เกิดใหม่ทั้งที ทำไมตูต้องมาเป็นนักล่าผู้กล้า(ติดบัค)ในต่างโลกด้วยละเนี้ย!

    บทที่ 7 ตัวผมที่เปลี๋ยนไป๋

    บทที่ 7 ตัวผมที่เปลี๋ยนไป๋
            สวัสดีครับผม พบกับผม กาวีชัย กาวะสี หรือ กาว ชายผู้ตายไปแล้วและได้ไปเกิดใหม่ในต่างจากความช่วยเหลือของเหล่าจอมาร(โง่)ที่ตายไป ทำให้ผมกลายเป็นนักล่าผู้กล้าในต่างโลก หลังจากรอดการโหม่งโลกสุดเร้าใจ เกือบตายแน่ะ เรื่องราวจะเป็นเช่นไรไปดูต่อได้เลย
             “พี่ชายๆ ตื่นได้แล้วพี่ชาย…ไม่ไว้ ไม่ยอมตื่นเลย”        เหมือนผมได้ยินเสียงเด็กชายเรียกอยู่ สงสัยคิดไปเองขอนอนต่ออีกหน่อยละกันรู้สึกยังมืดอยู่เดียวต้องไปทำงานตอนเช้าที่ค้างไว้เยอะอีก ต้องพักผ่อนเอาแรงไว้ได้มากที่สุด         “เอาไงดีละ?”         “ไม่รู้สิ เธอว่าไงลาล่า”         “ตักไอ้นั้นมาละกัน”        เหมือนยังได้ยินเสียงเด็กเพิ่มอีกสองคน จากที่ฟังน่าจะชายสองหญิงหนึ่งละมั่ง?        น่าจะเป็นเด็กข้างๆห้องของครอบครัวหนึ่ง เก่งจะนะมีลูกได้ตั้งสาม เดี๋ยวนี้เศรษฐกิจแย่ ห้องเล็กๆที่ผมเช่าพักอยู่เป็นแบบถูกสุดที่หาได้ในตัวเมืองเสียเดือนละไม่กี่พัน ในอพาร์ตเม้นท์ส่วนใหญ่ที่พักที่นี้ก็มีแต่คนมีรายได้น้อยไม่เกิน 20,000 หรือพวกนักเรียนกับนักศึกษาที่มาเรียนต่อในตัวเมือง        ด้วยราคาที่ถูกห้องก็เล็กตามราคาไปด้วย จากที่ผมอยู่คงรวมอัดกันได้ไม่เกินสอง ถ้าสามนี่เริ่มอึดอัดแล้ว แต่นี้มีเด็กกันสามคนถ้ารวมพ่อแม่ก็ห้าคนอะ ยัดรวมไปได้ไงครับท่าน? จากที่ฟังเสียงดูน่าจะเด็กประถมต้นได้ ค่าใช้จ่ายคงเยอะน่าดูเดี๋ยวนี้ถ้าไม่ใช่โรงเรียนรัฐบาลคงส่งเรียนสามคนไม่ไว้ ถ้าเอกชนคนเดียวก็กี่หมื่นก็ไม่รู้ถ้ามีสามคงต้องโรงเรียนรัฐบาลเท่านั้น        ถ้าถามว่า พ่อแม่เขาอาจจะส่งเด็กเรียนเอกชนหมดเลยก็ได้นิ ผมคงตอบว่าคงยาก เพราะอะไรเหรอ ง่ายๆถ้ามีเงินขนาดนั้นอย่างน้อยคงไปอยู่ที่ๆดีกว่านี้แล้ว ก็ไม่ใช้ที่นี้ไม่ดีนะ แต่ส่วนใหญ่ที่คนที่อยู่ก็เงินเดือนค่ำต่ำ หมื่นห้าพันหรือน้อยกว่า เป็นสะส่วนใหญ่ ถ้าถามมีมากกว่าไม่ก็มีแต่น้อย ยิ่งเดี๋ยวนี้เงินหมื่นห้าพันเริ่มอยู่ไม่ได้แล้วอย่างน้อยต้องสองหมื่นถึงจะในตัวเมืองได้ ไม่งั้นคงต้องอยู่แบบประหยัด        ว่าแต่ตูนอนต่อนี้น่าดันคิดอะไรออกนอกทะเลไปสะได้ เลิกคิดแล้วนอนต่อดีกว่า ว่าแล้วผมก็พยายามข่มตานอนหลับต่อ         “สาดน้ำเลย”         “เย้”         “อุบ แค่กๆ กะ–เกิดอะไรขึ้น!?”        ผมที่รู้สึกโดนสาดน้ำใส่หน้าสะดุ้งตื่นลงขึ้นนั่ง ดูว่าเกิดอะไรขึ้น        พอลูบหน้าจับผมที่เปียกรู้เลยว่าโดนสาดน้ำใส่จริงๆ พอก้มหน้าดูเสื่อผ้าตามตัวดีที่โดนแต่หน้าตัวไม่เปียก          “ในที่สุดก็ตื่นสักที่ เล่นปลุกต้องนานไม่ยอมตื่น”         “นั้นสิ”        !?        พอเงยหน้าตามเสียงก็เจอเด็กน้อยสามคนอยู่กำลังยืนมองผมอย่างสงสัย ดูแล้วน่าจะอยู่ประถมต้นได้        เด็กชายที่ยื่นตรงกลางกำลังถือถังไม้เล็กที่เปียกด้วยมือทั้งสองข้าง เขาไว้ผมสั้นสีน้ำตาลแดง นัยตาสีน้ำเงิน ดูจากของกลางในมือข้างคาดว่าเป็นคนสาดน้ำใส่ผมและกำลังยิ้มสนุกเผยให้เห็นฟันหน้าที่หักครึ่งไปซีกหนี่ง คงสนุกมากผมที่ได้สาดน้ำใส่ผม ใช่เอ็งสนุกแต่ตูเปียก!        ส่วนเด็กหญิงที่ยืนเท้าสะเอวสองข้างกำลังจ้องผมอย่างสงสัย เธอมัดผมสีทองทั้งสองข้าง นัยตาสีเขียว จ้องเขม็งมาทางผมอย่างสงสัยไม่ไว้ใจว่าเป็นคนอันตรายมีพิษภัยไหม ไม่ต้องกลัวจะหนูพี่ไม่เป็นพิษเป็นภัยแน่นอนจ้ะ         ส่วนเด็กชายที่ยืนหลบอยู่หลังเด็กคนกลางมองผมอย่างกลัวๆ เขาไว้ผมสั้นสีดำน้ำเงิน นัยตาสีดำใส่แว่นตากลมโตสีน้ำเงินเข้ม หลบหลังเพื่อนเด็กชายที่น่าจะเป็นหัวหน้ากลุ่มมองทางทางผมอย่างกลัวเหมือนผมเป็นตัวอันตรายที่พร้อมจะกระโจนทำร้ายตัวเขาได้ทุกเมื่อ ไม่กลัวขนาดนั้นก็ได้พี่ไม่ใช้หมานะ        ว่าแต่พอมองเสื่อผ้าเด็กทั้งสามที่ใส่มันดูเก่าจังเลย ไม่ใช้มันเก่าแบบใช้มานานแต่เป็นแบบยุคเก่าเหมือนที่เห็นในหนังย้อนยุคสมัยก่อน แถมใส่ทั้งสามคนเลยวันนี้มีงานกีฬาสีหรืองานแสดงโรงเรียนอะไรพวกนี่หรือเปล่านะถึงได้แต่งตัวอย่างนั้น ว่าแต่ดูสมจริงสุดๆเลยอะ         “นี่พี่ชายเป็นอะไรไหม? เห็นนั่งนิ่งจ้องพวกเราใหญ่…”        ตายละมัวแต่คิดอะไรไปเรื่อยจนเผลอ นิสัยเก่ายังไงก็แก้ไม่หาย         “อ่อ ไม่มีอะไรหรอกแค่ดูชุดที่พวกหนูใส่มันแปลกตาดีนะ”        พอผมบอกอย่างนั้นไปทั้งสามมองหน้ากันงงที่ผมพูด ว่าแต่นี่ผมเป็นหวัดหรือไงเสียงเลยแหลมแปลกๆไป คงเหนื่อยทำงานมากไปเดียวกินยาที่หลังละกัน        “ไม่นะ ชุดพวกผมไม่ได้แปลกอะไร ก็ปกติใสทุกวันอยู่แล้ว?”         “ที่ชุดแปลกน่าจะชุดพี่มากกว่า หนูว่า”         “……”        เด็กทั้งสองว่างั้นในขณะที่เด็กหลบขางหลังไม่ได้พูดอะไรแต่ก็พยักหน้าเห็นด้วย         โรงเรียนพวกหนูใส่ชุดไปรเวทได้หรือไง? จำได้ว่านโยบายที่ให้เด็กใส่ชุดไปรเวทไปโรงเรียนมันถูกยกเลิกไปแล้วนิ เพราะเรื่องความไม่เท่าเทียมอะไรเนี่ยและ        หรือวันนี้วันหยุดกันนะ จำวันผิดเหรอ? ก็ไม่นะจำได้พึ่งไปทำงานวันจันทร์อยู่เมื่อวานวันนี้วันอังคารก็น่าจะไปเรียนปกตินิ แล้วที่บอกชุดที่ผมใส่มันแปลกตรงไหน นี้ก็ชุดไปทำงานเหมือนทุกที…        พอมองไปที่ชุดที่ใส่อยู่ก็ตัวแข็งทื่อไปทันที ชุดนักเรียน…ทำไมตูใส่ชุดนักเรียนได้ละเนี้ยยยยยย!!!?        เสื่อเชิ้ตแขนสั้นสีขาวมีกระเป๋าเสื่อที่อกซ้าย กางเกงขาสั้นสีดำที่รัดเข็มขัดหนังสีน้ำตาล ถุงเท้าขาวและรองเท้าผ้าใบสีดำ        ไม่ต้องสงสัยชุดนักเรียน ชุดนักเรียนแน่นอน 100% เต็ม แถมเป็นชุดนักเรียนที่ใส่สมัยอยู่ม.ต้น ด้วยนิจำได้เลย         จะว่าไปรู้สึกก็สะพายกระเป๋าอะไรอยู่ พอถอดมาดูปรากฎว่าเป็นกระเป๋าเป้ใบเก่าใบโปรดที่ใช้ไปทำงานประจำด้วย ดีจังที่เอามาด้วยค่อยสบายใจหน่อย แบ็คแพค~!        ไม่ใช่เรื่องนั้นสิ!        พอมาสำรวจร่างกายดูตัวเองดีๆแล้วก็แปลกใจขึ้นไปอีก!         แขนและขาตนเองมันดูบางเล็กลงกว่าเดิน ไม่ใช้แค่นั้นจากตัวที่เคยหนาใหญ่แต่ตอนนี้ดูผอมบางลงกว่าเดิมเช่นก็ไม่ใช้ผอมกะหร่องมันดูสมส่วนดี         ถึงร่างกายจะเปลี่ยนไปมากจนหน้าตกใจแต่กับไม่ได้รู้สึกแปลกแต่อย่างใด ถ้าจะให้พูดมันรู้สึกคงคุ้นเคย ใช้!มันคุ้นเคยเหมือนเห็นเป็นประจำ เคยใช้ร่างกายนี้เป็นประจำทำเรื่องต่างๆ ทั้งเดิน วิ่ง เล่น ออกกำลังกาย เรียน ทำกิจกรรมงานต่างๆ ในสมัยก่อน! ……ชักสังหรใจไม่ค่อยดีแล้วสิ?         “นะ-นี้ พวกหนูมีใครพอพกกระจกอะไรพวกนี้มาบ้างไหม”        ผมถามพวกเด็กอย่างร้อนรนๆ มีบางอย่างที่ต้องดูให้ได้ต้องรู้ให้แน่ชัดให้ได้!        พวกเด็กที่ได้ยินงั้นต่างสายหน้าบอกไม่มี เด็กที่อยู่หลบอยู่หลังเพื่อนชี้ไปที่ลำธารเล็กๆที่อยู่ใกล้ๆเหมือนบอกให้ไปส่องดูในแม่น้ำเอา        ผมลุกขึ้นยืนเดินตรงดิ่งไปทางลำธารสะอาดใสจนสะท้อนได้ ผมค่อยก้มหน้าลงไปส่องดูใบหน้าตัวเองอย่างช้าๆ         ภาพที่ปรากฏบนลำธารคือ ใบหน้าอ่อนเยาว์ของเด็กหนุ่มวัยม.ต้นสะท้อนอยู่ในลำธาร เป็นใบหน้าเด็กหนุ่มหน้าบ้านๆธรรมดาที่มีให้เห็นทั่วไปยังก็ตัวประกอบในฉากหนัง         แต่ที่ผมตกใจ คือ เหมือนมาก ใบหน้าเหมือนกับผมมาก!         ทั้งรูปหน้าไข่ ผิวสีน้ำผึ้งอ่อน นัยตาสีดำเข้มและผมรองทรงต่ำสีดำที่มีผมหน้าส่วนหนึ่งชี้ขึ้นงอเป็น C กลับด้านไม่อยู่ทรงยังกะเสาอากาศรับสัญญาณ        ถ้าจะให้บอกโดยรวมแล้วก็เอานึกถึงตอนตัวเองอายุ 14-15 ปีน่าจะได้ พอรวมกับชุดนักเรียนเข้าไปอีกนี่นึกถึงสมัยก่อนตอนที่ตัวเองไปเรียนตอนม.ต้นออกเลย        พอโบกมือไปมาภาพในลำธารก็สะท้อนเด็กหนุ่มโบกมือไปมาในด้านตรงกันข้ามดังส่องกระจก พอรองทำท่าอื่นๆภาพสะท้อนก็ทำตามได้หมด คงต้องยอมรับอย่างช่วยไม่ได้เสียแล้ว…ตูเอง ภาพที่สะท้อนอยู่ในลำธารคือตัวตูเอง…        อะฮะฮะฮ่ะ อะฮะฮะฮ่ะ อะฮะฮ่ะฮ่าฮ่าฮ้าๆๆๆ ~ ~ !!!
            ตูกลายเป็นเด็กเรียนม.ต้นไปแล้วววววววว!!!