เช้าวันใหม่ ดวงตะวันกำลังจะโผล่พ้นริมูเา
หลินเทียนเดินออกมาจากห้องพัก พร้อมเดินหาวมาอย่างงัวเงีย
“หาววว…”
เขายกมือขึ้นปิดปาก ดวงตาหรี่ลงเล็กน้อย ราวกับยังไม่อยากตื่นเต็มที่
แต่สุดท้ายก็ต้องฝืนลุกขึ้นมาอยู่ดี
วันนี้เขาจะออกเดินทางเข้าป่าแห่งอสูร
เขากวาดสายตามองไปรอบ ๆ อย่างช้า ๆ
เหมือนกำลังซึมซับบรรยากาศของสำนักเอาไว้เล็กน้อย
แล้วไปสะดุดกับร่างหนึ่งกำลังเดินเข้ามาพร้อมห่ออะไรบางอย่าง
ไป๋ซีเดินเข้ามาใกล้ ๆ ก่อนจะยื่นห่อนั้นให้
“นี่ค่ะท่านอาจารย์ ห่อข้าวและเสบียงอาหารต่าง ๆ ข้าลุกขึ้นมาแต่เช้าเพื่อเตรียมไว้ให้ท่านค่ะ”
น้ำเสียงของนางนุ่มนวล แต่เต็มไปด้วยความตั้งใจ
เหมือนคนที่กลัวว่าอีกฝ่ายจะลำบาก
หลินเทียนยื่นมือไปรับ ก่อนจะยิ้มบาง ๆ
“ไม่ต้องเป็ห่วงข้า ไม่เป็อะไรหรอก ข้าแค่ออกไปหาของ ไม่กี่วันก็กลับมาแล้ว บางทีอาจจะล่วงเลยเวลาที่กำหนดไว้บ้าง แต่ไม่ต้องเป็ห่วง ข้าจะกลับมาอย่างแน่นอน”
เขาพูดพร้อมเอามือลูบหัวไป๋ซีเบา ๆ
เขารู้ว่านางกำลังเป็ห่วง ไม่อยากให้เขาออกไปที่อันตราย
ไป๋ซีชะงักเล็กน้อย ก่อนจะก้มหน้าลง
“ค่ะ…”
เสียงเบาจนแทบไม่ได้ยิน
“อะ แฮ่ม”
หลินเทียนกระแอมเล็กน้อย ก่อนจะพูดขึ้น
“เ้าออกมาเถอะ จินซี”
พุ่มไม้ที่อยู่ไม่ไกลสั่นไหวทันที
ร่างของจินซีโผล่ออกมาจากพุ่มต้นไม้ที่ห่างจากตรงนั้นไม่ไกลนัก พร้อมเดินออกมาทำหน้าเขิน ๆ
“แหะ ๆ ท่านอาจารย์รู้ว่าข้าอยู่ตรงนั้น”
เขาเกาหัวตัวเองเหมือนเด็กโดนจับได้
“แน่นอน อย่างเ้านะหรือจะซ่อนตัวได้เนียน หึ ๆ”
หลินเทียนพูดยิ้ม ๆ
ไป๋ซีแอบเหลือบมองพี่ชายตัวเอง ก่อนจะยิ้มเล็ก ๆ
บรรยากาศที่เงียบ ๆ เมื่อครู่ดูผ่อนคลายขึ้นทันที
หลินเทียนหันไปพูดกับจินซี
“เ้าดูแลน้องสาวเ้าดี ๆ ล่ะ ห้ามออกจากเขตสำนักกันเด็ดขาด เพราะเขตแดนปิดบังนั้นมีแค่ไกลแค่รอบสำนักเท่านั้น”
น้ำเสียงจริงจังขึ้นเล็กน้อย
“ขอรับ—ค่ะ”
ทั้งสองรับคำแทบจะพร้อมกัน
“ข้าไม่อยู่ก็ตั้งใจฝึกกันด้วยแหละ ถ้าทำตัวดี ๆ ข้าอาจมีของฝากก็ได้”
คำว่า “ของฝาก” ทำให้สองพี่น้องตาเป็ประกายขึ้นเล็กน้อย
จากนั้นหลินเทียนก็หันหลังเดินออกไปทางหลังสำนัก
ทางป่าใหญ่ที่มืดทึบและไกลสุดลูกหูลูกตา
แสงแดดที่ส่องลงไปในป่าดูเหมือนจะถูกกลืนหายไปบางส่วน
ให้ความรู้สึกเย็นวาบอย่างประหลาด
ทั้งสองยืนส่งหลินเทียน
พอร่างของเขาหายไปกับป่าทึบ ก็เดินเข้าไปในสำนักกัน
“ช่างเป็การบอกลาที่โรแมนติกมากค่ะ เหมือนจะออกไปนานแสนนานนับร้อยปีเลยค่ะ (◕ᴗ◕✿)”
เสียงเสี่ยวเอ๋อดังขึ้นหลังเดินมาไม่ไกลนัก
หลินเทียนหันมองหน้าต่างระบบแวบหนึ่ง ก่อนทำท่าทางเขินนิด ๆ
แต่ก็รีบเก็กเสียงหล่อทันที
“เ้าจะเข้าใจอะไรกัน นี่มันสุดยอดของความสดชื่น ที่มีลูกศิษย์ตัวเล็ก ๆ น่ารักเ่าั้คอยเป็ห่วงอาจารย์อย่างข้า ฮ่า ๆ ๆ ๆ”
เขาพูดจบก็หัวเราะขึ้นอย่างภูมิอกภูมิใจ
“ไม่ใช่ว่าพวกเขาดีใจที่ท่านออกห่างพวกเขาหรือคะ (◕ᴗ◕✿)”
“….”
เงียบไปหนึ่งจังหวะ
“หึ…”
“เ้าจะเข้าใจอะไรกัน ก็เ้า มัน ตัว คน เดียว นี่”
หลินเทียนพูดเยาะเย้ยเสี่ยวเอ๋อ พร้อมเน้นคำทีละคำอย่างตั้งใจให้กวนประสาท
“....ข้าเกลียดท่านค่ะ ????ಠ︵ಠ”
“ฮ่า ๆ ๆ!”
หลินเทียนหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง แทบเดินต่อไม่ไหว
“ทีเ้ายังคอยแซะข้าตลอด ข้าพูดนิดเดียวทำเป็งอน จิ๊ จิ๊”
“ท่านนี่มัน…!”
“อัจฉริยะ”
“ไม่ใช่ค่ะ! น่าหมั่นไส้!”
“ก็ใกล้เคียงกันแหละ”
จากนั้นหลินเทียนก็ออกเดินทางต่ออย่างอารมณ์ดี
ที่ได้แกล้งเสี่ยวเอ๋อคืน
่เย็นของวันนั้นเอง
เขาก็เดินมาถึงเกือบสุดขอบป่าแห่งอสูร กำลังจะเข้าเขตส่วนกลางของป่า
บรรยากาศเริ่มเปลี่ยนไปเล็กน้อย
เสียงลม เสียงใบไม้ เสียงสัตว์ป่า
ทุกอย่างดูเหมือนจะ “มีน้ำหนัก” มากขึ้น
เขานั่งทำที่พัก พร้อมก่อไฟ
เปลวไฟค่อย ๆ ลุกขึ้น
เขาทำอาหารง่าย ๆ อย่างย่างเนื้อแห้งที่ไป๋ซีทำมาให้
กลิ่นหอมของเนื้อย่างหอมไปทั่วบริเวณ
ก่อนที่เขาจะนั่งกินมันอย่างอร่อย
“หืม…ไม่เลวเลย”
“นายท่านจะเข้าไปในป่าแห่งอสูรทำไมหรือคะ”
เสี่ยวเอ๋อพูดขึ้นกลางความเงียบของป่า
ที่มีแค่เสียงจิ้งหรีดและแมลงตัวเล็ก ๆ
“ข้าจะออกไปหาโสมจักรพรรดิ ข้าใกล้ทะลวงขั้นที่ 8 แล้ว เลยหาสมุนไพรมาหลอมโอสถ สมุนไพรอื่น ๆ ในป่ารอบนอกก็มี แต่มันยังขาดเ้าโสมนี้ไป ข้าเลยต้องเข้ามาที่ป่าแห่งนี้ ถึงข้าจะไม่อยากมาซักเท่าไหร่ก็เถอะ”
เขามองกองไฟนิ่ง ๆ
“นายท่านเองก็สุดยอดมากจริง ๆ ค่ะ ในเวลาแค่ 5 เดือนกับทะลวงจากขั้นที่ 5 มาขั้นที่ 7 ได้ ถ้าคนภายนอกรู้เข้าท่านคงได้ใช้คำว่าอัจฉริยะแน่นอนค่ะ (◕ᴗ◕✿)”
หลินเทียนที่ได้ยินแบบนั้นก็ทำหน้าภูมิใจสุด ๆ
มือเสยผมอย่างหล่อ (ในจินตนาการตัวเอง)
ปากคาบเนื้อย่างไว้หนึ่งคำ
“อะฮึ้ยยย…ข้ามันเก่งจริง ๆ นั่นแหละ”
“อย่าว่าแต่อัจฉริยะเลย คำนั้นมันยังน้อยเกินไปที่จะเทียบกับความสามารถของข้า”
“....ข้าแค่พูดเล่นค่ะนายท่าน อย่ามั่นหน้ามากนักเลยค่ะ (◕ᴗ◕✿)”
“Shut up! เบบี๋ เ้าไม่เข้าใจความเก่งของข้ามากกว่า”
“ข้าคิดว่าข้าเข้าใจมากพอแล้วนะคะ…”
“ไม่ เ้าต้องเข้าใจให้มากกว่านี้!”
“ต้องเข้าใจถึงระดับไหนคะ”
“ระดับกราบไหว้”
“….”
“ท่านนี่มันเกินไปแล้วค่ะ”
จากนั้นคืนนั้นก็เต็มไปด้วยเสียงพูดของหลินเทียนและเสี่ยวเอ๋อ
ที่เถียงกันไปมาอย่างไม่มีใครยอมใคร
บาง่ก็เหมือนทะเลาะ
บาง่ก็เหมือนเล่นมุกใส่กัน
จนสุดท้ายก็เงียบลงไปเอง
เช้าวันต่อมา
หลินเทียนตื่นขึ้นมาแต่เช้า พร้อมออกเดินทางต่ออย่างไม่รอช้า
ตลอดทางก็มีสัตว์อสูรระดับ 1-3 มาโจมตีเขาอยู่เป็ระยะ ๆ
“ตูม!”
เพียงการโจมตีครั้งเดียว
สัตว์อสูรก็ล้มลงทันที
แต่เขาก็จัดการพวกมันอย่างสบาย ๆ
พร้อมเก็บพวกซากไว้ในมิติ
ก่อนออกเดินทางต่อเรื่อย ๆ
จุดหมายที่เขาตามหา
คือพื้นที่ที่มีน้ำพุแห่งการชำระล้าง
เพราะโสมจักรพรรดิชอบเกิดบริเวณรอบ ๆ น้ำพุพวกนั้น
แถมน้ำพุพวกนั้นยังมีประโยชน์มากกับผู้ฝึกตนอีกด้วย
เพราะมันจะช่วยชำระล้างเส้นพลังปราณ ร่างกาย กระดูกทุกส่วน
ทำให้พลังปราณนั้นบริสุทธิ์
ถือว่าเป็ของล้ำค่าพอสมควร
การเดินทางเป็ไปเรื่อยๆ
วันที่ 2 ก็ไม่พบสิ่งใด
พบแค่พวกสมุนไพรทั่วไป
แต่เขาก็เก็บทุกต้นที่เป็สมุนไพร
เพราะอาจได้ใช้ในอนาคต
ก่อนจะพักที่ป่าบริเวณแห่งหนึ่ง
ที่โล่งจากที่อื่นเล็กน้อย
“เฮ้อ…”
“ข้าก็เดินหามาทั้งวันแล้วนะ ทำไมมันหายากอย่างนี้ล่ะเนี่ย”
เขาบ่นอย่างเซ็ง ๆ
ก่อนจะล้มตัวนอน เอามือหนุนหัว
แล้วเอาขาไขว่กันอย่างสบาย
แต่สีหน้ากลับไม่สบายเลยแม้แต่นิดเดียว
“ข้าหนีไปนอนที่สำนักคืนนี้ได้มั้ยเนี่ย”
“นายท่านต้องสู้ ๆ ต่อไปนะคะ จะยอมที่ตรงนี้ไม่ได้ค่ะ (◕ᴗ◕✿)”
เขาเงียบไปครู่หนึ่ง
ก่อนจะถามขึ้น
“แต้มตอนนี้ข้ามีเท่าไหร่แล้วรึ้?”
“12,690 แต้มค่ะ ทำไมหรอคะ (◕ᴗ◕✿)”
“อะไรกัน ข้าสังหารสัตว์อสูรไปมากมาย ทำไมได้น้อยจัง”
“เพราะท่านฆ่าแต่พวกระดับ 1-3 ค่ะ”
“ลูกศิษย์นายท่านก็เช่นกันค่ะ ระดับยังต่ำอยู่ เลยได้แต้มเพียงเท่านี้”
“จิ๊ ๆ แกนี่ขี้บ่นจริง ๆ”
เขาพูด ก่อนจะนึกอะไรขึ้นได้
“งั้นแบบนี้…ข้าก็แลกร่างแยกได้แล้วสิ!?”
“ใช่ค่ะ ร่างแยกระดับก่อกำเนิดขั้นที่ 5 แต่พลังจะลดลง 1 ส่วนของร่างหลักค่ะ”
“เหอะ สนไปทำไมเื่เล็กน้อยแบบนั้น”
เขาพูดยิ้ม ๆ
“ก็ยังตบคนได้อยู่ดี”
“มั่นหน้ามากค่ะ”
“มันเรียกว่าความมั่นใจ”
“มันเรียกว่าหลงตัวเองค่ะ”
“ใกล้เคียงกัน”
“…ไม่ค่ะ”
หลินเทียนหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะหลับตาลง
เตรียมตัวพักผ่อน
เพื่อออกเดินทางต่อในวันถัดไป
และในใจของเขา
ก็เริ่มวางแผนบางอย่างเกี่ยวกับ “ร่างแยก”
เช้าวันต่อมาหลินเทียนเลือกจะเดินลึกเข้าไปในป่าทางหนึ่ง เพราะมีรอยเท้าของสัตว์อสูรและสัตว์ป่าทั่วไปมุ่งหน้าไปทางเดียวกัน ตามเส้นทางมีรอยสัตว์อสูรมากมายเหยียบย่ำกันไปมา ราวกับมีบางสิ่งกำลังดึงดูดพวกมันอยู่
“เดินกันเป็ขบวนแบบนี้… งานรวมญาติหรือไงวะ” เขาพึมพำเบาๆ พลางก้มมองรอยเท้าที่ทับซ้อนกันจนแทบแยกไม่ออกว่าเป็ของตัวไหน
ซักพักก็มาถึงที่โล่งแห่งหนึ่ง ที่ตรงนั้นมีเงาของร่างขนาดมหึมานอนเหมือนเฝ้าอะไรสักอย่างอยู่ ตัวมันนิ่งสนิท แต่แรงกดดันที่แผ่ออกมาทำให้บรรยากาศรอบด้านเงียบผิดปกติ
หลินเทียนแอบมองอยู่หลังพุ่มไม้ ก่อนจะจ้องไปที่สิ่งที่อยู่ข้างหลังร่างนั้น
มีบ่อน้ำหินขนาดไม่ใหญ่มากนัก แต่มีพลังสายหนึ่งลอยวนไปมารอบๆ บ่ออย่างต่อเนื่อง คล้ายวังวนพลังธรรมชาติ รอบๆ บ่อมีสมุนไพรมากมายเกิดอยู่เต็มไปหมด
แล้วตาเขาก็ไปสะดุดกับอะไรบางอย่าง
ใช่… มันคือโสมจักรพรรดิ
สมุนไพรต้นนั้นสีเหลืองอ่อนๆ แต่แผ่พลังสีทองรอบต้นอย่างนุ่มนวล ที่ยอดมีดอกสีแดงเล็กๆ อยู่ 2-3 ดอก ดูโดดเด่นราวกับประกาศตัวว่า “ข้าคือของหายาก รีบมาเก็บสิ”
“เจอแล้วๆ… ข้าหามันมาตั้งนาน ในที่สุดก็เจอ” เขาพึมพำเบาๆ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความพอใจ
แต่แล้วสายตาก็เลื่อนไปที่ร่างของสิ่งที่นอนเฝ้าอยู่
มันมีรูปร่างเหมือนเสือ… แต่ขนสีแดงลายสีทอง เขี้ยวยาวราวกับดาบ และที่ปลายหางมีไฟลุกโชนอยู่ตลอดเวลา แค่ลมหายใจของมันก็ทำให้อากาศร้อนขึ้นเล็กน้อย
“เห้ย… แล้วงี้ดันเจอเ้าพยัคฆ์อัคคีนิรันดร์เข้า สัตว์อสูรระดับ 6… ซวยจริงๆ”
หลินเทียนคิดอยู่แป๊บหนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ เดินอ้อมไปด้านหลังมันอย่างช้าๆ
“ถ้าเลี่ยงปะทะได้… ข้าก็ไม่อยากเสียแรง” เขาบ่นในใจ “ข้าแค่อยากได้โสม ไม่ได้อยากได้หนังเสือย่าง”
แต่ทันใดนั้น—
แกร็ก
เสียงกิ่งไม้หักเบาๆ
ในป่าที่เงียบแบบนี้… มันดังชัดจนเหมือนมีคนะโ
ดวงตาของเ้าพยัคฆ์อัคคีนิรันดร์ลืมขึ้นอย่างช้าๆ ก่อนจะหันไปที่ทิศทางของเสียง
หลินเทียนยืนย่องค้างอยู่ตรงนั้น พร้อมทำหน้าแบบคนที่รู้ตัวว่าชีวิตกำลังจะลำบาก
“เอ่อ… ว่าไง เ้าแมวไฟ…” เขาทักอย่างเป็มิตรสุดๆ แบบคนไม่อยากมีเื่
ผลตอบแทนคือ—
โฮกกกกก!!!
ร่างขนาดใหญ่ลุกพรวดขึ้นทันที พร้อมคำรามสะท้านไปทั่วป่า
“โอเค ไม่คุยก็คือไม่คุย!”
มันพุ่งกระโจนใส่เขาทันทีอย่างรวดเร็ว
หลินเทียนที่เห็นแบบนั้นก็โชว์พลังสุดกำลัง
ฟิ้ว—!
ร่างของเขาวิ่งไม่หันหลังทันที
“นายท่านทำอะไรนั้นค่ะ (◕ᴗ◕✿)”
“ก็หนีมันอยู่นี่ไง! หรือเ้าคิดว่าข้ากำลังวิ่งออกกำลังกายตอนเช้า!”
เขาวิ่งวนไปมา ตอบเสี่ยวเอ๋อไปด้วยอย่างวุ่นวาย
“บ้าเอ้ย! เร็วชะมัด ไอ้แมวไฟนี่มันติดจรวดรึไง!”
ด้านหลัง… เ้าพยัคฆ์วิ่งตามมาติดๆ เปลวไฟที่หางฟาดไปโดนต้นไม้จนลุกไหม้เป็ทาง
หลินเทียนคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ทันที
เขาวิ่งอ้อมไปทางน้ำพุ ก่อนจะรีบกวาดเอาสมุนไพร โสม และน้ำพุแห่งนั้นวนอยู่สามรอบ
“เอาให้เกลี้ยง! ของฟรีไม่เก็บถือว่าผิดหลักการ!”
เพียงไม่นาน… ทุกอย่างก็ถูกกวาดเรียบ
จากนั้นเขาก็หันมาเผชิญหน้ากับมันอย่างจริงจัง
“มาละ! ข้ากวาดครบแล้ว!”
“สู้กับแกตอนนี้ อย่างน้อยก็ไม่ต้องกลัวของข้าพัง!”
ร่างของเ้าพยัคก็ชะงักไปเหมือนกัน เหมือนกำลังงงว่าเมื่อกี้เกิดอะไรขึ้น
“เอ้า… ข้าปล้นต่อหน้าต่อตาเลยนะ ยังจะยืนงงอีกเรอะ”
ทั้งสองหันหน้าเผชิญหน้ากันอีกครั้ง
เปลวไฟสีแดงฉานลุกโชนรอบตัวมัน ลูกไฟก่อตัวขึ้นในปากอย่างรวดเร็ว
แล้วก็—
ฟู่วว!
มันพ่นใส่หลินเทียนทันที
ตูมมมม!!!
ทันทีที่ลูกไฟกระทบพื้น เสียงะเิดังะเืไปทั่ว พื้นดินยุบ ต้นไม้ใกล้ๆ หักกระจาย ไฟลุกขึ้นทันที
“เห้ย! แกจะเล่นใหญ่ไปมั้ยวะ! ข้าแค่มาเอาของนิดหน่อยเอง!”
“ทำเป็แค้น! ไอ้แมวเรืองแสง!”
หลินเทียนะโด่าพร้อมวิ่งเข้าใส่มัน แล้วคว้ากิ่งไม้ข้างๆ ฟาดใส่ทันที
ฟึบ! ฟึบ! ฟึบ!
แต่ร่างของมันหลบไปมาอย่างรวดเร็ว ราวกับกำลังล้อเลียนเขา
“หนีเก่งนักใช่มั้ย! มาลองโดนซักทีสิวะ!”
เขาไล่หวดไม่ยั้ง ก่อนที่ทั้งสองจะหยุดลงอีกครั้ง
บรรยากาศเริ่มตึงเครียดขึ้น
หลินเทียนยกกิ่งไม้ขึ้น พลังปราณพุ่งขึ้นอย่างรุนแรง
เ้าพยัคก็รวมลูกไฟขนาดใหญ่ไว้ในปาก เตรียมปะทะกันตรงๆ
แต่ทันทีที่ทั้งสองกำลังจะพุ่งเข้าหากัน—
ครื้นนนนน!!!
เสียงคำรามบางอย่างดังขึ้นไปทั่วทั้งผืนป่า
อากาศหนักอึ้งลงทันที กลิ่นอายบางอย่างลอยไปทั่วอย่างรุนแรง
หลินเทียนชะงัก
“…อึก”
“กลิ่นอายสัตว์อสูรระดับ 8…”
น้ำเสียงเขาจริงจังขึ้นทันที
เ้าพยัคอัคคีนิรันดร์ที่เมื่อครู่ยังดุร้าย… ตอนนี้กลับสั่นเล็กน้อย เหมือนกำลังกลัวบางสิ่งอย่างสุดขีด
จากนั้นมันก็วิ่งหนีไปอีกทางทันทีแบบไม่คิดชีวิต
สัตว์อสูรตัวอื่นๆ ก็เช่นกัน พวกมันแตกตื่น วิ่งหนีกันไปทั่ว
“เออดี… แยกย้ายกันแบบนี้ ข้าก็ไม่ขัดนะ”
หลินเทียนไม่รอช้า เขารีบวิ่งกลับไปในทางเดิมอย่างรวดเร็วเหมือนกัน
“อยู่ต่อมีหวังได้เป็อาหาร!”
เพราะต่อให้เป็เขา… ก็ยังสู้ระดับนั้นไม่ไหว
แม้แต่ผู้ฝึกตนระดับหลอมกาย ยังต้องรวมตัวกันถึงจะพอสู้ได้บ้าง
ซักพักเขาก็ออกมาถึงบริเวณรอบป่าที่เคยเดินผ่าน
แรงกดดันค่อยๆ หายไป
หลินเทียนชะลอฝีเท้าลง ก่อนจะหอบหายใจจนตัวโยน
“บ้าจริง… วันนี้มันวันซวยหรือวันโชคดีวะเนี่ย”
“เจอพยัคฆ์ก็ว่าซวยแล้ว… ยังมีตัวระดับแปดมาอีก!”
เขาส่ายหัวเบาๆ
“แต่ก็ยังดี… ของได้มาแล้ว”
เขามองของในมือก่อนจะยิ้ม
“คุ้มละกัน”
“ทำไมนายท่านไม่จัดการเ้าพยัคฆ์อัคคีนิรันดร์ล่ะเ้าคะ (◕ᴗ◕✿)”
“สู้ก็สู้ได้แหละ…”
เขายืดตัวขึ้นเล็กน้อย
“แต่ข้าไม่อยากเสียเวลา”
“อาจต้องใช้เวลาพอสมควรเลยทีเดียว”
“สัตว์อสูรยิ่งระดับสูง… ช่องว่างยิ่งกว้าง”
“เข้าใจแล้วเ้าค่ะ~ (◕ᴗ◕✿)”
จากนั้นก็เป็การเดินทางกลับ
ระหว่างทาง… ก็มีสัตว์อสูรระดับต่ำโผล่มาก่อกวนอยู่บ้าง
แต่ผลลัพธ์ก็เหมือนเดิมทุกครั้ง
ตัวแรกพุ่งเข้าใส่—
หาย
ตัวที่สองตามมา—
ก็หาย
ตัวที่สามยังไม่ทันถึง—
ก็หายไปอีก
“พวกเ้ามันไม่ดูเพื่อนตัวเองบ้างรึไง…” หลินเทียนบ่นเบาๆ
“ตัวก่อนหน้าหายไปต่อหน้าต่อตา ยังจะเข้ามาอีก”
สัตว์อสูรพวกนั้นค่อยๆ หยุดเข้ามา เหมือนเริ่มเข้าใจอะไรบางอย่าง
เพราะพวกมันเห็นชัดเจนว่า…
ตัวที่พยายามโจมตีหลินเทียน
สุดท้ายก็ “หายเข้าไปในมิติ” ของเขาทีละตัว
ไม่มีเสียงร้อง ไม่มีร่องรอย
เหมือนโดนลบออกจากโลก
“ดี… แบบนี้แหละ ฉลาดขึ้นหน่อย”
หลินเทียนยิ้มบางๆ ก่อนจะเดินต่อออกจากป่า
การล่าครั้งนี้…
ไม่ใช่แค่รอดชีวิต
แต่ยัง กำไร อีกด้วย