ศาสตร์จักรพรรดิมังกรครองพิภพ (จบ)

    ตอนที่ 35 ตกตะลึงกันยกใหญ่

            บรรยากาศภายในอาคารบริเวณของตำหนักเจ้าเมืองตอนนี้เต็มไปด้วยความร้อนระอุ ทุกคนทำได้เพียงจ้องมองอยู่ห่างๆ สำหรับการฝึกฝนพลังแล้วนั่นโดยปกติแล้วไม่ว่าจะยังไงก็ไม่อาจที่จะเข้าไปขัดจังหวะได้ บางคนที่กำลังทะลวงพลังอยู่เมื่อมีคนแทรกแซงเข้ามาก็ถึงกับเลือดลมตีกลับ การบ่มเพาะติดขัดเลยก็มี


            "ข้าเหลือจะเชื่อจริงๆเลยว่ะ ดูสิ รอบๆหลายสิบเมตรรอบตัวเขาเต็มไปด้วยเปลวเพลิงที่โหมกระหน่ำ ถ้าข้าไม่ได้เห็นว่าเขาเป็นคนปลดปล่อยมันออกมาเองปานี้เขาคงจะถูกสังหารไปแล้ว เปลวเพลิงนี้แม้แต่ข้าก็ยังสัมผัสได้ถึงความอันตราย..!!"


            หลินหยวนกลืนน้ำลายอึกใหญ่พลางมองไปยังรอบๆอย่างหวาดหวั่น คลื่นพลังยุทธที่แผ่พุ่งออกมาจากร่างของปรมาจารย์มันคือจิตยุทธวิญญาณขั้นหนึ่ง ถ้าเป็นยังงี้ก็หมายความว่าเขาทะลวงจากระดับปรับแต่งขั้นแปดขึ้นมายังอีกระดับอย่างไม่ติดขัดเลยหรอเนี่ย ร้ายกาจจริงๆ


            เวลาผ่านไปภายในห้องที่ถูกลุกไหม้ หลินตงตอนนี้เริ่มลืมตาตื่นขึ้นมาแล้ว นัยน์ตาสีแดงเพลิงถึงกับส่องสว่างวาบราวกับสัญลักษณ์ของมังกร ร่างกายที่ขัดสมาธิเหนือพื้นอยู่นิดหน่อยก็ค่อยๆกลับลงมาถึงพื้นดิน ต้องบอกก่อนว่าระดับเขานั่นไม่สามารถลอยอยู่บนอากาศได้อย่างแน่นอน นอกซะจากว่าเขาจะมีพลังถึงจิตยุทธนภาแต่การที่เขาทำเช่นนี้ได้ก็เป็นเพราะสายเลือดเทพมังกรอมตะที่ปะทุขึ้นอย่างรุนแรง มันกระตุ้นให้ร่างกายของเขาต้องเป็นไปตามนั่น


            "ฟู่ว เปลวเพลิงที่ลุกโชนจงเงียบสงัด"


            หลินตงปล่อยลมหายใจออกมาอย่างหนักเหมือนกับว่าปลดปล่อยสิ่งแปลกปลอม พริบตานั่นเปลวเพลิงสีแดงฉานที่ลุกไหม้รอบๆก็เริ่มดับลงอย่างช้าๆท่ามกลางสายตาของทุกคนที่มองมา พวกเขาตอนนี้ยำเกรงในตัวของชายหนุ่มเป็นอย่างมาก เขาคนนี้อาจจะเป็นบุตรแห่งมังกรในตำนานที่ทุกคนนั่นเล่าขานกันมา


            "ทะ.ทะ.ท่านปรมาจารย์ ท่านไม่เป็นอะไรนะ ตอนแรกที่ข้ารับรู้ว่าที่พักของท่านเกิดไฟไหม้ก็เป็นห่วงซะจนไม่รู้จะยังไง..!!"


            เมื่อเปลวเพลิงดับลงแล้วหลินหยวนก็รีบรุดหน้าเข้ามาอย่างรวดเร็วเพื่อเอ่ยถามถึงสถานการณ์และสภาพร่างกาย นัยน์ตาจ้องมองสำรวจตามเรือนร่างของชายหนุ่มอย่างเร่งรีบ ถ้าเกิดเขาเป็นอะไรขึ้นมาจริงๆก็ไม่อยากจะคิดถึงมันเลย


            หลินตงที่เห็นว่าการตื่นของสายเลือดมังกรอมตะทำให้เกิดผลกระทบถึงเพียงนี้ก็ส่ายหัวออกมายกใหญ่


            "ไม่เป็นอะไร ขอโทษด้วยท่านหลินหยวน ข้าก็ไม่คิดว่าการทะลวงพลังของข้าได้เกิดเปลวเพลิงระดับนี้ อาคารของท่านเดียวข้าจะชดใช้ให้ละกัน ส่วนเรื่องที่พวกท่านเห็นก็เก็บเป็นความลับด้วยน่ะ..!!"


            ชายหนุ่มมองไปรอบๆก็ยิ่งหัวเราะแห้งๆ ให้ตายสิ เพียงแค่ปลดผนึกขั้นที่หนึ่งก็ทำให้เกิดเปลวเพลิงที่จะแผดเผาไปทั่วทุกหนแห่ง ถ้าเกิดว่าในอนาคตเขาปลดผนึกสายเลือดขั้นอื่นๆละมันคงจะไม่เผาผลาญทั้งเมืองหรือทวีปเลยมั้ง เขายิ่งคิดก็ยิ่งถอนหายใจออกมาอย่างหนัก หลังจากนี้คงจะต้องไปทะลวงในที่ๆปลอดภัยและไม่มีคนซะละ


            "ไม่ต้องท่านปรมาจารย์ มันถือว่าเป็นอุบัติเหตุ ท่านไม่ต้องชดเชยอะไรให้กับข้าทั้งนั่น เพียงแค่อาคารรับแขกไม่ใช่ปัญหาสำหรับข้าเลยแม้แต่นิด ส่วนเรื่องนี้ที่พวกข้าเห็นนั่นไม่ใช่ปัญหา เดียวข้าจะกำชับพวกเขาอีกรอบนึงอย่างแน่นอน..!!"


            หลินหยวนพูดขึ้นอย่างมั่นใจพร้อมกับทุบอกของตนดังสนั่น ด้วยความร่ำรวยของเขาถ้าไม่ใช่หินลมปราณยุทธละก็มันก็ไม่มีปัญหาอะไร เหรียญทองที่เขาเก็บสะสมไว้นั่นต้องบอกเลยว่ามีมากมายนับไม่ถ้วน ต่อให้เขาจะไม่มีพวกหินฟ้าดินนั่นกับเพียงแค่เหรียญก็เพียงพอที่จะเอาไว้ให้เขาได้ใช้จ่ายอย่างสบาย


            ส่วนมังกรศักดิ์สิทธิ์ที่ทุกคนได้เห็นมันนั่นแต่ละคนตอนนี้พยักหน้าอย่างเชื่อฟัง ต้องบอกก่อนว่าเรื่องนี้คือเรื่องใหญ่และทุกคนก็ไม่โง่พอที่จะเอาไปป่าวประกาศอย่างแน่นอน พวกเขาไม่อยากจะถูกปรมาจารย์ผู้ฝึกฝนสัตว์อสูรที่ทรงพลังกับท่านเจ้าเมืองเล่นงานเอาหรอกนะ


            หลินตงถึงกับประหลาดใจเมื่อเห็นถึงความใจปล้ำของเขา ชายหนุ่มก็ไม่เกรงใจที่จะปฏิเสธมันพร้อมกับพยักหน้ารับอย่างยินดี ถึงอาคารบ้านเรือนพวกนี้จะไม่ค่อยแพงเท่าไหร่แต่ทว่าเขาตอนนี้หมดตัวอีกแล้วน่ะสิ เหรียญทองกับหินลมปราณยุทธทั้งหมดถูกใช้ไปกับการทะลวงหมดแล้ว ในตอนแรกเขาถึงกับคิดว่ามันเกือบจะไม่พอเลยด้วยซ้ำ


            "เห้ย งานก่อสร้างไว้ทีหลัง ตอนนี้เก็บกวาดเศษซากก่อน ทุกคนช่วยกันเร็ว ใครทำเยอะได้เยอะ ใครทำน้อยได้น้อยว้อย"


            ชายวัยกลางคนตะโกนสั่งงานที่อยู่เบื้องหน้านี้ก่อน ทุกคนเมื่อเห็นว่ามีรางวัลให้ก็รีบเข้าจัดการเศษซากที่พังทลายลงอย่างรวดเร็ว แม้แต่คนที่มาก่อสร้างอาคารให้เสี่ยวหลินก็ยังจ้ำอ้าวเข้ามาอย่างคักคัก งานนั่นก็คืองานนั่น งานนี้ก็คืองานนี้ ท่านเจ้าเมืองเป็นคนใจปล้ำอยู่แล้ว ไม่คิดว่าพวกเขาจะได้เหรียญค่าจ้างอีกมากมายเช่นนี้


            "ท่านปรมาจารย์ ตอนนี้ก็มืดค่ำแล้ว เดียวข้าจะให้ทหารนับทางไปยังตำหนักที่พักอีกแห่งนึงละกัน"


            หลินหยวนไม่ได้ติดใจเอาความเลยแม้แต่นิดแถมเขายังอยากจะเอาใจชายหนุ่มไปเรื่อยๆอีกด้วย ต่อให้จะถูกเผาไหม้อีกหลายสิบหลังก็ชั่งมันแล้ว ฮ่าฮ่า


            "เข้าใจแล้ว งั้นข้าขอตัวไปปรับสภาพร่างกายก่อน ท่านกับเสี่ยวหลินก็พักผ่อนได้แล้วละ"


            ก่อนที่จะออกไปหลินตงก็ยังไม่ลืมเอ่ยคำแนะนำชายวัยกลางคนและบอกลาเสี่ยวหลิน ร่างกายที่ใหญ่โตนับห้าเมตรพยักหน้ารับให้กับชายหนุ่มรัวๆราวกับเด็กน้อย มันตอนนี้ยิ่งหวั่นเกรงและเคราพในตัวของหลินตงมากขึ้นไปอีก