บทที่ 2 อี้ถิงผู้ซื่อสัตย์
“คุณหนูเ้าคะ? คุณหนู...”
เสียงใสของสตรีร่างเล็กผู้หนึ่งเอ่ยเรียกคนเป็นายที่บัดนี้ยังคงนอนจมอยู่กับกองขนมหวานและหนังสือที่รวบรวม “ฮว่าปั่น” หรือบทนิทานสำหรับนักเล่าเื่จำนวนเอาไว้ในเล่มเดียว
โดยบทนิยายเหล่านี้ถูกเรียบเรียงมาจากหลากหลายที่ทาง แม้ว่าหนังสือประเภทนี้จะไม่เป็ที่นิยมสำหรับเหล่าชนชั้นสูงมากนัก เพราะส่วนใหญ่จะชอบไปรับชมโดยตรงมากกว่า
ส่วนหนังสือที่อ่านกันก็จะเป็หนังสือเกี่ยวกับประวัติศาสตร์บ้านเมือง อ่า...สำหรับสตรีก็คงจะเป็กฎระเบียบของตระกูล มารยาทการเข้าสังคมและอื่นๆ เนื่องจากตามจารีตประเพณีแล้ว สตรีไม่ควรยุ่งการบ้านเมืองมากเกินไป ไม่เช่นนั้นจะถูกกล่าวหาว่าผิดหลักจารีตที่ว่า “ภายในและภายนอกต้องแยกกัน”
โดยมองว่าภายในคือหน้าสตรี เพียงดูแลบ้านเรือนและรู้วิธีปรนนิบัติสามี รู้จักกตัญญูและทำตามหลัก “ซานฉงซื่อเต๋อ” คือก่อนแต่งให้ทำตามคำบิดา หลังแต่งให้ทำคำตามสามี หากไร้สามีแล้วให้ตามคำบุตรชาย เื่การใหญ่ดูแลบ้านเมืองนั้นเป็หน้าที่ของบุรุษ สตรีไม่ควรเข้ามาก้าวก่ายเพราะจะทำให้เสียเื่
ร่างกายที่งดงามอรชรอ้อนแอ้น สมกับที่ได้ชื่อว่า “หญิงงามอันดับหนึ่งของเมืองหลวง” ผู้ที่ไม่ว่าชายหรือหญิงก็ต้องรู้สึกเขินอายยามได้สบตา บัดนี้กำลังทิ้งตัวอยู่บนตั่งตัวเตี้ยแต่มีขนาดกว้างมากกว่าปกติ เพราะเป็การสั่งทำพิเศษโดยเ้าของ
ขาเรียวเล็กยกขึ้นพาดกับพนักแขน ในขณะที่มีหมอนอิงปักลายดอกเหมยรองศีรษะ ท่วงท่าที่ดูสบายๆนี้กลับทำให้สาวใช้ต้องขมวดคิ้ว ท่าทางลุกลี้ลุกลนของนางยามที่มองมายังเ้านาย สลับกับมองไปข้างนอก เห็นได้ชัดเจนว่าไม่้าให้เ้านายถูกผู้อื่นตำหนิเอาได้
ซึ่งถ้ามีคนมาเห็นสาวงามอันดับหนึ่งที่เพียบพร้อมผู้นี้ แท้จริงแล้วมีท่วงท่าเหมือนกับคนเถื่อนไม่รู้ธรรมเนียม คนมากมายจะต้องเอาไปวิพากษ์แน่ แล้วตำแหน่งสาวงามอันดับหนึ่งยังจะอยู่อีกหรือ?
หลิวหร่วนอี้ที่อยากจะใช้ชีวิตอย่างสบายใจเหลือบมองดูสาวใช้คนสนิทที่กำลังเป็กังวลแทนตนเอง เห็นเช่นนั้นก็รู้สึกว่าน่าขันอยู่บ้าง เพราะนางเข้าใจความกังวลนี้ของอีกฝ่ายดี
จำได้ว่าตอนที่ตนเองเข้ามาในนิยายครั้งแรกก็เป็เช่นนี้ แถมยังคิดเปลี่ยนเส้นเื่พาตนเองเข้าวังหลังองค์รัชทายาทกลายเป็พระชายาคู่ั เพื่อให้สามารถอยู่วังหลวงได้อย่างสมเกียรติ นางต้องฝึกฝนใหม่ทั้งหมด ถูกอาจารย์ที่เชิญมาตีจนหลังลาย ถ้าไม่ใช่เพราะมียารักษาดี หลังอาจจะมีรอยแผลเป็เหมือนเสือโคร่งไปแล้ว!
ทั้งหมดนี้ก็เพื่อรักษากิริยามารยาทที่น่ามองอยู่ตลอด การเป็ “พระชายา” นั้นไม่ง่ายเลย คนเข้าคนออกตำหนักบ่อยครั้งมาก ขอแค่นางพลาดท่าเพียงครั้งเดียว หน้าต่างที่มีรูเยอะแยะมากมายเ่าั้ก็จะแพร่ข่าวออกไปซุบซิบนินทาจนถึงพระเนตรพระกรรณได้แล้ว
ฉะนั้นั้แ่ครั้งแรกหลังฝึกฝน นางก็พยายามรักษามารยาทเช่นนั้นจนติดเป็นิสัย และแน่นอนว่าหลิวหร่วนอี้ไม่คิดเปลี่ยนด้วย เพราะไม่ว่าจะครั้งที่ 2 หรือครั้งที่ 3 นางล้วนผลักดันให้สามีและครอบครัวยกระดับขึ้นมาจนกลายเป็ขุนนางผู้หนึ่ง
ในฐานะผู้ผลักดันที่แท้จริง ทั้งยังอยู่เื้ัความสำเร็จทั้งหมดของพวกเขา นางย่อมต้องรักษาความสง่างามเอาไว้ ยิ่งสามีมาจากครอบครัวที่ต่ำลึกยิ่งกว่าโคลนตม ภรรยาอย่างหลิวหร่วนอี้เพื่อรักษาเกียรติให้สามี ทำให้ผู้คนยำเกรงไม่กล้าเอาสามีมาพูดลับหลัง นางยิ่งต้องแสดงอำนาจให้พวกเขาเห็น
ตราบเท่าที่มีเธอ มีตระกูลหลิว ... ใครจะมาแตะต้องครอบครัวสามีที่ตนเลือกไม่ได้เด็ดขาด!!
แต่...ผลลัพธ์ของความพยายามเ่าั้ล้วนตอบแทนมาให้เป็ความตายอย่างน่าอดสู กว่าจะคิดได้ว่าไม่ใช่ตนที่เลือกสามีผิด แต่เป็เพราะไม่อาจหลีกหนีความตายได้! ก็ผ่านความเ็ปมาถึง 3 ครั้งแล้ว
ครานี้แทนที่จะกังวลกับการเปลี่ยนบทเหมือนก่อนหน้า หลิวหร่วนอี้ที่พบสัจธรรมที่แท้จริงของชีวิตก็รู้สึกว่าตนเอง “พอแล้ว” จริงๆ
สำหรับหร่วนอี้...ไอ้ชีวิตที่ว่านี้มันคงถูกกำหนดไว้แล้วว่าหลังจากนี้ 5 ปีตนจะต้องตาย ดังนั้นแทนที่จะต้องพยายามสุดความสามารถเพื่อหนีมัน นางกลับคิดได้ว่า...่เวลา 5 ปีก่อนที่จะตายนี้ตนเองใช้มันคุ้มค่าอย่างที่้าแล้วหรือไม่ นั่นคือสิ่งที่ถูกต้องที่แท้จริงต่างหาก
ั้แ่ที่ได้รับโอกาสอีกครั้งหลัง 3 ครั้งแรกไปไม่รอด หลิวหร่วนอี้ก็แทบจะมีนิสัยเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง อันที่จริง...นิสัยของนางไม่ได้เปลี่ยนไปมากนัก นางก็แค่มนุษย์ปถุชนคนธรรมดาผู้หนึ่งที่อยากมีชีวิตดีๆ มีความสุข อายุยืนนาน ลูกเต็มบ้านหลานเต็มเมือง
หากไม่ใช่เพราะก่อนหน้านี้ตนที่มาจากโลกอื่นมั่นใจในตนเองมากเกินไป คิดว่าแค่พยายามก็สามารถเปลี่ยนชะตากรรมฮูหยินผู้น่าสมเพชได้ นางคงไม่ต้องเหนื่อยมากขนาดนั้น
หญิงงามลดหนังสือลงเล็กน้อยเพื่อมองดูสาวใช้ผู้ซื่อสัตย์ ผ่านมา 3 ชีวิตก็ได้สาวน้อยผู้นี้ช่วยเอาไว้หลายครั้ง ชีวิตแรก “อี้ถิง” ดื่มยาพิษแทนตน หลังจากที่พวกสนม้าใช้วิธีสกปรกในการกำจัดพระชายา
ชีวิตที่สองนางยังคงตายเพื่อตนอีก ด้วยการติดตามไปรับใช้ถึงบ้านบัณฑิตผู้เป็สามี ซึ่งตอนนั้นลุงชั่วของสามี้าจะทำมิดีมิร้ายต่อนาง ดังนั้นอี้ถิงก็เอาตนเองเข้าแลก สู้กับชายร่างใหญ่จนกัดหูอีกฝ่ายติดมากับปาก แต่เพราะแบบนั้นจึงถูกความโกรธของเขาเล่นงานจนตาย
แม้ว่าหร่วนอี้จะทวงคืนความยุติธรรมให้แก่อี้ถิงผู้น่าสงสารได้สำเร็จ ฆ่าไอ้คนชั่วตกตายไปตามกัน ทำให้มันและครอบครัวทรมานมากที่สุด ถึงอย่างนั้น...ก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปเลยว่าสาวใช้ตัวน้อยของนางได้ตายไปแล้ว ไม่มีวันฟื้นคืนกลับมาอยู่ข้างตนได้อีก
ชีวิตสุดท้ายนี้ตกตายตามกันไม่นานนัก หลังจากที่รู้ว่าสามีผู้ชั่วช้า้าสังหารตนเอง อี้ถิงก็ใช้ตนเองบังดาบให้เ้านายที่หน้าเรือนก่อนแล้ว ตอนที่หร่วนอี้ตาย...ร่างของอี้ถิงคงยังไม่หายอุ่นด้วยซ้ำ
ในชีวิตนี้ หร่วนอี้ได้แต่ภาวนาให้อี้ถิงผู้นี้ไม่ต้องตายตามตนไปอีก ในเมื่อชะตากรรมของนางถูกบทนิยายบังคับไว้แล้วว่ายังไงก็ต้องตาย เช่นนั้น...จะตายก็ตายได้ หร่วนอี้ไม่ได้คาดหวังให้ชีวิตตนเองยืดยาวอีกต่อไป ขอก็แค่อย่างเดียว....ในชีวิตนี้ ขอเป็ตนที่ตายก่อนอีกฝ่ายได้หรือไม่
“มานี่สิ ถิงถิง” มือเรียวขาวงามดุจไข่มุกโบกมือไปมา เรียกให้สาวใช้ตัวน้อยเข้ามาใกล้อีกหน่อย
แม้ว่าอี้ถิงจะยัง้าเฝ้าระวังที่หน้าเรือนของคุณหนู แต่เมื่อเป็คำสั่งของเ้านายแล้วนางจะปฏิเสธได้อย่างไร ดังนั้นสาวน้อยจึงรีบวิ่งเข้ามาใกล้ตั่งตัวเตี้ย คุกเข่าลงข้างกายของคุณหนูเพื่อรับคำสั่งใหม่
“อ้าปากหน่อยสิ”
“เ้าคะ?”
“เอาเถอะน่า ข้าบอกให้อ้าปากสักหน่อยอย่างไรล่ะ” หร่วนอี้ขมวดคิ้วเล็กน้อย เมื่อใบหน้างามขมวดมุ่น กลับไม่อาจบอกว่าดูไม่ดีเลย กลับกัน...ความงามของเธอยังปรากฏขึ้นในรูปแบบใหม่เสียด้วย ทำเอาสาวน้อยที่พินอบพิเทาอยู่ได้แต่ก้มหน้าลงด้วยความเขินอาย
อย่างที่บอกไปก่อนหน้านี้ คุณหนูหลิวหร่วนอี้ก็สมกับเป็สาวงามอันดับหนึ่งของเมืองหลวงจริงๆ เสน่ห์อันล้นเหลือของนางทำให้ไม่ว่าจะแสดงกริยามารยาทใดออกมาก็ล้วนแล้วแต่ทำให้คนใจเต้นแรงทั้งนั้น อี้ถิงก็แค่เป็หนึ่งในผู้หลงรักและเทิดทูนเ้านายของตนอย่างสุดหัวใจก็เท่านั้น
อี้ถิงอ้าปากตามคำสั่งของคนเป็นาย ถึงนางจะยังไม่เข้าใจว่าเ้านาย้าอะไรจากตน ทว่าทุกคำสั่งของเ้านายล้วนไม่อาจปฏิเสธได้ แม้แต่สั่งให้นางไปตายก็ยังทำได้เลย เช่นนั้นจะนับประสาอะไรกับคำสั่งง่ายๆเช่นนี้
เห็นท่าทางจริงจังของอี้ถิง หร่วนอี้ก็ยกยิ้มมุมปาก นิ้วเรียวของหญิงสาวหยิบเอาองุ่นในถาดข้างกายยัดใส่ปากของอี้ถิงด้วยความเร็ว กว่าหญิงสาวจะรู้ตัวก็พบว่าในปากของตนเองมีกลิ่นหอมของผลไม้อยู่ก่อนแล้ว
“กินสิ ผูเถาที่พ่อค้าต่างแดนนำมาครานี้รสดียิ่ง เ้าไม่ค่อยได้กินผลไม้แปลกๆพวกนี้ เช่นนั้นก็ลองเสียหน่อยเถอะ ครั้งหน้าหากมีโอกาสเจอผูเถารสชาติดีเช่นนี้ก็จงนำมาให้ข้าอีก เข้าใจหรือไม่?”
คนเอ่ยด้วยเสียงเนิบนาบ หากแต่ใจความนั้นมีเหตุผลที่ทำให้อี้ถิงที่พยายามคายผลไม้ราคาแพงออกมาต้องกลืนมันกลับเข้าไปแล้วพยายามจดจำรสชาตินี้เอาไว้ให้ได้มากที่สุด
แน่นอนว่าเจตนาของหร่วนอี้แล้วคงไม่ใช่เป็การใช้สาวน้อยผู้นี้ไปซื้อผูเถาจริง หากแต่ก็แค่ไม่อยากให้อี้ถิงเกรงใจมากเกินไปก็เท่านั้น เพราะรู้นิสัยของอี้ถิงเป็อย่างดี ต่อให้ตนยัดมันเข้าปากแล้ว แต่อี้ถิงก็ยังสามารถคายออกมาแล้วเอาไปเก็บบูชาไว้แทนได้
หากเป็คนอื่นคงไม่ต้องหาข้ออ้างให้วุ่นวาย แต่อี้ถิงที่ซื่อสัตย์จนทำให้คนอื่นมารังแกได้ง่ายๆคนนี้ต่างออกไป สิ่งใดที่เป็ของเ้านายหรือเกินตน อี้ถิงไม่้ารับเอาไว้เลยสักนิด ขนาดปิ่นเงินที่เธอมอบให้ สาวเ้าก็ไม่กล้ารับไว้เลย จำได้ว่าในชีวิตที่ 2 ยามเลือกแต่งให้บัณฑิตที่ยากไร้ อี้ถิงก็นำปิ่นเงินนี้มาให้ โดยขอให้เอาไปขายเพื่อสนับสนุนสามีของคนเป็นาย
เดิมทีหร่วนอี้ก็ไม่ได้เอะใจใดๆ ยังคิดว่าอี้ถิงเพียงนำทรัพย์สินตนเองมาช่วยเหลือตน ซึ่งเพียงรู้สึกซาบซึ้งใจของอีกฝ่ายเท่านั้น
แต่เมื่อไปที่ร้านค้าแล้วตรวจสอบพบว่าปิ่นเงินนี้ยังไม่ถูกใช้เลยแม้เพียงครั้งเดียว ทำให้สภาพของมันยังเหมือนใหม่เอี่ยม ราคาที่ได้รับย่อมสูงมาก นางจึงกลับมาถามอี้ถิงว่าเหตุใดจึงเป็เช่นนั้น เพราะปิ่นเงินนั้นเป็สิ่งที่นางตั้งใจมอบให้ในวันปักปิ่นของอีกฝ่าย อยากให้ทางนั้นได้ใช้มันยาม้าไปเดินเที่ยวเล่น
สุดท้ายจึงได้รู้ว่าอี้ถิงผู้นี้ไม่้าแตะต้องของล้ำค่านั้น เ้านายมอบให้อย่างไรก็เอาไว้เช่นนั้นเลย กระทั่งกล่องไม้ที่ใส่ปิ่นก็ยังไม่กล้าแตะต้องด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับตัวปิ่นเอง
“คุณหนูเ้าคะ บ่าวจำรสชาติได้แล้วเ้าค่ะ หากครั้งหน้ามีผูเถาอีก บ่าวจะรีบให้คนซื้อนำมาให้คุณหนูนะเ้าคะ”
“อ้อ อืม...” หร่วนอี้พยักหน้าส่งๆแล้วยกหนังสือรวบรวมนิทานขึ้นมาอ่านอีกครั้ง
แม้นางจะอยู่มาแล้ว 3 ชีวิตจนแทบกลายเป็คนของโลกใบนี้ แต่ทั้ง 3 ชีวิตก่อนก็มีแต่เื่น่าปวดหัวเท่านั้น นิทานจรรโลงใจเช่นนี้จะเคยผ่านมือตนเองได้อย่างไร หากไม่อ่านกลยุทธ์การศึก แผนพัฒนาบ้านเมือง ผังเมือง อำนาจหน้าที่ของขุนนาง และอื่นๆ ตลอดทั้งวันทั้งคืนเพื่อช่วยสนับสนุนสามี นางก็ต้องเตรียมแผนรับมือกับพวกหลังบ้านขององค์รัชทายาท รวมทั้งขุนนางตู้เองก็ด้วย
คราแรกยามที่ตนฉุดออกมาจากบ่อโคลน อีกฝ่ายสาบานจะรักมั่นเพียงนางเท่านั้น แต่นานวันเข้ากลับบอกว่านางมีปัญหาในการตั้งครรภ์ หว่านล้อมจนทำให้หร่วนอี้รู้สึกผิด และเพื่อที่จะทำให้ตระกูลของสามีพัฒนาไปอย่างราบรื่น นางจึงจำยอมแต่งฮูหยินรอง ฮูหยินสาม แล้วยังมีฮูหยินสี่ตามเข้ามาอีก
เอาเป็ว่า...เื่วันวานเหล่านี้ไม่ควรพูดถึงอีกแล้ว ยิ่งคิดก็มีแต่จะยิ่งปวดใจเท่านั้น
ตอนนี้ในมือของนางก็คือนิทานที่นักเล่าเื่แต่งกันขึ้นมา อ่านแล้วยิ่งสนุกสนาน ถึงจะต่างจากนิยายในโลกเดิมของตนอยู่บ้าง แต่การที่หร่วนอี้มาอยู่ที่นี่นานนับ 15 ปีกว่าๆ ก็ถือว่าได้หลอมรวมตนเองกับวัฒนธรรมที่นี่ไปไม่น้อยแล้ว
ความสละสลวยของนิทานที่เล่าต่อกันมา กับนิยายที่เขียนในโลกปัจจุบันต่างกันมาก พลังและจิติญญาที่อยู่ในนิทานเหล่านี้สูงค่ามากจริงๆ และที่สำคัญที่สุด....อ้างอิงจากประสบการณ์ชีวิตทั้ง 3 ครั้งที่ผ่านมา นิทานเื่เล่านี้แท้จริงแล้วไม่ต่างอะไรกับ “เื่นินทาชาวบ้าน” เลย
จากที่อ่านมาแล้ว 3 เล่ม เล่มละ 5 บท รวมแล้ว 15 บทนั้น มีเื่จริงของผู้อื่นแต่แค่เปลี่ยนชื่อแซ่สกุลไปแล้ว 12 เื่ อีก 3 เื่อาจจะเป็เื่ที่ตนเองไม่เคยได้ยินใน 3 ชีวิตก่อนหน้าก็เท่านั้น หรืออาจจะเป็เื่แต่งขึ้นมาเองก็ไม่ทราบได้
แต่เพราะการที่มีความจริงผสมอยู่ด้วยเช่นนี้ หลิวหร่วนอี้ยิ่งอ่านก็ยิ่งติด หลายครั้งยังหลุดหัวเราะออกมาเมื่อเห็นเค้าโครงความจริงในเนื้อหานั้นด้วย
……………………………………..