บทที่ 14
“หลานรัก เรียนเป็นยังไงบ้างล่ะ..” ชุนตงที่เห็นหลานของตน กำลังคุยกับชายหนุ่มคนหนึ่ง แน่นอนว่าชายคนนั้นก็คือโอ๊ต และหลานของเขาก็คือปิงปิงนั่นเอง“อ่าว.. คุณตา! ทำไมคุณตามาที่โรงพยาบาลล่ะคะ คุณตาเป็นอะไรหรือเปล่า หรือว่าอาการป่วยที่คุณตาเป็นจะกำเริบ..” ปิงปิงที่เห็นว่าคุณตาของตัวเองอยู่โรงพยาบาล เธอก็รีบกล่าวอย่างร้อนใจ เธอรีบสำรวจคุณตาของเธออย่างละเอียด พร้อมกับทำสายตาคาดคั้นกับคุณตาของเธออีกด้วย“ฮ่าๆ ตาไม่เป็นอะไรแล้วหลานรัก โรคที่เป็นมานานหลายปี หายเป็นปลิดทิ้งเลยล่ะ.. ว่าแต่พ่อหนุ่มคนนี้เป็นใครอย่างนั้นเหรอ ไม่คิดจะแนะนำให้ตารู้จักบ้างหรือยังไงหลานรัก” ชุนตงหัวเราะ พร้อมกับประกาศว่าตนนั้นได้หายจากความทุกข์ทรมานที่เป็นมานานหลายปีแล้ว ก่อนที่เขาจะหันมามองทางโอ๊ตอย่างสนใจ เพราะบางทีชายหนุ่มคนนี้อาจจะเป็นแฟนของหลานรักเขาก็ได้“เออ.. นี่เพื่อนของหนูเองค่ะคุณตา เขามีชื่อว่าโอ๊ต พวกเรากำลังคุยเรื่องการสอบปฏิบัติในอาทิตย์หน้าอยู่น่ะค่ะ..” ปิงปิงผายมือเอ่ยแนะนำโอ๊ตให้กับคุณตาของตัวเอง“สวัสดีครับ ผมโอ๊ตครับคุณตา..” โอ๊ตที่ตอนแรกเลิ่กลั่กเล็กน้อย เขาจำชายชราคนนี้ได้ คุณตาท่านนี้เป็นคนที่เขาเผลอช่วยรักษาเอาไว้ก่อนจะเข้าเรียน ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่คิดว่าจะเป็นคุณตาของเพื่อนสาวปิงปิงที่เพิ่งจะรู้จักอย่างนี้เลยจริงๆ มันเป็นพรหมลิขิตที่ค่อนข้างแปลก แต่เขาก็ดีใจที่ได้ช่วยเหลือคนสำคัญของเพื่อนสาวคนใหม่ได้บ้าง เขาตั้งสติเล็กน้อยก่อนจะกล่าวตอบไป“พ่อหนุ่มชื่อโอ๊ตอย่างนั้นสินะ.. ถ้าเป็นเพื่อนของปิงปิง ตาก็ฝากดูแลเธอด้วยนะ” ชุนตงกล่าว แม้ว่าคำพูดมันจะดูแปลกๆ มันเหมือนกับคุณตาที่ฝากให้ดูแลหลานสาวในวันที่แต่งงานเลยไม่มีผิด โอ๊ตที่ได้ยินก็ไม่รู้จะตอบกลับยังไงดี เขาได้แต่ตอบ ‘ครับ’ เพียงคำเดียวเท่านั้น“ว่าแต่คุณตาหายแล้วจริงๆใช่ไหมคะ..” ปิงปิงที่อยู่ๆก็นึกขึ้นมาได้เอ่ยถามกับคุณตาของเธอทันที มันมีเหตุผลที่เธอนั้นลงเรียนวิชานี้ ก็เป็นเพราะว่าอาการของคุณตาเธอไม่ค่อยจะดี ถ้าเรียนกู้ชีพเอาไว้บ้างคงจะดีไม่น้อย ถ้ามีเหตุฉุกเฉินเกิดขึ้นกับคุณตาของเธอ“จริงสิ! ตาจะโกหกหลานไปทำไมกันล่ะ.. ถ้าหลานไม่เชื่อรอถามเอากับเจ้า ‘ไผ่’ เลยก็ได้.. โอ้ นั่นไง พูดถึงมันก็เจอมันเลย”ชุนตงเอ่ยพร้อมกับโบกมือเรียกบอดี้การ์ดของตัวเองมายืนยันอาการป่วยของตัวเองว่ามันได้ถูกรักษาจนหายขาดไปแล้ว ส่วนไผ่ที่ได้เห็นคุณท่านโบกมือเรียกเขา พร้อมกับคุณหนู เขาก็ถอนหายใจเล็กน้อย เขาคิดว่าคงจะต้องอธิบายอะไรอีกหลายอย่างแน่นอน เพราะคุณหนูเป็นคนที่เข้มมาก ถ้าเป็นเรื่องของคุณตาของตัวเอง แต่เขาก็ต้องชะงักเท้าอย่างตกใจ ก่อนจะขยี้ตามองดูดีๆที่ชายหนุ่มที่อยู่ใกล้ๆ ‘เอ้า! ตามหาตั้งนาน สุดท้ายก็อยู่กับคุณท่านนี่เอง’ เขาไม่คิดเลยว่าคุณท่านจะพบกับอาจารย์หมอก่อนเขาที่เหนื่อยหาทั่วทั้งโรงพยาบาลอย่างนี้ เขามองซ้ายมองขวาก่อนจะก้าวเท้าเดินข้ามถนนไปหาทั้งสามคน ทางด้านโอ๊ตที่เห็นว่าท่าจะไม่ดีแล้ว ชายคนนั้นที่เป็นบอดี้การ์ดของชายชราจะต้องจำเขาได้อย่างแน่นอน เขาจะต้องรีบชิ่ง เพราะไม่อยากให้มันวุ่นวาย และภาวนาไม่ให้ชายคนนั้นพูดเรื่องของเขา ทั้งๆที่รู้ว่ามันจะเป็นอย่างนั้นไม่ได้ก็ตาม แต่ตอนนี้เขาต้องรีบขอตัวลาก่อน“ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวก่อนนะครับ.. พอดีผมมีธุระต่อน่ะครับ” โอ๊ตกล่าวพร้อมกับยิ้มเพื่อไม่ให้มีพิรุธ“โอเคจ้าโอ๊ต.. ขอโทษด้วยนะที่ถ่วงเวลาโอ๊ตเอาไว้ อาทิตย์..สู้ๆกันนะ” ปิงปิงกล่าว โอ๊ตก็ทำได้แค่ยิ้มกลับเล็กน้อย ชุนตงที่เห็นอย่างนั้นเขาก็ได้แค่รับไหว้จากโอ๊ตพร้อมกับรอยยิ้มเพียงแค่นั้น และมองดูเขาเดินจากไปด้วยความรู้สึกที่ยังขัดใจ เขายังไม่รู้เลยว่าทั้งสองมีอะไรในก่อไผ่กันหรือเปล่า“มาก็ดีแล้วค่ะพี่ไผ่.. เรื่องอาการป่วยของคุณตาน่ะ หายแล้วจริงเหรอคะ” ปิงปิงที่เห็นว่าบอดี้การ์ดของคุณตามาถึง เธอก็เริ่มเอ่ยถามทันที ไผ่ที่ได้ยินอย่างนั้นก็มึนงง ผสมกับความแปลกใจเล็กน้อย ไม่ใช่ว่าอาจารย์หมอเอ่ยบอกกับพวกเขาแล้วอย่างนั้นหรือ แต่เขาก็ต้องมากลับมาคิดถึงความคิดของคุณหนูที่เป็นประเภทต้องมีหลักฐานเป็นชิ้นเป็นอัน เธอถึงจะเชื่อ เขาก็เลยรีบเอ่ยปากทันที“แน่นอนครับคุณหนู.. นี่คือผลตรวจเมื่อสักครู่ของคุณท่าน และเราก็ทำการตรวจซ้ำถึง 2 รอบด้วยกัน เราได้รับการยืนยันแล้วว่านี่คือ ‘ปาฏิหาริย์’ ครั้งยิ่งใหญ่ของคุณท่าน ทั้งหมดนี้ต้องขอบคุณอาจารย์หมอคนนั้นจริงๆครับ” ไผ่กล่าวพร้อมกับยื่นเอกสารยืนยันให้กับคุณหนู ปิงปิงดูเอกสารเล็กน้อย ด้วยการที่เธอเรียนเกี่ยวกับแพทย์มาอยู่แล้วจึงเข้าใจได้ไม่ยาก“จริงด้วย.. คุณตาหายแล้วจริงๆ เป็นไปได้ยังไงกัน แล้วอาจารย์หมอคนไหนกันที่เป็นคนรักษา หนูอยากไปกล่าวขอบคุณเขาด้วยตัวเองน่ะค่ะ” ปิงปิงยืนอึ้งกับผลการตรวจ ก่อนที่เธอจะเอ่ยถามกับพี่ไผ่บอดี้การ์ดคนสนิทของคุณตาถึงบุคคลที่สามารถรักษาคุณตาได้ เธออยากจะพบกับเขาหรือเธอคนนั้นสักครั้งเพื่อที่จะกล่าวขอบคุณ แน่นอนว่ามันสร้างความประหลาดใจให้กับบอดี้การ์ดวัยกลางคนคนนี้เอามากๆ‘ไม่ใช่ว่าพวกท่านเพิ่งจะคุยกับเขาคนนั้นไม่ใช่หรือยังไง..’ ไผ่คิดในใจก่อนจะขมวดคิ้วตึง “คือว่าอย่างนี้นะหลานรัก พวกเราก็กำลังตามหาตัวอาจารย์หมอน้อยคนนั้นอยู่น่ะ.. เรื่องราวมันเป็นยังไง ไผ่แกเล่าให้หลานฉันฟังสิ” ชุนตงเอ่ยกับปิงปิง ก่อนจะโยนให้บอดี้การ์ดคนสนิทเป็นคนเล่า เพราะตอนที่ทำการรักษาอยู่ ชุนตงสลบอยู่จึงไม่รู้อะไรมากนัก“อะ..ออครับ คือเรื่องมันเป็นอย่างนี้ครับคุณหนู.....” ไผ่ชะงักหยุดความคิดของตัวเอง ก่อนจะเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นอย่างละเอียดให้กับคุณหนูฟัง แน่นอนว่ามันเป็นอะไรที่ยากจะเชื่อมากจริงๆ“ไม่น่าเชื่อเลยนะคะ.. คุณตาเป็นโรค ‘พลังภายในปั่นป่วน’ อย่างนั้นเหรอคะ หนูไม่เห็นรู้มาก่อนเลย หนูคิดว่าเป็นโรคตามวัยเท่านั้น.. ส่วนเรื่องเซียนแพทย์อะไรนั่น ก็ไม่ค่อยอยากจะเชื่อหรอกนะคะ แต่ถึงอย่างนั้นก็อยากจะพบเขาสักครั้งเหมือนกัน”ปิงปิงกล่าวพร้อมกับจ้องมองไปที่คุณตาของเธอที่ปิดบังเรื่องอาการนี้มานาน สุดท้ายเธอก็เข้าใจแล้วว่าทำไมร่างกายของคุณตาถึงดูไม่ดีมากขึ้น และมากขึ้นทุกวัน ทั้งๆที่เฝ้าระวังเรื่องการนอน การรักษา การกินจนหมดแล้วก็ตาม ส่วนเรื่องเซียนอะไรนั่นที่มันมีอยู่ตามตำนาน หรือนิยายอะไรพวกนั้นเธอไม่อยากจะเชื่อ เธอเชื่อในสิ่งที่พิสูจน์ได้มากกว่า และเธอต้องการที่จะพิสูจน์ว่าเซียนอะไรนั้นเป็นของจริงหรือเปล่า“น่าเสียดายนะหลานรัก ตาเองก็อยากจะเจออาจารย์หมอคนนั้นเหมือนกัน แต่หลังจากที่ท่านรักษาตาเสร็จท่านก็หายไปเลย.. นี่ตาก็สั่งให้ตามหาตัวท่านอยู่เหมือนกัน ว่าไงไผ่ ได้เรื่องอะไรมาบ้างล่ะ” ชุนตงถามกับบอดี้การ์ดคนสนิททันทีที่นึกได้ถึงความคืบหน้าในการหาตัวท่านอาจารย์น้อย“เออ..คือ.. ตอนแรกผมก็สงสัยในใจไม่น้อย แต่ตอนนี้ผมเข้าใจแล้วว่าคุณท่านกับคุณหนูยังไม่ทราบ..” ไผ่กล่าว แน่นอนว่ามันสร้างความมึนงงกลับให้กับชุนตง และปิงปิงเอามากๆ“ฉันยังไม่รู้เรื่อง?.. ไม่รู้เรื่องอะไร?” ชุนตงกล่าวถามออกมา“นั่นสิคะ ไม่รู้เรื่องอะไรอย่างนั้นเหรอ..” ปิงปิงเอ่ยก็กล่าวถามทวนคำของคุณตา“เฮ้ออ ผมว่าแล้ว.. ก็ชายคนที่คุณท่านกับคุณหนูคุยเมื่อสักครู่ยังไงล่ะครับ เขาคือคนที่เราตามหาตัวอยู่.. เขาคืออาจารย์หมอคนนั้น ผมเห็นว่าคุณท่านคุยกับเขาแล้ว ก็เลย..” ไผ่ถอนหายใจก่อนจะกล่าว“ห๊ะ! ทั้งชุนตง และปิงปิงอุทานออกมาอย่างตกใจ“โอ๊ตเนี่ยนะ.. เขาเป็นคนรักษาคุณตาอย่างนั้นเหรอ” ปิงปิงกล่าวถามออกมาด้วยความตกใจ เช่นเดียวกับคุณตาของเธอเองก็มีอาการเดียวกัน“แกมั่นใจใช่ไหมเจ้าไผ่ ไม่ผิดคนแน่นะ..” ชุนตงกล่าวถาม“ไม่ผิดแน่นอนครับคุณท่าน.. เขาคือคนที่รักษาท่านอย่างแน่นอน” ไผ่กล่าวก่อนจะหยิบกระดาษที่วาดภาพเหมือนตามความทรงจำของเขาขึ้นมาให้กับทั้งสองท่านชม และมันก็เป็นจริงอย่างที่ไผ่กล่าว เพราะภาพสเก็ตนั้นมันเหมือนกับโอ๊ตเอามากๆ“เป็นไปได้ยังไงกัน!.. โอ๊ตเนี่ยนะเป็นอาจารย์หมอ” ตอนนี้สมองของปิงปิงเกิดอาการรวนเอามากๆ เธอไม่เข้าใจเลย ถ้าเขามีความสามารถอย่างที่คุณตาของเธอกล่าว แล้วทำไมเขายังจะต้องเข้ามาเรียนในระดับมหาวิทยาลัยนี้อยู่ ด้วยฝีมือของเขาสามารถสร้างชื่อเสียงระดับโลกได้เลยด้วยซ้ำ เธอไม่เข้าใจจริงๆ“เป็นเจ้าหนุ่มคนนี้จริงๆเหรอเนี่ย ไม่ได้การละ เมื่อกี้ตาได้พูดอะไรน่าเกลียดกับเขา ไม่สิ! กับท่านไปบ้างหรือเปล่าหลานรัก.. แล้วท่านเป็นแฟนกับหลานอย่างนั้นเหรอ ถ้าเป็นอย่างนั้นก็เยี่ยมมากเลย หลานเขยคนนี้ตาให้ผ่านเลยจ้า เชิญเขามาทานข้าวที่บ้านเราด้วยนะหลานรัก ฮ่าๆๆ ช่างเป็นบุญของตาแก่คนนี้จริงๆเลยเว้ยย.. เอาสิ! เอาเลย รีบโทรหาเขาเร็วเข้า” ชุนตงกล่าวอย่างยินดีปรีดา“เดี๋ยวก่อนสิคะคุณตา.. หนูไปเป็นแฟนของโอ๊ตตั้งแต่เมื่อไหร่ หนูเพิ่งรู้จักเขาวันนี้เอง เขาเรียนคลาสเดียวกับหนู แล้วก็แค่จะต้องสอบคู่กันในอาทิตย์หน้าเท่านั้นเอง.. แต่ก็ไม่อยากเชื่อเลยแฮะ ว่าจะเป็นโอ๊ต”