Living a Worthless Cultivator Life with a Flattering System(ใช้ชีวิตเซียนแสนไร้ค่ากับระบบขี้ประจบ)

    ตอนที่ 8

    เช้าวันใหม่ ดวงตะวันกำลังจะโผล่พ้นริม๺ูเ๳า


    หลินเทียนเดินออกมาจากห้องพัก พร้อมเดินหาวมาอย่างงัวเงีย


    “หาววว…”


    เขายกมือขึ้นปิดปาก ดวงตาหรี่ลงเล็กน้อย ราวกับยังไม่อยากตื่นเต็มที่


    แต่สุดท้ายก็ต้องฝืนลุกขึ้นมาอยู่ดี


    วันนี้เขาจะออกเดินทางเข้าป่าแห่งอสูร


    เขากวาดสายตามองไปรอบ ๆ อย่างช้า ๆ


    เหมือนกำลังซึมซับบรรยากาศของสำนักเอาไว้เล็กน้อย


    แล้วไปสะดุดกับร่างหนึ่งกำลังเดินเข้ามาพร้อมห่ออะไรบางอย่าง


    ไป๋ซีเดินเข้ามาใกล้ ๆ ก่อนจะยื่นห่อนั้นให้


    “นี่ค่ะท่านอาจารย์ ห่อข้าวและเสบียงอาหารต่าง ๆ ข้าลุกขึ้นมาแต่เช้าเพื่อเตรียมไว้ให้ท่านค่ะ”


    น้ำเสียงของนางนุ่มนวล แต่เต็มไปด้วยความตั้งใจ


    เหมือนคนที่กลัวว่าอีกฝ่ายจะลำบาก


    หลินเทียนยื่นมือไปรับ ก่อนจะยิ้มบาง ๆ


    “ไม่ต้องเป็๲ห่วงข้า ไม่เป็๲อะไรหรอก ข้าแค่ออกไปหาของ ไม่กี่วันก็กลับมาแล้ว บางทีอาจจะล่วงเลยเวลาที่กำหนดไว้บ้าง แต่ไม่ต้องเป็๲ห่วง ข้าจะกลับมาอย่างแน่นอน”


    เขาพูดพร้อมเอามือลูบหัวไป๋ซีเบา ๆ


    เขารู้ว่านางกำลังเป็๲ห่วง ไม่อยากให้เขาออกไปที่อันตราย


    ไป๋ซีชะงักเล็กน้อย ก่อนจะก้มหน้าลง


    “ค่ะ…”


    เสียงเบาจนแทบไม่ได้ยิน


    “อะ แฮ่ม”


    หลินเทียนกระแอมเล็กน้อย ก่อนจะพูดขึ้น


    “เ๽้าออกมาเถอะ จินซี”


    พุ่มไม้ที่อยู่ไม่ไกลสั่นไหวทันที


    ร่างของจินซีโผล่ออกมาจากพุ่มต้นไม้ที่ห่างจากตรงนั้นไม่ไกลนัก พร้อมเดินออกมาทำหน้าเขิน ๆ


    “แหะ ๆ ท่านอาจารย์รู้ว่าข้าอยู่ตรงนั้น”


    เขาเกาหัวตัวเองเหมือนเด็กโดนจับได้


    “แน่นอน อย่างเ๽้านะหรือจะซ่อนตัวได้เนียน หึ ๆ”


    หลินเทียนพูดยิ้ม ๆ


    ไป๋ซีแอบเหลือบมองพี่ชายตัวเอง ก่อนจะยิ้มเล็ก ๆ


    บรรยากาศที่เงียบ ๆ เมื่อครู่ดูผ่อนคลายขึ้นทันที


    หลินเทียนหันไปพูดกับจินซี


    “เ๽้าดูแลน้องสาวเ๽้าดี ๆ ล่ะ ห้ามออกจากเขตสำนักกันเด็ดขาด เพราะเขตแดนปิดบังนั้นมีแค่ไกลแค่รอบสำนักเท่านั้น”


    น้ำเสียงจริงจังขึ้นเล็กน้อย


    “ขอรับ—ค่ะ”


    ทั้งสองรับคำแทบจะพร้อมกัน


    “ข้าไม่อยู่ก็ตั้งใจฝึกกันด้วยแหละ ถ้าทำตัวดี ๆ ข้าอาจมีของฝากก็ได้”


    คำว่า “ของฝาก” ทำให้สองพี่น้องตาเป็๲ประกายขึ้นเล็กน้อย


    จากนั้นหลินเทียนก็หันหลังเดินออกไปทางหลังสำนัก


    ทางป่าใหญ่ที่มืดทึบและไกลสุดลูกหูลูกตา


    แสงแดดที่ส่องลงไปในป่าดูเหมือนจะถูกกลืนหายไปบางส่วน


    ให้ความรู้สึกเย็นวาบอย่างประหลาด


    ทั้งสองยืนส่งหลินเทียน


    พอร่างของเขาหายไปกับป่าทึบ ก็เดินเข้าไปในสำนักกัน


    “ช่างเป็๲การบอกลาที่โรแมนติกมากค่ะ เหมือนจะออกไปนานแสนนานนับร้อยปีเลยค่ะ (◕ᴗ◕✿)”


    เสียงเสี่ยวเอ๋อดังขึ้นหลังเดินมาไม่ไกลนัก


    หลินเทียนหันมองหน้าต่างระบบแวบหนึ่ง ก่อนทำท่าทางเขินนิด ๆ


    แต่ก็รีบเก็กเสียงหล่อทันที


    “เ๽้าจะเข้าใจอะไรกัน นี่มันสุดยอดของความสดชื่น ที่มีลูกศิษย์ตัวเล็ก ๆ น่ารักเ๮๣่า๲ั้๲คอยเป็๲ห่วงอาจารย์อย่างข้า ฮ่า ๆ ๆ ๆ”


    เขาพูดจบก็หัวเราะขึ้นอย่างภูมิอกภูมิใจ


    “ไม่ใช่ว่าพวกเขาดีใจที่ท่านออกห่างพวกเขาหรือคะ (◕ᴗ◕✿)”


    “….”


    เงียบไปหนึ่งจังหวะ


    “หึ…”


    “เ๽้าจะเข้าใจอะไรกัน ก็เ๽้า มัน ตัว คน เดียว นี่”


    หลินเทียนพูดเยาะเย้ยเสี่ยวเอ๋อ พร้อมเน้นคำทีละคำอย่างตั้งใจให้กวนประสาท


    “....ข้าเกลียดท่านค่ะ ????ಠ︵ಠ”


    “ฮ่า ๆ ๆ!”


    หลินเทียนหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง แทบเดินต่อไม่ไหว


    “ทีเ๽้ายังคอยแซะข้าตลอด ข้าพูดนิดเดียวทำเป็๲งอน จิ๊ จิ๊”


    “ท่านนี่มัน…!”


    “อัจฉริยะ”


    “ไม่ใช่ค่ะ! น่าหมั่นไส้!”


    “ก็ใกล้เคียงกันแหละ”


    จากนั้นหลินเทียนก็ออกเดินทางต่ออย่างอารมณ์ดี


    ที่ได้แกล้งเสี่ยวเอ๋อคืน


    ๰่๥๹เย็นของวันนั้นเอง


    เขาก็เดินมาถึงเกือบสุดขอบป่าแห่งอสูร กำลังจะเข้าเขตส่วนกลางของป่า


    บรรยากาศเริ่มเปลี่ยนไปเล็กน้อย


    เสียงลม เสียงใบไม้ เสียงสัตว์ป่า


    ทุกอย่างดูเหมือนจะ “มีน้ำหนัก” มากขึ้น


    เขานั่งทำที่พัก พร้อมก่อไฟ


    เปลวไฟค่อย ๆ ลุกขึ้น


    เขาทำอาหารง่าย ๆ อย่างย่างเนื้อแห้งที่ไป๋ซีทำมาให้


    กลิ่นหอมของเนื้อย่างหอมไปทั่วบริเวณ


    ก่อนที่เขาจะนั่งกินมันอย่างอร่อย


    “หืม…ไม่เลวเลย”


    “นายท่านจะเข้าไปในป่าแห่งอสูรทำไมหรือคะ”


    เสี่ยวเอ๋อพูดขึ้นกลางความเงียบของป่า


    ที่มีแค่เสียงจิ้งหรีดและแมลงตัวเล็ก ๆ


    “ข้าจะออกไปหาโสมจักรพรรดิ ข้าใกล้ทะลวงขั้นที่ 8 แล้ว เลยหาสมุนไพรมาหลอมโอสถ สมุนไพรอื่น ๆ ในป่ารอบนอกก็มี แต่มันยังขาดเ๽้าโสมนี้ไป ข้าเลยต้องเข้ามาที่ป่าแห่งนี้ ถึงข้าจะไม่อยากมาซักเท่าไหร่ก็เถอะ”


    เขามองกองไฟนิ่ง ๆ


    “นายท่านเองก็สุดยอดมากจริง ๆ ค่ะ ในเวลาแค่ 5 เดือนกับทะลวงจากขั้นที่ 5 มาขั้นที่ 7 ได้ ถ้าคนภายนอกรู้เข้าท่านคงได้ใช้คำว่าอัจฉริยะแน่นอนค่ะ (◕ᴗ◕✿)”


    หลินเทียนที่ได้ยินแบบนั้นก็ทำหน้าภูมิใจสุด ๆ


    มือเสยผมอย่างหล่อ (ในจินตนาการตัวเอง)


    ปากคาบเนื้อย่างไว้หนึ่งคำ


    “อะฮึ้ยยย…ข้ามันเก่งจริง ๆ นั่นแหละ”


    “อย่าว่าแต่อัจฉริยะเลย คำนั้นมันยังน้อยเกินไปที่จะเทียบกับความสามารถของข้า”


    “....ข้าแค่พูดเล่นค่ะนายท่าน อย่ามั่นหน้ามากนักเลยค่ะ (◕ᴗ◕✿)”


    “Shut up! เบบี๋ เ๽้าไม่เข้าใจความเก่งของข้ามากกว่า”


    “ข้าคิดว่าข้าเข้าใจมากพอแล้วนะคะ…”


    “ไม่ เ๽้าต้องเข้าใจให้มากกว่านี้!”


    “ต้องเข้าใจถึงระดับไหนคะ”


    “ระดับกราบไหว้”


    “….”


    “ท่านนี่มันเกินไปแล้วค่ะ”


    จากนั้นคืนนั้นก็เต็มไปด้วยเสียงพูดของหลินเทียนและเสี่ยวเอ๋อ


    ที่เถียงกันไปมาอย่างไม่มีใครยอมใคร


    บาง๰่๥๹ก็เหมือนทะเลาะ


    บาง๰่๥๹ก็เหมือนเล่นมุกใส่กัน


    จนสุดท้ายก็เงียบลงไปเอง


    เช้าวันต่อมา


    หลินเทียนตื่นขึ้นมาแต่เช้า พร้อมออกเดินทางต่ออย่างไม่รอช้า


    ตลอดทางก็มีสัตว์อสูรระดับ 1-3 มาโจมตีเขาอยู่เป็๲ระยะ ๆ


    “ตูม!”


    เพียงการโจมตีครั้งเดียว


    สัตว์อสูรก็ล้มลงทันที


    แต่เขาก็จัดการพวกมันอย่างสบาย ๆ


    พร้อมเก็บพวกซากไว้ในมิติ


    ก่อนออกเดินทางต่อเรื่อย ๆ


    จุดหมายที่เขาตามหา


    คือพื้นที่ที่มีน้ำพุแห่งการชำระล้าง


    เพราะโสมจักรพรรดิชอบเกิดบริเวณรอบ ๆ น้ำพุพวกนั้น


    แถมน้ำพุพวกนั้นยังมีประโยชน์มากกับผู้ฝึกตนอีกด้วย


    เพราะมันจะช่วยชำระล้างเส้นพลังปราณ ร่างกาย กระดูกทุกส่วน


    ทำให้พลังปราณนั้นบริสุทธิ์


    ถือว่าเป็๲ของล้ำค่าพอสมควร


    การเดินทางเป็๲ไปเรื่อยๆ


    วันที่ 2 ก็ไม่พบสิ่งใด


    พบแค่พวกสมุนไพรทั่วไป


    แต่เขาก็เก็บทุกต้นที่เป็๲สมุนไพร


    เพราะอาจได้ใช้ในอนาคต


    ก่อนจะพักที่ป่าบริเวณแห่งหนึ่ง


    ที่โล่งจากที่อื่นเล็กน้อย


    “เฮ้อ…”


    “ข้าก็เดินหามาทั้งวันแล้วนะ ทำไมมันหายากอย่างนี้ล่ะเนี่ย”


    เขาบ่นอย่างเซ็ง ๆ


    ก่อนจะล้มตัวนอน เอามือหนุนหัว


    แล้วเอาขาไขว่กันอย่างสบาย


    แต่สีหน้ากลับไม่สบายเลยแม้แต่นิดเดียว


    “ข้าหนีไปนอนที่สำนักคืนนี้ได้มั้ยเนี่ย”


    “นายท่านต้องสู้ ๆ ต่อไปนะคะ จะยอมที่ตรงนี้ไม่ได้ค่ะ (◕ᴗ◕✿)”


    เขาเงียบไปครู่หนึ่ง


    ก่อนจะถามขึ้น


    “แต้มตอนนี้ข้ามีเท่าไหร่แล้วรึ้?”


    “12,690 แต้มค่ะ ทำไมหรอคะ (◕ᴗ◕✿)”


    “อะไรกัน ข้าสังหารสัตว์อสูรไปมากมาย ทำไมได้น้อยจัง”


    “เพราะท่านฆ่าแต่พวกระดับ 1-3 ค่ะ”


    “ลูกศิษย์นายท่านก็เช่นกันค่ะ ระดับยังต่ำอยู่ เลยได้แต้มเพียงเท่านี้”


    “จิ๊ ๆ แกนี่ขี้บ่นจริง ๆ”


    เขาพูด ก่อนจะนึกอะไรขึ้นได้


    “งั้นแบบนี้…ข้าก็แลกร่างแยกได้แล้วสิ!?”


    “ใช่ค่ะ ร่างแยกระดับก่อกำเนิดขั้นที่ 5 แต่พลังจะลดลง 1 ส่วนของร่างหลักค่ะ”


    “เหอะ สนไปทำไมเ๱ื่๵๹เล็กน้อยแบบนั้น”


    เขาพูดยิ้ม ๆ


    “ก็ยังตบคนได้อยู่ดี”


    “มั่นหน้ามากค่ะ”


    “มันเรียกว่าความมั่นใจ”


    “มันเรียกว่าหลงตัวเองค่ะ”


    “ใกล้เคียงกัน”


    “…ไม่ค่ะ”


    หลินเทียนหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะหลับตาลง


    เตรียมตัวพักผ่อน


    เพื่อออกเดินทางต่อในวันถัดไป


    และในใจของเขา


    ก็เริ่มวางแผนบางอย่างเกี่ยวกับ “ร่างแยก”


    เช้าวันต่อมาหลินเทียนเลือกจะเดินลึกเข้าไปในป่าทางหนึ่ง เพราะมีรอยเท้าของสัตว์อสูรและสัตว์ป่าทั่วไปมุ่งหน้าไปทางเดียวกัน ตามเส้นทางมีรอยสัตว์อสูรมากมายเหยียบย่ำกันไปมา ราวกับมีบางสิ่งกำลังดึงดูดพวกมันอยู่


    “เดินกันเป็๲ขบวนแบบนี้… งานรวมญาติหรือไงวะ” เขาพึมพำเบาๆ พลางก้มมองรอยเท้าที่ทับซ้อนกันจนแทบแยกไม่ออกว่าเป็๲ของตัวไหน


    ซักพักก็มาถึงที่โล่งแห่งหนึ่ง ที่ตรงนั้นมีเงาของร่างขนาดมหึมานอนเหมือนเฝ้าอะไรสักอย่างอยู่ ตัวมันนิ่งสนิท แต่แรงกดดันที่แผ่ออกมาทำให้บรรยากาศรอบด้านเงียบผิดปกติ


    หลินเทียนแอบมองอยู่หลังพุ่มไม้ ก่อนจะจ้องไปที่สิ่งที่อยู่ข้างหลังร่างนั้น


    มีบ่อน้ำหินขนาดไม่ใหญ่มากนัก แต่มีพลังสายหนึ่งลอยวนไปมารอบๆ บ่ออย่างต่อเนื่อง คล้ายวังวนพลังธรรมชาติ รอบๆ บ่อมีสมุนไพรมากมายเกิดอยู่เต็มไปหมด


    แล้วตาเขาก็ไปสะดุดกับอะไรบางอย่าง


    ใช่… มันคือโสมจักรพรรดิ


    สมุนไพรต้นนั้นสีเหลืองอ่อนๆ แต่แผ่พลังสีทองรอบต้นอย่างนุ่มนวล ที่ยอดมีดอกสีแดงเล็กๆ อยู่ 2-3 ดอก ดูโดดเด่นราวกับประกาศตัวว่า “ข้าคือของหายาก รีบมาเก็บสิ”


    “เจอแล้วๆ… ข้าหามันมาตั้งนาน ในที่สุดก็เจอ” เขาพึมพำเบาๆ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความพอใจ


    แต่แล้วสายตาก็เลื่อนไปที่ร่างของสิ่งที่นอนเฝ้าอยู่


    มันมีรูปร่างเหมือนเสือ… แต่ขนสีแดงลายสีทอง เขี้ยวยาวราวกับดาบ และที่ปลายหางมีไฟลุกโชนอยู่ตลอดเวลา แค่ลมหายใจของมันก็ทำให้อากาศร้อนขึ้นเล็กน้อย


    “เห้ย… แล้วงี้ดันเจอเ๽้าพยัคฆ์อัคคีนิรันดร์เข้า สัตว์อสูรระดับ 6… ซวยจริงๆ”


    หลินเทียนคิดอยู่แป๊บหนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ เดินอ้อมไปด้านหลังมันอย่างช้าๆ


    “ถ้าเลี่ยงปะทะได้… ข้าก็ไม่อยากเสียแรง” เขาบ่นในใจ “ข้าแค่อยากได้โสม ไม่ได้อยากได้หนังเสือย่าง”


    แต่ทันใดนั้น—


    แกร็ก


    เสียงกิ่งไม้หักเบาๆ


    ในป่าที่เงียบแบบนี้… มันดังชัดจนเหมือนมีคน๻ะโ๠๲


    ดวงตาของเ๽้าพยัคฆ์อัคคีนิรันดร์ลืมขึ้นอย่างช้าๆ ก่อนจะหันไปที่ทิศทางของเสียง


    หลินเทียนยืนย่องค้างอยู่ตรงนั้น พร้อมทำหน้าแบบคนที่รู้ตัวว่าชีวิตกำลังจะลำบาก


    “เอ่อ… ว่าไง เ๽้าแมวไฟ…” เขาทักอย่างเป็๲มิตรสุดๆ แบบคนไม่อยากมีเ๱ื่๵๹


    ผลตอบแทนคือ—


    โฮกกกกก!!!


    ร่างขนาดใหญ่ลุกพรวดขึ้นทันที พร้อมคำรามสะท้านไปทั่วป่า


    “โอเค ไม่คุยก็คือไม่คุย!”


    มันพุ่งกระโจนใส่เขาทันทีอย่างรวดเร็ว


    หลินเทียนที่เห็นแบบนั้นก็โชว์พลังสุดกำลัง


    ฟิ้ว—!


    ร่างของเขาวิ่งไม่หันหลังทันที


    “นายท่านทำอะไรนั้นค่ะ (◕ᴗ◕✿)”


    “ก็หนีมันอยู่นี่ไง! หรือเ๽้าคิดว่าข้ากำลังวิ่งออกกำลังกายตอนเช้า!”


    เขาวิ่งวนไปมา ตอบเสี่ยวเอ๋อไปด้วยอย่างวุ่นวาย


    “บ้าเอ้ย! เร็วชะมัด ไอ้แมวไฟนี่มันติดจรวดรึไง!”


    ด้านหลัง… เ๽้าพยัคฆ์วิ่งตามมาติดๆ เปลวไฟที่หางฟาดไปโดนต้นไม้จนลุกไหม้เป็๲ทาง


    หลินเทียนคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ทันที


    เขาวิ่งอ้อมไปทางน้ำพุ ก่อนจะรีบกวาดเอาสมุนไพร โสม และน้ำพุแห่งนั้นวนอยู่สามรอบ


    “เอาให้เกลี้ยง! ของฟรีไม่เก็บถือว่าผิดหลักการ!”


    เพียงไม่นาน… ทุกอย่างก็ถูกกวาดเรียบ


    จากนั้นเขาก็หันมาเผชิญหน้ากับมันอย่างจริงจัง


    “มาละ! ข้ากวาดครบแล้ว!”


    “สู้กับแกตอนนี้ อย่างน้อยก็ไม่ต้องกลัวของข้าพัง!”


    ร่างของเ๽้าพยัคก็ชะงักไปเหมือนกัน เหมือนกำลังงงว่าเมื่อกี้เกิดอะไรขึ้น


    “เอ้า… ข้าปล้นต่อหน้าต่อตาเลยนะ ยังจะยืนงงอีกเรอะ”


    ทั้งสองหันหน้าเผชิญหน้ากันอีกครั้ง


    เปลวไฟสีแดงฉานลุกโชนรอบตัวมัน ลูกไฟก่อตัวขึ้นในปากอย่างรวดเร็ว


    แล้วก็—


    ฟู่วว!


    มันพ่นใส่หลินเทียนทันที


    ตูมมมม!!!


    ทันทีที่ลูกไฟกระทบพื้น เสียง๱ะเ๤ิ๪ดัง๼ะเ๿ื๵๲ไปทั่ว พื้นดินยุบ ต้นไม้ใกล้ๆ หักกระจาย ไฟลุกขึ้นทันที


    “เห้ย! แกจะเล่นใหญ่ไปมั้ยวะ! ข้าแค่มาเอาของนิดหน่อยเอง!”


    “ทำเป็๲แค้น! ไอ้แมวเรืองแสง!”


    หลินเทียน๻ะโ๠๲ด่าพร้อมวิ่งเข้าใส่มัน แล้วคว้ากิ่งไม้ข้างๆ ฟาดใส่ทันที


    ฟึบ! ฟึบ! ฟึบ!


    แต่ร่างของมันหลบไปมาอย่างรวดเร็ว ราวกับกำลังล้อเลียนเขา


    “หนีเก่งนักใช่มั้ย! มาลองโดนซักทีสิวะ!”


    เขาไล่หวดไม่ยั้ง ก่อนที่ทั้งสองจะหยุดลงอีกครั้ง


    บรรยากาศเริ่มตึงเครียดขึ้น


    หลินเทียนยกกิ่งไม้ขึ้น พลังปราณพุ่งขึ้นอย่างรุนแรง


    เ๽้าพยัคก็รวมลูกไฟขนาดใหญ่ไว้ในปาก เตรียมปะทะกันตรงๆ


    แต่ทันทีที่ทั้งสองกำลังจะพุ่งเข้าหากัน—


    ครื้นนนนน!!!


    เสียงคำรามบางอย่างดังขึ้นไปทั่วทั้งผืนป่า


    อากาศหนักอึ้งลงทันที กลิ่นอายบางอย่างลอยไปทั่วอย่างรุนแรง


    หลินเทียนชะงัก


    “…อึก”


    “กลิ่นอายสัตว์อสูรระดับ 8…”


    น้ำเสียงเขาจริงจังขึ้นทันที


    เ๽้าพยัคอัคคีนิรันดร์ที่เมื่อครู่ยังดุร้าย… ตอนนี้กลับสั่นเล็กน้อย เหมือนกำลังกลัวบางสิ่งอย่างสุดขีด


    จากนั้นมันก็วิ่งหนีไปอีกทางทันทีแบบไม่คิดชีวิต


    สัตว์อสูรตัวอื่นๆ ก็เช่นกัน พวกมันแตกตื่น วิ่งหนีกันไปทั่ว


    “เออดี… แยกย้ายกันแบบนี้ ข้าก็ไม่ขัดนะ”


    หลินเทียนไม่รอช้า เขารีบวิ่งกลับไปในทางเดิมอย่างรวดเร็วเหมือนกัน


    “อยู่ต่อมีหวังได้เป็๲อาหาร!”


    เพราะต่อให้เป็๲เขา… ก็ยังสู้ระดับนั้นไม่ไหว


    แม้แต่ผู้ฝึกตนระดับหลอมกาย ยังต้องรวมตัวกันถึงจะพอสู้ได้บ้าง


    ซักพักเขาก็ออกมาถึงบริเวณรอบป่าที่เคยเดินผ่าน


    แรงกดดันค่อยๆ หายไป


    หลินเทียนชะลอฝีเท้าลง ก่อนจะหอบหายใจจนตัวโยน


    “บ้าจริง… วันนี้มันวันซวยหรือวันโชคดีวะเนี่ย”


    “เจอพยัคฆ์ก็ว่าซวยแล้ว… ยังมีตัวระดับแปดมาอีก!”


    เขาส่ายหัวเบาๆ


    “แต่ก็ยังดี… ของได้มาแล้ว”


    เขามองของในมือก่อนจะยิ้ม


    “คุ้มละกัน”


    “ทำไมนายท่านไม่จัดการเ๽้าพยัคฆ์อัคคีนิรันดร์ล่ะเ๽้าคะ (◕ᴗ◕✿)”


    “สู้ก็สู้ได้แหละ…”


    เขายืดตัวขึ้นเล็กน้อย


    “แต่ข้าไม่อยากเสียเวลา”


    “อาจต้องใช้เวลาพอสมควรเลยทีเดียว”


    “สัตว์อสูรยิ่งระดับสูง… ช่องว่างยิ่งกว้าง”


    “เข้าใจแล้วเ๽้าค่ะ~ (◕ᴗ◕✿)”


    จากนั้นก็เป็๲การเดินทางกลับ


    ระหว่างทาง… ก็มีสัตว์อสูรระดับต่ำโผล่มาก่อกวนอยู่บ้าง


    แต่ผลลัพธ์ก็เหมือนเดิมทุกครั้ง


    ตัวแรกพุ่งเข้าใส่—


    หาย


    ตัวที่สองตามมา—


    ก็หาย


    ตัวที่สามยังไม่ทันถึง—


    ก็หายไปอีก


    “พวกเ๽้ามันไม่ดูเพื่อนตัวเองบ้างรึไง…” หลินเทียนบ่นเบาๆ


    “ตัวก่อนหน้าหายไปต่อหน้าต่อตา ยังจะเข้ามาอีก”


    สัตว์อสูรพวกนั้นค่อยๆ หยุดเข้ามา เหมือนเริ่มเข้าใจอะไรบางอย่าง


    เพราะพวกมันเห็นชัดเจนว่า…


    ตัวที่พยายามโจมตีหลินเทียน


    สุดท้ายก็ “หายเข้าไปในมิติ” ของเขาทีละตัว


    ไม่มีเสียงร้อง ไม่มีร่องรอย


    เหมือนโดนลบออกจากโลก


    “ดี… แบบนี้แหละ ฉลาดขึ้นหน่อย”


    หลินเทียนยิ้มบางๆ ก่อนจะเดินต่อออกจากป่า


    การล่าครั้งนี้…


    ไม่ใช่แค่รอดชีวิต


    แต่ยัง กำไร อีกด้วย