“……….”
นึกขำขันในปฏิกิริยาตะลึงงัน แต่เขารอต่อไปไม่ไหวแล้ว
ตัดสินใจรั้งคอแกร่งที่เหนือศีรษะไปไม่กี่เิเแนบชิดใบหน้า ตามด้วยทาบประกบทับริมฝีปากหยักอย่างนุ่มนวลแต่ทุกการเคลื่อนไหวกลืนกินเนื้อััปากอย่างไม่เว้นว่างให้เหลือพื้นที่แห้งเหือด
ที่น่าพอใจยิ่งกว่า….คือธานินท์จูบเขากลับ
ฝ่ามือกว้างสะอาดขยับเลื่อนมาข้างสันกรามประคองไว้ในอุ้งมือแล้วจูบเบียดเนื้อกลีบปากเช่นนั้น เป็เสียงหยาดหนืดัักันดังก้องในหูทั้งคู่
ใจจริงอยากจะสอดลิ้นเข้าไปเกี่ยวเล่น แต่โชตะกลัวว่ามันจะทำให้อีกฝ่ายใไปใหญ่
แต่จูบขนาดนี้ก็ต้องเอาให้สุดไหมวะ
“…….!!!”
ยังเถียงกับญานในไม่จบ กรามกลับถูกบีบเล็กน้อยจากมืออุ่นกระด้างให้เปิดออก ก่อนที่เรียวลิ้นช่ำชองจะบุกเช้ามาดูดดึงโจมตีอย่างหาญกล้า
โชตะครางฮึ่มในลำคออย่างพึงใจกับการเคลื่อนไหว ทั้งจังหวะและความนุ่มนวลดั่งกับจูบมานักต่อนัก กลืนกินไม่ทิ้ง่รักษาระดับดีเยี่ยม
….แต่
มันทิ้งระยะนานผิดปกติ หายใจก็เริ่มติดขัด ตัดสินใจผละปากมาเล็กน้อย สบประสานกับดวงตาหยาดเยิ้มตรงหน้า
“ไปยัง?”
เสียงทุ้มไตร่ถามมายังธานินท์
ั์เนตรคู่คมเหลือบมอง ‘แฟนเก่า’ ที่คนใต้ร่างหมายถึง ซึ่งตอนนี้เดินหายเข้าไปในคลับเป็ที่เรียบร้อย และนอกบริเวณก็ปราศจากผู้คนสิ้นเชิง
ความปรารถนาอัดสุมอยู่ใต้อารมณ์ส่วนลึก หลุบมองกลีบปากหยาดเยิ้มด้วยคราบใสอีกครั้งอย่างชั่งใจ
“ยังอยู่ครับ”
โชตะกำลังจะบอกว่าไม่เป็ไรแล้ว แต่ไม่เร็วเท่าร่างสูงใหญ่ที่โน้มมาเก็บเกี่ยวอีกรอบ เปลือกตาหนาหลับลงรับััลึกซึ้งที่ไม่ได้แพลนมาล่วงหน้า มันดีเกินคาด และดีเกินไปจนเขากำลังจะขาดใจตาย
ไม่กี่นาทีต่อมาริมฝีปากทั้งคู่จึงผละห่างกันในที่สุด
“ไปแล้วครับ”
เหลียวหลังมองตามระหว่างเย็นคราบใสทั่วปาก
การแสดงนี้สมจริงเกินไป พอเป็กับธานินท์เด็กหนุ่มผู้สงวนตัวและท่าทีกับเขามาโดยตลอด เื่จูบหรือััเนื้อตัวกันอาจจะเป็เื่น่าไม่พึงใจเสียสักเท่าไหร่สำหรับเด็กหนุ่มจากที่คาดคะเน
ตอนนี้รู้แล้วว่าอย่าตัดสินอะไรผิวเผิน ปากที่ไม่ค่อยพูดค่อยจานี้จูบดีกว่าเขาด้วยซ้ำไป
“โทษทีทำลำบากเลย”
“………”
“ขอบคุณนะที่ช่วย”
ขอบคุณแล้วมันก็ควรจะจบอยู่แค่นั้นตามหลักการ
แต่แขนแกร่งขาวกางนาบข้างแขนเขาไม่ยอมขยับหนีไปไหน ค้างนิ่งเช่นนั้นดั่งตั้งใจรัดไว้ในอ้อมกอด
“……จริงๆ ผมยังไม่ได้ตอบตกลงอะไรเลย“
“........”
“แต่พี่ดึงผมไปจูบ ผมเลยต้องทำตามนั้น”
บทแปลกๆ พร้อมสีหน้าหม่นหมองลงเริ่มทำหัวสมองโชตะพลิกแพลง
เมื่อกี้….หมอนี่สอดลิ้นเข้ามาก่อนเลยด้วยซ้ำ!
“พี่แค่คิดว่ามันจะไปเห็นพี่จูบกับเจย์”
“พี่จะขอโทษอย่างเดียวจริงๆ หรือครับ”
ถ้าตรงหน้าเป็ผู้ชายคนอื่นก็ยังพอเข้าใจถึงเล่ห์เหลี่ยมที่กำลังสื่อ พอเป็กับธานินท์จึงจับจุดไม่ได้ว่าควรตั้งสติอย่างไร
แต่เพื่อความชัวร์
“พี่จะระวังให้มากกว่านี้”
พูดด้วยน้ำเสียงรู้สึกผิดเท่าที่จะเป็ไปได้ จับแขนแกร่งออกแรงเล็กน้อยเป็นัยว่าปล่อยเสียที
แต่มันนิ่งสนิทไม่ไหวติง
“ปกติพี่ปัดง่ายๆ แบบนี้เลยเหรอ”
“โอเค งั้นถ้าเจย์อยากให้พี่ช่วยอะไรก็บอกพี่ได้เหมือนกัน”
สบประสานดวงตาคู่คมเข้มตรงหน้า แต่ครั้งนี้ขนพลันลุกซู่กับสายตาที่โดนมองมา
“ผมไม่มีอะไรให้พี่ช่วยครับ”
ร่างสูงใหญ่ที่กักขังเขาไว้ผละตัวมายืนปกติ สีหน้าท่าทางพลันเปลี่ยนไปคล้ายไม่มั่นใจ
“แต่ผมอยากชวนพี่ไปเที่ยว เสาร์นี้พี่ว่างไหมครับ”
แค่นี้?? ความ้ามีอยู่แค่นี้จริงๆ หรือ มันถึงขนาดบังคับให้เขายอมรับผิดชอบ
ความจริงแค่ธานินท์พูดขอเขาคิดว่าตัวเองก็ยอมไปอย่างง่ายดาย
ขอแค่เด็กนี่กล้าพูดออกมา
“ว่าง ไปได้ อยากไปไหน”
“...........”
แม้จะคาดเดาไม่ได้เลยว่าธานินท์พึงอยากชวนไปเที่ยวไหนกันแน่ แต่ก็ไม่คิดว่ามันจะหมายถึงการมาเดินเที่ยวริมแม่น้ำ ณ สถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังแห่งหนึ่ง
โชตะสวมชุดเสื้อยืดธรรมดาสีขาวทั่วไประกอบด้วยกางเกงยีนส์สีซีดไซส์ใหญ่กว่าตัวเล็กน้อย ใบหน้าคมสันรับกรามเพิ่มกรอบรูปหน้าให้ชัดเจนกวาดสายตามองหาใครบางคนตามรายละเอียดในโทรศัพท์
และพบเจอในที่สุด
หัวใจแกร่งพลันเต้นแรงแปลกๆ ยามร่างสูงใหญ่กว่าเล็กน้อยปรากฎตัว ธานินท์อยู่ในชุดเสื้อยืดไม่ต่างจากเขา สวมกางเกงวอร์มสีเทาสะอาดรับกับรองเท้าผ้าใบสีเดียวกับเสื้อ ไม่ว่าเด็กคนนี้จะอยู่ชุดไหนมันกลับดูดีดั่งว่าเสื้อที่ซื้อมาราคาแตะหลักหลายพัน
“โทษที พี่หานานหน่อย”
“ไม่เป็ไรครับ”
คนที่เลือกสถานที่มาพารุ่นพี่เดินไปซื้อของกินเล็กน้อยก่อนพาไปขึ้นกระเช้าชมวิวติดริมแม่น้ำ แพลนในวันนี้คือแค่เดินเล่นและทานข้าวเย็นด้วยกัน
แพลนธรรมดาทั่วไป พอมันเป็ธานินท์ที่คิดและเริ่มกล้าเข้า มันเลยดูพิเศษขึ้นมาทันที
“เดี๋ยวพี่-”
“ไม่ครับ ผมชวนมา”
สิ้นคำห้ามปรามก่อนการจ่ายเงินเพื่อขึ้นกระเช้ายังว่า ตัวโชตะก็ถูกดันไหล่เล็กน้อยให้ขยับออกห่าง มองร่างสูงที่ยิ้มแย้มจ่ายเงินกับพนักงานก็ได้แต่ระบายลมหายใจ
ไม่ว่าธานินท์จะชวนเขาหรือไม่ก็ตาม เขาอยากเป็คนออกช่วยทั้งสิ้น เงินทุกบาททุกสตางค์ที่เด็กนั่นมีแลกมาด้วยน้ำพักน้ำแรงทำงานหลายวัน
บางครั้งก็อดรู้สึกผิดเสียไม่ได้ที่ไม่ได้ช่วย คิดวนเช่นนั้นจนไม่ทันระลึกว่าอีกฝ่ายมาหยุดอยู่ข้างหน้าแล้ว
“ไปกันครับ”
กระเช้าขาวตระหง่านเตรียมลอยขึ้นสู่ที่สูงชมวิวรอบกรุงเล็กลงไปถนัดตายามสองหนุ่มเข้ามาอยู่ด้วยกัน ส่วนสูงของเขากับธานินท์ไม่ต่างกันนัก เบ็ดเสร็จก็หนึ่งร้อยแปดสิบห้าหรือหก ขายาวๆ จึงเบียดชนกันอย่างเลี่ยงไม่ได้
โชตะเวียนไล่สายตามองอาหารตาตรงหน้าระหว่างทำทีดื่มด่ำบรรยากาศ กระนั้นก็ยังไม่ลืมจุดประสงค์ที่ซ่อนเร้น
แต่เพราะไร้คำตอบจึงเฝ้าหาสาเหตุไม่จบไม่สิ้น
“ทำไมถึงอยากมานั่งกระเช้าเหรอ”
ถามไถ่พลางประกบมือระหว่างตัก เอนหลังพิงเบาะแล้วจดจ้องประกายแสงตามแม่น้ำสายใหญ่่หนึ่งทุ่ม ประปรายด้วยตึกราสร้างภาพอันน่าชื่นชน
ได้ทั้งวิว ได้ทั้งอาหารตาหล่อๆ ชีวิตมันคอมพลีทแล้วเว้ย
“ผมอยากมานั่งนานแล้วน่ะครับ แต่หาจังหวะมาไม่ได้สักที”
พยักหน้ารับตามอย่างเข้าใจ
“ผมไม่เคยมาที่นี่มาก่อนด้วย”
เสี้ยววินาทีใต้อกของคนที่ได้ยินเช่นนั้นเต้นสนั่นหวั่นไหวกับ ‘ครั้งแรกที่ได้มาด้วยกัน’
เป็ใครฟังก็ต้องมีคิดไปไกล ความวูบไหวเพิ่มพูนจนหน้าเริ่มเห่อร้อน ยิ้มบางเบาเบี่ยงชมวิวอย่างมีความสุข
ใช่….เขามีความสุขกับสิ่งที่ได้ยิน และแน่นอนว่าทุกเื่ที่ออกมาจากปากเด็กคนนี้ไม่ใช่เื่ปรุงแต่งใดๆ
“ดีจัง งั้นมีที่ไหนที่ไม่เคยไปแล้วอยากไปอีกไหม”
ในยามที่เข้าใจความหมายก็เกาคอแก้เขินโดยไม่รู้ตัว
“เอ่อ…ยังนึกไม่ออกเลยครับ”
“ถ้านึกออกก็มาบอกได้”
“.........”
“เดี๋ยวพี่ไปด้วย”
ยิ้มรับผงกหัวรับทันที
ท่าทีเขินอายนั่นชัดประจักษ์ชัด สองหนุ่มอายุไล่เลี่ยห่างกันเพียงปีเดียวชื่นชมวิวทิวทัศน์บริเวณภายนอกต่อ แต่ธานินท์ไม่ทิ้ง่เงียบนาน
“พี่มาร์ชครับ”
“ว่า”
“วันอังคารหน้าผมเริ่มแข่งรอบคัดเลือกที่ผมบอกพี่คราวนั้น”
“เห้ย!”
เตรียมไตร่ถามความต่อ แต่ประโยคต่อมาที่ได้ยินเล่นเอาใจกระดอนไม่เป็จังหวะรอบที่ร้อย
“ถ้าพี่ว่าง ไปดูผมแข่งได้นะครับ”
เขาอ่านความออกในประโยคนั้นทั้งหมด ธานินท์อาจจะไม่อยากให้เขาอึดอัดหรือรู้สึกผิดถ้าถามมา อีกแง่ก็แค่ไม่อยากให้เขาปฏิสเสธ คำชวนจึงเปิดทางเต็มที่
ยกมือขึ้นไปแตะศีรษะเด็กตัวโต ขยี้ผมเล็กน้อยพูดด้วยรอยยิ้มฉบับสดใส
“ส่งโลเคชั่นกับเวลามาให้พี่ด้วยละกัน”
ความนิ่งงันเริ่มไม่แน่ใจว่ามันคือสิ่งที่คนตรงหน้าอยากได้ยินหรือไม่ หลุบมองมือตัวเองที่คาบนกลุ่มผมนิลฉะลุกคิดขึ้นได้จึงรีบดึงกลับ
เขาไม่ควรจับหัวใครมั่วซั่ว ว่าแล้วก็ขำกลบเกลื่อนตีเนียนไป
“โทษทีที่จับ เจย์น่าจะ-”
ท่ามกลางกระเช้าเงียบสงัดเแทรกมาด้วยเสียงจากฝูงชนด้านล่าง ข้อมือโชตะถูกรั้งไว้ทันทีที่ผละห่าง
สถานการณ์แปลกๆ ที่เนื้อตัวัักันเช่นนี้ เขาพอมีหวังแล้วหรือไม่
เ้าของใบหน้าคมสันเริ่มระเรื่อด้วยสีแดงอ่อนสบประสานตากับรุ่นพี่ พูดไปอย่างกล้าๆ กลัวๆ
“จับได้ครับ ผมไม่ถือ”
ยิ้มระบายแล้วขยี้ผมนุ่มๆ นั่นหนึ่งทีตามคำอนุญาตเปร่งเสียงขำสดใสพลางสำรวจทั่วหน้าแดงก่ำด้วยความชอบใจ
หยอกต่อเลยละกัน
“มาที่นี่เป็ครั้งแรก แล้วจูบตอนนั้นก็ครั้งแรกด้วยหรือเปล่า”
เอนหน้าไปตรงกลางเอียงคอรอคอยคำตอบจากคนรุกรี้รุกรน
แต่จูบดีขนาดนั้น รับประกันหมอนี่เซียน
“....ก็ครั้งแรกกับผู้ชายครับ”
“ฮ่าๆๆๆ”
ยิ่งขำธานินท์ก็ยิ่งไปไม่ถูก น้ำลายก้อนเหนียวๆ จำต้องฝืนกลืนลงในคำถามถัดมา
“งั้นสรุปเจย์ก็โอเคทั้งผู้หญิงทั้งผู้ชายใช่ไหม?”
ถามคล้ายหยอกเย้า แต่เขาทุ่มความคาดหวังใส่ในนั้นไว้ทั้งหมด
“น่าจะครับ”
คิ้วกระตุกขึ้นมาทันที
โชตะเอื้อมมือไปจับบ่ากว้างใหญ่ของคนตรงข้าม ดึงรั้งจนเข้าใกล้ทีละนิด และทีละนิด
่ที่กระเช้าเวียนมาระยะเหนือสุด สองใบหน้าใกล้กันจนปลายจมูกเกือบัั คนเริ่มจงใจเอียงหน้าเล็กน้อยจดจ้องเข้าไปในดวงตานิ่ง ความหวาดหวั่นผ่านสายตานี้ เขากลับรู้สึกว่าธานินท์กำลังตื่นเต้น คล้ายรอคอยว่าเขาจะทำอะไรต่อ
ริมฝีปากอิ่มเนื้อชมพูดสดคลี่ยิ้มยามการทดสอบสอบผ่าน ผละหน้าออกมาและตบบ่ากว้างสองสามที
“ถ้าพี่ทำขนาดนี้แล้วเจย์โอเค”
“.......”
“แสดงว่าคงไม่น่าจะแล้ว”
ไม่มีการฝืนหน้าสู้ตาต่อ เด็กหนุ่มหันหน้าหนีไปอีกทางคล้ายกำลังทำใจ จนกระทั่งไอ้ตาไวๆ ของเขาสังเกตอย่างหนึ่ง
กำลังดันสู้ขึ้นเหนือกางเกงที่อีกฝ่ายสวมใส่ ก่อนที่เ้าของร่างจะขยับขาเข้า พยายามเบี่ยงมือและแขนปกปิด
“ขอโทษครับ”
เท่าที่จำได้ จูบที่ดูดดื่มกระชากวิญญาญคราวนั้นเขาไม่ได้ััปฏิกิริยาทางร่างกายจากธานินท์
พูดง่ายๆ วันนั้นหมอนี่ไม่ได้แข็ง….เหมือนตอนนี้
ทว่าผู้ชายด้วยกันย่อมรู้ดีว่าสาเหตุหาใช่ััภายนอกทั่วไปอย่างเดียว อารมณ์และจินตนาการคือใจความหลักสำคัญ แต่เมื่อครู่ยังไม่ได้ทำอะไรเลยนอกเหนือจากการแกล้งเอาหน้าเข้าไปใกล้
“คงไม่ใช่ครั้งแรกใช่ไหม?”
ไม่มีทางเป็ครั้งแรกแน่ๆ ที่เด็กนี่แข็งเพราะเขา ความั่นใจจากหลายวันก่อนเสริมทับหนักเข้ายามใบหน้าคมสันแดงก่ำหลุบหนี ไม่มีการตอบรับหรือตอบโต้ใดๆ
หลักฐานคาตาขนาดนั้น
“พี่มาร์ช-”
คำพูดกลืนหายกลับเข้าไปทันทีที่ปากหยักของคนใจร้อนประกบปิด ใต้ห้องน้ำโซนปีกริมสุด ขนาดห้องน้ำที่เล็กอยู่แล้วคับแน่นถนัดตายามสองร่างสูงใหญ่เข้ามาด้วยกัน
สารภาพตามตรง ไอ้ท่าทีเขินๆ อายๆ ของธานินท์พังความอดทนทั้งหมดของเขาลงอย่างง่ายดาย ไม่ว่าจะมองกี่รอบ ความหื่นกระหายที่ข่มกลั้นมานานก็จวนจะะเิออกมา
จนต้องลากมาในห้องน้ำแบบนี้ ยิ่งไม่ได้ยินคำห้ามปรามใดๆ แม้จะรู้อยู่แล้วว่าเขาคิดจะทำอะไรตอนเดินมา...
ยิ่งมีอารมณ์
กลีบปากสองคนกลืนกินกันอย่างบ้าคลั่ง เรียวลิ้นตวัดดูดกลืนหนักหน่วงกว่าครั้งแรกที่ลานจอดรถนั้นหลายเท่า กลางกายดันสู้ขึ้นมาเป็รูปร่างชัดเจน โชตะจึงกดสะโพกทับกับของเด็กหนุ่มถูไถเล็กน้อย
จับมือแกร่งที่คาอยู่เอวเขาลงมาแตะส่วนกลางอย่างจงใจ
“.....ถอดออกมาถูกัน”