"" ชีวิตมนุษย์ผันผ่านๆกาลเวลาไร้มลทิน กุ๊กๆ/จิ๊บๆ ""
เสียงท่องจำตำราดังออกจากห้องฝึกหลังบ้านส่งเสียงดัง ทั่วคฤหาสน์กลางบ้านนา ทำเอาทั้งครอบครัวงงไม่น้อย เมื่อเห็นศิษย์ลูกสาวลุกขึ้นตื่นแต่เช้า ท่องตำราแปลกๆ ไม่หยุดมา 3 ชั่วโมงแล้ว ฟังแรกๆก็รู้สึกดีอยู่หรอกแต่ให้ฟังมา 3 ชั่วโมงไม่หยุดแบบนี้
" บทสวดกล่อมจิตใจหรือ "
" หรือบทสวดก่อนนอน "
" บทสวดลงโทษปราบผี "
" เป็นบทสวดลงโทษพวกชอบกินแตงค่ะ " ซ่งซิงเหลียนตอบ อย่างชัดแจ้งทันทีทันใด ขณะที่นั่งกินขนมอยู่หน้าบ้านกับครอบครัว โดยไร้เจ้าศิษย์ทั้ง 3 ที่ปกติจะอยู่ข้างๆเสมอกับพวกของกินที่น่าอร่อยจากบ้านป้าหงส์ที่นำมาส่งตั้งแต่เช้า เพราะพวกมันไม่เคยไร้ส่วนแบ่งเลยแต่ครั้งนี้ ดูเหมือนว่าซ่งซิงเหลียนจะโกรธมากจริงๆถึงขนาดสั่งงดขนมหวานที่พวกมันชอบ
"" ฮ่าๆๆๆๆ ""
เสียงหัวเราะครื้นเครงของคนทั้งครอบครัว คงจะดังเข้าไปถึงห้องฝึกของเจ้า 3 ตัวเพราะทันทีที่ได้เสียงเสียงหัวเราะนี้เสียงท่องบทสวดนั้นก็ค่อยๆเบาลงอย่างเห็นได้ชัดแต่ก็ยังเพียงพอที่จะได้ยินอยู่ พวกมันถึงกับอยากจะมุดหน้าลงจมกับหนังสือตำราพวกนี้ ดูท่าแล้วเหมือนพวกมันจะว่างมากจริงๆถึงได้กล้ากินแตงสวนอาจารย์ของตัวเอง
มันคือการลงโทษชัดๆ นี่ไม่ใช่การฝึกฝนแต่อย่างใดแน่นอน คนตระกูลซ่งฟันธง
" นี่คือการลงโทษ พวกมันหรือเปล่าน้องสาว "
สองพี่ชายบ้านซ่งรู้สึกว่าเหมือนเขาจะเคย เห็นการลงโทษแบบนี้ที่ไหนมาก่อนแต่พยายามนึกแล้วก็นึกไม่ออกสักที เหมือนมันติดอยู่ที่ไหนสักแห่ง อดถามน้องสาวนั่งกินขนมท่าทางสง่างามตรงหน้าไม่ได้
" ทำโจทย์คณิตร้อยข้อไหมคะ "
เข้าใจแล้ว ว่าคุ้นเคยแบบนี้ที่ไหน นี่คือการสั่งสอนแบบลงโทษแฝงของอาจารย์ในโรงเรียนนี่เอง ว่าแล้วเชียวคิดยังไงก็คิดไม่ออก สมองมันอยากลืมเรื่องพวกนี้ที่เจอทุกวันนี้เอง
" วันนี้พี่ไม่ว่างทำโจทย์คณิตหรอก เราสองคนมีนัดเตะบอลที่สนามกลางหมู่บ้านจะไปด้วยไหม " พวกเขาทั้งสองหาทางออกเองทันที ใกล้จะหมดวันหยุด ปีใหม่แล้วเรื่องอะไรพวกเขาจะทิ้งเวลาความสนุกสนานเอาไว้กันล่ะ เมื่อเห็นน้องสาวตัวน้อยส่ายหน้าเป็นเชิงปฏิเสธ พวกเขาก็ได้แต่โบกมือบ๊ายบายอย่างดีอกดีใจ แล้ววิ่งออกจากบ้านทันที โดยไม่เหลียวหลังกลับไปมอง
" ไปนานๆก็ได้อย่าเพิ่งรีบกลับล่ะ "
ซ่งจินหลางตะโกนไล่หลัง 2 เด็กชาย ที่ดูจะร่าเริงเป็นพิเศษในวันนี้กับการออกจากบ้าน
ทั้งครอบครัวนั่งกินขนมหวานและจิบชาอย่างด้วยความสุข ยามบ่ายแบบนี้เหมาะแก่การพูดคุยเรื่องสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะได้เวลาพวกเขาจะกลับแล้ว กลับเข้าไปในเมืองใหญ่วุ่นวายพวกนั้น จึงต้องเร่งจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย ทุกคนมองหน้ากันอย่างเข้าใจ
" เอาล่ะพวก นั้นไปแล้วเราก็มาคุย เรื่องพี่ควรจะคุยให้เสร็จ " ซ่งจินหลางพูดอย่างจริงจัง หยิบเอาเอกสารที่เขาเตรียมเอาไว้ออกมา ยื่นให้ซ่งซิงเหลียนที่รับมาแล้วอ่านผ่านๆมันคือเอกสาร การรับรองจากโรงพยาบาลการตรวจดีเอ็นเอ ที่มีผลเป็นเครือญาติเชื้อสายเดียวกัน 99.99%
" ลุงใหญ่เอาเส้นผมของหนูส่งไปเมื่อวันก่อน และผลก็ออกมาเมื่อเช้านี้ "
" แล้วยังไงต่อคะ เอกสารรับรองแล้ว "
" ที่เธอต้องการรู้คือ สายสัมพันธ์พื้นฐานครอบครัวตระกูลนั้นเป็นยังไง " เรื่องราวเบื้องหลังอะไรบ้างเรื่องราวที่เธอควรรู้และควรระวัง แบบพื้นฐานก่อน จากการที่ลุงใหญ่และอาสืบได้
แม้จะเป็นแบบคร่าวๆก็เถอะแต่เธอก็ควรจะรู้และทำใจเอาไว้ได้ก่อน ใช่ไหมล่ะ
" ป้ากับลุงสืบมาได้คร่าวๆ ถึงจะไม่ได้เข้าขั้นคลุกวงใน มาก็เถอะแต่ครอบครัวนั้น เป็นครอบครัวที่อยู่ในอันดับ 1 ใน 5 ของชั้นสูงผู้มีอิทธิพลในเมืองหลวง เป็นตระกูลเก่าแก่ ที่สืบทอดกันมาไม่ต่ำกว่า 10 รุ่น ก่อนยุคปลายราชวงศ์หมิงด้วยซ้ำ พวกเขาผ่านลมหนาวมาได้อย่างหวุดหวิด ทุกครั้งเลย แม้แต่ช่วงยุคปฏิวัติ ก็ไม่สามารถโค่นล้มหรือทำอะไรพวกเขาได้ "
" ดูท่าแล้วจะมีอิทธิพลและมีอำนาจมากจริงๆสินะคะ แต่ทำไมหนูถึงได้กลายเป็นเด็กกำพร้าลักพาตัวได้ล่ะ "
" เกิดขึ้นช่วงการแย่งชิงอำนาจของรุ่นก่อนน่ะ หลังจากที่ให้กำเนิดหนู ก็เกิดเหตุการณ์วุ่นวายในตระกูลหลายอย่างพร้อมๆกัน เหมือนมีคนจงใจสร้างความวุ่นวายนั้นทำให้เกิดช่องโหว่ ให้คนที่หวังอะไรบางอย่างสร้างความวุ่นวายจ้างคนภายนอกลักพาตัวหนู "
" บทละครมินิซีรีย์หรือคะ " ซ่งซิงเหลียนเย้ยหยันสมเพชตัวเอง นิดๆที่ตกอยู่ในวังวนบทละคร ไร้แก่นสารนี้
" นางเอกถูกลักพาตัวตั้งแต่เด็กออกจากครอบครัวที่ร่ำรวยให้กับชาวนาชนบทเลี้ยง จากนั้นก็กลับคืนสู่ตระกูลเพื่อแก้แค้นและหาสาเหตุการลักพาตัว ถูกจากนั้นก็ถูกลูกบุญธรรม ที่ตระกูลนั้นเลี้ยงมาตั้งแต่เด็กใส่ร้ายรังแก "
" เอออันนี้ก็..." พวกเขาพูดไม่ออกกับสันนิษฐาน บทละครที่ซ่งซิงเหลียนพูดออกมา ดูเหมือนว่าหลานสาวตัวน้อยของเขาจะมีจินตนาการที่ล้ำเลิศ จนเรียกได้ว่า สามารถเขียนบทละครหนังเรื่องนี้ให้จบได้ด้วยตนเอง
" มันไม่ใช่อย่างนั้นหรอกมั้ง " ซ่งหานพูดตามความคิดได้ข่าวสารที่เขาได้กลั่นกรองมา
" มีข่าวที่น่าเชื่อถือได้ว่าตระกูลที่ให้กำเนิดหลานน่ะ ไม่เคยได้รับเลี้ยงลูกบุญธรรมมาแทนที่เลยนะ พวกเขามีแค่หลานชายรุ่นนี้ 3 คนเท่านั้นเองอายุก็ห่างจากหลานมากพอสมควรเลย "
อ้าวดูเหมือนว่าเธอจะติดบทละครแม่ซีรีย์กับจากแม่มากเกินไปซะแล้ว ถึงได้มีจินตนาการล้ำเลิศซะจนตนเองยังตกใจ
" แล้วตกลงว่าพวกเขาจะเอายังไงคะ หนูไม่ต้องการให้พวกเขาเป็นฝ่ายตัดสินใจแต่ต้องเป็นหนูเองเท่านั้นที่สามารถตัดสินใจได้เอง และพวกเขาต้องยอมรับนี่คือบทของหนูหรือเปล่า "
อารมณ์ของหลานสาวที่ฟังจากน้ำเสียงแล้วดูขบขัน กับเรื่องที่เกิดขึ้นแต่ ขัดกับรอยยิ้มที่ดูเย็นยะเยือก ทำเอาทั้งครอบครัว ต่างรู้สึกว่า นี่ต่างหากคือซ่งซิงเหลียนตัวจริง ที่พวกเขาควรจะรู้จักตัวตนของเธอแบบนี้
เฉลียวฉลาด สง่างามสุขุม รอบคอบ
" พวกเขาไม่ได้มีข้อเรียกร้องอะไรนอกจาก ต้องการที่จะรับหนูกลับบ้านหลังนั้น และพวกเขาก็สัญญาว่าจะรักและเอ็นดูหนู ปฏิบัติตัวกับหนูให้สมเกียรติกับคุณหนูใหญ่ของตระกูล "
" แล้วถ้าหนูปฏิเสธล่ะ "
" พวกเขาก็จะยอมรับ แต่ขอให้หนูได้ใช้ระยะเวลากับพวกเขาซะก่อนสักระยะถ้าหากหนูไม่อยากอยู่กับพวกเขาจริงๆ เขาก็จะพูดเขาก็จะยอมรับการตัดสินใจนั้นแต่ก็จะยังให้สิทธิ์ประโยชน์ และดูแลหนูเหมือนกับคนในตระกูลทุกอย่าง แต่ขออย่างเดียวถ้าหากหนูไม่อยากอยู่กับพวกเขาก็ขอให้หนู ไปหา เยี่ยมเยียนพวกเขาบ้าง "
นี่อาจเป็นการตัดสินใจที่ต่างฝ่ายต่างถอยคนละก้าวแล้ว
เพราะถ้าหากต่างฝ่ายต่างเผชิญหน้าบีบบังคับกันด้วยการพาตัวเธอไปทันที สิ่งที่เกิดขึ้นมาไม่ใช่ความรักความผูกพันที่จะเกิดขึ้นแต่เป็นการพลาดครั้งที่ 2 ต่างหาก เพราะอีกฝ่ายก็คงจะสืบข่าว จากเธอได้บ้างว่าครอบครัวพ่อแม่บุญธรรมนั้น รักและเอ็นดูเธอขนาดไหน ถึงได้ยื่นข้อเสนอมาแบบนั้น ถึงจะบอกให้ทุกอย่างเป็นการตัดสินใจของเธอ แต่การที่บอกว่า ให้ใช้ระยะเวลา อยู่ร่วมกับพวกเขาก่อน นี่มัน
" พวกเขาจะเดินทางมาที่นี่เร็วๆนี้ "
น้ำเสียงขาดห้วง ที่พยายามกลืนก้อนสะอื้นน้ำตาลงคอของพ่อ ทำให้เธอเจ็บปวดไปด้วย แม้ว่าจะต้องเผชิญหน้ากับพ่อแม่ให้กำเนิดแท้ๆของลูกสาวคนนี้เขาก็ยังวาดฝันว่าครอบครัวนั้นจะยินยอมให้ซ่งซิงเหลียนอยู่ที่นี่กับพวกเขา
ถึงแม้อาจจะเป็นทำลายความการทำลายความรู้สึกของลูกสาว ว่าพ่อแม่แท้ๆไม่ต้องการเธอแล้วถึงได้ไม่กระตือรือร้นต้องการ ที่จะพาตัวเธอไป
แต่เมื่อเช้าที่ได้คุยกับพ่อแม่แท้ๆของ ลูกสาวแล้วเขาก็รู้ได้ในทันทีว่า ความหวังของเขาได้ถูกมอดดับลงไปแล้ว เพราะอีกฝ่ายทั้งร้องห่มร้องไห้และมีความสุขที่สามารถได้ ลูกสาวกลับคืนไป และเขาก็ไม่อาจทำร้ายอีกฝ่ายด้วยการพลัดพรากลูกสาวคนนี้ออกจากอกของอีกฝ่ายได้ อีกต่อไป มีแต่ต้องหาข้อตกลงร่วมกัน ในการที่จะมอบความรักให้กับซ่งซิงเหลียนแล้ว อย่างเช่น
" ลูกสามารถเดินทางมาเยี่ยมพ่อกับแม่ ได้ทุกเมื่อและพ่อกับแม่สามารถที่จะคุยหรือเจอกับลูกได้ตลอดเวลา นี่คือข้อตกลงของพ่อกับแม่ และฝ่ายอีกฝ่าย ถ้าหากลูกไม่สามารถตัดสินใจที่จะอยู่กับใครได้ ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้ "
ทุกคนในครอบครัว ที่ก้มหน้านิ่ง ปิดบังสายตาอันเศร้าหมองของตัวเองเอาไว้
" ไม่ว่าหนูจะอยู่กับฝ่ายได้อีกก็ตาม หนูก็ยังจะเป็นซิงซิงของบ้านซ่งอยู่ดี " นี้คือคำสัญญาจากหัวใจที่เธอไม่มีวันผิดคำพูด ดูเหมือนว่าชะตาชีวิ
ตของเธอ จะหลีกเลี่ยง ความวุ่นวายไม่ได้จริงๆ
อยากเสพสุขบนโลกมนุษย์นั้นแสนยาก