บทที่ 2 เธอก็ต้องรู้จักแบ่งปันบ้างสิ!
เสิ่นตัวอวี๋พาพ่อค้าของเก่ากับลูกน้องหลายคนเข้ามาในบ้านอย่างใจกว้าง แล้วพูดกับพวกเขาว่า
"นอกจากกระเป๋าเดินทางสองใบใหญ่นี้แล้ว ฉันไม่เอาอะไรแล้ว พวกคุณดูได้ตามสบายเลยค่ะว่าของพวกนี้ราคาเท่าไหร่ ถ้ามีตั๋วอาหาร ฉันอยากแลกเป็ตั๋วอาหารทั้งหมดเลย"
พ่อค้าอึ้งไปเล็กน้อย แต่ก็พยักหน้า เสิ่นตัวอวี๋ย้ายทะเบียนบ้านไปชนบทแล้ว เธอไม่กลัวครอบครัวนี้จะมาวุ่นวายอีก
อีกอย่างต่อให้พวกเขาหาเธอเจอ แล้วมันจะเป็ยังไง
เื่พวกนี้เธอไม่ได้ทำเสียซะหน่อย ไม่มีหลักฐาน เธอไม่กลัวหรอก
กว่าจะเสร็จเื่ก็ปาเข้าไปเที่ยงคืน พ่อค้าตลาดของเก่าพูดด้วยรอยยิ้มกว้าง
“ทั้งหมดนี้ผมให้แปดสิบหยวนและตั๋วอาหารสามสิบใบก็แล้วกัน จักรยานนี่ราคาดีหน่อย ส่วนเตียง เก้าอี้ โต๊ะ อะไรพวกนี้ราคาไม่ดีเท่าไหร่”
เสิ่นตัวอวี๋รับเงินอย่างไม่ลังเล “ตกลงค่ะ”
เธอมองดูพ่อค้าตลาดของเก่าขี่จักรยานออกไป เธอรู้สึกเสียดายเล็กน้อย ถ้าไม่ใช่เพราะการขนจักรยานไปด้วยเป็เื่ลำบาก เธอก็อยากจะเอาจักรยานไปต้าเหลียงซานด้วย
เสิ่นตัวอวี๋มองบ้านที่ว่างเปล่าแล้วหัวเราะอย่างพอใจ ถ้าบ้านนี้ขายได้ เธอคงขายไปแล้วเหมือนกัน
แต่เอกสารสำคัญ ทะเบียนบ้าน โฉนดที่ดิน รวมถึงเสื้อผ้า รองเท้าที่เอาไปด้วยไม่ได้ เธอเผาทิ้งทั้งหมด
เธอมองไก่ตัวเดียวที่เหลืออยู่ในบ้านแล้วยิ้ม เมื่อคืนเธอกินซุปไก่ แถมยังเอาเกลือ น้ำตาล แป้งสาลีที่เหลือใส่กระเป๋าเดินทางเรียบร้อยแล้ว
ของสองกระเป๋าใบใหญ่ทำเอาเธอเหงื่อแตกพลั่ก เธอจึงนอนลงบนพื้นแล้วหลับไป อย่าถามว่าทำไมไม่นอนบนเตียง เพราะเตียงถูกขายไปหมดแล้ว
วันรุ่งขึ้น เธอตื่นขึ้นมาพร้อมกับเสียงไก่ขัน เธออุ่นซุปไก่เมื่อคืนกิน แล้วก็ได้ยินเสียงเคาะประตู
"เสิ่นตัวอวี๋ เร็วเข้า เหลือเธอคนเดียวแล้ว พวกเราต้องรีบไปขึ้นรถไฟนะ" เสียงะโดังมาจากข้างนอก เป็เสียงคนที่มาพายุวปัญญาชนไปสถานีรถไฟ
เสิ่นตัวอวี๋เปิดประตู หอบกระเป๋าเดินทางออกมา "มาแล้ว ๆ..."
ผู้หญิงคนนั้นพูดด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้น "ทำไมช้าจัง รถกำลังจะออกแล้ว นี่ทะเบียนบ้านของเธอ พอไปถึงชนบทแล้วก็ช่วยชาวบ้านแถวนั้นทำงานดี ๆ อย่าทำให้หมู่บ้านเราเสียชื่อล่ะ"
เสิ่นตัวอวี๋พยักหน้าอย่างว่าง่ายแล้วขึ้นรถไป
ชาติที่แล้ว เธอจำได้ว่าตอนขึ้นรถผู้หญิงพวกนี้ก็ดูถูกเธอยกใหญ่ ทั้งว่าเธอเป็ขอทาน ทั้งว่าเธอตัวเหม็น…
ชาติใหม่นี้ เธอสวมเสื้อเชิ้ตลายดอก กางเกงขาม้า รองเท้าผ้าใบสีขาว เงยหน้ามองผู้หญิงพวกนั้นอย่างหยิ่งยะโส หญิงเ่าั้กระซิบกระซาบกัน
"ท่าทางเป็ลูกคนรวยบ้านไหนสักบ้านล่ะมั้ง ดูการแต่งตัวนั่นสิ"
"ไม่คุ้นเลย แต่งตัวก็ดูดีนะ กางเกงขาม้านั่นสวยมาก ฉันอยากได้มานานแล้ว แต่แพง ซื้อไม่ไหวหรอก"
"ดูนั่น เธอใส่นาฬิกาทองด้วย แม่เ้า เราจะไปขัดใจเธอไม่ได้นะ"
เสิ่นตัวอวี๋ี้เีจะใส่ใจพวกเธอ ไปถึงูเาต้าเหลียงก็ต่างคนต่างไป ใครจะไปจำใครได้
ชาติก่อน ออกเดินทางไกลครั้งแรก เธอกลัวแทบตาย พยายามประจบประแจงคนพวกนี้ แต่พวกหล่อนกลับไม่สนใจแถมยังใช้ให้เธอแบกสัมภาระของทุกคน ทำไมเธอต้องยอมด้วย
เสิ่นตัวอวี๋นั่งบนรถไฟ ชาติที่แล้วเธอยืนตลอดทาง แต่ชาตินี้พอประตูรถไฟเปิดก็รีบพุ่งเข้าไป แย่งที่นั่งมาได้
หลังจากได้ที่นั่ง เธอก็หยิบหนังสือออกมา ทำท่าตั้งอกตั้งใจอ่าน
เมื่อรถไฟขบวนสีเขียวปี 70 ออกตัว เสียงดังกึกก้องก็ปลุกความทรงจำของเสิ่นตัวอวี๋ให้หวนกลับมา
หลังจากลงไปใช้ชีวิตที่ชนบท เธอเพิ่งรู้ว่าตัวเองถูกส่งไปที่หมู่บ้าน ‘หมั่นโถว’ ูเาต้าเหลียง
เขาต้าเหลียงขึ้นชื่อว่าเป็ที่ที่ทุรกันดารที่สุดแล้วใช่ไหม แต่หมู่บ้านหมั่นโถวยิ่งแร้นแค้นจนแทบไม่น่าเชื่อ
ทั้งหมู่บ้านมีหนึ่งร้อยยี่สิบครัวเรือน แต่ชาวบ้านไม่มีกินไปแล้วหนึ่งร้อยยี่สิบเอ็ดครัวเรือน แต่ชาวบ้านกลับนิสัยใจคอดีไม่หยอก
แต่ตอนนั้น เธออยู่ที่หมู่บ้านหมั่นโถวได้สองปีกว่าก็แต่งงานกับลู่จวิน พอตอนนี้มาคิดดูแล้ว ลู่จวินในตอนนั้นคงทนใช้ชีวิตด้วยตัวเองไม่ไหว ทำอาหารก็ไม่เป็ ซักผ้าก็ไม่เป็ ้าคนดูแลเอาใจใส่ สุดท้ายจึงมาลงเอยกับเธอ
แต่ตอนนั้นเธอมองว่าลู่จวินเป็เหมือนเทพเ้าบนสรวง์ ตอนที่เขาไปสู่ขอเธอที่หมู่บ้านหมั่นโถว เธอดีใจจนแทบจะเป็บ้า
พวกเขาเคยเรียนห้องเดียวกันมา ั้แ่อนุบาล ประถม ไปจนถึงมัธยมต้นก็โรงเรียนเดียวกัน
เธอคิดว่าลู่จวินรักเธอ ดังนั้นแม้เขาจะเ็าอย่างไรหลังแต่งงาน เธอก็ยอมทุ่มเทรับใช้เขา ทำงานบ้านทุกอย่างไม่เคยปริปากบ่น
"นี่! เธอหลีกทางหน่อยได้ไหม ขาฉันชาไปหมดแล้ว เธอนั่งมาตั้งนานแล้ว เปลี่ยนให้ฉันนั่งบ้างเถอะ!" เสียงผู้หญิงคนหนึ่งะโขึ้น
เสิ่นตัวอวี๋ลืมตาก็เห็นเป็เฉินเชี่ยนเชี่ยน ชาติที่แล้ว หล่อนก็ถูกส่งไปที่หมู่บ้านหมั่นโถวเหมือนกันและยังชอบใช้งานเธอเยี่ยงทาส
"ทำไมต้องหลีก ใครแย่งที่นั่งได้ก่อนก็ได้นั่ง" เสิ่นตัวอวี๋พูดเสียงเ็า
เฉินเชี่ยนเชี่ยนกัดฟันพูดอย่างแค้นเคือง "แหม แบบนี้จะยังเรียกตัวเองยุวปัญญาอีกเหรอ หลีกทางให้คนอื่นหน่อยจะเป็ไร"
"ถ้าฉันไม่หลีกแล้วจะทำไม แล้วก็ไสหัวไปไกล ๆ ฉันหน่อย ตัวเหม็นจะตาย ไปขอทานมาหรือไง" เสิ่นตัวอวี๋ไม่คิดจะตามใจเธออีกแล้ว
ได้กลับมาเกิดใหม่อีกครั้ง มีแค้นต้องชำระ มีความแค้นต้องสะสาง เธอจะไม่ทนเก็บกดไปตลอดชีวิตเหมือนชาติที่แล้วอีกต่อไป
เฉินเชี่ยนเชี่ยนโกรธจัด "นี่เธอพูดบ้าอะไร! ตกลงจะลุกไหม? ถ้าไม่ลุกฉันจะตบเธอนะ"
ชายที่นั่งฝั่งตรงข้ามพูดขึ้น "เขาก็แค่เหนื่อย ให้เขาสลับที่นั่งบ้างก็ถูกแล้วนี่ สาวน้อย เธอทำแบบนี้มันเห็นแก่ตัวเกินไปนะ เป็คนอย่าเห็นแก่ตัวเกินไปนัก..."
เสิ่นตัวอวี๋พูดด้วยน้ำเสียงคล้ายจะเย้ยหยัน "ใช่ คุณพูดถูก เป็คนอย่าเห็นแก่ตัวเกินไปนัก แล้วคุณทำไมไม่ลุกให้เธอล่ะ!"
ชายคนนั้นหน้าเหยเกเหมือนเพิ่งกินอุจจาระ คนรอบข้างต่างจับจ้องมาที่เขา เขาจึงจำใจลุกขึ้นยืนและพูดกระแทกเสียง "ปากดีนักนะ ผู้หญิงแบบเธอใครจะไปชอบ!"
"แล้วใครใช้ให้คุณชอบกันล่ะ" พูดจบ เสิ่นตัวอวี๋ก็กอดกระเป๋าเดินทางใบเล็กของตัวเองไว้แล้วหลับตาลง
กลางวันต้องนอนให้มาก กลางคืนนอนไม่ได้ เพราะหัวขโมย่กลางคืนเยอะมาก
ของมีค่าทั้งหมดเธอเย็บซ่อนไว้ในกางเกงแล้ว ไม่กลัวโดนขโมยแต่ก็ต้องระวังไว้หน่อย ชาติที่แล้วจำได้ว่าตู้รถไฟนี้เคยมีคนโดนขโมยของ
เสิ่นตัวอวี๋เอนกายพิงกับตัวรถ เข้าสู่ห้วงนิทราการเดินทางนี้ต้องนั่งรถสองวันหนึ่งคืนเธอต้องเก็บแรงไว้ให้มาก
หลับไปตื่นหนึ่งรู้สึกสดชื่นขึ้นมากหญิงสาวเปิดกระเป๋าหยิบไข่ต้มใบชาที่ปอกแล้วออกมา
เฉินเชี่ยนเชี่ยนเลียริมฝีปาก มองไข่ต้มใบชาพลางพูด "นี่! เธอมีของกินไม่แบ่งคนอื่นบ้างเลยเหรอ? เราก็..."
เสิ่นตัวอวี๋ยิ้มนิด ๆ ก่อนจะตอบกลับ "แบ่งเหรอ? สามีคนอื่นเธอก็อยากให้แบ่งด้วยไหม? หน้าด้านหน้าทนหรือยังไง? อยากกินก็บอกว่าอยากกิน พล่ามอยู่ได้"
พูดจบ เสิ่นตัวอวี๋ก็ดึงถุงผ้าที่เฉินเชี่ยนเชี่ยนกอดไว้ตรงอกอย่างไม่ลังเล
"ไหน ฉันขอดูหน่อยว่ามีอะไร เธอก็ต้องรู้จักแบ่งปันคนอื่นเหมือนกันสิ!"
"ครืน..." ข้าวของมากมายหล่นลงมาจากถุงผ้า แม่เ้า ของยัยนี่เยอะจริงๆ มีทั้งตั๋วอาหาร ธนบัตรสิบหยวนหลายใบ และของกินอีกเพียบ
ผู้หญิงคนนี้หน้าไม่อายจริง ๆ ตัวเองมีของกิน ยังจะมาหวังให้คนอื่นแบ่งให้อีก
หึ หึ หึ... ขนมแผ่นแป้ง หมั่นโถวขาว และไข่ต้มอีกหกลูก ของกินเพียบพร้อมกว่าของเธอเสียอีก
เฉินเชี่ยนเชี่ยนร้องไห้โฮออกมาทันที