“นี่นาย... เป็อะไรหรือเปล่าทำไมไม่ขับต่อ?” ลีโอนีเห็นณัฐธัญนั่งนิ่งราวกับรูปสลักศิลาจึงเอ่ยถามเสียงแข็งห้วนตามแบบฉบับของเธอ แต่น้ำเสียงยังแฝงด้วยความเป็ห่วง
ณัฐธัญค่อย ๆดึงสติกลับมา เขาหันไปสบตากับหญิงสาวทั้งหลาย เอ่ยคำถามเป็ชุดว่า “นี่คือปีอะไรทะเลทรายนี้ชื่ออะไร ทวีปนี้เรียกว่าอะไร?”
คำถามที่ไม่คาดฝันทำให้ทั้งสามสาวชะงักงัน
ลีโอนีเลิกคิ้วเอ่ยอย่างไม่สบอารมณ์ว่า “อยู่ ๆ ถามอะไรของนาย รีบ...”
ทว่าเธอยังพูดไม่ทันจบเสียงตวาดก็ดังขึ้นจนทำเอาเธอสะดุ้งโหยง “ตอบ..!”
แม้จะไม่พอใจกับน้ำเสียงเกรี้ยวกราดแต่ลีโอนีก็ยังยอมตอบ “ปี 213...ทะเลทรายกีโบกี... ทวีปดิโอเชีย”
ั์ตาณัฐธัญเบิกโพลงเขานิ่งงันไปราวกับประมวลผลคำตอบอยู่ภายในหัว เข้าใจทุกอย่างแจ่มแจ้ง สรุปคือคำตอบสองเขาไม่ได้อยู่โลกเดิมอีกต่อไปแล้ว...
ที่นี่คืออีกโลกหนึ่งเป็โลกที่เขาไม่รู้จัก แต่ดูเหมือนจะมีเทคโนโลยีใกล้เคียงกับโลกของเขา
เขาเลิกคิดชั่วคราวตัดสินใจว่าไปถึงเมืองใกล้ ๆ เมื่อไรค่อยหาข้อมูลเอาทีหลัง
“ว่าแต่พวกเธออยากให้ฉันไปส่งที่เมืองไหนหรือเปล่า?”เขาหันไปถามด้วยน้ำเสียงปกติ
คำถามนั้นกลับยิ่งทำให้สามสาวงุนงงกว่าเดิมลีโอนีทนไม่ไหว หลุดปากถามว่า “นี่นายหลุดมาจากมิติไหนหรือเปล่า?โลกมันล่มสลายไปตั้งสามเดือนแล้ว จะไปส่งเมืองทำไม... ที่นั่นมีแต่ซอมบี้”
ั์ตาของณัฐธัญเบิกกว้างยิ่งกว่าเดิมต่างโลก... แล้วยังเป็โลกหลังวันสิ้นโลกอีก..?!
อลิเซียหันขวับมาพร้อมกับตาเป็ประกายถามว่า “หรือว่า... คุณมาจากโลกอนาคตหรือคะ มาช่วยกู้โลกของพวกเรา..?”
ณัฐธัญถึงกับผงะแม้การคาดเดาของอลิเซียจะไม่ถูกเป๊ะ แต่ก็ใกล้เคียงจนน่าใ
เขาควรจะบอกว่าตัวเองมาจากต่างโลกให้พวกเธอรู้ดีหรือไม่แต่ยังไม่ทันได้ตัดสินใจ เสียงเหน็บแนมของลีโอนีก็ดังแว่วมา
“อลิเซียบอกแล้วไงว่าอย่าอ่านนิยายเยอะ ถ้าคนจากโลกอนาคตมาจริง ๆ คงมาั้แ่ก่อนวันสิ้นโลกโน่น”
อลิเซียทำหน้ามุ่ยแต่ไม่พูดอะไรต่อ ส่วนมาน็องยังคงเงียบขรึมเหมือนเดิมตลอดทาง ไม่ออกความเห็นใด ๆ
ณัฐธัญพอได้รู้เื่ราวทั้งหมดก็เริ่มรู้สึกว่างเปล่าเขาไม่มีที่ให้กลับไปแล้ว เื่ครอบครัวเขาไม่ค่อยห่วงสักเท่าไรเพราะพ่อแม่ของเขามีลูกเจ็ดคน ขาดเขาไปแค่คนเดียวคงดูแลพ่อแม่กันได้เพียงแต่พวกท่านอาจจะเป็ห่วงที่เขาหายสาบสูญไป
คิดแล้วเขาก็ทอดถอนใจเพราะอะไรเขาถึงโผล่มาในโลกนี้ แค่จู่ ๆ หมอกก็ลงแล้วโผล่มาที่นี่
หมอก..?
ณัฐธัญนึกย้อนกลับไปหมอกนั้นเริ่มปรากฏั้แ่ก่อนขึ้นแพ พอขึ้นแพปุ๊บ หมอกก็หนาทึบขึ้นมาจนน่าขนลุก
หรือว่า... ลุงคือคนเปิดวาร์ป?เป็เทพเ้าที่คุมประตูมิติ?
‘ไอ้ลุงบ้า..! ลุงเวร..! จะเป็ใครก็ช่าง แต่เจอลุงแล้วซวย ต้องโทษลุงไว้ก่อน..!’
“ว้ากกกกกกกกกกกก..!”
“กรี๊ดดดดดดด...!”
เสียงะโระบายอารมณ์ของเขาดังลั่นจนสามสาวกรีดร้องตามด้วยความใ
เมื่อระบายเสร็จณัฐธัญก็ถอนหายใจยาวอย่างอ่อนแรงก่อนจะหันไปถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น “แล้วพวกเธอจะไปไหนต่อ?”
หญิงสาวทั้งสามหยุดชะงักสบตากันราวกับจะปรึกษา
อลิเซียเอ่ยขึ้นเป็คนแรกเสียงแ่เบาสะท้อนความสิ้นหวัง “ตอนแรกพวกเราจะไปเขตปลอดภัยโซนเจ็ดแต่ถูกลักพาตัวมา และตอนที่อยู่กับพวกค้าทาสก็ได้ยินข่าวว่าเขตปลอดภัยโซนเจ็ดแตกแล้วตอนนี้จะไปไหนก็คงเหมือนกันนั่นแหละ...”
บรรยากาศในรถกลายเป็เศร้าซึมณัฐธัญรู้สึกอึดอัดใจ พูดเปลี่ยนบรรยากาศ “เอาล่ะ งั้นเรามาผ่อนคลายกันดีกว่าพวกเธอเนื้อตัวมอมแมมไปหมด ไปอาบน้ำก่อน แล้วค่อยกินอะไรให้อิ่มท้องจากนั้นค่อยว่ากัน”
พอได้ยินคำว่า ‘อาบน้ำ’ สาว ๆ ก็ตาเป็ประกายแพรวพราวไม่เว้นแม้แต่มาน็องที่นั่งเงียบขรึมตลอดทาง พวกเธอสามคนไม่ได้อาบน้ำมาหลายอาทิตย์แล้วนับั้แ่วันที่โลกพังทลาย ความสะอาดกลายเป็สิ่งหรูหราไม่สามารถใช้น้ำฟุ่มเฟือยได้เหมือนกาลก่อน
ณัฐธัญเอนเบาะด้านหลังมาน็องให้เปิดทางโล่งเพื่อที่ให้ลอดไปในตัวรถอย่างสะดวก มาน็องมุดผ่านไปเป็คนแรก ตามด้วยอลิเซีย
สายตาเขาเหลือบมองไปโดยไม่ตั้งใจพบเห็นสิ่งที่ไม่ควรเห็นใต้ร่มผ้า เศษผ้าที่พันรอบเอวอย่างลวก ๆนั้นไม่อาจปกปิดได้ทั้งหมด ยามที่หญิงสาวคลานผ่าน ่บั้นท้ายเผยให้เห็นภาพที่ชวนวาบหวามใจ
เืลมสูบฉีดวูบวาบอย่างห้ามไม่อยู่ความร้อนลุกลามไปทั่วร่าง ริมฝีปากแห้งผาก จนต้องแลบลิ้นเลียริมฝีปากอย่างเผลอตัว
ทว่าขณะนั้นเอง ดวงตาของเขาก็สบกับสายตามีเลศนัยของลีโอนีที่ยังไม่ขยับตัวจากเบาะเขาสะดุ้งเฮือก รีบพูดกลบเกลื่อน “ม... มีอะไร?”
ลีโอนีเลื่อนตัวเข้ามาใกล้ช้อนตามองเขาด้วยแววตาเ้าเล่ห์ ยิ้มกล่าวอย่างแ่เบาว่า “เปล่าถือว่าเป็คำขอบคุณที่ช่วยชีวิตพวกเรา เซอร์วิสเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้ก็แล้วกัน”
พูดจบ เธอก็โน้มตัวคลานตามไปชายผ้าเลิกขึ้นเผยภาพสวนยามฤดูใบไม้ร่วง ราวกับจงใจมอบให้เป็ของขวัญ
ณัฐธัญรู้สึกร้อนที่จมูกเหมือนกับเืกำเดาจะทะลัก เอ่ยพึมพำว่า “..ฤดูใบไม้ร่วงสีแดง...”
เขารีบส่ายศีรษะเพื่อสลัดความคิดฟุ้งซ่านทิ้งไปแต่แล้วจู่ ๆ ความง่วงงุนก็ถาโถมเข้ามาอย่างหนักหน่วง แม้จะเพิ่งตื่นได้ไม่นานแต่เปลือกตากลับหนักอึ้ง ผล็อยหลับไปโดยไม่รู้ตัว
......
“องค์หญิงอาบก่อนเถอะค่ะ...”เสียงราบเรียบของมาน็องดังขึ้น
อลิเซียหันขวับอย่างเลิ่กลั่กรีบยกนิ้วจุ๊ปาก “ชู่ว์..!บอกแล้วไงว่าอยู่ข้างนอกให้เรียกอลิเซียหรือคุณหนู มันอันตราย”
สายตาของเธอชำเลืองไปทางณัฐธัญราวกับกลัวว่าเขาจะได้ยิน จากนั้นก็กล่าวด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย “อีกอย่าง...ฉันไม่ใช่องค์หญิงอีกต่อไปแล้ว”
มาน็องสบตาเธอดวงตานิ่งเฉย แต่ลึกลงไปกลับแฝงไปด้วยความเห็นใจ “คุณหนู...”
“นี่ ถ้าไม่อาบ ฉันขออาบก่อนนะ”ลีโอนีพูดแทรกขึ้น
มาน็องขมวดคิ้วเล็กน้อยดูเหมือนไม่ค่อยพอใจ “คุณทหารราชองครักษ์ ระวังมารยาทหน่อย”
ลีโอนียักไหล่อย่างไม่แยแส“ประเทศลิกเนียไม่มีอีกแล้ว ตอนนี้ฉันคือผู้หญิงธรรมดา”
แววตาของมาน็องสะท้อนความขุ่นเคืองเหมือนกับจะเอาเื่ อลิเซียรีบห้ามปราม “ช่างเถอะ ๆ คุณลีโอนีอาบก่อนก็ได้ ไม่เป็ไรหรอก”
ลีโอนีมองมาน็องพร้อมกับรอยยิ้มเย้ยก่อนจะเข้าห้องน้ำในรถไป มาน็องยังคงหน้านิ่ง แต่แววตาไม่พอใจยังไม่จางหายไป
......
ณัฐธัญลืมตาขึ้นช้าๆ พบว่าตัวเองอยู่ที่ท่าแพของเขื่อนสิริกิติ์หมอกยามค่ำคลี่คลุมไปทั่วสถาน เงาแพไม้ลอยละล่องอยู่บนผิวน้ำอย่างเลือนราง
เขาเดินเข้าไปใกล้ด้วยความรู้สึกประหลาดแต่ก็รู้สึกคุ้นเคย บริเวณรอบมีแต่ความเงียบงัน ราวกับถูกตัดขาดจากโลกภายนอก
แต่ก่อนที่ฝ่าเท้าจะเหยียบขึ้นบนแพ เสียงปริศนาดังแว่วมาจากเื้ั
“ไอ้หนุ่ม”
ณัฐธัญสะดุ้งโหยงรีบหันขวับไปตามสัญชาตญาณ ภาพที่เห็นตรงหน้าทำเอาหัวใจแทบหยุดเต้น
เป็ชายชราผิวซีดขาวราวกับประแป้งทั่วใบหน้าใบหน้าสะท้อนแสงสีเขียว อ้าปากกว้างจนกรามห้อยย้อยถึงลำคอราวกับขากรรไกรถูกฉีกออกจากกัน เืสีแดงสดไหลทะลักออกจากปากเปรอะเปื้อนเสื้อม่อฮ่อมสีดำ มองไม่ออกว่าที่เห็นคือสีของเสื้อหรือสีของเื ดูน่าสยดสยองอย่างยิ่ง
ณัฐธัญใสุดขีด ะโร้องลั่น“โคตรพ่อโคตรแม่มัน..!”
เขายกขาเสือกส่งบาทาเข้าใส่ทรวงอกของชายชราเต็มแรงจนร่างนั้นกระเด็นกลิ้งกับพื้นหลายตลบ
ชายชราร้องเสียงโอดโอย“ไอ้หนุ่ม นี่เอ็งทำบ้าอะไร...”
ณัฐธัญเพ่งมองดี ๆ พบว่าเป็ลุงที่พาเขาขึ้นแพ..! นึกแล้วก็ยังหงุดหงิดไม่หายเส้นเืปูดโปนขึ้นบนหน้าผาก ะโว่า “ไอ้ลุง สมควรใครสั่งใครสอนให้มาเล่นพิเรนทร์อะไรแบบนี้”
ลุงค่อย ๆตะเกียกตะกายลุกขึ้น ปัดฝุ่นที่เสื้อพลางกล่าวว่า “เด็กสมัยนี้นี่มันใจร้อนจริง ๆเลยเว้ย ล้อเล่นก็ไม่ได้”
ณัฐธัญสวนทันควัน “บ้านลุงสิล้อเล่นกันอย่างนี้นี่ยังไม่คิดบัญชีเก่าที่ส่งผมไปโลกไหนก็ไม่รู้”
ลุงยิ้มมุมปากใบหน้ากลับมาเป็ชายแก่ธรรมดาเหมือนเดิม “เป็อย่างไร โลกนั้นตื่นเต้นเร้าใจไหม?สนุกกว่าทุกที่ที่เอ็งเคยไปเที่ยวอีก”
ณัฐธัญกลอกตาใส่ กล่าวว่า“สนุกกับผีสิ เกือบถูกยิงตายคาป่าไปแล้ว จำไว้นะว่าถ้าผมเป็ผีผมจะมาหลอกลุงเป็คนแรก”
ลุงแค่นเสียงในลำคอดังเฮอะ “ตอนแรกมาดูก็เพราะเป็ห่วง อุตส่าห์เอาของขวัญมาฝาก กลัวจะอยู่ลำบากเห็นฝีปากเก่งแบบนี้ สงสัยคงไม่ต้องใช้แล้ว”
ลุงทำท่าม้วนตัวจะเดินจากไป
ณัฐธัญร้องเรียก“เดี๋ยว ของขวัญอะไร?”
ลุงหยุดเท้าทำเป็พูดด้วยน้ำเสียงน้อยใจ “ก็แค่สิ่งที่จะช่วยให้เอ็งเอาตัวรอดในโลกนั้นสบายขึ้นเพราะข้าเองก็ผิดด้วยที่ส่งเอ็งไปโดยไม่บอกไม่กล่าว แต่ก็นะข้าไม่มีเวลาบอกนี่หว่า”
ลุงหันหน้าหนีไม่ยอมสบตา ประหนึ่งหญิงสาวที่กำลังแง่งอน
ณัฐธัญทำตาลุกวาว เดินมาหยุดตรงหน้าลุง“ลุง มีของดีก็ไม่บอก ไหนล่ะ?”
ลุงยังคงเชิดหน้าไม่ยอมใจอ่อนง่าย ๆ “ไม่มีให้แล้ว”
ณัฐธัญถึงกับพูดไม่ออกคนแก่นี่ขี้น้อยใจกันทุกคนเลยหรือ..? ปากกล่าวว่า “ผมขอโทษนะลุง ผมมันอกตัญญู ทั้งที่ลุงอุตส่าห์มีน้ำใจช่วยเหลือผมกลับไม่เห็นค่า เฮ้อ... ลุงนี่ช่างไร้ค่าจริง ๆ”
ลุงหันมายิ้มกริ่มด้วยความพอใจทันทีแต่มาสะดุดใจกับท่อนสุดท้าย รู้สึกว่ามันแปลก ๆ
“เอาล่ะล้อเล่นพอแล้ว” ลุงโบกมือ “ข้าแค่จะมาบอกว่าข้าส่งสิ่งที่ช่วยอำนวยความสะดวกแก่เอ็งไว้ในรถแล้วจะใช้ยังไงก็เื่ของเอ็ง มีคู่มือบอกอยู่ ข้าแทรกแซงมากไม่ได้”
ลุงหันหลังกลับเตรียมเดินเข้าไปในสายหมอก
ณัฐธัญสับสนงุนงง ลากเขามาต่างโลกแต่พูดกับเขาแค่เนี้ย? ข้อมูลอื่นอะไรก็ไม่บอก จึงะโไล่หลังว่า“เดี๋ยวก่อนสิลุง..!”
ลุงยังคงเดินไปโดยไม่เหลียวมามองปากะโว่า “ไม่เดี๋ยวแล้ว”
ณัฐธัญยังคงไม่เต็มใจพูดขึ้นว่า “อย่างน้อยลุงก็ช่วยบอกหน่อยว่าเป็พระเ้าหรืออะไร บอกแค่ชื่อก็ได้”
ลุงยังไม่หันมาแต่ชูมือขึ้นสูงราวกับจะบอกลา แล้วหายไปในสายหมอกทิ้งท้ายด้วยเสียงที่ดังก้องกังวานว่า “ฮอรัสแห่งรุ่งอรุณ”
ฮอรัสแห่งรุ่งอรุณ..?
ณัฐธัญขมวดคิ้วรู้สึกเหมือนคลับคล้ายคลับคลาเคยได้ยินจากที่ไหนสักแห่ง แต่นึกไม่ออก
ความคิดเริ่มเลือนราง แล้วสติของเขาก็ดับวูบจมลงสู่ความมืดมิด
......
ณัฐธัญลืมตาตื่นเขาขมวดคิ้ว รู้สึกเหมือนตัวเองเพิ่งฝันประหลาด แต่นึกเท่าไรก็จำรายละเอียดไม่ได้ รู้เพียงลุงส่งของขวัญมาไว้ในรถ
และชื่อ... ฮอรัสแห่งรุ่งอรุณ
“อา... สุดยอดไปเลย มีน้ำอุ่นด้วย”เสียงของลีโอนีดังแว่วมา คล้ายปลุกณัฐธัญออกจากภวังค์
“นี่.. ว่าแต่นายชื่ออะไรคงไม่คิดจะให้พวกเราเรียกว่านายตลอดไปหรอกใช่ไหม?”
เสียงนั้นดังมาจากข้างหลังใกล้ ๆ
ณัฐธัญหันไปตามเสียงใบหน้าแทบจะชนกับูเามาร์ชเมลโลว์ข้างหน้า เธอสวมเพียงเสื้อยืดสีเทาเข้มตัวเดียวร่างกายบางส่วนยังเปียกชื้น มือหนึ่งกำลังเช็ดเส้นผมที่เปียก อีกมือจับพนักเบาะที่นั่งคนขับโน้มตัวชะโงกหน้าเข้ามาใกล้จนกลิ่นหอมของสบู่และยาสระผมโชยแตะจมูก
ณัฐธัญเบิกตาค้างสายตาถูกดึงดูดไปยังหุบเขาลึกลับใต้เนื้อผ้า ราวกับมีแรงโน้มถ่วงที่ไม่สามารถต้านทานได้
ลีโอนีสังเกตเห็นสายตาที่จับจ้องมายังหน้าอกของเธอใบหน้าแดงระเรื่อเล็กน้อย เบ้ปากพึมพำว่า “ผู้ชายนี่เหมือนกันหมดจริง ๆ”
ณัฐธัญสะดุ้งคล้ายกับอ่อนไหวกับคำนี้รีบค้านทันที “เฮ้! อย่าเหมารวม”
ลีโอนีพ่นลมหายใจทางจมูกเบา ๆ ถอนใบหน้าออกจากช่อง แต่ยังไม่วายส่งรอยยิ้มมุมปากให้อย่างเ้าเล่ห์
ณัฐธัญกระแอมเล็กน้อย พยายามทำตัวเป็ปกติ“ฉันชื่อณัฐธัญ”
“โอเค นาธาน” เธอตอบหน้าตาเฉย
“...นัด-ทัน” เขาสะกดเสียงช้า ๆ ชัดถ้อยชัดคำ
“ไม่เอาอ่ะ ออกเสียงยาก”ลีโอนีบิดกายเดินหนีไป พลางกล่าวว่า “นายอย่าจู้จี้มากนักเลย ระวังสาวไม่แลนะ”
ณัฐธัญไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ดี ได้แต่ถอนหายใจ
แต่ก่อนที่จะได้คิดอะไรต่อ สายตาก็เหลือบไปเห็นหน้าจอแอลอีดีที่ติดอยู่หน้ารถมีเครื่องหมายใสีแดงแจ้งเตือนอยู่ตรงกลาง เขาขมวดคิ้ว ใช้ปลายนิ้วจิ้มลงไป
ทันใดนั้น ข้อความสั้น ๆก็เด้งขึ้นมากลางจอ “ขอให้สนุก”
ข้อความหายไปในพริบตาพร้อมกับหน้าจอที่เปลี่ยนอินเทอร์เฟซใหม่ทั้งหมด หน้าต่างเก่าอย่างจีพีเอสแอปฟังเพลง วิดีโอ หรือเกมหายไปหมด... แทนที่ด้วยภาพกราฟิกของรถบ้านสีขาวแสดงผลสามมิติและมีปุ่มขนาดใหญ่เขียนว่า ‘อัปเกรด’
เมื่อณัฐธัญจิ้มเข้าไปดูถึงกับต้องตะลึงตาค้าง
มีรายการที่สามารถอัปเกรดหรือซื้อได้หลายรายการและของแต่ละอย่างก็ไม่ธรรมดา
-แบตเตอรี่ผลิตพลังงานอัตโนมัติวันละ10 กิโลวัตต์ เก็บสะสมได้ 20 กิโลวัตต์
-ระบบแปรสภาพอากาศเป็น้ำดื่มบริสุทธิ์5 ลิตรต่อวัน
-ระบบรีไซเคิลน้ำ WSR
-คลังเก็บของขยายมิติ
และยังมีรายการอื่น ๆ อีกมากมายเขาถึงกับอึ้ง ผลิตพลังงานได้เองวันละสิบกิโลวัตต์ เก็บได้ยี่สิบกิโลวัตต์? ต่อให้เขาเปิดแอร์ในรถทั้งวันหรือใช้ไฟสุรุ่ยสุร่ายอย่างไรก็แทบไม่หมดหรืออย่างระบบเก็บน้ำที่ผลิตจากอากาศวันละห้าลิตรในวันสิ้นโลกที่น้ำสะอาดคือสมบัติล้ำค่า เขาแทบจะกลายเป็พระเ้า
ณัฐธัญพนมมือไว้เหนือเศียรเกล้ากล่าวพึมพำในใจ ‘ขอบคุณครับลุง...ชาตินี้ผมจะไม่ลืมบุญคุณเลย’
แต่แล้วสายตาก็เหลือบไปเห็นรายละเอียดในรายการมันต้องใช้จ่ายด้วยแต้ม มันคือแต้มความสุขเขากดเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติม แต้มนี้เกิดจากความสุขของคนที่อยู่ในรถบ้านและตอนนี้ตัวเลขก็กำลังกระดิกขึ้นทีละหน่วยอย่างต่อเนื่อง
+1 ลีโอนี
+1 ลีโอนี
+1 ลีโอนี
แต้มความสุขเพิ่มขึ้นนาทีละหนึ่งหน่วยหรือก็คือตอนนี้ลีโอนีกำลังมีความสุขอยู่?
เขาหันไปมองข้างหลังเห็นลีโอนีกำลังนั่งเช็ดศีรษะอยู่บนโซฟา ท่าทางผ่อนคลายเต็มที่ พอเห็นเขามอง เธอก็ส่งรอยยิ้มกรุ้มกริ่มมาให้อีกครั้ง
ณัฐธัญหันกลับมาที่จออีกครั้ง ภายในระบบมีเมนูบันทึกประวัติของแต้มความสุขให้เลือกดูอย่างละเอียดเขาลองกดเข้าไปดู ต้องชะงักกับรายการหนึ่งที่เด่นหราขึ้นมา
+200 ลีโอนี (อาบน้ำ)
แค่อาบน้ำก็ได้แต้มความสุขขนาดนี้เชียว?ดูเหมือนว่าการมีชีวิตอยู่ในโลกหลังวันสิ้นโลกจะลำบากกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก
ยังคิดไม่ทันจบตัวเลขก็เด้งขึ้นอีกครั้ง
+200 อลิเซีย (อาบน้ำ)
ทันใดนั้นเสียงประตูห้องน้ำเปิดออกเบา ๆ อลิเซียเดินออกมาในสภาพสดชื่น เปียกชื้นเล็กน้อย ดวงตาเป็ประกายเผยรอยยิ้มอิ่มเอมใจ
ณัฐธัญเริ่มคำนวณในหัวอย่างรวดเร็ว
หนึ่งคนสร้างแต้มสะสมอัตโนมัติ 1 แต้มต่อนาที ถ้ามีสี่คนรวมเขา เท่ากับ 4 แต้มต่อนาที เท่ากับ 240 แต้มต่อชั่วโมง 5,760 แต้มต่อวัน..!
ยังไม่รวมโบนัสอาบน้ำอีกคนละ 200 แต้ม หากทุกคนอาบน้ำครบวันละหนึ่งรอบก็จะเท่ากับ 800 แต้ม
หรือก็คือ...ในหนึ่งวันเขาจะได้รับแต้มความสุข 6,550 แต้ม..!