บทที่ 6 นี่ไม่ใช่การรังแกคนซื่อหรอกหรือ?
ยิ่งหลิวอิ๋งแสดงออกว่า้าสละตำแหน่งรัชทายาทมากเท่าใด เซียวเหอและเซี่ยโหวอิงก็ยิ่งรู้สึกว่ารัชทายาทได้รับความไม่เป็ธรรมมากขึ้นเท่านั้น!
เด็กที่ร้องไห้ถึงจะได้กินนม!
พระสนมชีและหลิวหรูอี้มักจะแสดงท่าทางอ่อนแอให้ดูน่าสงสารต่อหน้าหลิวปังอยู่เสมอ ซึ่งทำให้ขุนนางหลายคนรู้สึกรังเกียจอยู่ไม่น้อย
ยามที่ออกรบตีแว่นแคว้นทั่วใต้หล้า เป็หลวี่จื้อที่คอยให้การสนับสนุนอยู่เื้ั เหล่าขุนนางผู้มีความชอบอย่างเซียวเหอและเซี่ยโหวอิง ล้วนเป็คนคุ้นเคยกับฮองเฮาหลวี่ทั้งสิ้น
ยามนี้เมื่อเห็นหลิวอิ๋งถูกรังแก พวกเขาที่เป็เสมือนท่านอาและท่านลุงจึงยิ่งรู้สึกโกรธแค้นจนทนไม่ได้
"เ้าลูกทรพีคนนี้บอกว่าตนผิดแล้ว! ทั้งไม่เห็นหัวผู้ใหญ่ ทำร้ายผู้าุโ เหตุใดพวกท่านยังจะช่วยพูดให้เขาอีก?" หลิวปังถึงกับมึนงง เมื่อเห็นว่าพี่น้องเก่าของตนเริ่มควบคุมอารมณ์ไม่อยู่
แม้แต่เซี่ยโหวอิง สารถีผู้ซื่อสัตย์ วันนี้ก็ยังมีท่าทีแปลกไป!
"ฝ่าา ท่านทรงทราบดีว่ารัชทายาทเป็คนเมตตาและอ่อนแอ หากไม่ถูกรังแกจนถึงที่สุด ย่อมไม่มีทางตอบโต้แน่นอน!" เซี่ยโหวอิงกล่าวด้วยความโกรธแค้น
เมื่อนึกถึงศึกที่เมืองเผิงเฉิง เด็กคนที่ถูกฮ่องเต้ถีบตกจากรถหลายต่อหลายครั้งคนนั้น ทำให้เขายิ่งมั่นใจในความคิดของตน "กระหม่อมยอมล่วงเกินฝ่าาในวันนี้ เพื่อทวงศักดิ์ศรีคืนให้แก่รัชทายาท!"
เมื่อเห็นเซี่ยโหวอิงเลือกข้าง เซียวเหอก็พยักหน้าเงียบ ๆ หากวัดกันที่ผลงาน เซี่ยโหวอิงอาจไม่เท่าจางเหลียง เซียวเหอ หรือหานซิ่น
แต่หากวัดกันที่ความใกล้ชิดกับหลิวปัง เซี่ยโหวอิงกล้าพูดว่าเป็ที่สอง โดยไม่มีใครกล้าอ้างว่าเป็ที่หนึ่ง!
ในอดีตเขาคือคนที่ยอมติดคุกทรมานอยู่ปีหนึ่งเพื่อปกป้องหลิวปัง เพียงแค่ความผูกพันระหว่างพี่น้องคู่นี้ คนอื่นก็ไม่อาจเทียบติด
ในใจหลิวอิ๋งร้อนรนยิ่งนัก ปกติเถิงกงไม่ใช่สุนัขรับใช้ผู้ซื่อสัตย์ของเสด็จพ่อหรอกหรือ? ทำไมวันนี้จู่ ๆ ถึงมีอารมณ์ขึ้นมาได้?
"เถิงกง… ดังคำที่ว่า เมื่อถูกตีก็ต้องยืนตัวตรง! ข้าทำผิดจริง เช่นนั้นโปรดให้เสด็จพ่อลงโทษเถิด"
"ตำแหน่งรัชทายาท ผู้มีคุณธรรมจึงควรครอง ข้าอิ๋งไร้ซึ่งคุณธรรมและไร้ความสามารถ มิอาจครองตำแหน่งนี้ได้!"
หลิวอิ๋งกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงใจ เขาไม่อยากให้เซี่ยโหวอิงและเซียวเหอเข้ามาเกี่ยวข้องจริง ๆ พวกท่านจงสร้างผลงานไปเถิด ส่วนข้าจะขอเป็จูโหวอ๋องผู้สำราญ ทุกคนจะได้มีอนาคตที่สวยงาม!
เหตุใดต้องมาทะเลาะเบาะแว้งกันในราชสำนักให้เหนื่อยด้วย?
พูดจบ หลิวอิ๋งก็ส่งสายตาเป็นัยไปยังเซี่ยโหวอิงและเซียวเหอ
‘รัชทายาทช่างซ่อนคมไว้มิดชิดยิ่งนัก!’ เซียวเหอลอบใ แต่แล้วก็คิดได้ว่า อย่างไรเสียก็เป็บุตรของัและหงส์อย่างหลิวปังและฮองเฮาหลวี่ จะเป็เพียงหนูที่ขี้ขลาดไร้ความสามารถได้อย่างไร?
ัหงส์นำโชค ์ช่างเมตตาต้าฮั่นของข้ายิ่งนัก!
‘รัชทายาท นี่้าให้ข้าเพิ่มระดับความรุนแรงขึ้นอีกหรือ?’ เซี่ยโหวอิงไม่ได้ฉลาดเท่าเซียวเหอ สารถีเพียงรู้สึกว่ารัชทายาทมีโทสะที่ยังไม่ได้ระบายออก
"ข้าบอกแล้วว่าเป็ความผิดของเขา! วันนี้ข้าจะไม่เอาความ แต่ให้อาอิ๋งขอโทษพระสนมชีต่อหน้าทุกคน!"
"ส่วนเื่ตำแหน่งรัชทายาท ไว้เราค่อยคุยกันภายหลัง!" หลิวปังถูกทำให้ปวดหัวจนแทบะเิ และไม่ลืมที่จะถลึงตาใส่พระสนมชีอย่างโกรธเคือง
หากไม่ใช่เพราะพระสนมชี้าให้เื่บานปลาย ตอนนี้เขาก็คงไม่ต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกเช่นนี้
เซียวเหอในฐานะอัครมหาเสนาบดี ผู้ดูแลความเรียบร้อยเื้ั ถือเป็ผู้มีความชอบยิ่งใหญ่ และมีชื่อเสียงสูงมากในราชสำนัก
การที่อัครมหาเสนาบดีแห่งต้าฮั่นออกหน้าให้หลิวอิ๋งก่อน ทำให้ขุนนางชั้นผู้ใหญ่หลายคนที่ยังรอดูสถานการณ์ คิดว่าเซียวเหอเลือกยืนข้างหลิวอิ๋งแล้ว
หากจะบอกว่าน้ำหนักของเซียวเหอแม้จะมาก แต่ยังไม่สามารถเป็ตัวแทนของหลิวปังได้ การที่เซี่ยโหวอิงเอ่ยปากหลายครั้ง ก็ทำให้ทุกคนมั่นใจในข้อสันนิษฐานนี้!
แม้แต่สารถีประจำพระองค์ของฮ่องเต้ยังออกตัวพูดแทนหลิวอิ๋ง ตำแหน่งรัชทายาทนี้ต้องมั่นคงดั่งหินผาแน่นอน!
อะไรนะ? เ้าบอกว่าฝ่าาลำเอียงเข้าข้างพระสนมชีอย่างเห็นได้ชัดน่ะหรือ? นั่นเรียกว่ากลยุทธ์ของจักรพรรดิ เห็นได้ชัดว่ากำลังร่วมแสดงละครกับอัครมหาเสนาบดีและสารถีเซี่ยโหวอิงต่างหาก!
หลิวอิ๋งย่อมเดาความคิดของเหล่าขุนนางเ้าเล่ห์เหล่านี้ไม่ออก ตอนนี้เขาคิดว่าจังหวะกำลังดีที่จะสละตำแหน่งรัชทายาท
รอจนครบกำหนดหกปี เขาจะได้กลับไปยังโลกปัจจุบันอย่างมีความสุข
วันหน้าหากต้องไปโต้เถียงกับพวกนักเลงคีย์บอร์ด เขาจะเป็ผู้มีอำนาจที่สุด! บิดาข้าคือฮั่นเกาจู่ จะโอหังหน่อยจะเป็ไรไป?
"ฝ่าา ไม่ได้นะพ่ะย่ะค่ะ!" ยามนี้เซี่ยโหวอิงก้าวออกมา
ด้านเซียวเหอถึงกับมึนงง เหตุใดสารถีวันนี้ถึงได้กล้าหาญเช่นนี้?
ตาแก่เ้าเล่ห์นั่นก็ไม่เข้าใจเช่นกัน ปกติพี่น้องเก่าคนนี้เป็คนที่เชื่อฟังและเข้าใจเขาที่สุด! หรือว่าหลิวอิ๋งจะแอบติดสินบนเถิงกงไปแล้ว?
หลิวปังถึงกับเหงื่อซึม ปกติเขาเป็ฝ่ายซื้อใจคน ไม่นึกเลยว่าเ้าลูกทรพีคนนี้จะทำได้เหนือกว่าเขาเสียอีก!
ฝานไคว่และหลวี่ซื่อจือ คงเป็ผู้ที่มีความสุขที่สุดในบรรดาขุนนางชั้นผู้ใหญ่ การแสดงออกของหลิวอิ๋งในวันนี้ บอกให้ทุกคนรู้ว่ารัชทายาทที่ปกติไม่แสดงตัวตน แท้จริงแล้วใช้กลยุทธ์ถอยเพื่อรุก จนแม้แต่ฮ่องเต้ยังตั้งตัวไม่ติด!
"เ้าสารถีชั้นต่ำ วันนี้เ้าหมายความว่าอย่างไร?" หลิวปังด่าทอเสียงดัง "เื่ในบ้านของข้า เ้ายังเห็นว่าวุ่นวายไม่พออีกหรือ? ไสหัวไป ๆ ๆ!"
เซี่ยโหวอิงก็มึนงงเช่นกัน อย่างน้อยท่าทางเกรี้ยวกราดของหลิวปังในตอนนี้ เห็นได้ชัดว่าไม่ได้แสดงละคร มีเพียงหานซิ่นที่มองไปยังหลิวอิ๋งด้วยสายตาที่แปลกไป
"ฝ่าา กระหม่อมเห็นว่ารัชทายาทกล่าวถูกต้องแล้ว เมื่อถูกตีก็ต้องยืนตัวตรง"
"ในอดีตท่านโหวแห่งเมืองไหวอิน ยังอดทนต่อความอัปยศใต้หว่างขาได้ รัชทายาทเพียงถูกเ้าเมืองจ้าวถีบทีเดียว เหตุใดจึงต้องลงมือตอบโต้?"
"อีกทั้งรัชทายาทมีอายุมากกว่า แต่กลับไม่สามารถมีใจกว้างต่อพี่น้องได้ ถือว่าไม่สมเหตุสมผลยิ่งนัก" ผู้ที่พูดนั้นมีน้ำเสียงดังกังวาน ร่างกายกำยำสูงใหญ่ เขาคือท่านโหวแห่งอิ่งอินแห่งต้าฮั่น ก้วนอิง
เหอะ!
หานซิ่นไม่เห็นอยู่ในสายตา และคิดเสมอว่าอีกฝ่ายเป็คนประจบสอพลอ ยามนี้พระสนมชีมีอำนาจ หลิวหรูอี้อาศัยบารมีมารดา ก้วนอิงจึงรีบออกหน้าให้ทันที
หลิวปังขมวดคิ้วแน่น เขาอยากให้มีคนออกมาช่วย แต่ไม่อยากได้ยินก้วนอิงพูดจาดูิ่หานซิ่น
การที่จะเอาชนะเซี่ยงอวี่ได้ หานซิ่นถือเป็ผู้มีความชอบยิ่งใหญ่ นี่คือเหตุผลว่าทำไมหลังจากยึดอำนาจทหารคืน หลิวปังจึงไม่ได้สังหารเขา
ก้วนอิงและหานซิ่นไม่ลงรอยกัน ฝ่ายแรกคิดว่าหานซิ่นเป็แม่ทัพที่ยอมจำนน มีสิทธิ์อะไรมาเป็แม่ทัพใหญ่?
ส่วนหานซิ่นก็เหยียดหยามสันดานของก้วนอิง เพียงแต่หานซิ่นที่ไม่มีอำนาจทหาร ก็เหมือนเสือที่สิ้นเล็บเขี้ยว
"นี่ใครไปเข้าห้องน้ำแล้วลืมดึงกางเกงขึ้น จนปล่อยให้ 'ส่วนนั้น' ของท่านโผล่ออกมากันเล่า?" หลิวอิ๋งไม่รู้จักก้วนอิง เพียงแต่รู้สึกว่าคนผู้นี้พูดมากจนน่ารำคาญ
โดยเฉพาะการดูิ่เทพแห่งาในใจของเขาอย่างหานซิ่น เื่ในบ้านของหลิวปังเกี่ยวข้องอะไรกับหานซิ่นด้วย?
เห็นได้ชัดว่าก้วนอิงกำลังใช้เื่งานเพื่อระบายความแค้นส่วนตัว และฉวยโอกาสเยาะเย้ยหานซิ่นเท่านั้น
"เ้า..." ท่านโหวแห่งอิ่งอินไม่คาดคิดว่า รัชทายาทจะมีวาทศิลป์ร้ายกาจ โดยไม่ต้องใช้คำหยาบแม้แต่คำเดียว แต่กลับเปรียบเปรยเขาเป็อวัยวะบางอย่าง
สกปรก! ด่าได้สกปรกจริง ๆ!
เซียวเหออดไม่ได้ที่จะเอามือปิดปากแอบหัวเราะ หานซิ่นคือคนที่เขาตามตัวกลับมาใต้แสงจันทร์ ทั้งสองมีความสัมพันธ์ส่วนตัวที่ดีต่อกัน ย่อมไม่อยากเห็นอีกฝ่ายถูกดูิ่
"รัชทายาท กล่าวเช่นนี้ไม่ถูกต้อง"
ก้วนอิงขมวดคิ้วกล่าวว่า "หานซิ่นในฐานะแม่ทัพใหญ่ เคยถูกคนพาลดูิ่ หากเื่นี้แพร่ออกไป จะทำให้ต้าฮั่นทั้งมวลต้องอับอาย!"
หลวี่จื้อขมวดคิ้วเล็กน้อย นางไม่เข้าใจว่าเหตุใดบุตรชายถึงออกพูดแทนหานซิ่น ต้องรู้ว่าในเมืองฉางอันทั้งหมด คนที่หลิวปังเกรงกลัวที่สุดหนึ่งในนั้นคือหานซิ่น
และแน่นอนว่าตอนนี้ต้องเพิ่มหลิวอิ๋งเข้าไปด้วย
"พูดได้ถูกต้อง!"
หลิวอิ๋งชูนิ้วหัวแม่มือขึ้น พร้อมยิ้มกล่าวว่า "ท่านโหวแห่งอิ่งอินเห็นว่า เมื่อถูกรังแกก็ควรตอบโต้ เช่นนั้นข้าซัดหลิวหรูอี้ จะมีปัญหาอะไร?"
ก้วนอิงถึงกับมึนงง เดิมทีเขา้าใช้เื่นี้ดูิ่หานซิ่น และแฝงการตำหนิหลิวอิ๋งว่าไม่รู้จักโอนอ่อนผ่อนตามพี่น้อง
หานซิ่นยังทนความอัปยศใต้หว่างขาได้ แล้วเ้าหลิวอิ๋งจะทนกับน้องชายที่โง่เขลาไม่ได้เชียวหรือ?
น่าเสียดายที่หลิวอิ๋งเปลี่ยนไปแล้ว ไม่ใช่คนขี้แพ้ที่ยอมให้ใครรังแกอีกต่อไป "ข้าตอบโต้ ท่านก็บอกว่าข้าไม่รู้จักโอนอ่อน ข้าไม่ตอบโต้ ท่านก็บอกว่าข้าเป็คนขี้แพ้! นี่มันไม่ใช่การรังแกคนซื่อหรอกหรือ!"
"ท่านโหวแห่งเมืองไหวอิน วันนี้เราสองพี่น้องมาซัดเ้าลูกหมานี่กันเถอะ ลงมือ!" คำพูดของหลิวอิ๋งดังกังวานและเด็ดขาด ก้วนอิงถูกตะคอกจนถึงกับพูดไม่ออกในทันที
ส่วนหานซิ่นที่อยู่ด้านข้างนั้น เืในกายพลันพลุ่งพล่านด้วยความตื่นเต้น วันนี้มีรัชทายาทและฮองเฮาหลวี่เป็ที่พึ่ง เขาจะต้องกลัวใคร?