“ค่ะ”
ส่วนมัทรีนั้นไม่กล้าสบตาใคร ด้วยกลัวจะถูกหมายหัว เลยรีบคว้าเป้ กับกล่องเปล่าที่ใส่มื้อเช้ามายัดลงไป รับซองสีน้ำตาลจากมือชูชาติแล้วรีบเดินออกจากห้องทันที นี่ดูเหมือนจะเป็ครั้งที่สามแล้ว ที่จะได้ขึ้นชั้นบนสุดของอาคาร ใจนั้นก็อดคิดถึงเ้าของตึกไม่ได้
จะครบเดือนแล้วนับั้แ่คืนนั้น ที่ไม่ได้เห็นหน้ากันอีกเลย จากที่คาดหวังไว้ ว่าวันยายออกจากโรงพยาบาลเขาจะมา แต่ก็คาดผิด เพราะเขาให้ประมวนมารับไปส่งบ้านแทน ส่วนค่าใช้จ่าย เขาก็ให้ประมวนเอาเงินมาจ่ายในวันนั้นด้วย รู้จากยายว่าเขายุ่งมาก จนไม่มีเวลาปลีกตัวไปไหน
มัทรีไม่เข้าใจงานของเขานัก ว่าต้องทำอะไรบ้าง แต่เดาได้ ว่าคงมีเื่มากมายหลายอย่างต้องรับผิดชอบ เพราะมีบริษัทลูกอีกหลายแห่ง ไหนจะกิจการด้านอื่น ที่ครอบครัวเขาทำไว้หลายต่อหลายที่ รวมๆ แล้วมีทั้งหมดถึงยี่สิบเก้าแห่ง แค่เขามีเวลาไปเยี่ยมเยือนยาย ก็ถือว่ากรุณามากแล้ว
หัวใจแอบไหวหวิวตอนรออยู่หน้าลิฟต์ เมื่อคิดถึงค่ำคืนนั้นขึ้นมา และไม่รู้ว่าคิดถึงเป็ครั้งที่เท่าไหร่แล้ว รู้แต่ว่าทำให้มีแรงใจในการสู้งาน สู้ชีวิตอันโดดเดี่ยวได้มากมายก่ายกอง ในใจก็เฝ้าพร่ำถามตัวเองเสมอมา ว่าที่เขาทำแบบนั้นเพราะอะไรกันแน่
‘รักหรือ’
หญิงสาวผู้รู้ว่าตัวเองต่ำน้อยนั้นไม่กล้าแม้แต่จะคิด หรือไม่กล้าแม้แต่จะอาจเอื้อม ในเมื่อเขาอยู่สูงเทียมฟ้า ไยเลยจะมาสนใจดอกหญ้าในป่าคอนกรีตที่อยู่เทียมดินกินข้าวแกงกัน
‘ตัณหาหรือ’
ก็ไม่กล้าแม้แต่จะคิดเช่นกัน ในเมื่อที่ผ่านมา เขาไม่เคยมีท่าทีว่าจะเป็ผู้ชายชอบหาเศษหาเลยด้วยซ้ำ ตรงกันข้าม กลับเป็สุภาพบุรุษทุกกระเบียดนิ้ว และไม่เคยมีข่าวคราวเล็ดลอดมาเข้าหู ว่าเป็เสือผู้หญิงแต่อย่างใด เรียกได้ว่า เป็เ้านายที่ไม่มีใครว่าได้ในเื่ผู้หญิง
‘ชอบ’
มีเพียงคำนี้ที่แอบคิดอยู่ในใจ ซึ่งห่างไกลกับคำว่ารัก ห่างไกลกับฐานะคนรักของเขาหลายร้อยเท่า และเฝ้าบอกตัวเองเสมอ ว่าอย่าหวังอะไรที่จะทำให้หัวใจต้องเจ็บ ในเมื่อระหว่างกัน แทบไม่มีทางจะเป็ไปได้เลยด้วยซ้ำ ทางเส้นขนานเป็ยังไง เธอกับเขาก็ไม่ได้ต่างกันสักนิด ไม่มีทางจะมาพบเจอกันได้เลย
มัทรีหยุดความคิดฟุ้งซ่านไว้ เมื่อก้าวเข้าไปในลิฟต์ แล้วมันพาขึ้นไปถึงชั้นบนสุดของตึก บรรยากาศเงียบสงบ ราวกับไม่มีผู้คนอยู่บนนี้เมื่อไปถึง แถมไม่อาจเดาได้ ในเมื่อแต่ละห้องของผู้บริหารระดับสูง ต่างปิดประตูเงียบกริบทั้งนั้น มีเพียงเลขาของแต่ละคนเท่านั้น นั่งทำงานอยู่ด้านหน้า
สองเท้าค่อยๆ ก้าวเดินไปยังทิศทางของห้องทำงานเขา ซึ่งอยู่ทางปีกขวาของตึก ห้องใหญ่พอๆ กับห้องพ่อของเขา ชูชาติเคยบอกว่าพ่อเขาไม่ค่อยได้เข้ามาทำงานนัก เห็นอรนภานั่งจ้องหน้าจออยู่ เลยรีบตรงไปแล้วยกมือไหว้ด้วยท่าทีนอบน้อม
“สวัสดีค่ะพี่ มัทเอาเอกสารจากพี่ชาติมาให้ค่ะ”
“อ้อ! รอพี่แป๊บนะคะ”
มัทรีต้องถือเอกสารเก้อ เมื่อยื่นเอกสารไปหาแล้วเลขาเขาไม่ได้รับไว้อย่างที่คิด แต่ลุกจากเก้าอี้แล้วเดินนำไปยังประตูห้องแทน เคาะสามครั้งแล้วก็เปิดเข้าไป แล้วหันมากวักมือเรียกอย่างเร่งรีบ
“เข้ามาเลยจ้ะ”
มัทรีไม่รู้จะต้องไปทำอะไร เพราะไม่กล้าถาม ได้แต่ก้าวเข้าไปในห้อง ประตูถูกปิดทันที เห็นเขานั่งเซ็นเอกสารอย่างเร่งรีบอยู่ พอเงยหน้าขึ้นมามอง มัทรีก็ยกมือไหว้อย่างนอบน้อมเหมือนเคย เขารับไหว้ แต่ไม่ได้พูดอะไร นอกจากก้มไปหาเอกสารต่อ ตัวเองเลยยืนรอใกล้ๆ เลขาเท่านั้น
“เสร็จแล้ว เราไปกัน”
ราวสิบนาที เขาก็เลื่อนแฟ้มเซ็นงานไปทางเลขา แล้วรีบลุกขึ้น พร้อมพยักหน้าให้เดินไปหาเขา แม้จะงง แต่มัทรีก็เดินตามไปยังประตูอีกบาน ซุกซ่อนอยู่หลังปาล์มไผ่สูงระดับศีรษะของเขาสามกระถางเรียงกันอยู่
และเป็ม่านสีเขียวสบายตาไม่น้อย แรกทีเดียวคิดว่าจะเป็ห้องน้ำ แต่พอเข้าไปแล้ว กลับหลุดออกจากห้องทำงานอันโอ่โถง มีประตูลิฟต์อยู่ใกล้ๆ
“มีอะไรก็โทรหาผมนะครับคุณอร ขอบคุณมาก วันหยุดก็พักผ่อนให้มากๆ นะครับ”
มัทรีเห็นเขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล พร้อมกับยกมือรับไหว้เลขาด้วยท่าทีสง่างามแล้วก็ให้ใจสั่น เพราะเขาเรียกได้ว่า หล่อเหลาแทบจะทุกอิริยาบถ ใบหน้าขาวราวสตรี มือไม้สะอาดสะอ้าน เสื้อผ้าแทบไม่มีรอยยับ แม้จะนั่งทำงานมาครึ่งค่อนวันแล้ว ผมตัดสั้นก็ยังอยู่ทรงดีไร้ที่ติ
“มาครับมัท เราต้องรีบแล้ว”
มัทรีเดินสะพายเป้กับถือซองสีน้ำตาลตามเข้าไปในลิฟต์เล็กๆ ถ้าเบียดกันหน่อยจะโดยสายได้ราวห้าคน ส่วนเลขาของเขาแค่มาส่ง แล้วก็เดินกลับทางเก่า หญิงสาวมองสำรวจลิฟต์ไปรอบ เชื่อแน่ว่าพนักงานธรรมดา คงไม่เคยมีใครได้เห็นหรือได้ใช้ และไม่รู้ว่ามันจะไปหยุดตรงชั้นไหน
“เชิญเลยครับ”
เมื่อลิฟต์หยุดลง เขาก็ผายมือให้เดินออกไปก่อน ถึงได้รู้ว่าเป็ชั้นใต้ดิน และเป็คนละชั้นกับพนักงานทั่วไปใช้จอดรถ เข้าใจว่าอาจจะมีให้แค่ผู้บริหารระดับสูงในตึกแค่นั้น
เพราะรถหรูหราราคาหลายล้านจอดอยู่เป็สิบๆ คัน แม้จะสงสัยแต่ก็ไม่กล้าถาม นอกจากเดินตามเขาไปหารถ ซึ่งจอดอยู่ไม่ห่างจากลิฟต์นัก เป็สปอร์ตแทนเมอร์เซเดส-เบนซ์เหมือนที่เคยเห็น
“เชิญครับ” พอเขาเปิดประตูให้ มัทรีก็ก้าวเข้าไปนั่ง ส่วนเขารีบอ้อมไปนั่งอีกด้าน แล้วขับออกไปอย่างรวดเร็ว
“เราจะไปไหนคะ”
มัทรีรู้ว่าไม่ควรถามผู้ใหญ่อย่างนี้ แต่เพราะความสงสัย บวกกับจะต้องบอกเพื่อนที่นัดกันไว้ ว่าจะไปเดินเที่ยวด้วย เลยจำต้องรู้ว่าตัวเองกำลังจะไปไหน
“มัทถามทำไมครับ หรือกลัวคุณยายห่วง แต่เมื่อเช้าคุณยายบอกผมเองนี่นา ว่าไปทำบุญกับเพื่อนบ้านที่ต่างจังหวัด จะกลับพรุ่งนี้มืดๆ เลย”
จักรภัทรเอ่ยเสียงนุ่ม แต่ไม่ได้หันไปหาคนข้างๆ เพราะกำลังดูประตูเหล็ก ซึ่งกำลังเปิดด้วยระบบอัตโนมัติ จากนั้นสปอร์ตก็หลุดออกจากใต้อาคารชั้นล่างสุด สู่การจราจรอันคับคั่งไม่ว่างเว้น
ทั้งลิฟต์ทั้งลานจอด เขาสั่งสถาปนิกออกแบบมาไว้ให้เป็เอกสิทธิ์พิเศษ เฉพาะเ้าของบริษัทกับผู้บริหารระดับสูง ที่เช่าอาคารแห่งนี้เท่านั้น จะได้เป็ส่วนตัวและไม่ต้องไปยืนรอลิฟต์รวมกับพนักงานให้เสียเวลา แถมเป็ความลับให้รู้เฉพาะคนมีสิทธิ์ใช้เท่านั้น
“ยายโทรมาหาคุณเกียร์เหรอคะ”
มัทรีไม่กล้าคิดว่าเขาจะเป็คนโทรหายาย พอๆ กับไม่คิดว่ายายจะใจกล้าโทรมาหา ยกเว้นแค่ครั้งก่อนที่ยายเหนื่อยและติดต่อใครไม่ได้ เขาเลยเป็ตัวเลือกสำคัญ แต่ต่อไปเธอจะไม่ยอมให้เกิดเหตุการณ์แบบนั้นแน่ เพราะบอกกับตัวเองไว้แล้ว ว่าจะไม่ลืมชาร์จแบตเตอรี่ แถมซื้อพาวเวอร์แบงก์เอาไว้แล้ว
“เปล่าครับ ผมโทรหาเอง เพราะตั้งใจว่าจะไปขอฝากท้องมื้อเย็นหน่อย แต่คุณยายกลับไม่อยู่บ้าน ผมเลยถือวิสาสะ พาหลานท่านออกไปหาอะไรกินข้างนอกแทน แต่กว่าจะถึงที่หมาย ผมคงหิวจนตาลายและขับรถไม่ไหวแน่ๆ มัทคิดว่ามีอะไรที่เราพอจะกินได้และแบบไม่เสียเวลาเดินทางบ้างมั้ยครับ”
เขาเอ่ยด้วยท่าทีของคนอารมณ์ดี มัทรีก็พลอยยิ้มบางๆ ให้เขาด้วย ตาก็มองไปยังสองข้างทาง เพื่อหาของกินที่เขาว่า
“แบบนั้นไหวมั้ยคะ” เห็นรถเข็นขายไก่ย่างส้มตำห่างออกไปไกลพอสมควร
“คุณเกียร์จะถือมั้ยคะ ถ้าในรถมีกลิ่น” แต่ก็คิดขึ้นได้ เลยหันมาถามก่อน
“ไม่เลยครับ เราซื้อมาใช้นะครับ ไม่ได้เอามาไว้เป็เ้านาย อยากกินอะไรในรถผมได้หมดครับ” เ้าของรถตอบอย่างคนไม่คิดอะไรจริงๆ
“งั้นมัทไปซื้อเลยนะคะ”
“ครับ แต่เอาเงิน...”
“ไม่เป็ไรค่ะ มัทเลี้ยงขอบคุณ ที่คุณเกียร์เป็เ้าของไข้ให้ยายค่ะ”
มัทรียิ้มร่าด้วยท่าทีขำนิดๆ เพราะไม่คิดว่า ค่าไก่ย่างกับค่ารักษาจะทดแทนกันได้ แต่ก็เห็นเขาถือกระเป๋าสตางค์ แล้วยิ้มมาให้ เลยรีบออกจากรถไป ไม่กี่นาที ก็ได้ไก่ย่าง ข้าวเหนียว และข้าวไข่เจียวหนึ่งกล่องมาเรียบร้อยแล้ว ส่วนน้ำนั้นมีหนึ่งขวด ในเป้ไว้ตลอดเวลาอยู่แล้ว
“คุณเกียร์จะกินเลยมั้ยคะ มัทจะแกะไก่ให้”
เพราะเห็นรถกำลังติด เลยรีบเสนอให้เขากินก่อน ส่วนเขาก็หันมายิ้มหวานๆ ให้ จนหัวใจของพนักงานสาวแทบจะหยุดเต้น เพราะความหล่อบาดใจ บางครั้งก็เคยถามฟ้าดินเหมือนกัน
ว่าอะไรจะลิขิตให้เขาเกิดมาพร้อมสรรพได้มากมายขนาดนี้ เรียกได้ว่า ทั้งหล่อ ทั้งรวย และทั้งนิสัยดีอย่างไร้ที่ติ ใครได้เป็สามีคงจะโชคดีตลอดชาติ
+++++
E-Book พร้อมโหลดแล้วค่ะ
****** ขออนุญาตแจ้งอีกทีนะคะ ว่านิยายทุกเื่จะลงให้อ่านได้ราว 70% เท่านั้นค่ะ ต้องขอโทษด้วยนะคะถ้าทำให้ค้างคา แต่กันเกราเชื่อว่านักอ่านที่น่ารักทุกท่านจะเป็กำลังใจต่อให้ด้วยการตามหาหนังสือมาไว้ในอยู่แล้วค่ะ ******
ยิ้มมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม
และหนึ่งคอมเม้นต์ของท่าน คือหนึ่งแรกผลักดันและกำลังใจของคนเขียนนะคะ แต่ก็ยินดีต้อนรับและขอบคุณนักอ่านเงาทุกท่านด้วยค่ะ
รู้งี้แล้วอย่าลืมเม้นท์ให้เค๊าหลังอ่านด้วยนะตะเอง
เข้าไปทักทาย พูดคุย หรือติชมผลงานได้
ตามเพจด้านล่างนี้เลยนะคะ
ยินดีต้อนรับทุกๆ ท่านค่ะ และยินดีรับฟังทุกความคิดเห็นค่ะ

สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย
สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗
ห้ามหยิบยก คัดลอก หรือดัดแปลงส่วนใดส่วนหนึ่งของหนังสือเล่มนี้ รวมทั้งถ่ายทอด ถ่ายเอกสาร สแกน ในรูปแบบใดๆ ทั้งสิ้น เว้นเสียแต่จะได้รับอนุญาตจากผู้ประพันธ์เป็ลายลักษณ์อักษร ยกเว้นเพื่อการประชาสัมพันธ์อันเป็ประโยชน์แก่หนังสือเล่มนี้เท่านั้น







































