เด็กชายขี้เหงากับพี่สาวข้างบ้าน
หนึ่งอาทิตย์ผ่านไปซึ่งพ่อกับแม่ไเดินทางไปประชุมที่ต่างประเทศแล้วที่บ้านเหลือปาล์มอยู่คนเดียวซึ่งเขาก็ยังคงใช้ชีวิตอย่างปกติและวันนี้ก็เป็วันหยุดไม่ต้องไปโรงเรียนแต่เขากลับตื่นนอนค่อนข้างเช้า
ปาล์มรีบอาบน้ำ แต่งตัวอย่างรวดเร็ว เขาใส่เสื้อแขนยาวที่มีฮูดสีดำสวมกางเกงยินส์รองเท้าผ้าใบสะพายเป้ ก่อนจะลงมากินขนมปังกับนมพอให้อยู่ท้องพลางยกมือขึ้นมองดูฬิกาที่ข้อมือตอนนี้แสดงเวลาแปดโมงเช้า
“ตื่นเช้าแฮะเรา”
เขารึกสึกประหลาดใจเล็กน้อยเพราะถ้าหากเป็วันที่ต้องไปเรียนหนังสือเหตุการณ์เช่นนี้อาจจะไม่วันเกิดขึ้นอย่างแน่นอน เขาตั้งใจจะออกไปเดินเล่นและดูสิ่งของต่างๆที่เขาชอบ ที่สถานร้านแห่งหนึ่งใจกลางเมือง
ขณะที่กำลังจะก้าวเท้าสายตาของเขาก็แอบชำเรืองมองไปยังบ้านของคุณลุงกับคุณป้าที่อยู่ติดกัน
“จะไปใหนแต่เช้าเหรอ”
เสียงใสๆจากหญิงสาวที่อายุห่างจากปาล์มเล็กน้อยดังขึ้นน้ำเสียงมาจากบริเวณสนามหญ้าบ้านของคุณลุงคุณป้า
ปาล์มทอดสายตาหันกลับไปมองเ้าของต้นเสียงก็เห็น“พี่เมย์” ยืนยิ้มอยู่ เธอคือหลานสาวของเพื่อนบ้านที่เพิ่งจะย้ายเข้ามา
“กำลังจะออกไปเดินเล่นครับ” เขาตอบสั้นๆ
“ตื่นเช้าจังแฮะ ปกติพี่เห็นเราตื่นสายแทบจะทุกวัน” เธอพูดพลางเดินมาเกาะที่ริมรั้วชะโงกหน้าข้ามฝั่งมาอย่างทะเล้น
“เอ๋... กล้าพูดว่าเราด้วย” ปาล์มคิดในใจ “เป็ผู้หญิงยังไงกันนะ”
ถึงแม้จะเพิ่งย้ายมาอยู่แต่พี่เมย์ก็ดันเรียนอยู่ที่โรงเรียนเดียวกับเขาซึ่งเธอเป็รุ่นพี่สองปี ด้วยสาเหตุนี้เขามักจะเห็นหน้าของเธอเป็ครั้งคราว แต่ก็ไม่ได้พูดคุยกันมากนัก ในเวลาที่เจอกันก็อาจจะมีทักทายบ้างหรือยิ้มให้กันบ้างถึงแม้จะไม่สนิทกันแต่ปาล์มก็พอจะรู้มาบ้างว่าพี่เมย์ก็เป็เด็กสาวที่ค่อนข้างจะฮอตในหมู่ของรุ่นพี่ผู้ชายเหมือนกัน
เมย์จ้องมองปาล์มทำหน้านิ่ง
“มะ...มี อะไรรึเปล่าครับ” ปาล์มเอียงคอสงสัย
“จะว่าไรแล้ว เราก็เป็เด็กผู้ชายที่หน้าตาค่อนข้างดีนะเนี่ยมีแฟนรึยังล่ะ ” เธอถามออกมาตรงๆ ทำเอาอีกฝั่งหัวใจเต้นแรง
เอ้ย....พูดแบบนี้ก็ได้เหรอ ใบหน้าของเขาเริ่มแดงแต่ในเมื่อมีโอกาศได้คุยกันแล้วปาล์มก็อยากจะทำความรู้จักให้มากกว่านี้
“พี่แค่พูดหยอกหรอกน่า เห็นปาล์ที่โรงเรียนบ่อยๆแต่เราก็ไม่เคยจะได้คุยกันซะที”
อุตส่าห์จำเราได้อีกนะ ปาล์มแอบนึกแปลกใจเพราะเขาไม่คิดว่าจะมีใครสนใจเขามากนัก เขาพยายามนึกตามว่าเคยเจอผู้หญิงคนนี้ที่โรงเรียนบ้างรึเปล่า
เมย์ยิ้มมุมปาก เธอเฝ้าดูปาล์มมาสักพักใหญ่แล้วโดยที่เขาไม่ทันสังเกต
“บางครั้งเราก็ควรที่จะยืดอกลุกขึ้นสู้กับอะไรบางอย่างบ้าง”เธอโพล่งขึ้นมาลอยๆน้ำเสียงเรียบ
“หือ” ปล์มอึ้ง ไม่คิดว่าเธอจะพูดอะไรแบบนี้ออกมา จะจะเห็นว่าเขาถูกแกล้งอยู่บ่อยครั้งน่ะสิ นี่มันเรื่อส่วนตัวของเขานะถึงแม้ว่าเขาจะใช้ชีวิตแบบใหนก็ไม่น่าจะเกี่ยวกับใครไม่ใช่เหรอเขาพยายามหาเหตุผลเข้าข้างตัวเองทว่ากลับเข้าใจความหมายที่เธอ้าสื่อเป็อย่างดี
ปาล์มมีสีหน้าลังเลวูบหนึ่งก่อนจะตอบกลับ
“ผมก็แค่ไม่อยากมีปัญหากับใคร” เขาพยายามหลบสายตาอีกครั้ง
“ยิ่งทำให้คนพวกนั้นกลับได้ใจสิไม่ว่า” เธอเดินเข้ามาใกล้กว่าเดิมก้มหน้าจนปลายคางเกยกับขอบรั้วบน
“แต่ก็ผมคงจะเปลี่ยนความคิดของใครไม่ได้”
“นั่นสินะ ...” เมย์ถอนหายใจเบาๆ มองปาล์มอย่างเห็นอกเห็นใจ
“พูดก็ถูก เราเปลี่ยนแปลงครไม่ได้หรอก สิ่งสำคัญที่เราต้องเปลี่ยนก็คือพลังที่อยู่ข้างในของเราต่างหากล่ะ”
ปาล์มนิ่งมองเธอ ปกติก็ไม่เคยจะทักทายกันอยู่แล้วแต่พอได้คุยก็พูดเื่อะไรไม่รู้ มีแต่คำพูดแปลกๆหลุดออกมา
“แต่.....เอ๋” ปาล์มหยุดชะงักในความคิด เหตุใจเขาจึงรู้สึกค่อนข้างผ่อนคลายกับพี่สาวคนนี้เขารู้สึกได้ว่ามีความจริงจในคำแต่ละคำที่เธอพูดออกมา หากสังเกตดูดีๆแววตาของพยายามที่จะซ่อนความเศร้าเล็กๆเอาไว้แต่มีแข้มแข็งบางอย่างอยู่ในตัวของเธอ
“เอาเป็ว่าตอนนี้เราก็รู้จักกันมากขึ้นแล้วนะเจอกันครั้งต่อไปจะได้มีเื่คุยกันได้” เธอตัดบทก่อนที่เขาจะคิดมากไปกว่านี้
“คะ ครับ” เขาอึกอัก รู้สึกสมองไม่แล่น
เมย์ยิ้มออกมา “ไปธุระก่อนเถอะ ”
ปาล์มนั่งรถไปฟ้ามาถึงสถานีแห่งหนึ่ง ก่อนที่จะเดินเท้าต่ออีกราวสิบห้านาทีก็มาถึงร้านขายของที่เขามประจำ ขณะที่ลงจากรถไฟฟ้า สายตาของเขาก็เหลือบเห็นบางอย่าง
“มิวกำลังเดินอยู่กับพี่เอก”
เขารุ้สึกอึ้งและใจหาย แต่ก็ไม่เกินการคาดเดาเพราะรู้อยู่แล้วว่าทั้งคู่กำลังคบกันอยู่“คงจะออกเดทกันอยู่สินะ”
“ทำไมต้องมาเจออะไรแบบนี้อยู่ตลอดเวลาด้วยฟะ”
เธอสวมเสื้อปาดไหล่ลายสก๊อตคู่กับกระโปรงพลีทสั้นเผยเรียวขาขาวนวล มีความสดใสฉาบอยู่เต็มใบหน้าของเด็กสาวเวลาเธอยิ้มน้อยๆออกมายิ่งขับความน่ารักให้เพิ่มเป็ทวีเขาพยายามตัดใจเดินอ้อมไปอีกทางเพื่อไม่ให้ทั้งคู่สังเกตเห็น เวลาผ่านไปไม่นานก็มาถึงหน้าร้าน
ขนาดของร้านค่อนข้างกว้าง โปร่ง โครงสร้างหลักเป็ไม้มีสองชั้นโดยมีบันไดวนเป็แกนเชื่อม ผนังติดกระจกใสรับแสงจากภายนอกและทำให้สามารถมองเห็นคนที่เดินผ่านไปมาอีกทั้งยังมีกระถางต้นไม้ที่ปลูกต้นไม้จำพวกไม้ใบเขียวซึ่งไม่้าแสงแดดมากนักวางอยู่เป็หย่อมๆช่วยสร้างความสดชื่นและผ่อนคลายให้กับลูกค้าได้เป็อย่างดี
ภายในร้านมีสินค้าหลากหลายประเภทที่เอาใจเด็กและวัยรุ่น ไม่ว่าจะเป็เกมส์ใหม่ๆที่ให้ลูกค้าทดลองเล่นได้ก่อนซื้อ หนังสือการ์ตูน แอนนิเมะ นิยายต่างประเทศ รวมทั้งโมเดลฟิกเกอร์ต่างๆ ด้านข้างมุมเล็กๆยังมีมุมกาแฟเล็กๆหอมกรุ่นไว้บริการ
ปาล์มเดินมาถึงทางเข้าร้าน ในหัวตอนนี้สลัดเอาเื่เมื่อเช้าออกไปได้แล้ว เข้าสู่ดินแดนที่เป็โลกของเขาอย่างแท้จริง
“นี่สินะ คือสิ่งที่เด็กผู้ชายอย่างเขา้า”เขาพึมพำ
เขาเป็พวกคลั่งซุปเปอร์ฮีโร่แทบจะทุกแขนงชอบเล่นเกมส์ ชอบดูแอนิเมะ แต่ไม่ชอบออกกำลังกาย และวันนี้เขาจะขลุกตัวอยู่ที่นี่ทั้งวันอย่างแน่นอนสาบานได้
ผู้ชายตัวอ้วนกลมสวมแว่นสายตาท่าทางใจดีหันมาทักเขาอย่างสนิทสนมขณะที่กำลังตรวจนับหนังสืออยู่
“ไง ปาล์ม วันนี้มาแต่เช้าเลยนะ”
“ครับพี่ตั้ม” เขายิ้ม ขณะเดินตรงไปนั่งที่มุมกาแฟที่อยู่ใกล้ๆ
“ผมเอามอคค่าเย็นหวานน้อยหนึ่งที่ครับ”
พนักงานขายกาแฟหันมายิ้มแล้วก้มหน้าบันทึกข้อมูลขณะทวนซ้ำรายการที่สั่งอีกรอบ
พี่ตั้ม เป็เ้าของร้านแห่งนี้ ปีนี้อายุก็ปาเข้าไปจะสี่สิบแล้วนับว่าเป็ผู้ชายที่หลุดมาจากยุคเก้าศูนย์อีกคนที่ปาล์มสนิทสนมด้วย เนื่องจากทั้งคู่มักจะมีความชอบในเื่ต่างๆคล้ายกันจึงมักจะคุยกันอย่างถูกคอดูเหมือนว่าพี่ตั้มอาจจะเป็ทั้งพี่ชายและเพื่อนเพียงคนเดียวที่ปาล์มสนิทด้วยมากที่สุด
ปาล์มปรายตามองไปรอบๆก็เห็นคนเริ่มทะยอยเดินเข้าร้านมา