือนหิ้วของพะรุงพะรังเดินผ่านมา หลี่หยวนหยวนเห็นเข้าก็รีบเรียกเขาไว้ “ช้าก่อน! เ้าจะไปไหนหรือ”
“หวางเฟย ข้าน้อยกำลังจะไปตลาดผีขอรับ”
“ตลาดผี คือสิ่งใดหรือ” หลี่หยวนหยวนหูผึ่ง แค่ฟังชื่อก็รู้สึกว่าสถานที่แห่งนี้น่าสนใจ
“เป็ที่ค้าขายสิ่งของแปลกๆ ขอรับ ฟังจากชื่อก็น่าจะพอรู้ว่าไม่ใช่ที่ๆ คนธรรมดาเขาไปกัน ข้าน้อยเพาะเลี้ยงจิ้งหรีดปีกทองเอาไว้ กำลังจะนำปีกของมันไปขายขอรับ”
“หือ จิ้งหรีดปีกทองอย่างนั้นหรือ ไหนๆ ข้าขอดูหน่อย”
สตรีทั้งสี่ได้ยินก็พากันมารุมล้อม หนุ่มน้อยแซ่ซูผู้นั้นเอาไว้ เขาหยิบถุงผ้าแบนๆ ขนาดเล็กออกมาวางบนฝ่ามือสองถุง
“ไหนเล่าจิ้งหรีดปีกทองของเ้า” ไป๋เยว่ขมวดคิ้ว
“จิ้งหรีดปีกทองของข้ามีเพียงสองตัวขอรับ เป็ของล้ำค่าไม่อาจจะให้ผู้อื่นเห็นได้ สิ่งที่อยู่ในถุงผ้านี้คือปีกของมัน แมลงชนิดนี้ประหลาดมาก ทุกสองเดือนจะสลัดปีกเก่าทิ้งและค่อยๆ งอกปีกใหม่ออกมา ข้าเก็บแค่ปีกของมันออกมาขายขอรับ” กล่าวจบก็เปิดถุงเล็กๆ นั่นให้พวกนางส่องดู “พวกท่านระวังหน่อยเล่า ปีกหนึ่งคู่มีราคาหนึ่งตำลึงทองนะขอรับ”
“ไอหยา!” ซุนมามาร้องออกมา “แพงอย่างนั้นเชียว มิน่าเล่า เหล่าซูถึงได้บอกข้าว่าเ้าแค่ค้าขายของเล็กๆ น้อยๆ ก็อยู่ได้สบายแล้ว รายได้ของเ้าดีกว่ารายได้สาวใช้ขั้นหนึ่งอย่างข้าอีก”
“เหตุใดจึงได้แพงนักเล่า อาซู” ไป๋ซวงทำหน้าฉงน
“จิ้งหรีดปีกทองเป็ของหายากที่มีหมอยาในยุทธภพมาหาซื้อนำไปปรุงยาก็เลยแพง ข้าจับพวกมันมาได้เพราะความบังเอิญ ตอนนั้นตกลงไปในหลุมดักสัตว์ดีที่ไม่มีขวาก พวกมันก็ติดอยู่ในนั้นเหมือนกัน”
หลี่หยวนหยวนฟังแล้วก็รู้สึกสนใจ “อาซู หากข้าอยากไปดูตลาดผี จะเข้าไปได้หรือไม่”
“ปกติ ผู้ที่จะเข้าในตลาดผีได้จะต้องมีป้ายอนุญาต หากจะพาผู้อื่นไปด้วย ข้าคงต้องไปขออนุญาตท่านสามผีเสียก่อนขอรับ แต่ว่า...” ซูหลัวจือมองดูชุดของสตรีทั้งสี่ “พวกท่านเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็ชุดแบบสตรีชาวบ้านก่อนเถิดขอรับ ข้าจะได้บอกท่านสามผีว่าเป็คนบ้านเดียวกับข้า คืนนี้ตลาดผีมาเปิดอยู่ตำบลเราพอดี”
ท่านอ๋องหยางถือกล่องหลักฐานที่ได้จากหลี่หยวนหยวนนำไปวางบนโต๊ะในห้องตำรา เขาครุ่นคิดถึงเื่ที่พระชายาของตนถูกลอบสังหารแล้วก็นึกโมโห เขาเรียกให้เฉาเฟิง เจิ้งตู้ และซู่จิ้ง เข้าไปหา แล้วเล่าสิ่งที่เกิดกับ หลี่หยวนหยวนในคืนวิวาห์ให้กับคนทั้งสามฟัง
“นางถูกเข็มเคลือบพิษสลายใจปักคอแต่ยังไม่ตายอย่างนั้นหรือ ช่างเป็สตรีที่ชะตาแข็งกล้ายิ่งนัก” เฉาเฟิงเอ่ยด้วยความตื่นตะลึง
“ซู่จิ้งออกไปสืบหาตัวคนทำที ส่วนเจิ้งตู้ไปตรวจสอบสิว่าสิ่งที่หวางเฟยกล่าวอ้างเป็เื่จริงหรือไม่”
“ขอรับ” องครักษ์ทั้งสองรับคำพร้อมกัน
**************
