“มาแล้วเหรอคะพี่เกียร์ รอแป๊บนะคะ ใกล้จะเสร็จแล้วค่ะ”
“ครับ”
เขาเข้าไปดูเ้าของร่างผอมบาง กำลังขะมักเขม้นอยู่กับการจัดแต่งเครปด้วยแยมบลูเบอร์รี ท่าทางยังไม่คล่อง หน้าตาเครปก็ยังไม่สวยสักเท่าไหร่ นั่นเข้าใจได้ว่าเพิ่งเรียนมา เขาเชื่อว่าอีกไม่นาน ก็คงจะคล่องและประสบความสำเร็จในกิจการร้านกาแฟอย่างแน่นอน
“เสร็จแล้วค่ะ เราออกไปทานกับชาอังกฤษพร้อมทุกคนข้างนอกกันนะคะ”
“ครับ มาพี่ช่วย”
เขามีน้ำใจด้วยการประคองถาดเครปให้ มีเด็กรับใช้ยกถาดน้ำชาตามไปไม่ห่าง พอถึงห้องนั่งเล่น ปณิตาก็จัดแจงตักให้ทุกคนชิมพร้อมชา เขาเห็นว่ามีรอยยิ้มปรากฏขึ้นทั่วทุกใบหน้า หลังจากเครปเข้าปากเพียงคำแรก ตามติดด้วยคำชม จนคนทำแก้มแดงเพราะอายเลยทีเดียว
“พี่เกียร์ล่ะคะ ว่ายังไง ติได้นะคะ ไม่ต้องกลัวอ้อนงอนหรอกค่ะ” สาวสวยข้างกาย มีสีหน้าว่าอยากได้ความคิดเห็นจริงๆ เขาเลยตัดสินใจบอกออกไปตามตรง เพราะถือคติว่าติเพื่อก่อ ยอเพื่อทำลาย
“รสชาติอร่อยแล้วครับ แต่การจัดแต่งต้องให้สวยกว่านี้ จะได้ดูเป็มืออาชีพไปเลยครับ”
“แหม! น้องไม่ได้จะเป็คนทำเองสักหน่อยนะเกียร์ พอเปิดร้านจริงๆ ก็ต้องจ้างคนอยู่ดี ไม่ต้องเน้นสวยขนาดมืออาชีพก็ได้” แม่เขารีบออกรับแทน เพราะกลัวเพื่อนจะเคือง
“แต่ผมว่าเกียร์พูดถูกนะครับ ต่อให้จ้างคนยังไง เราก็ต้องเป็และทำให้สวยยิ่งกว่าลูกจ้าง ไม่งั้นจะมีปัญหาตามมาทีหลัง”
อังกูรรีบเอ่ยตามตรง ส่วนสาวข้างกายก็ยิ้มรับในคำติชมของเขา ด้วยท่าทีเต็มอกเต็มใจมากกว่าจะขุ่นเคือง
“ได้ค่ะ เดี๋ยวอ้อนจะหัดทำให้เก่งๆ ก่อน แล้วค่อยหาลูกจ้างค่ะ คุณพ่อกับพี่เกียร์พูดถูกแล้วล่ะค่ะคุณป้า”
คำพูดของปณิตา ช่วยจบปัญหาได้อย่างไม่น่าเชื่อ หลังจากอิ่มหนำแล้ว ผู้ใหญ่ดูเหมือนจะที่สนใจหนังมากเป็พิเศษ และแทนการเดินเข้าห้องทำงานอย่างใจอยาก
เขาก็พาปณิตาเดินออกไปชมนกชมไม้รอบสวน เป็การย่อยไปในตัว กับได้สูดอากาศบริสุทธิ์ไปด้วย แล้วก็คุยกันเื่ร้านจะเปิดใหม่ไปด้วย ใจนั้นชอบไม่น้อยที่สาวข้างกายขยัน มีความคิดอยากจะทำนั่นนี่ตลอด
บ่ายแก่ๆ ปณิตากับครอบครัวถึงได้กลับ ส่วนเขาก็รีบหนีพ่อกับแม่เข้าห้องงานทันที เพราะห้าวันที่ไม่อยู่นั้น เอกสารเรียงรายรออยู่แล้ว แต่พอนั่งประจำที่ ตั้งมั่นจะทำงาน
กลับมีใบหน้าของพนักงานสาวสวย ลอยเข้ามาก่อกวนจิตใจเข้าจนได้ เขาเลยให้เวลาด้วยการนั่งเอนหลัง ปล่อยความคิดให้ล่องลอยกลับไปยังสถานปฏิบัติธรรม มีเ้าของเรือนร่างผอมบาง ในชุดสีขาวสะอาดตา
ที่เขาได้เห็นเป็บางเวลาในห้าวันสี่คืนนั้น เธอมักจะยกมือไหว้เขาด้วยท่าทีนอบน้อมเมื่อบังเอิญพบกัน แต่ก็ไม่ได้พูดจาอะไร เพราะมีกฎอย่างเคร่งครัด เขาเห็นเธอทำนั่นทำนี่ให้ยาย และคนถือศีลอายุมากๆ บ่อยครั้ง
บ่งบอกว่าเป็คนจิตใจงาม เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อคนรอบข้าง แล้วภาพก็ลอยมาตรง เวลาเธอดูแลเอาใจใส่เ้าลัคอย่างไม่รังเกียจใดๆ แม้บนตัวมันจะมีบางจุดเป็ขี้เรื้อน แต่เขาก็จำได้ว่า
มือบางๆ คู่นั้น ลูบหลังมันไปมาอย่างเอ็นดู มันเป็ความประทับใจเล็กๆ น้อยๆ ที่เธอจุดขึ้นในใจเขา จนรวมตัวเป็กลุ่มก้อนใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ
และมันก็ใหญ่มากพอ ที่จะทำให้เขาละทิ้งกฎของสมภารกับไก่ไปโดยสิ้นเชิง แล้วนำชื่อของเธอลงไปใส่ไว้ รวมกับหญิงสาวอีกหลายคน มิหนำซ้ำคะแนนยังได้อยู่ในลำดับกลางๆ แซงคนอื่นขึ้นมาอีกต่างหาก
แต่คนนำโด่งนั้น ยังคงเป็ของปณิตา สาวที่เขารู้จักมาหลายปี และเพียบพร้อมในตำแหน่งสะใภ้ใหญ่ของบ้านมานานแล้ว แต่ในเมื่อพรหมลิขิตให้เขาได้รู้จักอีกสาว ที่ดูเหมือนจะแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
แถมยังต้องตาและต้องใจเขาไม่น้อยด้วย ไยเลยจะเมินเฉย ไม่รับเธอมาไว้พิจารณา ด้วยยังคงเชื่อว่า ภรรยาที่ดี ไม่จำเป็จะต้องมาจากตระกูลผู้ดิบผู้ดี มีฐานะร่ำรวยมั่งคั่งก็ได้ แต่ขึ้นอยู่กับเนื้อในแต่ละบุคคลมากกว่า
พ่อแม่เขาก็เชื่ออย่างนั้น เลยให้สิทธิ์ในการเลือกคู่ครองกับเขาอย่างเต็มที่ แม้ท่านจะเชียร์อีกคน แต่ถ้าเขาตัดสินใจเลือกใครแล้ว ท่านก็ไม่มาขัดใดๆ เพราะเคารพในการตัดสินใจของเขาเป็ที่ตั้ง ดังนั้น
เขาเองจะต้องคัดเลือกให้ได้คนดีที่สุด เหมาะสมกับเขาที่สุด และต้องตาต้องใจเขามากที่สุด ซึ่งจนป่านนี้ เขาก็ยังเลือกไม่ถูกสักทีว่าจะเป็ใคร เวลาเท่านั้น จะเป็เครื่องพิสูจน์และชี้ทางให้เขาได้พบกับเนื้อคู่ที่แท้จริง
เ้าของใบหน้าขาวสวยสะอาดหมดจด ยังคงอดหยุดยืน แล้วมองรูปผู้บริหารหนุ่มหล่อเหลาและเป็ขวัญใจสาวๆ ทั้งตึกไม่ได้อยู่ดี หนึ่งเดือนแล้วที่ไม่ได้เห็นหน้าเขา ทั้งในออฟฟิศหรือที่บ้าน
นับั้แ่วันที่แยกจากกันหลังไปถือศีลมา บวกกับชั้นที่ตัวเองทำงานกับชั้นที่เขาอยู่นั้น เรียกได้ว่าต่ำสุดกับสูงสุด ทั้งพนักงานและผู้เช่าออฟฟิศในตึกนี้รวมกันแล้วเป็พันคน
การจะได้พบเจอเขาโดยบังเอิญนั้น ไม่เคยหวัง ในเมื่อนั่งทำงานมาหลายปี ก็เพิ่งจะมีวันที่เขาเดินเข้าไปในออฟฟิศนั่นเอง ที่ได้พบหน้ากัน ได้ยินแต่ชูชาติเปรยๆ ว่า เขาบินไปดูงานต่างประเทศ ก็ไม่รู้ั้แ่เมื่อไหร่และจะกลับวันไหน
สองเท้าก้าวเดินจากออฟฟิศตรงไปหาลิฟต์ มีสองเพื่อนรออยู่แล้ว กิจกรรมในวันเสาร์สำหรับสามสาวก็หนีไม่พ้น เดินห้าง เดินตลาดสักสองสามชั่วโมง กินนั่นแวะนี่ คุยเื่นั้นเื่นี้ไปเรื่อยเปื่อย ส่วนใหญ่ ต่างคนก็ต่างระบายเื่อัดอั้นตันใจ อันได้จากรุ่นพี่ในออฟฟิศคอยสะสมให้ ั้แ่วันจันทร์เป็ต้นมา
ก่อนจะแยกย้ายกลับบ้านใครบ้านมันในตอนบ่ายแก่ๆ วันนี้มัทรีใช้เป้สะพายหลังแทนกระเป๋าใบใหญ่ เพราะมีรายการให้ซื้อหลายอย่างในตลาด ขนาดนั้น สองมือก็ยังหิ้วถุงอีกหลายใบ ขณะก้าวขึ้นสองแถว
พอแยกจากเพื่อนมาไม่เท่าไหร่ ในห้วงความคิด ก็มีเขาเข้ามาครอบงำจิตใจเอาไว้อีกแล้ว ไม่รู้ว่าชีวิตนี้ จะมีวันไหนที่ไม่รักและไม่คิดถึงเขาบ้างไหม บางครั้งก็เกลียดตัวเอง ที่เฝ้าแต่หลงรักเขาไม่จบสิ้น
และเกลียดความบังเอิญต่างๆ นานา คอยทำให้มีเขา เข้ามาในชีวิตอยู่ร่ำไป รู้ทั้งรู้ว่าเขาไม่เคยคิด หรือไม่เคยรู้สึกอะไรกับตัวเองมากไปกว่าเ้านายผู้สูง ส่งกับพนักงานระดับปลายแถวเท่านั้น แต่ใจมันก็ยังไม่ยอมตัดเขาออกไปอยู่ดี
แล้วตอนนี้ ใจมันก็เต้นรัวเร็วและแรงขึ้นอีก เมื่อก้าวลงจากสองแถว แล้วเห็นแต่ไกลๆ ว่ารถหรูของเขาจอดอยู่หน้าประตูบ้าน ไม่รู้มาั้แ่เมื่อไหร่ มาทำไม หรือมาหาใคร
แต่เท่าที่ผ่านมา เขาก็แสดงให้เห็นอยู่เต็มตา ว่ายายคือคนที่เขามักจะมาคุยด้วย ไม่ใช่หลานยายสักหน่อย หัวใจที่พองโตเมื่อครู่เลย ห่อเหี่ยวลงไปเกือบครึ่ง
“ให้พี่ช่วยนะ”
ประมวนนั่งอยู่ในรถเห็นเข้า เลยรีบออกมาอาสาหิ้วของในมือให้ มัทรีเลยมีโอกาสได้ยกมือไหว้ ซึ่งเธอก็ทำมาตลอด นับั้แ่วันที่ประมวนมาส่งบ้าน ส่วนคนถูกไหว้เองก็โค้งกายให้ สองมือก็พยายามจะยกขึ้นรับไหว้แต่ก็ไม่ถนัด เพราะข้าวของหิ้วอยู่เป็อุปสรรค
แต่สำหรับผู้บริหารหนุ่ม ในชุดกางแกงสแล็คสีเทา กับเสื้อเชิ้ตผ้าเนื้อดีสีฟ้าอ่อน ถลกแขนสองข้างขึ้นไปเกือบถึงศอก นั่งคุยอยู่กับยายตรงโต๊ะหน้าบ้านนั้น มือไม่ได้ทำอะไร เลยยกรับไหว้พนักงานสาวสวยที่เดินเข้ามาในบ้านได้สะดวกนัก
“วันนี้ทำไมมาช้าจังล่ะมัท”
ยายเอ่ย แต่ไม่ได้มีท่าทีว่าจะตำหนิติติง หรืออะไรทั้งสิ้น เพราะรู้ดีว่าหลานกับเพื่อนอาจจะเดินเที่ยวหรือซื้อของจนเพลินไปหน่อย
“มัทแวะตลาดสดด้วยจ้ะ”
หลานสาวเอ่ยเสียงนุ่ม ค้อมกายผ่านยายกับแขกหนุ่ม ไปยืนอยู่ตรงประตูเข้าบ้าน ในระหว่างรอให้ประมวน ออกมาจากการเอาของเข้าไปวางไว้บนโต๊ะอาหาร
“อ้าวเหรอ! งั้นก็ทำมื้อเย็นเผื่อคุณเกียร์ด้วยนะ ตอบแทนที่ซื้อเชอร์รี่มาฝากกล่องเบ้อเร่อเลย ยายเก็บไว้ในตู้เย็นแน่ะ”
“จ้ะ”
รับคำแล้วหลานยายก็รีบเดินเข้าไปหาโต๊ะอาหาร ปลดเป้จากหลังออก จัดขนมเทียนแก้วจิ๋วที่ซื้อมา ใส่จานแล้วก็ยกออกไปให้ยายกับแขก ซึ่งกำลังคุยกันเื่สวดมนต์ไหว้พระต่ออยู่
“ขนมเทียนเจ้คองเหรอมัท” ยายเห็นแค่นั้นก็เดาได้ไม่ยาก เพราะเป็เ้าประจำที่ซื้อกินบ่อยกว่าใครในตลาด
“จ้ะ”
หลานสาวรับสั้นๆ พอเห็นว่าน้ำที่ยายยกมารับแขกหมด เลยรีบไปยกเหยือกใหม่และแบบไม่แช่เย็นมาให้ เพราะจำได้ว่าเขาเองก็ไม่ดื่มน้ำเย็นเหมือนกัน
“คุณเกียร์ลองขนมเทียนแก้วร้านนี้ดูนะคะ อร่อยค่ะ ยายกินประจำ เขาทำชิ้นเล็กๆ พอดีคำ”
ยายบุญมีเลื่อนจานไปหาแขกหนุ่ม ที่นั่งมองเ้าลัคพยายามลุกเดินอยู่ในกรง หลังจากหมอเอาเฝือกแข็งออกให้ แล้วได้เฝือกอ่อนใส่มาให้แทน
“ขอบคุณครับ” เขาหยิบขนมในจานขึ้นมาหนึ่งชิ้นเพื่อชิม
“อย่ากินเยอะนะคะ เดี๋ยวจะไม่มีท้องไว้ใส่แกงไตปลากับขนมจีน ว่าแต่ตกลงยังจะทำอยู่ใช่มั้ยมัท หรือไปซื้อของในตลาด แล้วเห็นอย่างอื่นจนเปลี่ยนใจ”
เพราะหลานมักจะเป็แบบนั้นบ่อยครั้ง เวลาตั้งใจจะทำอย่างหนึ่ง แล้วเปลี่ยนเป็อีกอย่างหลังเห็นของสดในตลาดน่ากินกว่า
“ทำจ้ะ! มัทซื้อเครื่องมาครบทุกอย่างแล้ว รองท้องขนมเทียนไปก่อนนะคะ เดี๋ยวมัทอาบน้ำแล้วจะรีบทำเลยค่ะ”
มัทรีเอ่ยบอกผู้บริหารหนุ่มด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แล้วรีบผละจากโต๊ะเข้าห้องนอนตัวเอง
+++++
E-Book พร้อมโหลดแล้วค่ะ
****** ขออนุญาตแจ้งอีกทีนะคะ ว่านิยายทุกเื่จะลงให้อ่านได้ราว 70% เท่านั้นค่ะ ต้องขอโทษด้วยนะคะถ้าทำให้ค้างคา แต่กันเกราเชื่อว่านักอ่านที่น่ารักทุกท่านจะเป็กำลังใจต่อให้ด้วยการตามหาหนังสือมาไว้ในอยู่แล้วค่ะ ******
ยิ้มมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม
และหนึ่งคอมเม้นต์ของท่าน คือหนึ่งแรกผลักดันและกำลังใจของคนเขียนนะคะ แต่ก็ยินดีต้อนรับและขอบคุณนักอ่านเงาทุกท่านด้วยค่ะ
รู้งี้แล้วอย่าลืมเม้นท์ให้เค๊าหลังอ่านด้วยนะตะเอง
เข้าไปทักทาย พูดคุย หรือติชมผลงานได้
ตามเพจด้านล่างนี้เลยนะคะ
ยินดีต้อนรับทุกๆ ท่านค่ะ และยินดีรับฟังทุกความคิดเห็นค่ะ

สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย
สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗
ห้ามหยิบยก คัดลอก หรือดัดแปลงส่วนใดส่วนหนึ่งของหนังสือเล่มนี้ รวมทั้งถ่ายทอด ถ่ายเอกสาร สแกน ในรูปแบบใดๆ ทั้งสิ้น เว้นเสียแต่จะได้รับอนุญาตจากผู้ประพันธ์เป็ลายลักษณ์อักษร ยกเว้นเพื่อการประชาสัมพันธ์อันเป็ประโยชน์แก่หนังสือเล่มนี้เท่านั้น







































