บทที่ 5 นางกล้าดีอย่างไร!
ทุกคนต่างมองเซียวหลิงอวิ๋นราวกับเฝ้าระวังโจรเพราะเ้าของร่างเดิมเคยหิวโซจนต้องลอบขโมยอาหารในครัวแต่ละคนจึงยืนขวางทางนางด้วยท่าทีเกรี้ยวกราด
หากเป็เ้าของร่างเดิมที่เห็นฉากนี้คงใจนเผ่นแน่บไปแล้วทว่าเซียวหลิงอวิ๋นกลับขมวดคิ้ว ตะคอกเสียงเย็น
“ถอยไป!”
สายตาเ็าราวกับมองศพของเซียวหลิงอวิ๋นทำให้พ่อครัวแม่ครัวทั้งหลายรู้สึกเสียวสันหลังแต่ยังฝืนทำหน้าเข้มเอ่ยว่า “คุณหนูใหญ่ขอเชิญท่านออกไปจากที่นี่ หากไม่เช่นนั้น พวกเราจะต้องรายงานฮูหยินไปตามความจริง”
นี่คือการข่มขู่อย่างชัดเจนเ้าของร่างเดิมกลัวซ่างกวนหลิว แต่เซียวหลิงอวิ๋นไม่กลัวเลยแม้แต่น้อยนางแค่นเสียงเยาะ
“ดีมาก ถ้าเช่นนั้นก็ไปตามซ่างกวนหลิวมาให้ข้าตอนนี้ ข้าอยากเห็นนักว่านางซึ่งเป็เพียงเมียรองจะกล้าโอหังอวดดีต่อหน้าข้าผู้เป็บุตรสาวสายตรงของสกุลอย่างไร!”
ถ้อยคำนี้ทำเอาทุกคนในห้องครัวต่างอ้าปากค้างสูดลมหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความตกตะลึง
นาง...นางกล้าเรียกฮูหยินว่าเมียรอง!
นางไม่กลัวตายหรืออย่างไร!
เซียวหลิงอวิ๋นไม่สนใจสายตาตื่นตะลึงของบ่าวในครัวเดินอ้อมพวกเขาไปคว้าชามน้ำแกงรังนกเืิญญาขึ้นมากระดก
“ไม่นะ! นั่นคือรังนกเืิญญาขั้นสามของคุณหนูรองล้ำค่าหายากอย่างยิ่งเชียวนะ!!”
สาวใช้ในชุดชมพูที่เพิ่งเดินเข้ามาร้องเสียงหลงด้วยความตระหนกทว่าเซียวหลิงอวิ๋นไม่ลังเลเลยสักนิด ซัดรวดเดียวจนเกลี้ยงชาม
สาวใช้ชุดชมพูถลันเข้าไปแย่งชามในมือแต่พบว่าแม้แต่หยดสุดท้ายก็ไม่เหลือ นางโมโหจนหน้าดำหน้าแดง ะโลั่น
“คุณหนูใหญ่! ท่านทำเช่นนี้ได้อย่างไร!ท่านรู้หรือไม่ว่านี่คือรังนกเืิญญาที่แม้แต่ฮูหยินยังไม่กล้าแตะเพราะจะเก็บไว้ให้คุณหนูรองบำรุงร่างกายโดยเฉพาะ!หนึ่งชามมีมูลค่าหลายหมื่นเหรียญ! ไม่ได้การ ท่านต้องตามข้าไปพบคุณหนูรองเดี๋ยวนี้ไปขอขมาและอธิบายด้วยตัวเอง! เร็วเข้า!”
นางจับจ้องเซียวหลิงอวิ๋นด้วยแววตาดุดันยื่นมือมาหมายจะคว้าเสื้อของเซียวหลิงอวิ๋น
‘เพียะ!’
เสียงตบหน้าดังชัดเจนทำเอาทุกคนได้สติกลับคืนพ่อครัวแม่ครัวที่ยืนดูอยู่ต่างตะลึงงัน
สาวใช้คนนั้นยกมือขึ้นกุมใบหน้าที่ร้อนผ่าวของตนด้วยความเหลือเชื่อดวงตาเบิกโพลง กัดฟันพูดเสียงขุ่น
“คุณหนูใหญ่ ท่านกล้าตบข้าหรือ!”
เซียวหลิงอวิ๋นเพียงแค่นเสียงเ็าดวงตาคมกริบของนางกวาดมองเหล่าคนในครัวด้วยสายตาเยียบเย็นเอ่ยเสียงเรียบแต่ทรงอำนาจ
“ยังรู้หรือว่าข้าคือคุณหนูใหญ่ของพวกเ้า? เป็บ่าวแต่กลับกล้าแข็งขืนต่อผู้เป็นายเช่นนี้สมควรตายพันครั้ง! ถอย! หากกล้าเข้ามากวนข้าอีก...ตาย!”
บางทีอาจเพราะแรงกดดันที่แผ่ออกมาจากตัวเซียวหลิงอวิ๋นช่างน่าหวาดหวั่นเกินต้านพ่อครัวแม่ครัวทั้งหลายต่างพากันถอยกรูดออกจากห้องครัวโดยไม่รู้ตัว
สาวใช้ชุดชมพูที่ยังยืนอยู่รู้สึกเย็นวาบที่แผ่นหลัง
เซียวหลิงอวิ๋นในขณะนี้ราวกับปีศาจร้ายก็ไม่ปาน
สาวใช้ถอยหลังไปสองก้าวอย่างไม่รู้ตัวพอรู้สึกตัวก็พยายามยกเสียงข่ม
“ได้! ข้าจะไปบอกฮูหยินเื่ที่ท่านขโมยรังนกเืิญญา!อยากรู้เหลือเกินว่าท่านจะอธิบายอย่างไร!” พูดจบก็รีบวิ่งจากไปรวดเร็วประหนึ่งมีปีศาจร้ายไล่ตามหลัง
แต่เซียวหลิงอวิ๋นไม่ใส่ใจแม้แต่น้อยนางมองหาอาหารดีๆ ในครัวอย่างไม่เกรงใจ เจออะไรน่ากินก็หยิบเข้าปากไม่แยแสคำขู่แม้แต่น้อย
กระทั่งรู้สึกอิ่มจนหน้าท้องอุ่นสบายนางถึงเชิดหน้าสูง เช็ดมุมปากอย่างสง่างามแล้วเดินออกจากครัวด้วยท่าทางสบายอกสบายใจ ก่อนมุ่งหน้าออกจากจวนไป
หลังจากเซียวหลิงอวิ๋นจากไปแล้วเหล่าพ่อครัวแม่ครัวก็รีบกรูกันกลับเข้ามาเมื่อเห็นถ้วยชามว่างเปล่าทั้งโต๊ะก็พากันกรีดร้อง
“โอ๊ย! โจ๊กิญญา เนื้อกระต่ายหิมะขั้นสอง วัตถุดิบชั้นเลิศหายเกลี้ยง!ทำยังไงดี ฮูหยินต้องฆ่าพวกเราแน่!”
เสียงโอดครวญดังระงมไปทั่วห้องครัวในขณะเดียวกัน ที่เรือนเย่ว์หยาก็เกิดคลื่นพายุขึ้นไม่ต่างกัน
เซียวเย่ว์หยาจ้องสาวใช้ชุดชมพูเขม็งดวงตาเต็มไปด้วยโทสะ กล่าวอย่างเกรี้ยวกราด
“ชุ่ยเอ๋อร์ เ้าพูดอีกครั้งซิ! เซียวหลิงอวิ๋นกินรังนกเืิญญาของข้า?นางกล้าดีอย่างไร!”
ชุ่ยเอ๋อร์หดคอด้วยความกลัวแต่เมื่อนึกถึงเหตุการณ์เมื่อครู่ ใบหน้าก็เต็มไปด้วยความโกรธ
“คุณหนูเ้าคะ ท่านไม่รู้อะไร พอคุณหนูใหญ่รู้ว่าเป็รังนกเืิญญาของคุณหนูก็จงใจดื่มจนหมดนางทำเช่นนี้ ตั้งใจยั่วโมโหท่านชัดๆ”
เซียวเย่ว์หยาหันไปกล่าวต่อซ่างกวนหลิวที่ยืนอยู่ด้านข้างอย่างเกรี้ยวกราด
“ท่านแม่ ท่านได้ยินแล้วใช่หรือไม่หากไม่รีบลงมือจัดการเซียวหลิงอวิ๋นให้เด็ดขาด นางต้องปีนขึ้นมาบนหัวพวกเราแน่!รังนกเืิญญามีเพียงชามเดียว เซียวหลิงอวิ๋นกลับกล้าดื่มมันต่อให้ต้องตบจนอาเจียนออกมา ข้าก็จะทำ!”
ซ่างกวนหลิวสีหน้ามืดครึ้มเอ่ยสั่งด้วยเสียงเย็นเยียบ
“ไปตามคุณหนูใหญ่มาที่นี่เดี๋ยวนี้!”
เดิมทีนางคิดว่าอีกไม่นานเซียวหลิงอวิ๋นก็คงสิ้นใจไปเองไม่จำเป็ต้องใส่ใจให้มาก
แต่ยามนี้นางกลับล้ำเส้นขึ้นเรื่อยๆหากตนไม่แสดงอำนาจเสียบ้าง เซียวหลิงอวิ๋นคงไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง!
เซียวเย่ว์หยานั่งรอด้วยแววตาเย็นเฉียบแต่ไม่นานก็มีบ่าวมารายงานว่า อาหารชั้นเลิศที่เพิ่งปรุงในครัววันนี้ถูกเซียวหลิงอวิ๋นกินจนเกลี้ยงแถมพอกินเสร็จก็ออกจากจวนไปแล้ว
ซ่างกวนหลิวโกรธจนใบหน้าดำคล้ำราวก้นหม้อสั่งเสียงกร้าว
“เมื่อใดคุณหนูใหญ่กลับมา ให้ลากมาพบข้าทันที!”
อีกด้านหนึ่งเซียวหลิงอวิ๋นยังไม่รู้ว่าแม่ลูกซ่างกวนหลิวกำลังรอจัดการตนอยู่ตอนนี้นางกำลังเดินชมเมืองด้วยความอยากรู้อยากเห็น
เพราะเ้าของร่างเดิมขี้ขลาดจนแทบไม่เคยก้าวออกนอกจวนจึงไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับเมืองฮั่วหลีเลยนางต้องเริ่มต้นเรียนรู้ทุกสิ่งใหม่ด้วยตนเอง
แผนของเซียวหลิงอวิ๋นในตอนนี้คือหาเงิน หาร้านขายสมุนไพร และซื้อยามาฟื้นฟูร่างกายตน
แต่ว่าเมืองฮั่วหลีกว้างใหญ่เหลือเกินผ่านไปหนึ่งชั่วยามแล้ว นางยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเดินมาถึงตรงไหน
ขณะกำลังจะหมุนตัวกลับก็ได้ยินเสียงเอะอะดังมาจากหัวมุมถนนเบื้องหน้า
เซียวหลิงอวิ๋นลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนตัดสินใจเดินเข้าไปดู
“ถอย! ถอยออกไปเร็วเข้า เขาน่าจะโดนของเข้าแล้วอย่าเข้าไปใกล้สุ่มสี่สุ่มห้า เดี๋ยวจะถูกลูกหลง!”
“อาถรรพ์อะไรกันเนี่ย คนพวกนี้คงทำบาปไว้เยอะ เคราะห์กรรมถึงได้ตามสนอง!”
“หึ! ไอ้สารเลวคนไหนมันปากสุนัข ทำบาปอะไรกัน! ปากดีนักจะจับฉีกปากให้หมดไปให้พ้น อย่ามาเกะกะหน้าบ้านพวกเรา!”
เซียวหลิงอวิ๋นเพิ่งเดินเข้ามาใกล้ก็ได้ยินเสียงถกเถียงของฝูงชนดังระงม
นางยังไม่ทันเดินเข้าไปก็เห็นว่าท่ามกลางกลุ่มคนเบื้องหน้าเหล่านี้มีไออัปมงคลสีดำคล้ำลอยปกคลุมอยู่เหนือพวกเขานั่นคือไอของสิ่งชั่วร้ายอย่างไม่ต้องสงสัย
เซียวหลิงอวิ๋นฝ่าเข้าไปด้านในก็เห็นชายวัยประมาณยี่สิบเจ็ดถึงยี่สิบแปดปีคนหนึ่งนอนดิ้นทุรนทุรายอยู่บนพื้นใบหน้าบิดเบี้ยวอย่างทรมาน ส่งเสียงคำรามต่ำออกมาไม่หยุด
มือเท้าของเขาชักเกร็งกางกรงเล็บข่วนร่างตัวเองจนเือาบเป็ริ้วๆ
เซียวหลิงอวิ๋นมองแวบเดียวก็รู้ได้ทันทีว่าไอชั่วร้ายที่ลอยปกคลุมอยู่้าแผ่ออกมาจากร่างชายคนนี้
“น้องสาม โรคของเ้าต่อให้เป็เทพเซียนก็รักษาไม่ได้พวกเราหมดเนื้อหมดตัวไปกับค่ารักษาเ้าแล้วจากนี้ไปจะเป็จะตายก็ขึ้นอยู่กับเวรกรรมของเ้าเอง ออกไปได้แล้ว!”
บนขั้นบันไดหน้าบ้านหญิงวัยกลางคนหน้าผากโหนกนูนผู้หนึ่งกล่าวกับชายที่นอนชักเกร็งอยู่เบื้องล่างอย่างเ็ากล่าวจบ นางก็ปิดประตูเสียงดังปัง ไม่แยแสสายตาประณามของชาวบ้านแม้แต่น้อย
“เฮ้อ! ช่างไร้เมตตาเสียจริง คนสกุลฉินนี่ใจดำยิ่งนัก ฉินซาน[1]ใกล้สิ้นลมแล้วยังจะโยนทิ้งแบบนี้ไม่เท่ากับเร่งความตายหรือไร!”
“น่าสงสารจริงๆ ฉินซานผู้นี้นี่ชีวิตอาภัพนักยามอยู่ในบ้านก็ถูกพี่ชายทั้งสองกดขี่ พอเกิดเื่ก็ถูกเฉดหัวออกมา”
“ใครใช้ให้เขาเป็โรคประหลาดล่ะ เวรกรรมแท้ๆ”
เซียวหลิงอวิ๋นได้ยินดังนั้นก็เงยหน้ามองจวนสกุลฉินที่‘สะอาด’ เกินพอดีดวงตาเปล่งประกายขึ้นเล็กน้อยก่อนเผยรอยยิ้มมีเลศนัย
นางก้าวฉับๆเข้าไปยืนต่อหน้าฉินซานนางมองชายผู้ดิ้นทุรนทุรายอยู่กับพื้นจากมุมสูงด้วยแววตาเฉียบคม
“เ้าโดนไออัปมงคลจากอสูรกลืนร่าง ข้ารักษาได้ แต่เ้าต้องจ่ายค่าตอบแทนเ้าตกลงให้ข้าช่วยหรือไม่”
[1] ฉินซาน เป็คำเรียกเพื่อกล่าวถึงคนสกุลฉินที่อยู่ในลำดับที่สาม (ซาน)ของบ้าน