“ นี่ เราจะไปไหนกัน “
“ คุณอยู่เฉยๆก็พอ ไม่ต้องพูดอะไร “
ฮาชีคขับรถพาเคทมาถึงตึกร้างแห่งหนึ่ง เมื่อขับมาถึงก็เห็นว่ามีลูกน้องฮาชีคยืนรออยู่แล้วอีกสิบกว่าคน ทันทีที่รถจอด ผู้ชายที่ยืนอยู่ทั้งหมดก็รีบมายืนต้อนรับทันที ก่อนที่ผู้ชายอีกคนจะหันเดินมาเปิดประตูรถให้เคทลงมา
“ จัดการเรียบร้อยแล้วใช่ไหม “
“ ครับนาย ผมจับมันไว้ด้านในแล้วครับ “
“ ดี “
ฮาชีคเดินมาจับข้อมือเคทก่อนดึงให้เธอเดินตามเขาเข้าไปด้านในตึกร้าง
‘ตอนนี้ใจเคทเต้นไปด้วยความหวาดกลัว เขาจะพามาที่แบบนี้ทำไม หรือเขาจะพาเธอมาฆ่า ไม่สิ ถ้าเขาจะทำเขาคงทำไปนานแล้ว แล้วเขา้าจะทำอะไรเธอกันแน่ จะทรมานเธอหรอ’
เดินมาสักพักทางเดินเริ่มสว่างมากขึ้น จากที่มึดสนิท ฮาชีคจับมือเคทเดินมาถึงห้องห้องหนึ่ง ในนั้นมีชายคนหนึ่งถูกผ้าสีดำคลุมศีรษะไว้ มือทั้งสองข้างถูกมัดไว้ด้านหลัง และตัวของชายคนนั้นถูกเชือกมัดรวมไว้กับเก้าอี้ไม้
“ เปิดผ้าออก “
วาดิมที่ยืนในห้องรออยู่แล้วเดินมาเปิดเอาผ้าออก เผยให้เห็นจอนนี่ที่ถูกมัดปากเอาไว้ ยังสลบไม่ตื่น
“ ซ่าาา “
เสียงน้ำที่ถูกสาดเข้ากับใบหน้าจอนนี่ ทำให้เขาสะดุ้งตื่นขึ้นมา เมื่อเห็นว่าตัวเองถูกจับมาเขาก็ยิ่งดิ้น
“ อื้อ! อ่อย อู!! “
เสียงอู้อี้ จากจอนนี่ที่ยังถูกเชือกมัดปากเอาไว้ วาดิมเดินมาแกะเชือกออกอย่างรู้งาน
“ พวกแกเป็ใคร จับฉันมาทำไม!! “
“ เหมือนแกจะยังไม่ตื่น เลยมองหน้าฉันยังไม่ค่อยชัด “
ปัก!!
ฮาชีคเดินถึงตัวจอนนี่ก่อนจะต่อยซัดไปที่ใบหน้าจอนนี่หนึ่งที
“ โอ๊ยย “
“ เห็นชัดหรือยังว่าฉันเป็ใคร “
“ ไอ้! ไอ้ฮาชีค.. “
“ ช่ายย เริ่มจำขึ้นมาได้แล้ว “
“ แก้าอะไร “
“ แกรู้คำตอบอยู่แล้วว่าฉันอยากได้อะไร “
“ ข้อมูลบริษัทของแกหรอ ฉัน.. ฉันเอาเอกสารมาคืนให้ก็ได้ “
“ ฉันจะอยากได้เื่ที่แกรู้แล้วไปทำอะไรล่ะ ไม่ใช่เื่นั้น “
“ เื่อะไรล่ะ บอกมาสิ “
ฮาชีคดึงเคทที่ยืนหลบอยู่ข้างหลังด้วยความกลัวออกมา ก่อนจะดึงเอวเธอเข้ามาจนตัวเธอแนบชิดกับตัวเขา
“ ฉันน่ะ แค่อยากทำธุรกิจแบบเงียบๆ ไม่วุ่นวายกับใคร “
จอนนี่มองฮาชีคที่กำลังพูดและยังคงกอดเอวเคทไม่ยอมปล่อย
“ แต่ว่า… อยู่ๆ เรือสินค้าของฉันก็ถูกตำรวจพ่อตาของแกตรวจค้นทันทีที่เรือมาถึงท่า มันก็เลยทำให้ฉันหงุดหงิดนิดหน่อย เพราะว่าฉันลงทุนกับมันมากมายแค่ไหนรู้ไหม!! “
เคทที่ยืนฟังอยู่ เริ่มหายใจไม่ทั่วท้อง มือหนาของเขายังรัดเอวเธอจนแน่น เธอไม่รู้ว่าเขา้าจะสื่ออะไร เธอไม่ได้เป็คนบอกข้อมูลอะไรทั้งนั้น เคทพยายามผลักฮาชีคออกแต่ก็ไม่เป็ผล
“ ฉันไม่เข้าใจ แก้าอะไร “
“ คนที่รู้ว่าเรือสินค้าของฉันออกจากท่าที่อิตาลีฉันก็พอเดาได้ไม่ยาก แต่พอแกให้พ่อตาแกตรวจค้นเรือฉันที่ไทยด้วย ฉันเลยสงสัยว่าแกรู้ได้ยังไง ทั้งที่เราไม่ได้มีปัญหากัน “
ฮาชีคปล่อยเคทให้เป็อิสระก่อนจะเดินมาหยุดที่ตรงหน้าจอนนี่
“ ใครอยู่เื้ัแก!! “
“ ฮ่าๆๆๆ ฉันก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี ทำไมฉันต้องมีคนมาคอยบงการฉันด้วย “
ปัก!
“ อ๊าาา “
จอนนี่โดนฮาชีคอัดหมัดไปที่หน้าอีกข้าง
“ เริ่มคิดออกหรือยัง “
ฮาชีคยังคงถามสีหน้าเรียบเฉย แต่จอนนี่ใบหน้าเริ่มบวมแดงขึ้น
“ ฮ่าๆๆๆ ไอ้บ้าเอ๊ยยย “
จอนนี่สบถเสียงดังแต่ยังหัวเราะได้อยู่
“ รู้ไหมว่าฉันไม่ค่อยชอบคุยกับอะไรที่เสียเวลา แต่สำหรับแกนอกจากไม่มีประโยชน์แล้ว ยังทำให้ฉันอารมณ์เสียด้วย “
ปัง!
ฮาชีคดึงปืนที่เอวออกมาก่อนจะยิงไปที่ขาของจอนนี่ทันทีโดยไม่ลังเล เคทที่ใกับเสียงปืนรีบเอามือปิดหูทันที ตอนนี้เคทน้ำตาไหลเป็สายด้วยความกลัวอย่างไม่รู้ตัว เืที่ออกมาจากขาของจอนนี่ ทำให้เธอรีบปิดตา เพราะไม่กล้ามอง นี่เป็ครั้งแรกที่เธอได้ยินเสียงปืนใกล้ขนาดนี้
“ โอ๊ยยยย “
เสียงจอนนี่ร้องออกมาด้วยความเ็ป
ฮาชีคเดินเข้ามานั่งหยองๆ ด้านหน้าจอนนี่ก่อนจะใช้มืออีกข้างจับไปที่ผมของจอนนี่ให้เงยมองเขา
“ ฉันไม่รู้ว่ามันบอกแกว่าจะให้ส่วนแบ่งอะไร แต่ตอนนี้แกเป็คนตัดสินใจเอง ว่าอยากมีชีวิตรอด หรือรับส่วนแบ่งจากมันในนรกเอง “
จอนนี่เริ่มเลิ่กลั่กแต่ก็ยังไม่ยอมพูดออกไป
“ นัดต่อไปจะเป็ที่หัวของแก บอกมา!! ใครอยู่เื้ัแก “
ฮาชีคไม่ได้พูดเล่นแต่เขาเอาจริง ตอนนี้ปลายกระบอกปืนจ่ออยู่ที่หัวของจอนนี่
“ อย่าๆ เดี๋ยวก่อน ฉันยอมบอกแล้วๆ “
“ ใคร!! “
ฮาชีคกดปลายปืนไปที่หัวของจอนนี่เร่งเอาคำตอบ
“ เซบาสเตียน!! “
“ หึ ตามฉันมาจนถึงที่นี่สินะ แล้วตอนนี้มันอยู่ไหน “
“ ฉันก็ไม่รู้ เขาจะเป็คนติดต่อฉันมาเองตลอด เบอร์มือถือถูกใช้แล้วทิ้งฉันก็ตามรอยมันไม่เจอเหมือนกัน “
“ บอกทีมแบล็กให้มาที่นี่ “
“ ครับนาย “
วาดิมตอบรับ ก่อนจะเดินออกไปโทรศัพท์ทันที
ฮาชีคหันมามองเคทที่ตอนนี้ยังยืนตัวสั่นอยู่ที่กำแพงห้อง ก่อนจะดินมาจับมือพาเธอเดินออกมาจากตึกร้าง ปล่อยให้จอนนี่อยู่ในห้องกับลูกน้องของเขา ฮาชีคพาเคทเดินมานั่งรอในรถ
“ พาจอนนี่ไปโรงพยาบาล ติดเครื่องดักฟังในมือถือเขาด้วย เื่วันนี้ห้ามจอนนี่พูดกับเซบาสเตียนเด็ดขาด แล้วตามหาตัวเซบาสเตียนให้เจอ “
ฮาชีคหันไปสั่งวาดิมที่เดินตามหลังเขาออกมา
“ ได้ครับ ผมจะจัดการให้เรียบร้อย “
“ ขอบใจมาก “
ฮาชีคพูดจบก็ขับรถออกมาทันที ฮาชีคหันไปมองเคทที่ตอนนี้เธอกลัวจนร้องไห้เผลอหลับไปแล้ว ถึงแม้เขาจะสงสารเธอเพราะเธอคงไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ แต่ที่เขาพาเธอมาก็เพื่อพิสูจน์ว่าจอนนี่ไม่รู้จักเธอจริงๆ และเธอก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกับข้อมูลที่รั่วไหล แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังไม่ไว้ใจเธอจนกว่าจะจับได้ว่าใครที่เป็คนเอาข้อมูลนั้นไปให้กันแน่ ระหว่างนี้เธอต้องอยู่ตัวติดกับเขาไปก่อน ถ้ายังมีข้อมูลอื่นอีกที่รั่วออกมา ก็แปลว่าเธอไม่ได้ทำจริง เพราะเธออยู่ในสายตาของเขาตลอดเวลา
แสงแดดยามเช้าที่สาดส่องรอดผ่านม่านเข้ามาในห้องนอน กระทบกับดวงตาของเคททำให้เธอต้องลืมตาตื่นขึ้นมา แต่พอเธอจะขยับตัวก็ขยับไม่ได้เพราะมีแขนของร่างหนาที่ยังนอนกอดเธออยู่จากด้านหลัง หญิงสาวค่อยๆ ขยับแขนของเขาออกไป ก่อนที่เธอจะก้าวเท้าลงจากเตียง เธอก็เตะเข้ากับกะละมังใบเล็กที่วางอยู่บนพื้น
“ ตื่นแล้วหรอ ไหนดูหน่อย “
ฮาชีคดึงร่างบางที่นั่งอยู่ข้างเตียงจนปลิวมาทับบนแผงอกหนาของเขา มือหนาอีกข้างยกมือขึ้นมาเกยหน้าผากเธอ
“ ตัวหายร้อนแล้ว “
เคทยังมองอยู่งงๆ
‘นี่เมื่อคืนเธอตัวร้อนไข้ขึ้น จนเขาเช็ดตัวให้ทั้งคืนเลยหรอ’
เคทคิดในใจก่อนจะมองผ้าสีขาวผืนเล็กที่พาดไว้กับขอบเตียงบนหัวนอนกับน้ำในกะละมัง ไม่คิดว่าเขาจะเป็ห่วงเธอขนาดนี้ ดูจากท่าทางอ่อนเพลีย เขาคงไม่ได้นอนทั้งคืนเพราะมัวแต่คอยดูแลเธอสินะ
“ ฉันคิดถึงลูก พาฉันกลับไปที่บ้านหน่อยได้ไหม “
ฮาชีคที่หลับตาอยู่ลืมตาขึ้นมามองเธอ
“ ได้สิ “
“ งั้นฉันไปอาบน้ำก่อนนะ “
เคทรีบลุกออกจากที่นอนด้วยความดีใจ บางครั้งเขาก็ใจร้ายกับเธอจนเธอกลัว แต่พอเขาใจดีก็ดีกับเธอจนใจหาย เธอเดาอารมณ์เขาไม่ออกจริงๆ