ศรายุทธให้คนที่ไว้ใจได้เอารถไปส่งให้บัวบงกชที่บ้านเขาสั่งให้เื่นี้เป็ความลับสูงสุดไม่ให้คนของเขาบอกเื่บัวบงกชให้ใครรู้โดยเฉพาะสินีนาถเพราะไม่อยากให้เธอคิดมากและเป็กังวลเพราะจิตใจผู้หญิงยากที่จะเข้าใจอาจนำพาเื่ร้ายมาในภายหลังได้
บัวบงกชรับรถจากคนของศรายุทธมาเธอก็ยิ่งรู้สึกติดหนี้บุญคุณเขามากขึ้นเรื่อยๆคิดว่ายิ่งเอากับเขามากเท่าไร เธอก็จะหลุดจากเขาได้ยากขึ้นเท่านั้นเธอจึงตั้งใจว่าจะขอเขาเท่าที่ต้องใช้จ่ายจริงๆ และไม่ฟุ่มเฟือยเพื่อตอนที่เธอไปจากเขาจะได้ไม่รู้สึกผิดมากนัก ถึงจะใช้ร่างกายเข้าแลกแต่ความสุขสบายที่เธอได้รับนั้นมันมากเกินกว่าคนที่ตัดสินใจทำอาชีพอย่างเธอจะได้รับ
บัวบงกชขับรถไปที่มหาวิทยาลัยแล้วจอดไว้ที่คณะอื่นเพราะไม่อยากให้เพื่อนเห็นเธอทำเื่ยื่นฝึกงานที่บริษัทของศรายุทธตามที่เขาบอก โดยมีเพื่อนบางคนเห็นเธอลงชื่อบริษัทเลิศประจักษ์เป็อันดับแรกต่างก็เตือนเธอว่าที่นี่ไม่รับนักศึกษาฝึกงานเพราะงานที่นั่นมีความลับสูง เสี่ยงให้คนภายนอกล่วงรู้ข้อมูลไม่ได้
บัวบงกชอ่านหนังสือติวสอบกับเพื่อนๆจนถึง่เวลาบ่ายแก่ๆ เธอก็ขอตัวกลับเพราะไม่มีเรียนต่อ แล้วเดินแยกไปขึ้นรถของเธอที่จอดเอาไว้ก่อนจะขับกลับบ้านเพื่อไปเตรียมอาหารซึ่งศรายุทธบอกว่าต่อไปนี้จะมาทานอาหารเย็นกับเธอทุกวัน
ศรายุทธมาถึงในตอนเย็นวันนี้เขาเหนื่อยล้าและไม่มีอารมณ์กับเื่อย่างว่า บัวบงกชจึงได้แต่บีบนวดคลายเมื่อยให้เขาเท่านั้น โดยใส่ชุดนางพยาบาลที่เขาเคยเอาให้
“คุณยุทธคะคือว่าสัปดาห์หน้าบัวต้องสอบ แล้วพอดีว่าประจำเดือนของบัวก็จะมาแล้วด้วยบัวเลยจะขอพักเื่บนเตียงสักหนึ่งสัปดาห์ได้หรือเปล่าคะ” เธอขอร้องเขาเสียงเบา กลัวว่าจะพูดไม่เข้าหูเขา
“อืมได้สิ แต่ว่าฉันก็จะมาทานข้าวด้วยทุกวันอยู่ดี” ศรายุทธบอกเธอ แล้วหลับตานั่งให้เธอนวดอย่างผ่อนคลาย
“งั้นต่อไปวันไหนบัวไม่ใส่ชุดที่ฉันเอามาให้ แปลว่าวันนั้นบัวไม่พร้อมก็แล้วกัน” ศรายุทธบอกเธอแล้วลุกขึ้นบิดตัวไปมาแล้วหันมามองบัวบงกชที่ช่างเอาใจและมักเกรงกลัวเขาอยู่เสมอ
“ทำไมเวลาขออะไรจะพูดอะไรต้องทำเสียงเบาเหมือนกลัวฉันขนาดนั้นฉันน่ากลัวมากนักหรือไง” ศรายุทธถามเธอแล้วยิ้มบางๆ
บัวบงกชไม่รู้ว่าทำไมวันนี้เขาถึงอารมณ์ดีนักหรือว่าปกติเขาก็เป็อย่างนี้เพียงแต่เธอไม่เคยเจอเขาในมุมนี้มาก่อน
“คือว่าบัวกลัวว่าจะพูดไม่เข้าหูคุณค่ะแล้วอีกอย่างบัวก็ไม่เคยเป็ เอ่อ.. เมียเก็บของใคร เลยไม่รู้ว่าจะวางตัวแบบไหนคุณถึงจะพอใจ และไม่โกรธบัว” บัวบงกชบอกเขาตามซื่อ
“เธอน่ารักจริงๆเลยบัว ฉันโชคดีจริงๆ ที่ได้เธอมาเป็ของฉัน” ศรายุทธบอกแล้วหอมแก้มบัวบงกชฟอดใหญ่ก่อนจะโอบกอดเธอเอาไว้ในอ้อมแขน มันทำให้เธอรู้สึกดีกับอ้อมกอดนี้มากนอกจากกอดรัดกันบนเตียงแล้ว นี่ถือเป็ครั้งแรกที่เขากอดเธอด้วยความอบอุ่น
“เธอเหมือนเมียฉันมากอยู่กับเธอทำให้ฉันสบายใจเหมือนอยู่กับพิชญ์ พิชญ์ของฉันน่ารักและอ่อนโยนช่างเอาใจ แต่เื่บนเตียงไม่ว่าให้ทำอะไรพิชญ์ก็ยอมฉันหมด เหมือนกับเธอ” ศรายุทธอธิบาย บัวบงกชเลยเข้าใจทันทีว่าตอนนี้เขากำลังคิดเอาว่าเธอเป็ภรรยาของเขาอยู่เป็ตัวแทนยามที่เขาคิดถึงเธอเท่านั้น ไม่ได้ชอบเธอจริงๆ
‘บ้าไปแล้วเราเขาแค่เห็นเราเป็ตัวแทนเมียของเขา เกือบคิดเข้าข้างตัวเองแล้วไหมล่ะบัว’ บัวบงกชเตือนสติตัวเอง ไม่ให้หัวใจถลำลึกไปมากกว่านี้
*********************
เวลาผ่านไปหลังจากนั้นหลังจากที่บัวบงกชสอบปลายภาคเสร็จแล้ว ในคืนวันเสาร์ของสัปดาห์นั้นศรายุทธก็ยิ้มอย่างดีใจเมื่อเห็นว่าบัวบงกชใส่ชุดแม่บ้านญี่ปุ่นไว้รอเขามันเป็ชุดเมดโลลิต้าที่น่ารักและเย้ายวนเอามากๆ
“วันนี้นายท่าน้าให้บัวรับใช้อะไรเป็พิเศษไหมคะ” เธอถามเขาเสียงหวาน
“วันนี้อยากให้มาอาบน้ำถูหลังให้หน่อย” ศรายุทธบอกเธอแล้วมองชุดที่เธอใส่ไม่วางตา
“งั้นทานข้าวก่อนนะคะให้อาหารย่อย แล้วเราไปลงอ่างกันนะคะนายท่าน” บัวบงกชสวมบทบาทสาวใช้ได้น่ารักมากกว่าเซ็กซี่จนศรายุทธอดขำไม่ได้
“นายท่านหัวเราะอะไรคะ” เธอถามเขาเสียงเง้างอน
“ก็ดูทำท่าทางน่ารักเข้าสิ ใครจะไปอดยิ้มได้” ศรายุทธบอกแล้วคว้าตัวเธอมานั่งตักหอมแก้มซ้ายขวาไม่หยุด
“พอเถอะค่ะบัวแก้มช้ำไปหมดแล้ว แบบนี้บัวรู้สึกผิดจัง กะจะยั่วให้คุณมีอารมณ์กลับกลายเป็ว่าเล่นตลกให้คุณดูซะงั้น” บัวบงกชบอกแล้วทำแก้มป่อง
ตอนนี้เธอไม่ค่อยเกรงกลัวเขาเหมือนตอนแรกๆแล้ว เพราะรู้แล้วว่าศรายุทธชอบให้เธอทำอะไร และเอาใจเขาแบบไหน
“น่ารักแบบนี้ก็ดีฉันชอบ” ศรายุทธบอกแล้วหันหน้าเธอให้เอี้ยวมาจูบกับเขา
โทรศัพท์ของศรายุทธดังขึ้นเขากดตัดสาย แล้วก็จูบเธอต่อ มือเขากำลังล้วงเข้าไปใต้กระโปรงแต่ก็โดยขัดจังหวะจากเสียงโทรศัพท์อีกรอบจนศรายุทธหมดอารมณ์แล้วกดรับสายนั้นอย่างหงุดหงิด
“ว่าไง”ศรายุทธพูดเสียงแข็ง
“เอ่อคุณยุทธคะ คือคุณนาถเป็ลมแล้วตกบันไดค่ะ”
ศรายุทธใเมื่อได้ยินสิ่งที่แม่บ้านโทรมารายงานเขา
“แล้วนาถเป็อย่างไรบ้าง”เขาถามด้วยความเป็ห่วง เพราะสินีนาถก็ถือว่าเป็คนในครอบครัวคนหนึ่ง
“ตอนนี้ให้พักฟื้นที่ห้องค่ะตกบันไดแค่สองขั้น พวกเราเลยคิดว่าไม่น่าเป็อะไรมากแต่ว่ามีไข้นิดหน่อยและเพ้อหาแต่คุณยุทธค่ะ” แม่บ้านรายงานตามที่เห็น
“งั้นฉันจะกลับไปเดี๋ยวนี้”ศรายุทธบอกแล้วหันมาจูบลาบัวบงกชด้วยความเสียดาย
บัวบงกชโล่งใจที่วันนี้เขายังไม่ได้มีอะไรกับเธอเธอเองก็เพลียมาทั้งสัปดาห์เพราะการสอบ อยากนอนพักผ่อนแต่หัวค่ำบ้าง แต่ก็อดสงสัยว่าคนที่ศรายุทธเป็ห่วงคือใครแล้วก็ได้แต่ทอดถอนหายใจว่าคงเป็คนสำคัญ อาจจะเป็คนรักของเขาไม่อย่างนั้นเขาคงไม่รีบกลับไปทั้งที่กำลังจะเข้าด้ายเข้าเข็มอย่างนี้
เมื่อคิดได้อย่างนั้นหัวใจก็เ็ปขึ้นมาหน่อยๆ ที่รู้ว่าตัวเองเป็แค่เมียเก็บ นางบำเรอหรืออะไรก็แล้วแต่ ที่ไม่มีวันเป็ตัวจริงของใครสักคนขึ้นมาได้
*********************
ศรายุทธกลับมาก็ตรงไปที่ห้องของสินีนาถเธอมีไข้อ่อนๆ และใช้ประโยชน์จากอาการไข้ ในการแกล้งเป็ลมแล้วทิ้งตัวนอนที่บันไดให้คนมาเห็นเพื่อที่จะได้โทรรายงานศรายุทธ
“นาถเป็อย่างไรบ้างฟื้นหรือยัง” ศรายุทธถามแม่บ้านที่กำลังเช็ดตัวให้สินีนาถ
“ตอนนี้ไข้ลดลงแล้วค่ะเลิกเพ้อไปพักหนึ่งแล้ว” แม่บ้านรายงานแล้วยกอ่างใส่น้ำออกไปปล่อยให้ศรายุทธดูแลสินีนาถ เพราะฟังจากประโยคที่เพ้อหานายจ้างหนุ่ม เธอเลยทึกทักเอาเองว่าทั้งสองคนนั้นแอบมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกันแล้วซึ่งมันก็เป็แผนอย่างหนึ่งของสินีนาถ ที่อยากประกาศตัวให้คนในบ้านคิดว่าเธอเป็มากกว่าน้องสาวของอดีตภรรยาของศรายุทธ
“พี่ยุทธยังไม่กลับหรือคะ นาถรอพี่ยุทธทานข้าวทุกวันเลย ทำไมพี่ยุทธใจร้ายกับนาถแบบนี้”สินีนาถแกล้งเพ้อเสียงสั่นอย่างน่าเห็นใจ ศรายุทธเข้าไปนั่งข้างๆ แล้วจับมือเธอมากุมเอาไว้
“นาถตื่นได้แล้ว พี่มาแล้ว” เขาบอกเธอ
“พี่ยุทธขาพี่ยุทธมาแล้ว นาถรักพี่ยุทธเหลือเกิน ทำไมพี่ยุทธไม่รักนาถบ้าง”เธอเพ้อต่อแล้วทำท่าว่ายังไม่ฟื้น
“นาถนาถ” ศรายุทธบอกแล้วยื่นไปตบแก้มเธอเบาๆ ก้มหน้าลงไปเรียกเธอใกล้ๆ
“พี่ยุทธ”สินีนาถเอ่ยชื่อเขา ลืมตาขึ้นแล้วทำตาปรือเหมือนว่าเธอยังคงไม่ได้สติ
“นาถฝันอยู่ใช่ไหมคะพี่ยุทธอยู่ตรงนี้กับนาถ พี่ยุทธมาหานาถแล้ว” เธอพึมพำออกมาเสียงเบาแล้วโน้มหน้าเขาลงมาจูบ
ศรายุทธใที่น้องสาวของอดีตภรรยาทำอย่างนั้นเขาดันตัวออก แล้วสินีนาถก็กระถดหนีด้วยความใ
“นี่นาถไม่ได้ฝันไปหรือคะ”เธอแกล้งพูดด้วยน้ำเสียงที่ใแล้วยกผ้าห่มปิดครึ่งหน้าแกล้งทำเป็ว่าเธออับอายอยู่เพื่อแสดงให้ศรายุทธรู้ว่าเธอมีใจให้กับเขาถึงขั้นเพ้อหาและจูบเขาเพราะว่าเธอแค่ฝันไป
ศรายุทธลำบากใจมากกับเื่ที่เกิดขึ้นเขารู้มาตลอดว่าสินีนาถคิดอย่างไรกับเขา และทำเป็ไม่รู้ไม่เห็นเรื่อยมาแต่ครั้งนี้เขาคงทำเป็ไม่รู้ไม่ได้แล้วเพราะคนตรงหน้าแสดงออกอย่างชัดเจนจนเขาไม่สามารถแกล้งทำเป็ไม่รับรู้ต่อไปได้อีก
*********************